บทความ

5หนังน่าดูมกราคม2019

ไม่ต้องพูดร่ำทำเพลงมีเรื่องอะไรบ้างไปดูเลย   1.  Schindler's List 25th Anniversary ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม เข้าฉาย 10 มกราคม   เริ่มต้นด้วยหนังในตำนานก่อนเลย สำหรับคนชอบดูหนังรางวัล นี่คือหนึ่งในสุดยอดผลงานของสปีลเบิร์ก ในวันนี้ครบรอบ25ปี จึงได้กลับมาฉายใหม่ ไม่อยากเล่าเรื่องราว ไปสัมผัสเองละกันกับความยาวหนังสามชม.     2. Spider-Man: Into the Spider-Verse สไปเดอร์-แมน : ผงาดสู่จักรวาลแมงมุม เข้าฉาย 10 มกราคม   ต่อด้วยหนังการ์ตูนฮีโรยอดฮิตจากมาเวล สไปเดอร์แมน หลายคนคงเบื่อนหน้าหนี พร้อมตั้งคำถามว่า อีกแล้วหรอ  แต่เดี่ยวก่อน นี่ไม่ใช่สไปเดอร์แมนธรรมดา ที่ลุงเบนตาย แต่เป็นโลกคู่ขนานต่างของสไปเดอร์แมนต่างหาก เอาเป็นว่าสไปเดอร์แมนจากหลายจักรวาลเลยล่ะ การรันตีด้วยรางวัลอนิเมชันยอดเยี่ยม ใครไม่ดูอาจจะพลาดของดีๆไปก็ได้นะ   3. Glass คนเหนือมนุษย์ เข้าฉาย 16 มกราคม   หนังภาคต่อจาก Split และ Unbreakable ด้วยการร่วมมือกันจากสองสตูดิโอ ทั้งดิสนีย์และยูนิเวอร์แซล ใครที่เคยดูsplit และ unbreakable มาก่อนคงต้องไปดูให้จบอยู่แล้ว แต่ใครที่ยังไม่เคยดูมาก่อน ก็ไปดูสิ แล้วคุณจะเดินเข้าโรงไปดูเรื่องนี้เองโดยไม่ต้องโฆษณาเลยล่ะ   4. How to Train Your Dragon: The Hidden World อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร 3 เข้าฉาย 31 มกราคม   อนิเมชันมังกรไวกิ้งภาคต่อของเจ้าเขี้ยวกุด มังกรสีดำที่ภาคนี้จะมีแฟนด้วยอ่ะ เป็นมังกรสีขาวในหน้าปกนั่นแหละ ใครอยากดูมังกรจีบกันก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง   5. แช่ง เข้าฉาย 16 มกราคม   ปิดท้ายด้วยหนังไทย หนังสยองขวัญ ที่คนไทยทำได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก เรื่องราวเกี่ยวการแช่งแน่ๆ อาจจะแช่งทีมฟุตบอลที่เราไม่ชอบหรือเปล่า หรือจะแช่งบุพการีใคร คงต้องไปหาคำตอบใน แช่ง!!!  
บทความ

5 เครื่องเล่นเกมที่เกมเมอร์ต้องมี

  หากได้ติดตามข่าวสารทั้งในและต่างประเทศทุกหมวดหมู่อยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้เลยว่า หนึ่งในกระแสที่มาแรงคือกระแสของเหล่าเกมเมอร์ ที่สังคมทั่วโลกให้การยอมรับมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับเกมเริ่มมีอิทธิพล เกมเมอร์หลายคนก็กล้าที่จะเปิดตัวว่า เนี่ย เราเป็นเกมเมอร์นะ! กันมากขึ้น จากเดิมที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเพราะกลัวโดนผู้ใหญ่ตำหนิ แน่นอนว่าหลายคนที่สนใจในการเล่นเกม แต่ไม่มีโอกาสได้เล่นเกมดั่งใจหวังสักที ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตามคนอื่นช้าไปรึเปล่า? พอมาศึกษาเกี่ยวกับเกมตอนนี้ ก็มีเครื่องเล่นเกมอะไรไม่รู้โผล่มาเต็มไปหมด แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็ต่างกันแค่นิดเดียว แล้วเราควรจะมีอันไหนในครอบครองบ้างล่ะ ถึงจะคุ้ม ซื้อมาแล้วไม่เสียเปล่า? ได้เล่นแน่ๆ ไม่ใช่ว่าวางไว้ให้แม่ด่าเล่น   PlayStation 4 Pro เป็นเครื่องเล่นเกมในฝันของเกมเมอร์หลายคน PlayStation มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องของเครื่องเล่นเกมที่โดดเด่น สาเหตุที่สลอตแนะนำรุ่น PlayStation 4 Pro เครื่องเล่นที่ต้องอาศัยจอคมชัดระดับ 4K แทนที่จะเป็นตัวอื่น ธรรมดาๆ ก็เพราะ ไหนๆ ก็ "ของมันต้องมี" ก็ต้องเอาทีเดียวให้สุด! รวมถึงตัวการ์ดจอ, การแสดงผลของภาพ, เฟรมเรต ยังเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เล่นแล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์ชะงัก กระตุกให้กวนใจแน่นอน ความจุก็มากถึง 1TB เล่นจนลืมไปเลยว่ามีกี่เกมแล้ว พร้อมกับการันตีคุณภาพด้วยยอดขายกว่า 90ล้านเครื่องไปแล้ว   Nintendo Switch เครื่องเล่นเกมตัวใหม่ล่าสุด ที่มาแรงมาก! แม้ว่า Nintendo จะมีอายุมายาวนานแล้ว แต่ก็สามารถผลิตสิ่งแปลกใหม่ได้เสมอ จุดเด่นของ Nintendo Switch คือคอนเซปต์ของมัน ที่สามารถเล่นได้ทั้งแบบพกพา และแบบขึ้นจอทีวีใหญ่ได้ในเครื่องเดียว เพียงแค่เสียบเครื่องลงไปในตัว dock ภาพจากเครื่องพกพา ก็จะขึ้นจอใหญ่ทันที เล่นต่อได้เลยโดยไม่ต้องปิดเครื่อง หรือทำอะไรให้วุ่นวายทั้งนั้น! จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ "จอย" สองด้าน ที่ที่สามารถเล่นได้อย่างหลากหลาย ทั้งเสียบจอยข้างจอ, เสียบจอยกับอุปกรณ์เสริมที่ให้มา แล้ววางจอไว้ตรงไหนก็ได้ หรือแม้แต่ เล่นเกม 2 Players แล้วต่างคนต่างถือคนละจอย! นับว่าแหวกแนวสำหรับวงการเครื่องเล่นเกมมาก ของมันต้องมีแล้วอะอันนี้ ไม่มีก็ไม่ใช่เกมเมอร์แล้ว   คอมพิวเตอร์ PC คิดว่าเป็นเครื่องเล่นเกมคลาสสิค จุดเริ่มต้นของเกมเมอร์ทุกคนก็เริ่มมาจากการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์เนี่ยแหละ! คุณพ่อคุณแม่หลายบ้าน มักจะซื้อคอมพิวเตอร์หวังให้ลูกทำงาน ศึกษาหาความรู้ หรือปล่อยให้ลูกเข้าร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อทำงาน... แต่จะมีสักกี่คนกันเล่าที่ใช้ทำงานจริงๆ 100% แบบไม่แตะเกมเลย! เกมออนไลน์ยุคบุกเบิกที่เป็นที่รู้จัก เช่น แร็คนาร็อค, เมเปิ้ล, อีโค่, Flyff, เคาท์เตอร์สไตรค์ ฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นเกมที่เล่นบนคอมทั้งนั้น ถึงแม้ว่าสมัยนี้จะมีเครื่องเล่นเกมวางจำหน่ายมากมาย แต่ผู้ผลิตเกมจำนวนมากก็ยังผลิตเกมที่สามารถเล่นบนคอมได้อยู่ เพราะเกมเมอร์จำนวนมากไม่ค่อยชอบความยุ่งยาก เดี๋ยวย้ายไปเครื่องนู้นเครื่องนี้เท่าไหร่นัก คอมพิวเตอร์ก็ถือเป็นอุปกรณ์เล่นเกมมาตรฐานที่เกมเมอร์ทุกคนต้องมีเลยแหละ   XBOX One ถึงแม้ว่าล่าสุด XBOX จะปล่อยตัวใหม่ออกมาแล้วก็คือ XBOX ONE X ซึ่งปล่อยเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา   XBOX One เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นเกมที่เกมเมอร์ "ควรจะมี" ติดบ้านเอาไว้ ถึงแม้ว่าหลายคนจะแนะนำว่าถ้าจะซื้อ XBOX ให้ไปซื้อ PlayStation ดีกว่า แต่สลอตรู้สึกว่าเราอาจจะขาดฟีลลิงบางอย่างไปถ้าไม่มีตัวนี้ ยกตัวอย่างเช่น เกมที่เป็นจุดขายของ XBOX ONE ล้วนแต่เป็นเกมแนวบอยๆ แมนๆ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ชายทั้งนั้น ต่างจาก PlayStation ที่จะมีเกมคนละแนวกับ XBOX เลย ถ้างบถึงแนะนำว่าให้จัดมาทั้งสองตัวนั่นแหละ ครบรสชาติความเป็นเกมเมอร์   SmartPhone ไอโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนมีนั่นแหละ มันก็สามารถเล่นเกมส์ได้นะ มีเกมส์ดังๆตั้งมากมายเช่น เกมส์รู้หมือไร่2 ยังไงล่ะ ใครยังไม่โหลดก็ไปโหลดได้ที่ : คลิกตรงนี้เพื่อดาวโหลด  และนอกจากเกมนี้ก็ยังมีเกมอื่นอีก ก็ลองไปหาดูหาเล่นก็แล้วกัน อิอิ
บทความ

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่ารักของคุณไปไม่รอด

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้โลกนี้ดำเนินไป ก็คือ ความรัก ความรัก เป็นความรู้สึกที่มอบให้ได้กับทุกคน ทุกสถานะ เช่น ความรักของครอบครัว, ความรักของเพื่อน, ความรักระหว่างสัตว์เลี้ยง แต่ความรักที่สลอตจะกล่าวถึงในวันนี้ คือความรักในรูปแบบของแฟน มุ้งมิ้งหน่อยๆ การมีแฟน มีคนรัก เป็นสิ่งที่ทำให้โลกสวยงาม เป็นสีชมพู อะไรก็ดูรื่นเริงไปหมด มะระต้มยังว่าหวาน แต่เมื่อถึงคราวหมดรัก ทุกอย่างกลับตาลปัตร อะไรดีก็กลายเป็นแย่ อะไรที่แย่อยู่แล้วก็ดึงให้เราแย่ลงไปอีก หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก เพราะไม่รู้ว่าคนรักของเรา หมดรักไปตอนไหน มันไม่มีสัญญาณอะไรบอกเลย ว่าเขาจะไม่ได้รักเราแล้ว แต่ถ้าหากลองสังเกตในหลายคู่ที่เลิกกันให้ดี จะรู้เลยว่า ก่อนที่พวกเขาจะเลิกคบกัน มักจะมีสัญญาณอะไรหลายๆ อย่างบอกอยู่ ว่ากำลังจะไปไม่รอดแล้ว เรายังสังเกตและรับรู้เวลามีคนมาแอบชอบเราได้เลย ทำไมเราจะไม่รู้ล่ะว่า คนรักของเราน่ะ ไม่ได้รักเราแล้ว? เพราะเราไว้ใจเขามากจนเกินไปยังไงล่ะ ลองมาสังเกตพฤติกรรมตามนี้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับความรักที่ยังไงก็ไปกันไม่รอด 1. เขาไม่คิดว่าปัญหาของคุณเป็นเรื่องใหญ่ หนึ่งในสิ่งที่เราต้องการเวลามีความรัก คือการที่คนรักของเราคอยปลอบใจ ช่วยแก้ไขปัญหาเวลาคุณเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก หรือเพียงแค่คนรักของคุณอยู่ข้างกาย คอยอยู่เงียบๆ นั่งรับฟังปัญหาของคุณ ตอนที่คุณเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตมามาก มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีมากแล้ว การรับฟังปัญหาของคนรักเป็นเวลาหลายชั่วโมง และพยายามคิดช่วยหาทางแก้ไขปัญหา เป็นสิ่งที่คนรักกันจะทำ เพราะเขาไม่อยากเห็นคนที่เขารักเครียดและย่ำแย่ไปมากกว่านี้ กลับกัน ถ้าหากเขาเริ่มหมด passion เอ้ย หมดรักในตัวคุณแล้ว ไม่ว่าปัญหาของคุณจะเล็กน้อย เช่น เครียดที่เพื่อนไม่ยอมไปเที่ยวด้วยกัน หรือปัญหาของคุณจะหนักหนา เช่น เกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ เขาจะมองว่าปัญหาของคุณเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง และมองว่าคุณคิดมาก คิดในแง่ลบกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปเอง ในบางคู่ เมื่อหมดรักอาจจะแค่ไม่สนใจเวลาคนรักของตัวเองมีปัญหา แต่บางคู่ นอกจากจะไม่สนใจแล้ว ยังตอกย้ำปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรักให้แย่ลงไปอีก คนรักกัน ต้องช่วยทำให้ชีวิตจิตใจของเราดีขึ้นในทุกด้าน การไม่สนใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรัก เป็นสัญญาณแรกที่ทำให้รู้ตัวว่า เขากำลังจะหมดรักเราแล้ว   2. รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน คู่รักแทบทุกคู่ มักจะชอบไปไหนมาไหนด้วยกันแค่ 2 คน ด้วยเหตุผลที่ว่า เวลาไปเที่ยวกับคนรัก จะเป็นการไปเที่ยวที่สบายใจที่สุด หรือเมื่อถึงเวลาพักผ่อน ก็เลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับคนรัก เพราะคนรักกัน เวลาอยู่ด้วยกันจะสบายใจ การได้เห็นหน้าคนที่เรารัก คนที่เราใช้ชีวิตด้วย มันเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว ต่อให้ไม่มีอะไรทำ นอนเฉยๆ แต่ถ้ามีคนรักมานอนอยู่ด้วย ก็จะรู้สึกดีขึ้นมามากมาย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิดวันหนึ่ง ไม่เขาก็ตัวคุณเองเกิดอึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน แปลว่าความรักของคุณส่อแววไปไม่รอดเสียแล้วล่ะ สาเหตุของความอึดอัดนั้นเกิดได้จากหลายๆ อย่าง เช่น มีเรื่องผิดใจกันแล้วยังไม่คืนดี, มีความลับซ่อนอยู่ หรือที่เลวร้ายที่สุดคือ อยากจะไปอยู่กับคนอื่นมากกว่า ความสบายใจ เป็นพื้นฐานขั้นแรกสุดของการมีความรัก ถ้ามีความรักแล้วไม่สบายใจ นั่นก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นความรักหรอกนะ   3. เขาไม่ใช่คนแรกที่คุณคิดถึง สำหรับคู่ข้าวใหม่ปลามัน หรือคู่รักที่รักกันเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจอเรื่องอะไรสักอย่างมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี เช่น นกอึใส่หัว, เจอคนทำพฤติกรรมแย่ๆ ใส่, เจอดาราที่หลงใหลมานาน คนแรกที่เรานึกถึง อยากจะเล่าให้ฟัง ก็ต้องเป็นคนรักของเรา อยากจะแชร์ทั้งเรื่องดีๆ และบ่นกับเรื่องแย่ๆ ให้คนรักรู้เป็นคนแรก เพราะเขาเป็นคนสำคัญ พูดแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ แต่ลองจินตนาการว่า ถ้าเรามารู้เรื่องราวของคนรักทีหลังคนอื่น และคนรักของคุณอ้างว่า 'เออ เราลืมบอกเธอเลย' คุณจะยังรู้สึกไหมว่าเขารักคุณ ใส่ใจคุณเหมือนเดิม มันเป็นอีกหนึ่งสัญญาณ ว่าคุณไม่ใช่ที่ 1 ในใจเขาอีกต่อไป คุณไม่มีความสำคัญมากพอที่จะต้องเล่าเรื่องราวที่เขาเจอมาให้คุณฟัง   4. ไม่ให้เกียรติ เป็นสัญญาณที่เลวร้ายที่สุด ว่าคนรักของคุณ หมดรักไปเรียบร้อยแล้ว คำว่าให้เกียรติ ไม่จำเป็นว่าจะต้องถึงขั้นปรนิบัติให้ทุกอย่าง ต้องลงไปผูกเชือกรองเท้าให้, ต้องคอยดูแลรับใช้ตลอด แต่การให้เกียรติ มันหมายความว่า การที่คนรักทำสิ่งใดๆ ก็ตาม ให้คุณรู้สึกมีค่า ไม่ดูแย่ ทั้งในที่สาธารณะ และเวลาอยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 ยกตัวอย่างการไม่ให้เกียรติคนรักกัน เช่น การทะเลาะกันเสียงดังในที่สาธารณะ, ใช้วาจาพูดเสียดสีจนทำให้รู้สึกไม่ดี นินทาข้อเสียของคุณให้คนรอบข้างได้รู้ ถ้าคนรักของคุณยังรักคุณอยู่ สิ่งที่สลอตว่ามา เขาจะไม่มีวันทำเด็ดขาด คนที่รักกัน จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องกันและกัน และการให้เกียรติ ไม่ได้เป็นแค่สัญญาณว่า คนรักของเรากำลังจะหมดใจแล้วเท่านั้น ยังสามารถใช้เป็นตัวดูนิสัยของคนอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนเก่าที่ไม่เจอนาน, คนแปลกหน้า เพราะการให้เกียรติ เป็นการกระทำให้ทำให้คนรอบข้างรู้ว่า คุณเป็นคนที่ใส่ใจในสิ่งต่างๆ มากแค่ไหน เวลาเราเจอคนแปลกหน้า เรายังต้องรู้จักให้เกียรติคนแปลกหน้าเลย แต่นี่กับคนรัก ถ้าหากคนรักไม่ให้เกียรติเรา ก็ต้องคิดต่อเอาเองแล้วล่ะ ว่าจะเอายังไงกับความสัมพันธ์นี้   5. มองว่าสิ่งอื่นสำคัญกว่าคุณ สัญญาณนี้ มักจะเป็นสัญญาณสุดท้าย และสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ว่าคนรักของคุณ ไม่ได้มองว่าความรักที่มี สำคัญแต่อย่างใด สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ พ่อแม่ ครอบครัว หลายคนมองว่า คนรักไม่สำคัญ แต่คนรักกำลังจะเป็น 1 ในครอบครัวของคุณในอนาคต ดังนั้น การมีคนรัก แปลว่าเราต้องใส่ใจคนรักให้พอๆ กับที่เราใส่ใจครอบครัว หลายคนยังให้ความสำคัญผิดๆ เช่น ให้ความสำคัญกับอิสระของตัวเอง, เพื่อน, การเที่ยวกลางคืน, งานอดิเรก เพราะคิดว่า แฟนเลิกไปก็หาใหม่ได้ แต่เพื่อน, อิสระที่มี ยังไงก็หาใหม่ไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว คนรักเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เวลาคุณมีปัญหาไม่ว่าเรื่องไหน คนรักก็จะเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้าง เพื่อน อาจจะมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาก็จริง แต่คนที่ต้องอยู่กับปัญหาร่วมกับคุณ คือคนรัก คนที่ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ การใช้ชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เห็นเหมือนกันว่า มองสิ่งไหนสำคัญมากที่สุด คนรักกันจะพยายามหาอะไรทำร่วมกันกับคู่รัก แต่กับคนที่หมดรักแล้ว เขาจะแยกย้ายกันทำกิจกรรมโดยไม่สนใจอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น เล่นเกมทั้งวัน, หมกมุ่นอยู่กับการแต่งรถ, ช็อปปิ้งเป็นชั่วโมง ใช้ให้เราถือของหนักๆ ให้ กรณีที่จะทำให้เห็นชัดมากที่สุด ว่าเขามองเราสำคัญที่สุดรึเปล่า คือสถานการณ์ที่เราได้รับบาดเจ็บจากอะไรสักอย่าง สมมติเช่น เราเผลอเดินไปชนรถยนต์สุดรัก เราล้ม แต่รถเขาเป็นรอย เขาจะพุ่งตัวไปดูแลเราหรือรถก่อน หรือเราเผลอทำขวดน้ำหอมราคาแพงของเขาตกลงมาแตก เศษแก้วกระจายเต็มพื้น เขาจะวิ่งเข้ามาดูแลเราว่ามีบาดแผลตรงไหนก่อน หรือ ด่าเราที่เราทำของสำคัญของเขาเสียหายก่อน ยังมีสัญญาณอีกมากมาย ที่ทำให้รู้ว่า ความรักของคุณอยู่ในระดับไหน พยายามทำตัวของเราเองให้ดีที่สุด เมื่อมีความรัก เพราะ ถ้าได้เจอคนที่เหมาะสมกับเรา เราก็จะได้ไม่เสียใจ หรือถ้าเจอคนที่ไม่ดีกับเรา เวลาเลิกกัน เขาก็ตำหนินินทาเราได้ไม่เต็มปาก สุดท้ายนี้ สลอตรักทุกคนนะ เลิฟๆ
บทความ

5 ของขวัญปีใหม่ที่สุดแสนจะสิ้นคิด

ใกล้จะถึงวันสิ้นปีแล้ว เป็นวันสำคัญที่ทุกคนรอคอย เพราะ 1 ปีจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (แหงสิ ก็วันสิ้นปีนี่นา) หลายคนที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี มักจะใช้ช่วงเวลาของเทศกาลปีใหม่นี้ในการเฉลิมฉลองหรือพักผ่อนหย่อนใจ เอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทุกคนจำเป็นต้องมีส่วนร่วม คือกิจกรรม จับฉลากของขวัญ! ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือวัยทำงาน ก็ต้อง (โดนบังคับ) มีส่วนร่วมกับกิจกรรมจับฉลากของขวัญอยู่แล้ว สิ่งที่ลุ้นระทึกที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะได้ของแพงรึเปล่า แต่ว่า เราจะได้ของที่ซ้ำกับปีที่แล้วรึเปล่า? เพราะในแต่ละปี จะต้องมีพวกมักง่าย เอาของง่ายๆ มาร่วมจับฉลาก ไม่ว่าจะเทศกาลไหนก็เอาของชิ้นเดิมๆ มาจับ แทนที่จะได้ของขวัญเพื่อเอามาใช้งานได้ แต่ดันได้ของขวัญที่ต้องเอาไปวางทิ้งในห้องเก็บของแทน จนเมื่อเราโตขึ้น เราก็พอจะเดาของที่อยู่ภายในกล่องของขวัญได้เลยโดยที่ไม่ต้องแกะ เพราะมันมีไม่กี่อย่างจริงๆ ที่คนชอบเอามาใช้จับฉลากกันจนเรียกได้ว่า สิ้นคิด!!   ชุดถ้วยกาแฟ จะมาลักษณะของกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แนวนอนความหนาประมาณ 1 คืบ อาจจะใหญ่กว่านั้นเพราะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ยัดกันแก้วแตก ถึงแม้ว่าจะเป็นของรางวัลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ จะเอาไปใช้ที่บ้านก็ได้ หรือที่ออฟฟิศก็ได้ หรืออาจจะเป็นลวดลายน่ารักหายาก แต่มันก็คือแก้วน้ำ มันเอาท์ไปแล้วอ้ะ เปลี่ยนได้ไหม? ใช้ได้ก็จริงแต่แก้วล้นบ้านจนใช้ไม่ทันแล้ว   นาฬิกา พอได้ของขวัญชิ้นนี้มาก็ทำให้แอบรู้สึกผิดเล็กๆ ว่าเราดูเป็นคนไม่มีเวลา ไม่ตรงต่อเวลามากมายขนาดนั้นเลยหรอ ได้นาฬิกาสวมข้อมือนี่ไม่เท่าไหร่ เผื่อสวมเสื้อผ้าบางตัวแล้วไม่เข้ากับนาฬิกาเรือนที่เรามีอยู่ แต่ไอ้นาฬิกาติดฝาบ้านเนี่ยสิ! ได้ของขวัญเป็นนาฬิกาเยอะจนจะถมสร้างห้องใหม่ได้แล้ว สลอตแนะนำว่า ถ้าสิ้นคิด ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรนอกจากนาฬิกาจริงๆ น่าจะซื้อนาฬิกาสวมข้อมือที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิงดีกว่านะ อย่างน้อยก็ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า   เซ็ตผ้าเช็ดตัว พอแกะกล่องของขวัญ วินาทีแรกเชื่อว่าทุกคนรู้สึกดีใจ เพราะที่เราเห็นคือเค้กสีสันสดใส, ผ้าหลากสีที่เหมือนกำลังห่ออะไรอยู่ แต่พอได้แกะออกมาคลี่ดูแล้ว เจ้าเค้กที่เราเห็นในวินาทีแรก คือผ้าเช็ดตัวที่ถูกพับ ม้วนจนมีรูปทรงคล้ายเค้ก ส่วนผ้าที่เหมือนจะห่ออะไรอยู่ ก็ไม่ได้ห่ออะไรเลย เป็นแค่ผ้าเช็ดตัวจืดๆ บางของขวัญนี่หนักเลย เพราะผืนเล็กจนใช้งานอะไรแทบไม่ได้! เชื่อว่าพอหลายคนได้แล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ หรือไม่ก็เอาไปให้ป้าแม่บ้านสำหรับทำความสะอาด สลอตแนะนำว่าสิ้นคิดขนาดไหนก็อย่าเลย เพราะหาซื้อง่ายมากกก แถมใช้งานได้ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ เสียความรู้สึกเปล่าๆ   ตุ๊กตา ถ้าเป็นการจับฉลากสมัยเรียน การนำตุ๊กตามาร่วมจับฉลากก็ยังพอถูๆ ไถๆ ไปได้ เพราะยังมีเวลาสำหรับตุ๊กตา หยิบตุ๊กตามากอดเล่นได้เวลาเบื่อๆ ว่างๆ แต่พอถึงวัยทำงานแล้ว หลายคนที่เป็นพวกรักตุ๊กตาก็แทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองสะสมตุ๊กตาอะไรไว้บ้าง ทิ้งไว้จนฝุ่นเกาะ และตุ๊กตาก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก นอกจากเป็นของเก็บสะสมสำหรับคนที่ชื่นชอบจริงๆ ใครที่ไม่ชอบก็เสี่ยงโดนโยนทิ้งตรงนั้นเลยก็ได้นะ ส่วนใหญ่อาจจะเห่อแค่ในช่วงแรก แต่สุดท้าย ก็ทำได้แค่วางไว้ตามมุมห้อง เอาอย่างอื่นดีกว่าเนอะ   คุกกีกล่องแดง สุดยอดของขวัญจับฉลากที่ทุกคนต้องเจอไม่ว่าในเทศกาลไหนๆ ! คุกกี้ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ยี่ห้อ อิมพีเรียล และ อาร์เซนอล ถึงแม้ว่าจะเป็นของขวัญที่ใช้ประโยชน์ได้จริง คือสามารถบริโภคได้ แถมอร่อยด้วย โดยเฉพาะชิ้นตรงกลางที่จะแย่งกินกันจนหมดเป็นอย่างแรก หรือจะนำไปใส่ของจุกจิกได้ ช่น ใส่เข็มใส่ด้ายอย่างที่คุณแม่คุณยายหลายๆ คนชอบทำกัน แต่เชื่อว่าทุกคนก็เอียนแล้วจ้า แต่ถ้าเป็นคุกกี้เสี่ยงทายก็ว่าไปอย่างนะ แนบรูปน้องๆ BNK มาให้ด้วย จะชื่นใจและขอบคุณมาก <3  
บทความ

5 สัตว์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก

ถ้าพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงสามารถตอบได้ ว่ามีตัวอะไรบ้างที่เข้าข่ายตัวใหญ่ที่สุดในโลก เพราะเป็นสิ่งสังเกตได้อย่างชัดเจน แถมยังใหญ่จนทำให้มนุษย์อย่างเราตะลึง แต่ถ้าพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกแล้ว เล็กที่สุดที่เรานึกออก คงจะเป็นมด หรือแมลง คิดคำตอบนอกเหนือจากนี้ไม่ค่อยจะออกเท่าไหร่ สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ มีหลากหลายและซับซ้อน มีสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดที่เราไม่เคยเห็น และไม่เชื่อว่ามันจะมี สิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด มีขนาดเล็กกว่าเล็บมือของมนุษย์เสียอีก เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้างที่ตัวเล็กจนน่าตกใจ ปล. ในการจัดอันดับนี้ สลอตรวบรวมมาแค่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ที่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น พวกหมีน้ำ จุลินทรีย์ ที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเล็กเกิน ไม่นับนะ!   อันดับที่ 5 Madame Berthe's Mouse Lemur สำหรับคนที่ดูสารคดีเป็นประจำ คงจะรู้กันดีกว่า ลิงที่คว้าอันดับ ลิงที่ตัวเล็กที่สุดในโลก คือ ลิงมาโมเสท โดยลิงมาโมเสทจะมีส่วนสูงมาตรฐานประมาณ 5.5 - 6.3 นิ้ว (14-16 เซนติเมตร) แต่เมื่ออ้างอิงถึงไพรเมต ซึ่งไพรเมตคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกลีเมอร์, ลิง, ลิงไม่มีหาง รวมถึงมนุษย์ จะพบว่า เจ้า Madame Berthe's Mouse Lemur เป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูลไพรเมต ด้วยส่วนสูงมาตรฐานเพียง 3.6 นิ้ว (ราวๆ 9.2 เซนติเมตร) เท่านั้น!! และยังมีน้ำหนักตัวเพียง 30 กรัมเท่านั้นเอง Madame Berthe's Mouse Lemur พบได้มากที่สุดในป่าทางตะวันตกของมาดากัสการ์ ถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 แม้จะเรียกได้ว่า เพิ่งค้นพบเจ้าไพรเมตสายพันธุ์นี้ได้ไม่นาน แต่ Madame Berthe's Mouse Lemur ก็อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ในอนุสัญญาไซเตสแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนไป รวมถึงการบุกรุกของมนุษย์ มันเป็นลิงขนสั้น ที่มีสีขนออกไปทางสีเหลืองเข้มคล้ายชินนาม่อน มีลวดลายสีน้ำตาลอ่อนตามลำตัว หางของมันไม่ยาวมากนักเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นในตระกูลเดียวกัน มันใช้ชีวิตแทบจะทั้งชีวิต ทั้งกินนอนอยู่บนเถาวัลย์ กิ่งไม้สูง ไม่ค่อยไปไหนไกล และไม่ค่อยขยายพันธุ์ ปรับตัวเพื่ออาศัยอยู่ตามแหล่งที่อยู่อื่น นักวิทยาศาตร์เชื่อว่า มันเป็นสิ่งชีวิตพิเศษเพียงไม่กี่ชนิดบนโลก ที่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตในสภาพแวดล้อมเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลงหรือโยกย้ายไปไหน สำหรับใครที่อยากดูตัวจริง ว่าตัวจะเล็กน่ารักขนาดไหน คงต้องดูแต่ในกูเกิลแล้วล่ะ   อันดับที่ 4 Etruscan Shrew หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม หนูผีจิ๋ว นั่นแหละ สาเหตุที่คนไทยตั้งชื่อมันว่า หนูผี ด้วยลักษณะหน้าตามันที่มีจมูกยืดยาวจนผิดปกติจากหนูชนิดอื่น มีอุปนิสัยดุร้าย ชอบกัดกันเอง ส่งเสียงขู่ตลอดเวลา แถมหนูผียังมีต่อมกลิ่นที่สามารถส่งกลิ่นเหม็นมากๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หนูผีจิ๋ว ที่ติดอันดับสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กที่สุดในโลกนี้ ไม่ได้มีอุปนิสัยดุร้ายเหมือนหนูผีทั่วไปหรอกนะ แต่ที่มันได้ชื่อว่าเป็นหนูผีน้ำหน้า เพราะหน้าตาของมันที่ค่อนข้างคล้ายกับหนูผีธรรดานั่นเอง ถามว่า แล้วจะแยกหนูผี กับ หนูผีจิ๋ว ได้ยังไง? หนูผีจิ๋ว ก็ตามชื่อ มันจะมีขนาดเล็กจิ๋วมากๆ ด้วยความยาวลำตัวเมื่อโตเต็มที่เพียง 36 - 53 มิลลิเมตร หรือราวๆ 4 - 6 เซนติเมตรเท่านั้น และมันมักจะอาศัยตามพื้นที่เปียกชื้น ตามพงหญ้ารก มักจะพบบ่อยในภาคเหนือของประเทศไทย เรื่องอาหาร การกิน อุปนิสัยของมันก็แทบจะไม่สุงสิงกับใคร ด้วยขนาดตัวที่เล็ก มันจึงกินเพียงหนอนแมลงขนาดเล็กเท่านั้น แต่มันต้องกินในปริมาณเยอะมาก เพราะมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ระบบเผาผลาญดีมาก มันกินอาหารมากกว่าน้ำหนักตัว 1.5 - 2 เท่าของน้ำหนักตัวในทุกๆ วันเลยนะ สายตาของหนูผีจิ๋วก็ไม่ค่อยจะดีนัก ในการออกล่าแมลงตัวเล็กๆ มันจะใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นในการล่าแทน และมันก็น่าสงสารมากเลยทีเดียว เพราะสิ่งมีชีวิตที่คุกคามแหล่งที่อยู่ของมันมากที่สุด ก็คือ มนุษย์ เพราะรังของหนูผีจิ๋วจะอยู่ตามพื้นดิน พื้นหญ้าทั่วไป ซึ่งมนุษย์อย่างเราอาจเผลอเหยียบ หรือเผลอทำลายไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ใครไปภาคเหนือแล้วเจอพงหญ้ารกชื้น ก็ลองสังเกตพื้นดูดีๆ นะ เผื่อจะเจอเจ้าหนูจิ๋ว   อันดับที่ 3 Kitti's Hog-Nosed Bat มีชื่อภาษาไทยว่า ค้างคาวคุณกิตติ สำหรับตระกูลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งโลก ค้างคาวคุณกิตติ ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กมากที่สุด โดยลำตัวของมันยาวเพียง 29 - 33 มิลลิเมตร (1.1 - 1.6 เซนติเมตร) เท่านั้น! แถมน้ำหนักยังเบาหวิวเพียงแค่ 2 กรัม ต่างประเทศจึงเรียกมันด้วยอีกชื่อหนึ่งว่า bumblebee bat หรือค้างคาวผึ้ง เพราะขนาดตัวที่เล็กจิ๋วมากนั่นเอง หน้าตาของเจ้าค้างคาวคุณกิตติ คือมีจมูกใหญ่เป็นพิเศษ จนคล้ายกับหมู คนไทยหลายคนจึงเรียกมันว่า ค้างคาวหน้าหมู ส่วนอื่นก็มีลักษณะคล้ายกับค้างคาวทั่วไป ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย ก็อยู่อาศัยในถ้ำร่วมกับค้างคาวสายพันธุ์อื่นตามปกติ สำหรับในประเทศไทย จะพบได้มากในถ้ำ จ.กาญจนบุรี รวมถึงถ้ำในประเทศพม่า อาหารการกิน ค้างคาวคุณกิตติ กินแมลงตัวเล็กเป็นหลัก เช่น แมลงวัน, แตน หรือแม้กระทั่งแมงมุมขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ค้างคาวคุณกิตติ ถูกจัดว่าเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ และถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พรบ. สัตว์สงวน เนื่องจากแหล่งที่อยู่ของค้างคาวคุณกิตติ ถูกรุกรานโดยนักท่องเที่ยว และบรรดาคนที่ล่าค้างคาว หรือใช้ประโยชน์จากค้างคาวในการค้าขาย นอกจากนี้ พฤติกรรมการล่าเหยื่อของค้างคาวคุณกิตติ ก็เสี่ยงทำให้ตัวมันเองสูญพันธุ์เช่นกัน เนื่องจากมันมักจะออกหากินเพียง 30 นาที ในช่วงค่ำ และเพียง 20 นาทีในตอนเช้าเท่านั้น ซึ่งช่วงเวลาที่มันออกหากิน เป็นช่วงที่อากาศเย็น และมักจะมีฝนตก ทำให้ลำบากในการหาอาหารเป็นอย่างยิ่ง   อันดับที่ 2 Paedocypris เป็นปลาชนิดหนึ่ง ที่ถูกจัดอันดับว่า เป็นสายพันธุ์ปลาที่มีขนาดเล็กมากที่สุดในโลก โดยขนาดที่เล็กที่สุดที่พบนั้นมีความยาวเพียง 7.9 มิลลิเมตร (0.31 นิ้ว) เท่านั้น และขนาดใหญ่ที่สุดของสายพันธุ์นี้ที่พบ ก็มีความยาวเพียง 10.3 มิลลิเมตร (0.41 นิ้ว) เท่านั้น! ถ้าเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็มีขนาดเล็กกว่าเล็บมือของมนุษย์เสียอีก Paedocypris นั้นอาศัยอยู่ตามหมู่เกาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียว และเกาะบินตัน รูปร่างลักษณะของปลา Paedocypris นั้นมีลำตัวใส สามารถมองเห็นอวัยวะภายในตั้งแต่บริเวณหัว ยันก้างของมันได้ด้วยตาเปล่า ด้านที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของเจ้าปลา Paedocypris แม้มันจะได้เปรียบในเรื่องที่อยู่ เพราะไม่ว่าแหล่งน้ำจะมีขนาดเล็ก หรือประสบกับความแห้งแล้งมากขนาดไหน เพียงแค่มีน้ำจำนวนเล็กน้อย พวกมันก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แล้ว เนื่องด้วยขนาดตัวของมันที่เล็กมากๆ แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน ด้วยความที่ตัวเล็กมาก มันจึงไม่สามารถต้านกระแสน้ำแรงได้ เมื่อมีการไหลของน้ำ การระบายน้ำไปที่อื่น หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ก็ทำให้มันทยอยล้มตาย จนอาจจะสูญพันธุ์ได้เช่นกัน เพราะมีการคาดการณ์ว่า หากมนุษย์ยังกระทำสิ่งที่ส่งผลต่อแหล่งน้ำ โดยที่ไม่สนใจสัตว์น้ำอยู่เรื่อย เจ้า Paedocypris จะสูญพันธุ์อย่างถาวรในปี ค.ศ. 2040 ที่จะถึงนี้   อันดับที่ 1 Paedophryne amauensis Paedophryne amauensis คืออึ่งชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าของปาปัวนิวกินี มันได้รับการบันทึกว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมากที่สุดในโลก ด้วยขนาดตัวมาตรฐานเพียง 7.7 มิลลิเมตรเท่านั้น!! เรียกได้ว่า มีขนาดเล็กกว่าเล็บของมนุษย์ และเล็กกว่าเหรียญเสียอีก วงจรชีวิตของมัน เริ่มต้นมาก็แปลกแล้ว เพราะมันไม่มีช่วงชีวิตที่เป็นตัวลูกอ๊อด เหมือนสัตว์ตระกูลอึ่ง ตระกูลกบชนิดอื่น ถึงตัวมันจะเล็กขนาดนี้ แต่เวลามันกระโดดทีนึง มันสามาารถกระโดดไปได้ไกลมากกว่า 30 เท่าของขนาดตัวมันเลย! หลายคนคงจะสงสัยว่า ตัวมันเล็กขนาดนี้ แล้วมันกินอะไร? Paedophryne amauensis กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก เช่น แมลงต่างๆ ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัย มันก็อาศัยอยู่ตามพื้นดิน กองใบไม้เหมือนกับกบทั่วไป ตอนนี้ยังไม่ปรากฎว่า เจ้าอึ่งชนิดนี้เสี่ยงสูญพันธุ์หรืออะไรยังไง ใครอยากเห็นตัวจริงก็ยังมีโอกาสอยู่ แต่ระวังเหยียบน้องนะ!   ขอบคุณรูปจากวิกิพิเดีย
บทความ

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

พูดถึงสัตว์ สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้แล้ว หลายคนมักจะนึกถึงภาพของเจ้าตัวมีขนปุกปุย หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารัก ไม่มีพิษมีภัย แต่ถ้าพูดถึงกลิ่นเหม็นแล้ว กลิ่นเหม็นเป็นสิ่งที่คนร้อยทั้งร้อยไม่อยากจะได้กลิ่น ไม่อยากจะเข้าใกล้ เพราะมันไม่น่าอภิรมย์ใจเลยสักนิด แต่รู้หมือไร่ ว่าสัตว์แทบจะทุกชนิดบนโลก ล้วนแต่มีกลิ่นเหม็นทั้งนั้นแหละ เพราะมันอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เปื้อนดินโคลน ไม่มีสบู่ ยาสระผมเหมือนอย่างเรา อย่างไรก็ตาม กลิ่นเหม็นของสัตว์ หลายคนก็ยังพอรับได้ เช่นกลิ่นตัวแมว ที่แทบจะไม่มีเลย เพราะมันทำความสะอาดตัวเองตลอด ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นสุดๆ อยู่ เหม็นในระดับที่สามารถทำฝูงคนแตกฮือได้เลยล่ะ มันไม่ได้เหม็นเพราะมันไม่อาบน้ำนะ แต่สัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นมากๆ มักจะมีเหตุผลของมันอยู่ ว่าทำไมตัวมันถึงเหม็นขนาดนั้น   1. ตัวกินมด (Lesser Anteater) คนส่วนใหญ่รู้จักเจ้าตัวกินมดในฐานะสัตว์ที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด ด้วยบริเวณจมูกและปากของมันที่ยื่นยาวโดดเด่นออกมา มีไว้สำหรับล่าเหยื่อที่เป็นอาหารของมัน นั่นก็คือ บรรดามดปลวกแมลง ที่มักจะอาศัยอยู่ตามโพรงเล็กๆ เวลามันหิว มันก็จะใช้จมูกและปากสุดแสนจะยื่นยาวของมันสอดเข้าไปในรังแมลง จากนั้นก็ใช้ลิ้นที่ยาวมากกว่าปากของมัน สอดเข้าไปตามช่องทางต่างๆ ในรัง และตวัดเหล่าแมลงในรังเข้าปาก แต่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่า นอกจากรูปร่างมันจะเป็นเอกลักษณ์แล้ว กลิ่นตัวของมันก็มีเอกลักษณ์สุดๆ เช่นกัน เคยสงสัยมั้ยล่ะ ว่าทำไมเจ้าสัตว์ที่กินแต่แมลงตัวเล็ก ไม่มีพิษมีภัยอะไร ถึงไม่ค่อยโดนล่าเป็นเหยื่อเหมือนสัตว์อ่อนแอชนิดอื่น อย่างเช่น กวาง, ม้าลาย เพราะกลิ่นตัวของมันยังไงล่ะ! ตัวกินมด มีต่อมกลิ่นบริเวณใต้โคนหางของมัน กลิ่นของตัวกินมดเลวร้ายมากพอที่จะทำให้มันรอดจากการล่าได้ ว่ากันว่า กลิ่นของมันเหม็นยิ่งกว่าสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นที่สุดในโลกระดับตำนาน ซึ่งก็คือ สกังก์ มากถึง 4-7 เท่าเลยทีเดียว! และถ้าหากว่าสัตว์นักล่าไม่แคร์เรื่องกลิ่น พยายามจะกินเจ้าตัวกินมดให้ได้ล่ะก็ ตัวกินมดมีแขนและกรงเล็บที่แข็งแรงคอยป้องกันตัวเองอีกชั้นหนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ออกโรงต่อสู้หรอกนะ เพราะแค่ปล่อยกลิ่นก็บ๊ายบายกันหมดแล้ว   2. มวนง่าม, มวนเหม็น (Stink Bug) ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ก็เป็นชื่อที่ทำให้รู้ถึงตัวตนของมันทันที มวนง่าม เป็นแมลงที่พบได้ทั่วไปในแทบจะทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย มีลักษณะกลม หลังโค้งงอเล็กน้อยคล้ายกับแมลงเต่าทอง มีความยาวลำตัวเพียงไม่เกิน 1 เซนติเมตรเท่านั้น ทันทีที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือถูกคุกคาม ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้ามนุษย์อย่างเราไปสะกิดหรือตบตัวมัน มวนง่าม จะปล่อยสารเคมีเฉพาะตัวของมันออกมา ซึ่งมีกลิ่นเหม็นมาก! เหม็นออกแนวเหม็นสาป ซึ่งเป็นกลิ่นเหม็นที่สลอตเกลียดมากก ตามธรรมชาติ มวนง่ามปล่อยสารเคมีชนิดนี้ไว้เพื่อป้องกันตัว ไม่ให้ถูกสัตว์ชนิดอื่น เช่น กิ้งก่า, นก กินมันเป็นอาหาร แต่สำหรับเราที่คุกคามมันเพราะรำคาญหรือหวาดกลัว ก็จะซวยนิดนึง เพราะมันเหม็นมากจริงๆ ว่ากันว่า มวนง่ามบางชนิด สามารถพ่นสารเคมีที่มีกลิ่นเหม็นนี้ได้อีกด้วย! ถึงมันจะดูน่าสงสาร ที่ไม่มีอะไรไปสู้เขาเลย นอกจากสารเคมีเหม็นๆ แต่ขอบอกเลยว่า เจ้ามวนง่ามนี่เป็นศัตรูพืชตัวฉกาจเลยล่ะ เพราะมันกินหมด ทั้งพืช ผัก ผลไม้ ใบหญ้า เรียกได้ว่า นอกจากมันจะนำพาเอากลิ่นเหม็นมาเยือนเราแล้ว ยังทำลายสวนของเราอีก!   3. สกังก์ (Skunk) เป็นสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นระดับตำนาน ที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยยังเด็กแล้ว เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับสัตว์ป่าตัวอื่นตามธรรมชาติ แถมมันก็ไม่ได้เป็นสัตว์ที่มีความคล่องแคล่วว่องไว ถึงขนาดวิ่งหนีนักล่าได้ จึงทำให้สกังก์มีวิวัฒนาการ สามารถปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาได้ สิ่งที่ทำให้สกังก์เป็นสัตว์มีกลิ่นเหม็นที่โดดเด่นกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะมันไม่ได้เพียงแค่ปล่อยกลิ่นเหม็นให้โชยไปตามอากาศเท่านั้น แต่มันยังสามารถฉีดสารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นออกจากร่างกายของมันได้ไกลถึง 3 เมตร!! ความสามารถดังกล่าว ก็เป็นความสามารถสำหรับการป้องกันตัวเช่นกัน เพราะนอกจากจะทำให้สัตว์นักล่ามึนงงเพราะกลิ่นสุดแสนจะเหม็นเน่าแล้ว การฉีดสารเหลวใส่ ก็ทำให้สัตว์นักล่าตกใจ สารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นดังกล่าว ยังมีกลิ่นที่เหม็น ติดทนนาน ต้องใช้เวลาสักพักเลยล่ะกว่ากลิ่นจะหมด อารมณ์ประมาณโดนน้ำปลาร้าหกใส่ (แต่กลิ่นสกังก์ไม่ได้หอมเหมือนกลิ่นปลาร้าหรอกนะ) แต่ในปัจจุบัน คนก็เริ่มเอ็นดูสกังก์มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าหากมันไม่ได้ถูกคุกคามจนปล่อยสารเหลวกลิ่นเหม็นออกมาแล้ว สกังก์ก็เป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดหนึ่งเลยล่ะ รูปลักษณ์ภายนอกที่มีขนฟูฟ่อง สีขาวสลับดำแต่ไม่ได้ดูน่ากลัว ตาสุดแสนจะแป๋วแหวว พฤติกรรมที่ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นวิ่งไล่กัดใคร จนหลายๆ คนในบางประเทศ เริ่มนำสกังก์มาดูแลเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านกันแล้วล่ะ   4. แมลงตด (Bombardier Beetle) เป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยอย่างเรารู้จักกันดี และเพียงแค่ชื่อของมัน ก็ทำให้คนที่ได้ยินรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ และไม่อยากเข้าใกล้ทันที สาเหตุที่มันถูกเรียกว่า แมลงตด นั้น เพราะยามเมื่อมันพ่นของเหลวมีกลิ่นออกมา มันไม่ได้พ่นเงียบๆ หรือมีเสียงเหมือนกับงูพ่นพิษ หรือสัตว์อื่นพ่นสารเหลว แต่มันพ่นออกมาด้วยเสียงที่คล้ายกับการผายลม ตดนั่นแหละ มันเลยได้ชื่อว่า แมลงตด และสารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นของมัน ไม่ได้มีดีเฉพาะกลิ่น แต่ยังเป็นพิษรุนแรงในระดับที่สามารถให้ผิวหนังของมนุษย์เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนคล้ายถูกกรดได้ หรือถ้าหากโชคร้าย ถูกแมลงตดพ่นสารเหลวใส่ดวงตาเข้าล่ะก็ ส่งผลให้ตาบอดและเสียชีวิตได้เลย สาเหตุเป็นเพราะ สารเหลวที่มีพิษและกลิ่นเหม็นของมัน เกิดจากการผสมกันระหว่างสารพิษไฮโดรควิโนน และ สารพิษไฮโดนเจนเปอร์ออกไซด์ และเมื่อมันต้องการจะปล่อยออกมา สารพิษทั้ง 2 ตัว ก็จะไปผสมดกับเอนไซม์ที่มีในร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นสารพิษ และ ความร้อน ขึ้นในเวลาเดียวกัน นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นฉุน ชวนปวดหัวแล้ว ยังทำให้ปวดแสบปวดร้อนอีก ใครที่เจอเจ้าแมลงตัวนี้ ก็อย่าได้คิดจะต่อสู้กับมันเลยนะ   5. วูลเวอรีน (Wolverine) แม้จะมีชื่อคล้ายกับซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดัง แต่ลักษณะต่างๆ ของเจ้าวูลเวอรีนสุดเหม็นนี้ ไม่ได้ใกล้เคียงกับซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังคนนั้นเลย หลายคนอาจจะรู้จักชื่อนี้ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ แต่ไม่เคยรู้จักในฐานะสัตว์โลก และไม่รู้จักกับกลิ่นเหม็นของมันด้วย มารู้จักกับเจ้าวูลเวอรีนที่มีกลิ่นเหม็นจนติดอันดับนี่กันดีกว่า วูลเวอรีน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์เพียงพอน (เช่น นาก) ถึงภายนอกมันจะดูเป็นสัตว์ขนฟูน่ารัก ขนาดกำลังน่าฟัด แต่อุปนิสัยของมันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมันได้รับฉายาว่า "จอมตะกละ" วูลเวอรีนเป็นสัตว์กินเนื้อ มักจะชอบล่าเหยื่อที่อ่อนแอกว่าเป็นอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์ที่กำลังจำศีลหรือนอนหลับอยู่ และมันยังเป็นสัตว์ที่แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ วูลเวอรีนสามารถโค่นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า เช่น กวางมูส กวางแคริบูได้! ด้วยขากรรไกรที่แข็งแรง กรงเล็บอันแหลมคม แถมผิวหนังของมันก็ยังหนามาก เรียกได้ว่า มีความสามารถทั้งบุกรุกและตั้งรับ มาถึงตรงนี้คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะว่า ทำไมเจ้าวูลเวอรีนถึงติดอันดับสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็น เพราะสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นชนิดอื่น ใช้กลิ่นเหม็นเพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่า แต่เจ้าวูลเวอรีนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ทำไมถึงตัวเหม็นล่ะ? จุดประสงค์การใช้กลิ่นเหม็นของวูลเวอรีน จะแตกต่างจากสัตว์อีก 4 ชนิดที่ติดอันดับนี้ โดยวูลเวอรีน จะใช้กลิ่นในการแบ่งอาณาเขต ซึ่งกลิ่นของมันก็ไม่ได้น่าอภิรมย์ใจสักเท่าไหร่เลย เพราะกลิ่นของมันจะคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ แบบว่าถ้ามีวูลเวอรีนอาศัยอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ รวมถึงยังทำกลิ่นบนอาหารที่มันกำลังกินอยู่ เพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าของอีกด้วย นี่ขนาดใช้กลิ่นแค่สร้างอาณาเขตนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าในอนาคตเจ้าวูลเวอรีนมีวิวัฒนาการ สามารถใช้กลิ่นในการต่อสู้ล่าศัตรูได้ ถึงเวลานั้น กลิ่นมันจะนรกขนาดไหน!


Loading...