ไร้สาระ

5สิ่งที่ห้ามทำในวันอาทิตย์

วันอาทิตย์เป็นวันหยุดเป็นครอบครัว หลายคงมีอะไรให้ทำมากมาย ในขณะที่หลายใช้เวลานี้ไปอย่างน่าเสียดาย เวลาเป็นสิ่งสำคัญหลายคนคงรู้ แต่คงรู้ไม่จริงหรอก ว่าเวลามีค่าแค่ไหน ถ้าอยากรู้ก็ไล่อ่านบทความนี้ให้จบ แล้วคุณจะรู้ว่า เวลาของคุณมีค่าขึ้นมาทันที เพราะเราจะบอกคุณว่า อะไรบ้างที่ห้ามทำในวันอาทิตย์   1. ห้ามไปเดินเล่นบนดวงอาทิตย์ หลายคนคงคิดว่าวันอาทิตย์เราจะไปดวงอาทิตย์เล่นกัน มันร้อนๆๆๆ รอวันจันทร์ค่อยไปดวงจันทร์เอาดีกว่า   2. ห้ามไปงานวันเด็ก เพราะวันเด็กมันตรงกับวันเสาร์ คุณจำผิดวันแล้วล่ะ   3. ห้ามส่งไปรษณีย์ วันอาทิตย์มันปิดนะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน   4. เผาบ้านเล่น นึกไม่ออกก็เผาอะไรสักอย่างนี่ไม่ดีเลยนะ ไม่ใช่ใคร ไอคนเขียนนี่แหละ   5. ห้ามอ่านบทความนี้อ่ะเอาจริงๆ เห็นไหมเวลามีค่าจริงๆด้วย  
ไร้สาระ

เก็บเงินอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

เรื่องเงินๆทองๆ เป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน ของฟรีไม่มีในโลก อย่างได้อะไรต้องใช้เงินจ่าย ไม่ว่าคุณจะหล่อจะสวย จะเป็นคนดีหรือคนเก่ง ยังไงก็ต้องมีเงินติดตัวบ้างอยู่ดี ถ้ามีเงินปัญหาก็คงจะจบไปแล้ว แต่เราไม่มีเงินนี่สิจะทำยังไงกันดี ปัญหาส่วนใหญ่มันจากการที่พวกเราเก็บเงินกันไม่เป็น เก็บเงินกันไม่ถูกวิธี วันนี้สลอตจะมาแนะนนำวิธีเก็บเงินง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้แหละเห็นผลจริงๆเอง วิธีง่ายๆก็แค่ใช้ "มือ" นั่นเอง ถ้าเงินตกเราก็ควรใช้มือเก็บจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าใช้ปากเก็บน่าลำบาก ดังนั้นใช้มือของพวกเรากันเถอะ
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดจากฝุ่น PM 2.5

สิ่งที่อันตรายและเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วทั้งประเทศไทยมากที่สุดในช่วงนี้ คือภาวะฝุ่น PM 2.5 ที่มีปริมาณมากจนเข้าขั้นอันตรายต่อสุขภาพ โดยคนที่มีอาการแพ้ฝุ่น หรือได้รับฝุ่นเข้าร่างกายในปริมาณที่เยอะเกินไป จะเกิดอาการระคายเคืองหลอดลม เช่น ไอ, จาม, เลือดกำเดาไหล และในช่วงนี้ หลายคนถึงขั้นป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบเพราะสูดดมฝุ่นเพียงไม่กี่วัน ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ และโซนปริมณฑล ค่าฝุ่นจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ก็จัดอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับอากาศดีจนสามารถสูดอากาศเข้าไปได้เต็มปอด และช่วงนี้ ทางภาคอีสาน เช่น จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู ได้รับผลกระทบจากฝุ่นอย่างหนัก โดยค่าฝุ่นในบริเวณจังหวัดทางภาคอีสานมีปริมาณมากและอันตรายกว่าช่วงกรุงเทพแย่ๆ เสียอีก เฉลี่ยค่า AQI (Air Quality Index) ในบริเวณดังกล่าว สูงถึง 160-170 เลยทีเดียว และทางกรมอุตุฯ ยังรายงานว่า อีกไม่นานนี้ ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาวะอากาศปิดอีกครั้ง แสดงว่า เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับฝุ่นไปอีกนาน ถ้าไม่ป้องกันตัวเลย ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ มาหาวิธีป้องกัน เพื่อเอาตัวรอดในสภาวะแบบนี้กันดีกว่า!   1. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก เป็นวิธีป้องกันตัวจากฝุ่น PM 2.5 ที่ง่ายที่สุด และนิยมกันมากที่สุด แต่คนจำนวนมากก็ยังไม่ชอบสวมหน้ากากอนามัยอยู่ดี เนื่องจากหน้ากากอนามัยที่วางขายทั่วไป หาซื้อได้ง่าย และมีราคาถูกนั้น เวลาสวมมักจะเจ็บบริเวณหลังหู ฉีกขาดง่าย หายใจไม่สะดวก ร้อน ฯลฯ และปัญหาสำหรับสาวๆ บรรดาเครื่องสำอาง รองพื้น ลิปสติก มักจะติดหน้ากากอนามัยจนหนาเตอะ จนหลายคนถอดใจ ใส่แล้วมีแต่ปัญหา จนคิดว่าสวมหน้ากากอนามัยธรรมดาๆ ที่ไม่ใช่หน้ากาก N95 ยังไงก็กันไม่ได้อยู่ดี แต่ความจริงไม่ใช่เลย หน้ากากอนามัยธรรมดา ที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ สามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ถึงประมาณ 66% หรือมากกว่าครึ่งเลย และถ้าหากเราสวมหน้ากากอนามัยธรรมดาทับกัน 2 ชั้น ก็สามารถกันได้ประมาณ 90% และสำหรับหน้ากากอนามัย N95 โดยเฉพาะ จะสามารถกันได้มากถึง 99.6% ยังไงก็สวมดีกว่าหายใจเอาฝุ่นเข้าไปเปล่าๆ โดยไม่มีอะไรป้องกันล่ะนะ อย่างน้อยป้องกันฝุ่นควันรถ เกสรดอกไม้ ฝุ่นจากการก่อสร้างก็ยังดี   2. โหลดแอพฯ รายงานค่ามลพิษ ปริมาณฝุ่นละออง พูดถึงไอเทมที่ฮิตที่สุดในช่วงนี้ นอกจากเครื่องกรองอากาศแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนพกติดตัวคือ เครื่องวัดคุณภาพอากาศขนาดพกพา ประโยชน์ของเจ้าเครื่องนี้คือ มันสามารถวัดคุณภาพอากาศได้อย่างละเอียด แม่นยำ แม้แต่สถานที่ที่ห่างกันไม่กี่เมตร ยกตัวอย่างเช่น ลองเอาเครื่องวางไว้ในบ้านที่ปิดมิดชิด กับ วางเอาไว้หน้าประตูบ้าน เครื่องวัดคุณภาพอากาศ ก็จะแสดงให้เห็นเลยว่า ในบ้านมีปริมาณฝุ่นเท่าไหร่ นอกบ้านมีปริมาณฝุ่นเท่าไหร่ วัดได้ทั้งในห้าง ร้านอาหาร ห้องน้ำ ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่า แบกไปไหนมันก็จะแสดงค่าฝุ่นตรงนั้นนั่นแหละ แต่หลายคนก็ไม่มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายในส่วนนั้น และไม่สะดวกในการพกอะไรในกระเป๋าไปมากกว่านี้แล้ว งั้นเรามาโหลดแอพพลิเคชันรายงานค่าฝุ่นละออง ลงมือถือกันดีกว่า ทุกคนพกมือถือกันอยู่แล้วล่ะ! แอพฯ ที่สลอตจะแนะนำมีทั้งหมด 2 แอพ แอพแรกคือ AirVisual เป็นแอพรายงานสภาพมลพิษทางอากาศของทั่วโลก! โดยจะอ้างอิงจากสถานีตรวจวัดที่ตั้งอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย จะอัพเดททุกๆ 1-3 ชั่วโมงในทุกพื้นที่ รายงานว่าในแต่ละพื้นที่มี AQI เท่าไหร่ สามารถคาดเดาสภาพมลพิษล่วงหน้าในหลายพื้นที่ทั่วโลกได้ ด้วยระบบของแอพฯ ทำให้มีตัวเลขแสดงค่า AQI บนแถบสถานะด้านบนเครื่องตลอดเวลา รวมถึงเวลาเราล็อคหน้าจอ ก็จะโชว์ค่า AQI ในแถบแจ้งเตือน แอพที่สองคือ Air4Thai เป็นแอพรายการดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะ จะรายงานสภาพอากาศ AQI เป็นรายชั่วโมง รวมถึงรายงานข้อมูลสรุปรายวัน และคุณภาพอากาศย้อนหลัง 7 วันอีกด้วย ทางที่ดี โหลดมาทั้ง 2 แอพนั่นแหละ   3. ปิดประตู หน้าต่าง ให้มิดชิด หลายคนที่อยู่ติดบ้าน เช่น คนที่ทำงานอยู่บ้าน หรือคนแก่วัยเกษียณ พักผ่อนอยู่บ้าน ช่วงเวลากลางวัน มักจะชอบเปิดประตูหน้าต่าง อ้าค้างไว้เพื่อรับลม บางบ้านยังมีมุ้งลวดกันฝุ่นบ้าง แต่หลายบ้านก็เปิดแบบไม่มีอะไรป้องกันเลย ในช่วงนี้ ที่มีการก่อสร้างเยอะ และมีค่าฝุ่นเยอะกว่าปกติ เข้าขั้นอันตราย อย่าเปิดให้มลพิษภายนอกเข้ามาในบ้านเลย ปิดทั้งประตู หน้าต่างให้มิดชิด อย่าเปิดประตูแต่ปิดบานที่เป็นมุ้งลวด อาจจะอึดอัดนิดหน่อยเพราะอากาศไม่ถ่ายเท แต่ก็แก้ไขได้ด้วยการเปิดพัดลม ดีกว่าอึดอัดเพราะฝุ่น มลพิษภายนอกมาตลบอบอวลอยู่ในบ้านนะ หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ อากาศในบ้านอบมาก อึดอัด วิธีแก้ที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงนี้ คือการซื้อสเปรย์ปรับอากาศ เครื่องปรับกรองอากาศมาใช้ จะช่วยให้หายใจสบายมากขึ้น   4. ทำความสะอาดบ้านให้ถี่มากขึ้น สำหรับวัยทำงาน มักจะทำความสะอาด เก็บกวาดบ้านสัปดาห์ละครั้ง หรือคนที่อยู่ติดบ้าน ก็มักจะทำความสะอาดวันเว้นวัน ช่วงนี้ มีฝุ่นมากขึ้นผิดปกติ สังเกตได้จากแผ่นกรองแอร์ ซี่พัดลม หรือลองเช็ดกระจก บานหน้าต่างที่อยู่ฝั่งนอกตัวบ้านดู จะเห็นชัดเลยว่ามีฝุ่นเกาะหนาตึ้บ แถมแปปๆ ก็เปื้อนแล้ว ไม่เหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน แต่เสียเวลากวาดบ้าน เช็ดถูตามโต๊ะ พัดลม ล้างแผ่นกรองแอร์สักนิด เหนื่อยและอึดอัดเพิ่มจากการทำความสะอาดบ้าน ดีกว่าเหนื่อยหอบเพราะในบ้านมีแต่ฝุ่น ฝุ่น PM 2.5 ยิ่งเป็นฝุ่นขนาดเล็กมากแบบไม่เห็นด้วยตาเปล่า ยิ่งต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ก่อนนะ   5. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อีกหนึ่งวิธีเอาตัวรอดจากฝุ่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่ว่าเอาวิธีนี้เป็นข้ออ้างในการไม่เดินทางไปทำงานนะ ถ้าเดินทางและอยู่กลางแจ้งเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ก็ให้ทำไปเหมือนเดิม เพียงแค่สวมหน้ากากอนามัย แต่ถ้าไม่ได้ทำงานอยู่กลางแจ้งเป็นประจำ แต่ชอบออกไปเดินเล่น ไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย ขับรถกินลม ช่วงนี้ก็ขอให้งดไปก่อน สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย ไปเต้นแอโรบิค ไปวิ่งตามสวนสาธารณะ ตอนนี้ก็ออกกำลังกายในที่พักไปก่อน เช่น คาร์ดิโอ ยกเวท เปิดคลิปออกกำลังกายแล้วทำตาม วิ่งสลับขาในบ้านก็ยังทำได้ สายเที่ยวก็เพลาๆ หน่อย ชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้านไปก่อน ปาร์ตี้ที่บ้านก็มีข้อดีอีก ตรงที่จะเรื้อนแค่ไหนก็ได้ นอนค้างบ้านเพื่อนได้เลย แล้วก็อยู่ในบ้านก็ไม่ใช่ว่าไม่ทำความสะอาดนะ หมั่นทำความสะอาดตามข้อ 4 ด้วย ไม่งั้นฝุ่นในบ้านคงเต็มไปหมด มลพิษไม่ต่างจากนอกบ้านแน่นอน ดูแลรักษาตัวกันด้วยล่ะ
บทความ

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

การที่อนิเมะเรื่องหนึ่งจะสนุก เป็นที่พูดถึง ฮิตติดลมบนแล้ว นอกจากเนื้อเรื่องจะเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมาก ในการทำให้อนิเมะสักเรื่องหนึ่งเป็นที่นิยมแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของอนิเมะเลย คือ เพลงประกอบอนิเมะ เพราะอนิเมะ คือการที่การ์ตูนที่เราตามอ่านมาตั้งแต่สมัยตีพิมพ์ลงหนังสือสีขาวดำ ได้ขยับ ได้พูดออกเสียง ได้มีสีสันเป็นของตัวเองในทุกตอน การที่ได้มีเพลงสักเพลง เป็นเพลงประกอบเรื่อง ทั้งตอนเปิดเรื่องและตอนจบในแต่ละตอน จะเป็นอะไรที่ฟินมาก ยิ่งเพลงที่มีเนื้อหาเข้ากับเนื้อเรื่อง ประพันธ์ดี ร้องดี ก็ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ อนิเมะหลายเรื่องมีเพลงประกอบที่เพราะมาก เช่น Guilty Crown, Sword Art Online, Full Metal, Naruto, Bleach ฯลฯ และยังมีอนิเมะหลายเรื่อง ที่เพลงประกอบดังมาก จนถึงขั้นคนไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ยังเคยได้ยิน! และสลอตเชื่อว่า เพลงอนิเมะทั้ง 5 เพลง ที่กำลังจะพูดถึงนี้ จะต้องร้องตามกันได้ทุกเพลงแน่ๆ   1. Guren no Yumiya - Attack on Titan ช่วงแรกอนิเมะเรื่อง Attack on Titan ฉายใหม่ๆ เป็นช่วงที่หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่เพลงนี้ สาเหตุที่เพลง Guren no Yemiya ได้รับความนิยม คือจังหวะที่เร้าใจของเพลง การร้องอันดุเดือด ที่ช่วงนั้น ใครที่เป็นสาย Cover เพลงอนิเมะ จะต้องร้องทุกคน ความเท่ของตัว AMV ก็เข้ากับทำนองได้เป็นอย่างดี อีกสาเหตุหนึ่งคือ เพลงนี้ ไม่ว่าจะตัดเข้ากับอะไรก็อร่อย เพลง Guren no Yumiya ถูกตัดต่อให้เข้ากับคลิปต่างๆ มากมาย เช่น คนกินไก่, ต้มมาม่า, ทอดไข่เจียว, อนิเมะเรื่องอื่น ฯลฯ ประมาณว่า เพลงนี้ ดังอีกด้านนึงในแง่ของการเป็นเพลง Parody นั่นแหละ ถึงจะไม่รู้เนื้อร้องที่แท้จริง แต่อย่างน้อยหลายๆ คน น่าจะร้องท่อน ฮ้า! ฮ้า! ฮ้า! ตามได้ แถมหลอนหูด้วยเอ้า   2. Zankoku na Tenshi no Te-ze - Evangelion เพลง Opening ของอนิเมะระดับตำนาน ที่ถูกจัดให้เป็นเพลงเทพขึ้นหิ้งไปแล้ว รับประกันด้วยการได้รางวัลเพลงคาราโอเกะยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น โดยเพลงนี้ เป็นเพลงที่คนญี่ปุ่นเลือกร้องเป็นเพลงคาราโอเกะเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 จนถึงปัจจุบัน ตัวเพลงเป็นที่สนใจ เพราะได้รับผลมาจากกระแสของอนิเมะ ที่ถือว่ามีเนื้อเรื่องที่แปลกแหวกแนว (เมื่อเทียบกับอนิเมะที่ฉายในยุคนั้น) และทางบริษัทคาราโอเกะ ได้ดึงเพลงนี้ไปทำคาราโอเกะ จนทำให้ทั้งคนที่ดูอนิเมะอยู่แล้ว ได้ร้องเพลง รวมถึงคนที่ไม่เคยติดตามก็ต้องได้ยินเพลงนี้บ่อยๆ ส่วนตัวสลอตว่า เพลง OP เพลงนี้ของ Evangelion มีความดีงามอยู่ในตัวหลายอย่าง ทั้งเนื้อร้องที่เข้ากับเนื้อหาของอนิเมะ เสียงร้อง ร้องตามได้ค่อนข้างง่าย ไม่ต่ำไปไม่สูงไป จังหวะก็ร้องตามทัน ไม่เหนื่อยและไม่ช้าจนเกินไป (เพลงอนิเมะหลายเพลง มักจะใช้เสียงร้องสูงจนร้องตามคีย์เดิมยาก และร้องไว สลอตหอบมาเยอะ ฮือๆ) แถมส่วนตัวยังฟังแล้วขนลุกด้วย ไม่รู้ทำไม โดยเฉพาะท่อนฮุคแรก   3. Unravel - Tokyo Ghoul อีกหนึ่งเพลงอนิเมะ ที่ถูกจัดว่าค่อนข้างเป็นเพลงใหม่ (เมื่อเทียบกับเพลงอื่นในบทความนี้น่ะนะ) ช่วงที่อนิเมะเพลงนี้ฉายช่วงแรก ก็มีแต่คนใส่ผ้าปิดตา สวมวิกขาว ตาแดงข้างเดียวเต็มไปหม๊ดดดด เพลง Unraval ถือว่าเป็นเพลงที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ด้วยคำร้องและทำนองที่แกว่งไปแกว่งมา เดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวเร้าใจ เมื่อถึงท่อนที่ต้องแผดเสียง คนร้องก็ร้องเอาไว้ได้ดี จนสาย Cover ร้องตามกันลำบากเลยทีเดียว เป็นอีกเพลงหนึ่ง ที่คำร้อง ทำนอง เสียงร้องที่เข้ากับเนื้อเรื่องของอนิเมะมาก ฟังตอนแรกอาจจะหงุดหงิด ว่าทำไมต้องหวีดสูง ต้องแผดเสียงขนาดไหน ไปๆ มาๆ อ้าว ฟังทุกวันเฉยเลย.. สำหรับเพลง Opening เพลงอื่นของอนิเมะ Tokyo Ghoul ก็มาแนวเดียวกัน สาเหตุที่เพลงเป็นแนวนี้ เพราะต้องการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ที่สับสนของตัวเอกนั่นเอง   4. Butter-Fly - Digimon เชื่อว่าวัยรุ่นและผู้ใหญ่ในยุคนี้ ส่วนมากเติบโตมากับการ์ตูนเรื่อง ดิจิม่อน ถ้าได้ยินเพลง Butter-Fly แล้ว นอกจากจะร้องตามได้ ยังจะต้องน้ำตาซึมแน่ๆ เพราะเพลงนี้ดันเป็นเพลงประกอบฉากตอนจบสุดพีค ที่ไม่ว่าจะดูกี่ทีน้ำตามันก็ไหลพรากๆ เพราะดูไปเอายาหม่องทาตาไป อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเพลง Butter-Fly มาก เพราะผู้ร้องเพลงนี้ Koji Wada ร้องเพลงประกอบอนิเมะเรื่องดิจิม่อนอีกหลายเพลงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม Koji Wada ผู้ร้องเพลง Butter-Fly ได้เสียชีวิตลงแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ปี 2016 ในวัย 42 ปี ด้วยโรคมะเร็ง ในตอนแรก เขาพบว่าเขามีเนื้องอกบริเวณคอหอย และต่อมน้ำเหลือง ครั้งนั้น เขาผ่าตัดและรักษาจนหายสนิท จนกระทั่งปี 2011 เขาพบว่า เขากลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้ง และยังลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ก่อนเขาจะจากโลกนี้ไป เขาได้ร้องเพลง Butter-Fly สำหรับดิจิม่อนภาคใหม่ Digimon Tri เอาไว้ หากใครได้ดูและได้ฟังแล้ว จะสังเกตว่า ระยะหลังเสียงร้องของเขาไม่เหมือนเดิม เป็นเพราะเขาต้องทุกข์ทรมานกับมะเร็งที่ลุกลาม แต่เขาก็ยังร้องเพลง Butter-Fly เวอร์ชันใหม่เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขารู้ว่า เหล่าแฟนคลับเรื่องดิจิม่อน กำลังรอฟังเสียงของเขาที่ร้องเพลงๆ นี้อยู่ ทางเพจ สัตว์โลกอมตีน ขอแสดงความเสียใจ และขอให้คุณ Koji Wada สู่สุขคติ   5. Cha-La Head-Cha-La - Dragon Ball Z ถึงแม้ว่า Dragon Ball Z จะไม่ใช่ภาคแรกของอนิเมะเรื่องนี้ แต่กลับเป็นภาคที่ได้รับความนิยมที่สุดในทุกด้าน โดยตัวอนิเมะ Dragon Ball Z ติดอันดับอนิเมะที่ดีที่สุดตลอดกาล เพลงประกอบอนิเมะของดราก้อนบอล อย่างเพลง Cha-La Head-Cha-La ก็นับว่าเป็นเพลงในตำนานอีกเพลงหนึ่ง ของวงการการ์ตูนเลยล่ะ สำหรับคนที่เกิดทัน (รู้เรยนะคะ) ก็จะชอบฟังเพลงนี้ เพราะได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกฮึกเหิม สมกับเป็นการ์ตูนแอ็คชัน ส่วนคนที่เกิดในยุคหลังมาหน่อย ส่วนหนึ่งรู้จักจากการที่เพลงนี้ถูกหยิบขึ้นมาแซว เช่น เรียกเพลงนี้ว่า ชราเห็ดชรา แถมยังมีคนไทยทำเวอร์ชัน ชาวนาเฮ็ดชาวนา อีกด้วย เพลง Cha-La Head-Cha-La นั้นมี 2 เวอร์ชัน คือเวอร์ชันของปี 1989 ที่ใช้ประกอบอนิเมะเรื่อง Dragon Ball Z และอีกเวอร์ชันนึง คือของปี 2005 ซึ่งถูกนำไปใช้ในเกม Super Dragon Ball Z ส่วนตัวแล้วสลอตชอบเวอร์ชันแรก (1989) มากกว่านะ เพราะขลังกว่า และให้ความรู้สึกที่ฮึกเหิมมากกว่า ทุกวันนี้ ตามช่องวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่น ก็ยังนิยมเป็นเพลง Cha-La Head-Cha-La เป็นประจำ แสดงถึงความนิยมตลอดกาลได้เป็นอย่างดี ถึงจะร้องไม่เป็น แต่ทุกคนต้องร้องคำว่า ชราเห็ดชรา เป็นนั่นแหละ!
บทความ

5ซอมบี้ชื่อดังของเกม Resident Evil

สำหรับเกมที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเกม Resident Evil 2 Remake โดยเป็นการนำเกม Resident Evil 2 ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 มา Remake ซึ่งก็คือ ทำใหม่อีกครั้ง โดยคงเค้าโครงเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านตัวละคร เนื้อเรื่อง รวมถึงสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นจดจำเกมนี้ได้เป็นอย่างดี (จำจนขึ้นหัว) นั่นก็คือ เหล่าสัตว์ประหลาดจากเกม Resident Evil ถ้าพูดถึงเกม RE ภาค 2 แล้ว สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้เล่นหลายคน คงจะเป็นเจ้าเชื้อไวรัส G หรือ วิลเลียม เบอร์กินส์ นักวิทยาศาสตร์ขององค์กร และสัตว์ประหลาดตัวอื่นที่ปรากฎในเกม ก็น่ากลัวและสมจริงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงบ่นโอดครวญว่า สัตว์ประหลาดภาคนี้น่ากลัวม๊ากกก ก็มีผู้เล่นหลายคนออกมาแย้งว่า สัตว์ประหลาดจากภาคอื่นก็น่ากลัวเหมือนกันนั่นแหละ จนเกิดการถกเถียงว่า จาก RE ทุกภาค สัตว์ประหลาดอะไรที่ผู้เล่นหวาดกลัวมากที่สุด? หลังจากที่สลอตได้เล่น ได้ดู และได้พูดคุยกับผู้เล่น Resident Evil หลายคนแล้ว ส่วนมากก็จะตอบคำตอบคล้ายๆ กัน มาลองดูกันซิว่า จะเป็นตัวเดียวกับที่คุณกลัวรึเปล่า?   Lickers พูดถึงเกม Resident Evil แล้ว สัตว์ประหลาดตัวแรกที่นึกถึง คงไม่พ้นเจ้าตัวนี้ ด้วยรูปร่างแสนประหลาด ไร้ซึ่งผิวหนังปกคลุมร่างกาย เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแดงเป็นมัดๆ แบบชัดเจน แถมยังเห็นมันสมองขนาดใหญ่ สิ่งที่น่าสยองมากที่สุดของเจ้า Lickers ก็คือกรงเล็บคมยาว และลิ้นยาวที่มีรูปร่างประหลาด เป็นสัตว์ประหลาดที่ดูจะฆ่าคนเอาสะใจ เน้นสนุกสนาน มากกว่าไล่กัดคนตามสัญชาตญาน เพราะแต่ละศพที่ถูกเจ้า Lickers สอยร่วง ล้วนแต่สภาพดูไม่ได้ทั้งนั้น Lickers ปรากฎตัวครั้งแรกในเกม Resident Evil ภาค 2 ถึงแม้ว่ามันจะตาบอด แต่ประสาทการได้ยินของมันนั้นยอดเยี่ยม แถมยังเป็นสัตว์ประหลาดที่ว่องไวมากด้วย ถ้าเราเดินแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ทันสังเกตว่ามี Lickers ไต่ฝ้า ไต่กำแพง ดักอยู่รึเปล่า ก็จะโดนมันใช้เล็บยาวคมกริบ ฟาดตัวขาดได้ง่ายๆ เลย เชื่อว่าหลายคน Game Over เพราะเจ้านี่แหละ ว่องไวแถมมือหนัก   Nemesis เรียกว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดที่เป็นฝันร้ายของผู้เล่น Resident Evil เลยก็ว่าได้ มันปรากฎตัวครั้งแรกในเกมภาคที่ 3 ซึ่งก็มีชื่อภาคเดียวกับเจ้าตัวนี้ เพราะมันเป็นบอสของเกมภาคนี้นั่นเอง Nemesis เป็นสัตว์ประหลาดที่เกิดจากการพัฒนาของ T-Virus สิ่งที่พิเศษคือ แม้ว่าจะกลายร่างแล้ว แต่ก็ยังมีความคิด มีสมองเป็นของตัวเอง สามารถใช้อาวุธของมนุษย์ได้ สามารถทำตามคำสั่งได้ และสามารถพูดเป็นคำได้ นอกจากจะฉลาดกว่าตัวอื่นแล้ว Nemesis ยังเป็นสัตว์ประหลาดที่อึด ถึก ทน ยิงไม่ตาย แต่แค่สะกิดเราก็ตายแล้ว ฉลาด แรงเยอะ ถึก แค่นี้ยังไม่ทำให้เหล่าผู้เล่นเกลียดได้หรอก แต่ที่ทำให้ผู้เล่นทุกคนที่ได้เล่นภาค 3 เกลียดเจ้าตัวนี้ เพราะมันเป็นสัตว์ประหลาดที่บ้าคลั่ง วิ่งตามเราแบบไม่สนใจอะไร ต่อให้เราจะจำได้แล้วว่า มันจะต้องโผล่มาฉากนี้แน่ๆ แต่มันก็จะพลิกล็อค โผล่ออกมาก่อนถึงฉากที่เราจะคาดคะเนไว้ ไม่ใช่แค่ตาม หรือ Jump Scare เฉยๆ แต่จะไล่ฟาดเราด้วย จนทำให้ผู้เล่นหลายคนในสมัยนั้น ออกมาโอดครวญว่า เจอหน้า Nemesis ปุ๊บ ตายปั๊บ จนไม่ได้ไปไหนสักที แถมหลายคนยังกลัวจนไม่กล้าเล่นต่อด้วย หน้าตาก็น่ากลัวแถมยังโหดอีก ถ้า Remake ภาคนี้ขึ้นมา แล้วจะ OP ขนาดไหนเนี่ย!   Cerberus เจ้าหมาน้อยน่ารัก (?) นี้อาจจะดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก แต่สำหรับสลอตแล้ว มันก็สร้างความสยองขวัญและความตกใจให้กับผู้เล่นได้ไม่น้อยเลยล่ะ Cerberus เดิมทีแล้วเป็นสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมน มันกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด ไล่โจมตีทุกคน เนื่องจากติดเชื้อ T-Virus เข้าไป ตรงข้ามกับมนุษย์ที่ติดเชื้อ T-Virus แทนที่มันจะอืดอาด เชื่องช้า เพราะทรมานกับเชื้อไวรัสเหมือนมนุษย์ แต่เมื่อสุนัขได้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าไป กลับทำให้พวกมันว่องไวมากขึ้น ถึกมากขึ้น และดุร้ายมากขึ้นหลายเท่าตัว ผู้เล่นมักจะเจอ Curberus อยู่รวมกันเป็นฝูง อย่างน้อย 3-4 ตัวขึ้นไป แถมทุกตัวจะวิ่งโฉบไปโฉบมา วิ่งพุ่งเข้ามากัดเราในเวลาไล่เลี่ยกัน เจอหมาคึกขนาดนี้มาวิ่งไล่กัดทีเดียวหลายตัว มันก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ถ้าได้เจอมันตอนที่เรากำลังเดินสำรวจ ทำภารกิจตามปกติ ก็อาจจะปวดหัวเล็กน้อย แต่ถ้าเจอฝูง Curberus ตอนที่กำลังวิ่งหนีสัตว์ประหลาดตัวอื่น หรือตอนที่บาดเจ็บใกล้จะ Game Over แล้ว มันเป็นโมเมนต์ที่แย่พอๆ กับเจอ Last Boss เลยล่ะ   Tyrant สัตว์ประหลาดพี่เบิ้ม ที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเกม Resident Evil ในแต่ละภาค พี่เบิ้มของเราจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจาก Tyrant เป็นสัตว์ประหลาดที่เกิดจากความตั้งใจของหน่วยงาน Umbrealla โดยตรง โดยหน่วยงาน Umbrealla มีความตั้งใจจะสร้างทหารที่แข็งแกร่ง จึงทำการคิดค้นไวรัส ที่มีความสามารถในการทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว มีขนาดตัวใหญ่ขึ้น มีกำลังกายมากขึ้น รวมถึงด้านความเร็วและความคล่องแคล่ว จึงเกิดเป็น Tyrant-Virus หรือที่เราเรียกกันว่า T-Virus นั่นเอง ดังนั้น สัตว์ประหลาดทั้งหมดทั้งมวลที่เราเรียกว่า Tyrant เราไม่ได้เรียกจากลักษณะภายนอก แต่เรียกจากเชื้อไวรัสที่พวกเขาได้รับนั่นเอง Tyrant ยังมีหลากหลายประเภท โดยแบ่งได้หลักๆ คือ 3 ประเภท อย่างไรก็ตาม Tyrant แต่ละตัวก็จะมีความแตกต่างกันไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับว่า ในขณะที่ได้รับเชื้อไวรัสนั้น เชื้อไวรัสมีการพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว และร่างของผู้ที่ได้รับไวรัส สามารถอดทนกับผลของเชื้อไวรัสได้มากน้อยแค่ไหน   Hunter ดูแค่ชื่อของมัน ก็รู้แล้วว่า สัตว์ประหลาดตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร Hunter เป็นสัตว์ประหลาดที่ ไม่ว่าใครที่ได้เล่น Resident Evil ภาคแรก รวมถึงภาคอื่นที่เจ้านี่ปรากฎตัว จะเกลียดมันทุกคน! Hunter เป็นสัตว์ประหลาดที่เกิดจาก T-Virus ที่รูปร่างมันออกจะประหลาดจนเป็นจุดเด่นไปสักหน่อย เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไวรัสขึ้นมา ลักษณะของมัน มีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลาน แต่เคลื่อนไหวโดยใช้เท้ายืน 2 ข้างเหมือนกับมนุษย์ มีกรงเล็บขนาดใหญ่ ซึ่งไอ้เนี่ยแหละ ทำให้ผู้เล่นเกลียดมันเสียยิ่งกว่า Licker ที่มีกรงเล็บลักษณะคล้ายกัน ผู้เล่นหลายคนลงความเห็นว่า Hunter เป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่อยากเจอมากที่สุด มันจะเป็นอะไรที่ จู่ๆ โผล่มา ถ้าเกิดว่าเลือดเราอยู่ในระดับเหลือง หรือแดง Hunter สามารถใช้กรงเล็บตบเราคอขาดได้ทันที หรือถ้าเราเลือดเขียวสุขภาพดี มันก็สามารถตบเราทีเดียวตายได้อีกเหมือนกันนั่นแหละ จะบ้าตาย จริงๆ แล้วมีสัตว์ประหลาดอีกหลายตัวของเกม Resident Evil ที่น่ากลัวมาก ไม่ว่าจะเป็นเจ้ามือเลื่อย เจ้าวิลเลียมที่ติดเชื้อ G และตัวอื่นๆ อีกมากมาย แต่จากที่เคยเล่นมา และเคยพูดคุยกับผู้เล่น Resident Evil ด้วยกันแล้ว ก็พบว่า เจ้า 5 ตัวนี้แหละ ที่ผู้เล่น RE หวาดกลัว และไม่อยากเผชิญหน้าพวกมันที่สุดแล้ว ใครเคยโดนแฮ่ใส่ หรือมีประสบการณ์หลอนจากเกมนี้ มาเล่นให้สลอตฟังกันบ้างนะ


Loading...