5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

10 มิถุนายน 2560

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อยู่หลากหลายชนิดนับไม่ถ้วน

ทั้งที่ค้นพบแล้ว และยังไม่ค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก จนแทบจะล้นโลกอยู่แล้ว แม้จะมากขนาดนี้

ก็มีสัตว์หลายชนิดที่สูญพันธุ์ล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยการปรับตัวตามสภาพอากาศไม่ทัน

หรือเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เช่น การที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เนื่องจากอุกกาบาต แต่เชื่อหรือไม่ว่า

ยังมีสัตว์อีกจำนวนหนึ่งที่มีชีวิตรอดมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบันนี้!

 

เต่ายักษ์กาลาปากอสสายพันธุ์ Chelonoidis Elephatopus

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

มนุษย์เข้าใจผิดว่า เต่าชนิดนี้สูญพันธุ์ไปตั้งแต่ 150 ปีที่แล้ว แต่ล่าสุด

ได้มีการค้นพบพันธุกรรมของเต่าสายพันธุ์นี้อย่างน้อย 30 ตัวที่ยังมีชีวิตรอดอยู่!

โดยพวกมันอาศัยอยู่บริเวณที่ลาดชันภูเขาไฟ ทางเหนือของเกาะอิซาเบลา

ห่างจากถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษไป 30 กิโลเมตร

 

ปลาอัลลิเกเตอร์ Alligator Gar

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

ปลาอัลลิเกเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า ปลาจระเข้ ซึ่งในบ้านเรานิยมเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง

แท้จริงแล้ว มันถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อ 100 ล้านปีก่อน!

เป็นปลาพื้นเมืองของแถบฟลอริด้าและลุ่มแม่น้ำมิซิซิปปี้ ลักษณะเด่นของมันคือ ปากที่ยื่น กลม ยาว

คล้ายกับปากของจระเข้ แถมยังมีฟันที่แหลมคม เป็นที่นิยมในฐานะสัตว์แปลก

 

กระเบนราหู

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

เป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่ชาวไทยเห็นกันจนชินตา แต่มันมีชีวิตมาตั้งแต่ช่วงยุคจูราสสิค หรือตั้งแต่ 100 ล้านปีก่อน!

แม้จะเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในตะกอนใต้น้ำ และดูไม่มีพิษมีภัย แต่พิษที่หางของมันนั้นอันตรายอย่างมาก!

 

กุ้งไดโนเสาร์ Triops

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

Triops มีชื่อเรียกสองชื่อคือ กุ้งไดโนเสาร์ และ กุ้งโบราณ รูปร่างของมันเล็กจิ๋วมาก ยาวแค่ 1-3 นิ้ว

ลำตัวเป็นแท่งยาว เป็นปล้องๆ บริเวณหัวเป็นกระดอง เอาง่ายๆ

ว่ารูปร่างคล้ายกับแมงดาทะเล แต่ไม่มีกระดูกสันหลัง

สัตว์ชนิดนี้มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่เมื่อสมัย 200 ล้านปีก่อน! แม้ว่ามันจะมีอายุไขที่สั้น เพียง 2-3 เดือน

แต่มันมีข้อดีคือ แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และไข่ของมันสามารถทนในสภาพอากาศต่างๆ ได้

และจะฟักเป็นตัวเมื่อมีอุณหภูมิที่เหมาะสม!

 

หมีน้ำ Waterbear

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

แม้รูปร่างรวมถึงชื่อเรียกของมันจะดูมุ้งมิ้ง และมีขนาดเพียง 1.5 – 0.1 มิลลิเมตร

แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า มันมีชีวิตมาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก!

เนื่องจากมีการพบซากดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุดของหมีน้ำในช่วงกลางของยุคแคมเบรียน (542 – 488 ล้านปีที่แล้ว)!

สาเหตุที่มันอยู่มานานได้ถึงขนาดนี้ เนื่องจาก มันเป็นสัตว์ที่ทรหดที่สุดในโลก พบมันได้ทุกที่

ไม่ว่าจะเป็นบนเทือกเขาหิมาลัยที่มีความสูงกว่า 6,000 เมตร หรือแม้แต่ทะเลลึก 4,000 เมตร

สามารถทนแรงดันได้มากถึง 6,000 เอทีเอ็ม ซึ่งแรงดันบรรยากาศที่มนุษย์เจอกันอยู่ทุกวันนี้ มีค่า 1 เอทีเอ็มเท่านั้น แปลว่า

มันสามารถทนได้มากกว่าแรงดันของทะเลที่ลึกที่สุดได้ถึง 6 เท่าตัว! นอกจากนี้

มันยังสามารถทนรังสีรวมถึงสารเคมีต่างๆ ได้ มีชีวิตได้แม้จะอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -272 องศาเซลเซียส

รวมถึงมีชีวิตในอุณหภูมิที่สูงถึง 151 องศาเซลเซียสได้ มันสามารถอดน้ำได้นานถึง 200 ปี! และถึงแม้ว่า

จะแห้งตายเนื่องจากขาดน้ำนานกว่า 100 ปี แต่หากมีน้ำมาโดนตัวมันล่ะก็ มันก็สามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://songkhlatoday.com/paper/97932

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!