WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

9 มิถุนายน 2560

 ‘WeRateDogs’  คือบัญชีบน Twitter ที่จะคอยประเมินความน่ารักของเหล่ามะหมา

โดยให้แฟนๆทางบ้านส่งรูปสุนัขของตนเองเข้ามาและพวกเขาจะให้คะแนนว่าเต็ม 10 ได้เท่าไหร่ ?

แต่ก็มีเรื่องราวฮาๆที่บางครั้งภาพที่ถูกส่งมามันก็ไม่ใช่หมา !!?

เห้ย แล้วพวกเขาจะว่ากันยังไงและมันจะมีตัวอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันเลยดีกว่า ชะแว่บบ

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

“เห้ย นี่มัน... ‘ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์’ นี่หว่า พวกเราให้คะแนนกันได้แค่น้องหมานะ

คุณส่งรูปหมากันมาสิเห้ย แต่ก็ขอบคุณนะ.. เอาไปก่อน 10/10”

 

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

“เราให้คะแนนกันได้แค่สุนัข ได้โปรดอย่าส่งรูปภาพของเทพเจ้าเหยียบผิวทะเลมาให้เราเลย... แต่ก็เอาไป 14 เต็ม 10”

 

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

เราให้คะแนนกันได้แค่น้องหมา ได้โปรดอย่าส่งรูปลูกชายวัย 31 ของคุณ

ที่หมกตัวอยู่แต่กับบ้านไม่ยอมโตและไม่ออกไปหาการหางานทำสิ... 11/10”

 

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

“นี่มันเจ๋าอุ๋ง!”

 

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

“คุณส่งรูปไกด์สิงโตทะเลชาวใต้หวันมาให้เราทำไม?”

 

WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

“เอาจริงดิครับ? อีกแล้วเหรอ? อย่าส่งรูปฉลามหัวค้อนมาให้เราเลยครับ ...ขอบคุณ 12/10”

 

ฮ่าๆๆ ก็เป็นเรื่องราวเฮฮาน่ารักๆของพวกเขากันนะจ๊ะ ที่ร่วมหยิบภาพน้องหมามาแซวกันแบบขำๆ กวนๆ

ซึ่งนอกจากภาพเหล่านี้ยังมีอีกเยอะแยะมากมายเลยล่ะ

หากสนใจไปชมความน่ารักกันแบบเต็มๆหรืออยากส่งรูปน้องหมาของตัวเองบ้างละก็สามารถ

ไปติดตามได้ที่บัญชี @dog_rates บน Twitter  

 

ส่วนเพื่อนๆคนไหนไม่อยากส่งรูปหมา แต่อยากส่งรูปภาพน่ารักๆของน้องสลอตมาให้ประเมิน ก็สามารถส่งกันมาที่พวกเราได้เลยนะ 555+

วันนี้ไปละจ้า

ซียูอะเกน

 WeRateDogs มาให้คะแนนเจ้าตูบกัน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก WeRateDogs

ที่มา : http://www.boredpanda.com/funny-not-a-dog-tweets

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา    
บทความ

Netflix 5เรื่องใหม่ประจำเดือนตุลาคม

สิ่งที่หลายคนประสบพบเจอในการติดตามดูซีรีส์บน Netflix มักจะเจอกับปัญหาเบื่อกับซีรีส์ที่กำลังดูอยู่ จะหาดูซีรีส์เรื่องใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะดูเรื่องไหนดี? เพราะส่วนใหญ่เป็นซีรีส์ตอนยาว ที่มีมานานหลาย Season แล้ว จะไปดูก็ต้องย้อนไปดูตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งขี้เกียจอ่ะ ถ้าสนุกขึ้นมาก็ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี ซีรีส์ที่ใหม่เอี่ยมอ่อง ใสกิ๊ง ไม่ได้เป็นภาคต่อก็หาค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ว่าจะไม่มี เพราะในเดือนตุลาคม เป็นเดือนแห่งเทศกาลฮาโลวีน ความสยองขวัญ แน่นอนว่า Netflix จะต้องหาซีรีส์ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเดือนสุดสยองนี้มาให้ผู้ชมได้ชมกันอยู่แล้ว และก็ไม่ได้มีแค่แนวสยองขวัญเท่านั้น ยังมีซีรีส์แนวดราม่า แอ็คชัน แฟนตาซี เปี่ยมไปด้วยคุณภาพมากมายในเดือนตุลาคมนี้ ใครที่พลาดไป ก็ย้อนดูได้เลย เพราะส่วนใหญ่เพิ่งฉายได้ไม่นานนี้เอง เรียกได้ว่า เป็นเดือนแห่งซีรีส์ระดับเทพจริงๆ Eliteออกอากาศตอนแรก 5 ตุลาคม ซีรีส์จากสเปน ที่พวกเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เพราะส่วนใหญ่มักจะดูซีรีส์อังกฤษ, อเมริกา, เกาหลี หรือญี่ปุ่น แต่ Elite เป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ เพราะเนื้อหาและความแซ่บ เข้มข้น จนลืมนอนไปเลย! Elite มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรงเรียนระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งของสเปน ที่จะมีแต่ลูกคนมีเงิน หรือคนที่มีหน้ามีตาในสังคมเท่านั้น ที่จะมีโอกาสเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนก็ได้คัดเลือกให้เด็กชนชั้นแรงงานทั่วไปจำนวน 3 คน ได้มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนระดับแนวหน้าสุดหรูแห่งนี้ มองเพียงผิวเผิน ก็คงจะเป็นซีรีส์แนวชีวิตวัยรุ่นไฮสคูลธรรมดา และอาจจะเจาะลึกถึงความยากลำบากของนักเรียน 3 คนนั้น แต่ Tags ของเรื่องนี้คือ อาชญากรรม, ดราม่า, เขย่าขวัญ !! เพราะทันทีที่นักเรียนจากกลุ่มชนชั้นแรงงาน มีโอกาสได้เข้าไปใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเอกชนไฮโซ การแบ่งชนชั้น และปัญหา ก็ตามมาติดๆ จนก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง ปัญหาเรื่องรักใคร่ จนนำไปสู่เหตุการณ์ฆาตกรรม! ใครจะเป็นต้นเหตุ? ระหว่างเด็กนักเรียน 3 คน ที่มาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างจากคนในโรงเรียนสุดขั้ว หรือในรั้วโรงเรียนสุดแสนจะหรูหรา มีปัญหาเน่าเฟะซ่อนเอาไว้อยู่แล้ว? เนื้อหาของ Elite ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องฆาตกรรม หรือการสืบหาคดีเพียงอย่างเดียว แต่ความสัมพันธ์สุดแสนจะยุ่งเหยิงของตัวละครแต่ละตัว ฉากมีเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนให้ความเห็นว่า 'โคตรเหมือนจริง' ยังมาช่วยสร้างความบันเทิง ความแซ่บให้กับเนื้อหาของซีรีส์เป็นระยะ ถึงได้ชื่อว่า เป็นซีรีส์ที่เข้มข้น และแซ่บมากยังไงล่ะ! อีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษ คือเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยระบบ 4K เห็นชัดยันรูขุมขน ชัดเจนทุกอณูความรู้สึกของตัวละครเลยล่ะ ปัจจุบัน มีทั้งหมด 8 ตอน HAUNTEDออกอากาศตอนแรก 12 ตุลาคม เนื่องด้วยเดือนตุลาคม เป็นเดือนของเทศกาลวันฮาโลวีน Netflix เลยต้องจัดซีรีส์แนวสยองขวัญให้คนดูสักหน่อย เรื่องนี้ยังไม่ได้แนวสยองขวัญธรรมดา แต่ถึงขั้นทำให้คนดูขนหัวลุกได้เลย HAUNTED เป็นเรื่องสั้น จบในตอน ตอนละประมาณ 20-30 นาที เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบดูอะไรนานๆ หรือหาอะไรสั้นๆ ดูคั่นระหว่างรอแฟนแต่งตัว รอเพื่อนเดินทาง ฯลฯ HAUNTED เป็นซีรีส์แนวสยองขวัญที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากเรื่องอื่น การเล่าเรื่องของซีรีส์หลอนนี้ จะเป็นการให้ผู้ที่พบเจอกับเหตุการณ์ลี้ลับจริงๆ มานั่งเล่าให้ฟัง อารมณ์ประมาณรายการเดอะช็อค, โกสต์เรดิโอ อะไรพวกนี้แหละ และจะมีการฉายภาพจำลองเหตุการณ์ ตามที่ผู้พบเจอเล่าให้ฟัง มีทั้งเรื่องสยองขวัญสุดหลอน ที่เราก็ไม่แน่ใจว่า พวกเขาทนมาได้ยังไง หรือแม้กระทั่งเรื่องหลอน แต่ฟังดูแล้วซึ้ง สงสาร น้ำตาคลอก็มี ยกตัวอย่างเช่นตอนแรกของซีรีส์นี้ คือตอน ผู้หญิงในชุดขาว เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ที่อพาร์ตเมนท์พร้อมกับครอบครัว แต่มีเขาเพียงคนเดียว ที่เห็นว่ามีหญิงสาวแขวนคออยู่ในตู้เสื้อผ้าของเขา หรือตอนที่ 3 ของซีรีส์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอเชื่อว่า มีวิญญาณร้ายอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินที่บ้านของเธอ เพราะคนในครอบครัวของเธอ เคยใช้ห้องใต้ดิน เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์มาก่อน! แค่ฟังเรื่องเล่าผีๆ ก็น่ากลัวพออยู่แล้ว ซีรีส์นี้ยังมีการจำลองเหตุการณ์ให้เราอินไปกับเนื้อเรื่องมากกว่าเดิมอีก ด้วยความที่แต่ละตอนมีระยะเวลาไม่นานมาก และจบบริบูรณ์ในตอน เนื้อหาของทุกๆ ตอนจึงเข้มข้น ไม่ยืดเยื้อ ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 ตอน The Haunting of Hill Houseออกอากาศตอนแรก 12 ตุลาคม สุดยอดซีรีส์สยองขวัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ ถามว่าสยองแค่ไหน? ก็แม้แต่ สตีเฟน คิงส์ นักเขียนนิยายแนวสยองขวัญระดับแนวหน้าของโลก ก็ยังเอ่ยปากชมว่า ซีรีส์เรื่อง The Haunting of Hill House เป็นซีรีส์แนวสยองขวัญ ที่จัดอยู่ในระดับอัจฉริยะ! เนื้อเรื่องก็เหมือนกับหนังสยองขวัญแนวครอบครัวทั่วไป โดยเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ Hill House พวกเขาต้องพบเจอกับเหตุการณ์สุดสยองขวัญ ที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต และปัจจุบันในทุกการกระทำ แต่สิ่งที่แหวกแนวออกมาคือ หนังสยองขวัญเรื่องนี้ คือมีความเป็น 'ผี, วิญญาณ' จริงๆ ปกติซีรีส์แนวสยองขวัญ สุดท้ายมักจะเกิดจากคำสาปหรือปีศาจซาตาน ที่หลายครั้งมีความน่ากลัวจนเกินกว่าที่คนปกติจะพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน สำหรับ The Haunting of Hill House เป็นความสยอง ขนหัวลุกที่เราพบเจอได้ในทุกวัน ไร้ซึ่งฉากตุ้งแช่ ทำให้เราตกใจ เพราะความสยองขวัญจะโผล่มาให้เราเห็นแบบซึ่งหน้า และไม่ทันได้ตั้งตัว รวมถึงมีการซ่อนผีวิญญาณอยู่ในทุกฉาก ถ้าหากเราหลุดโฟกัสจากตัวละครหลัก ไปมองฉากหลัง มองหน้าต่าง มองบันได หรือตามมุมมือ ก็อาจจะเจอกับใครสักคนที่กำลังจ้องมองคุณอยู่ ราวกับชีวิตจริง ที่ก่อนเราจะเจอวิญญาณ มันไม่มีเสียงไวโอลินให้เราลุ้นก่อนเจอหรอก มีแต่เงยหน้าปุ๊บ เจอปั๊บ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัย แล้วเราจะตกใจได้จริงๆ หรอ กับการที่จู่ๆ ผีโผล่มาโดยไม่มีเสียงประกอบเร้าอารมณ์? ขอบอกเลยว่า มี แถมยังเป็นฉากชวนช็อกที่ทำให้หลายคนกดปิดไปเลยด้วย สำหรับเนื้อหาของเรื่องนี้ ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม ในช่วงแรกอาจจะน่าเบื่อไปสักหน่อย เพราะตัวละครมีค่อนข้างเยอะในระดับหนึ่ง และหลายอย่างจะค่อนข้างไม่มีความสมเหตุสมผล แต่เมื่อดูตอนต่อไป ปริศนาหลายอย่างที่เราสงสัย ก็ถูกเฉลย ความไม่สมเหตุสมผล ก็มีการเล่าถึงที่มา ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ทั้งเนื้อเรื่อง และความสยองขวัญ จัดว่าอยู่ในระดับมาสเตอรพีซทั้งคู่ แฟนพันธุ์แท้หนังสยองขวัญ ห้ามพลาดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด! ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 ตอน Bodyguardออกอากาศตอนแรก 24 ตุลาคม นอกจากเดือนตุลาคม จะเป็นเดือนแห่งซีรีส์สยองขวัญแล้ว ยังเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยซีรีส์สุดแสนจะเข้มข้นจริงๆ อย่างเรื่อง Bodyguard ก็เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาดุเดือดเรื่องหนึ่งเลยล่ะ Bodyguard เป็นซีรีส์แนวอาชญากรรม, ดราม่า, แอ็คชัน ว่าด้วยเรื่องของ เดวิด บัดด์ ที่เคยรับหน้าที่เป็นทั้งตำรวจและทหาร เคยผ่านสงครามจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายมาก่อน เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น เขากลายเป็นทหารผ่านศึก ที่ได้รับมอบหมายให้คุ้มกันรัฐมนตรีมหาดไทย โดยรัฐมนตรีมหาดไทยที่เขาต้องคุ้มกันนั้น เป็นผู้สนับสนุนและมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามที่บัดด์เคยต้องต่อสู้ นอกจากเขาจะไม่ถูกชะตากับรัฐมนตรีฯ สาวคนนี้อย่างรวดเร็วแล้ว เมื่อได้รู้ประวัติของเธอ ว่าเธอเป็นนักการเมืองที่อันตรายมากแค่ไหน ก็ทำให้เขายิ่งไม่ถูกชะตากับเธอมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้รับมอบหมายจากเบื้องบนว่า ต้องปกป้องรัฐมนตรีฯ สาวคนนี้ตามหน้าที่บอดีการ์ดให้ดีที่สุด และเขาต้องล้วงข้อมูลจากเธอให้ได้ด้วย ว่าเธอมีแผนจะทำอะไรต่อไป เพราะรัฐมนตรีฯ คนนี้ ได้ชื่อว่า เป็นคนที่ร้ายกาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อบัดด์พิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ไม่ได้มีเพียงแค่คนคนเดียว ที่จะสามารถทำเรื่องที่อันตรายและน่ากลัวได้มากมายขนาดนี้ เขาต้องสืบให้ได้ว่า เหตุการณ์จราจลความวุ่นวายนี้ ต้นเหตุนั้นเกิดจากอะไร? และใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง? แม้หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย เพราะยังไม่ได้ดู และไม่มีการรีวิว โปรโมทโดยคนไทยอย่างกว้างขวางมากนัก แต่ซีรีส์เรื่องนี้ ได้คะแนนสูงถึง 8.3 เต็ม 10 บนเว็บไซต์ imdb และมีเรทติ้งสูงขึ้นมากเรื่อยๆ ในทุกตอน ปัจจุบัน มีทั้งหมด 6 ตอน ตอนละประมาณ 1 ชั่วโมง Chilling Adventures of Sabrina ออกอากาศตอนแรก 26 ตุลาคม จากผู้สร้างเดียวจากซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังอย่าง Riverdale (แถมผู้สร้างยังแอบกระซิบว่า Riverdale กับเรื่องนี้ อยู่ในจักรวาลเดียวกันด้วยนะ!) Chilling Adventures of Sabrina เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซี แอบมีความสยองขวัญเล็กๆ เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ซาบริน่า เด็กสาววัย 15 ปี อาศัยอยู่ในเมือง Greendale เธอไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา แต่เธอเป็นครึ่งมนุษย์ ครึ่งแม่มด ซึ่งในวันครบรอบวันเกิดอายุ 16 ปี ที่กำลังจะถึงนี้ เธอจำเป็นต้องเลือกว่า เธอจะใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เต็มตัว หรือเป็นแม่มดเต็มตัวไปเลย แต่ซาบริน่าตัดสินใจว่า เธอจะใช้ชีวิตแบบนี้ ใช้ชีวิตทั้งเป็นมนุษย์และเป็นแม่มดควบคู่กันไป เพราะเธอละทิ้งโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์ไปเลยไม่ได้ และเธอจะทิ้งสายสัมพันธ์ที่สืบทอดของครอบครัวมานานก็ไม่ได้เช่นกัน จนเกิดความยุ่งเหยิงทั้งเรื่องครอบครัวลามไปจนถึงชีวิตประจำวันของเธอ เพราะทางครอบครัวของเธอ ก็จะให้เป็นแม่มดให้ได้! แม้ตัวอย่างของ Chilling Adventures of Sabrina จะดูเป็นซีรีส์โทนสดใส แต่เอาเข้าจริง มันค่อนข้างดาร์คและมีความสยองขวัญในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกันกับเวทมนต์ โลกของแม่มด ที่มีภูติผีปีศาจ มันก็ไม่ได้เข้าขั้นสยองขวัญแบบหนังผี แต่ก็ไม่ได้สดใสแบบหนังวัยรุ่นทั่วไปเท่านั้นเอง ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับคะแนนโหวตมากถึง 8 เต็ม 10 บนเว็บไซต์ imdb และได้รับคะแนนสูงถึง 88 เต็ม 100 จากเว็บไซต์ rottentomatoes หลายๆ คนก็น่าจะได้เห็นการโปรโมทเรื่องนี้บนสื่อโซเชียลต่างๆ แล้ว เพราะได้น้องๆ BNK48 มาร่วมโปรโมทในประเทศไทยด้วย ใครชอบซีรีส์แนววัยรุ่น แฟนตาซี มีความลี้ลับนิดหน่อย ครบรส ต้องดูเลย! ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 ตอน
บทความ

5อนิเมะแนวหุ่นยนต์แนะนำ

เมื่อลองไล่รายชื่ออนิเมะใหม่ๆ ในช่วงนี้ดูแล้ว ก็ดูมีแต่อนิเมะแนวคอมเมดี้, แอ็คชันทั่วไป หรือจิตวิทยาไปเลย หนึ่งในแนวอนิเมะที่หายไป และนานๆ จะโผล่มาที คืออนิเมะแนว Mecha หรืออนิเมะแนวหุ่นยนต์ ที่ในเรื่อง จะมีการปรากฎตัวของหุ่นยนต์ การสู้กันของหุ่นยนต์ ยกตัวอย่างที่เพิ่งจบไปไม่นานมากนักก็เรื่อง Darling in The Franxx สลอตเชื่อว่า หลังจากเรื่อง Darling in The Franxx หลายคนเกิดอาการลงแดง อยากดูอนิเมะแนวหุ่นยนต์อีก แต่ก็แทบไม่มีเรื่องใหม่ๆ เรื่องไหนทำแนวนี้ออกมาเลย ถ้าของใหม่ไม่มี ก็ย้อนกลับไปดูอนิเมะแนวหุ่นยนต์ที่ฉายจบไปแล้วซะสิ สลอตขอบอกเลยว่า ในช่วงที่ผ่านมา อนิเมะแนวหุ่นยนต์มันส์ๆ มีเยอะมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกัน เพราะหลายคนไม่ค่อยชอบอนิเมะแนวหุ่นยนต์เท่าไหร่นัก ขอแค่ลองเปิดใจดู มันไม่ได้มีแต่หุ่นยนต์คุยกันทั้งเรื่องหรอก ยังไงหุ่นยนต์ก็ต้องถูกบังคับโดยมนุษย์อยู่ดี อนิเมะแนวหุ่นยนต์ที่สลอตจะแนะนำต่อไปนี้ มีทั้งเก่าและใหม่ผสมกันไป ล้วนแล้วแต่เป็นอนิเมะแนวหุ่นยนต์ที่อยู่ในระดับขึ้นหิ้งทั้งนั้น รับรองเลยล่ะ ถ้าได้ดูแล้ว จะหยุดดูไม่ได้สักเรื่อง ระวังไม่ได้นอนล่ะ!   อันดับที่ 5 Full Metal Panic! หลายคนเข้าใจผิดว่า Full Metal Panic! คือหนึ่งในจักรวาลคู่ขนานของเรื่อง Full Metal แต่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยแม้แต่นิด เป็นเพียงแต่การ์ตูนที่มีชื่อคล้ายกันเท่านั้นเอง โดย Full Metal Panic! เป็นอนิเมะแนวหุ่นยนต์ (Mecha) ขนานแท้ สำหรับเรื่องนี้ ก็มีภาคแยกหลายภาคด้วย มีทั้งภาคเนื้อเรื่องหลักที่ค่อนข้างเข้มข้น ซีเรียส และภาคเบาสมอง ที่มีแต่ความตลกเฮฮา ของเหล่าตัวละครในเรื่อง ที่เราจะแนะนำ ก็คือภาคหลักซึ่งเป็นภาคแรกของเรื่องนี้ Full Metal Panic! มีตัวเอกคือ ซางาระ โชสึเกะ เขาเป็นทหารขององค์กรลับมิทริล ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบสุขของโลก เขาได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่ม ม.ปลาย เพื่อทำภารกิจปกป้องเด็กสาว ม.ปลาย ที่มีนามว่า จิโดริ คานาเมะ เนื่องจากทางการสงสัยว่า เธอมีความสามารถพิเศษ ที่สามารถควบคุมเข้าถึงเทคโนโลยีอาวุธสงครามร้ายแรงของหุ่นยนต์ต่างๆ ในเรื่อง คานาเมะถูกองค์กรลับที่ไม่ประสงค์ดีหลายองค์กรหมายหัว โชสึเกะจึงต้องรับหน้าที่ปกป้องเธอนั่นเอง แต่เขาเป็นทหารเต็มตัว ที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวด เมื่อโชสึเกะต้องมาใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนมัธยมปลายที่ไม่มีความอันตรายใดๆ เหมือนกับสงครามที่เขาเคยเจอ ทำให้เขาหลุดระแวง ป้ำๆ เป๋อๆ จนทำให้ในโรงเรียนมองว่า โชสึเกะเป็นคนที่คลั่งไคล้ในด้านทหารจนล้นคนหนึ่ง Full Metal Panic! เริ่มต้นเรื่องด้วยความเฮฮาในรั้วโรงเรียนมัธยมปลาย และค่อยๆ พาคนดูเข้าสู่ความตึงเครียดของสนามต่อสู้หุ่นยนต์รบ ความโหดของโชสึเกะ ความสามารถลับของคานาเมะ และการหลบหนีจากพวกคนไม่ดี สามารถดึงเนื้อเรื่องให้มันส์จนถึงจุดสูงสุดได้ ใครที่อยากดูแอ็คชันมันส์ๆ มีความตลกเฮฮาสอดแทรก ไม่เครียด ไม่ดราม่าจนเกินไป ก็ต้องดูเรื่องนี้เลย!   อันดับที่ 4 Code Geass แม้ Code Geass จะไม่ใช่อนิเมะแนวหุ่นยนต์แบบ 100% และเป็นที่รู้จักในฐานะอนิเมะแนวปวดตับมากกว่า ปวดตับทั้งเนื้อเรื่อง และปวดตับในฐานะที่ปล่อยให้แฟนคลับรอภาคต่อนาน แต่หลายคนก็ให้การยอมรับว่า ฉากหุ่นยนต์ต่อสู้กันในเรื่อง Code Geass นั้น ก็สนุกพอตัวเลยทีเดียว Code Geass เป็นอนิเมะแนวสงครามทางการเมือง การยึดครองอำนาจ โดยจะอยู่ในยุคสมัยที่มีประเทศมหาอำนาจนาม บริททาเนีย มีอำนาจและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูง สามารถยึดครองได้หลายประเทศ รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ที่โดนเปลี่ยนชื่อเป็น Area 11 หลังโดนยึดอำนาจ และชาวญี่ปุ่นถูกกดขี่ ใช้งานราวกับทาส พระเอกของเรา ลูลูซ แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าชายแห่งบริททาเนีย แต่เขากลับถูกพ่อแท้ๆ เนรเทศออกมา ให้มาอยู่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับน้องสาว แม่ของเขายังเสียชีวิต จนทำให้น้องสาวของเขาถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก จนตาบอดและเดินไม่ได้ ลูลูซจึงเกิดความแค้น และคิดจะโค่นอำนาจของบริททาเนียให้ได้ และเขายังได้รับพลัง 'กีอัส' จากหญิงสาวคนหนึ่ง โดยเป็นพลังที่สามารถบังคับจิตใจคนได้ เพียงแค่สบตา ลูลูซจึงใช้ความสามารถนี้ และความเฉลียวฉลาดของเขา ในการทำลายจักรวรรดิบริททาเนีย พูดง่ายๆ เขาต้องทำสงครามกับประเทศที่เคยอยู่ และบรรดาญาติพี่น้องของเขา ความมันส์ด้านสงครามจิตวิทยา เล่ห์กลของทั้งสองฝ่ายก็สุดยอดอยู่แล้ว Code Geass ยังเสริมด้วยฉากแอ็คชันของหุ่นยนต์ต่อสู้สุดล้ำอีก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตะลุยบุกขึ้นไปถึงอวกาศเหมือนเรื่องอื่น แต่พลังของหุ่นยนต์แต่ละตัวในเรื่อง ก็ถือว่าอยู่ในระดับทำลายล้าง เป็นอนิเมะที่มีครบทุกรสชาติความสนุกอยู่ในเรื่องเดียว เข้มข้นทุกตอน ทุกคนที่ได้ดู พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ห้ามพลาดอนิเมะเรื่องนี้เด็ดขาด" !   อันดับที่ 3 Evangelion อนิเมะอีกเรื่องที่มีชื่อเสียงในด้านเนื้อเรื่องสุดแสนจะเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่อ้างอิงจากคัมภีร์ของศาสนายิว และ ศาสนาคริสต์ และเนื้อเรื่องในด้านอื่น เช่น ความสัมพันธ์ของตัวละคร, สงครามต่างๆ เข้มข้นมากจนถึงขั้นทำให้คนดูหลายคนปวดตับไปตามๆ กัน Evangelion เล่าถึงโลกยุคที่ถูกอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมา จนทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายไปมากถึง 2 ใน 3 ของประชากรทั้งโลก ซึ่งภายหลัง พวกเขาได้พบว่า นั่นไม่ใช่อุกกาบาตธรรมดา แต่เป็นการรุกรานโดยเหล่าเทวทูต จึงมีการจัดตั้งสหประชาคมโลก องค์กรพิทักษ์มนุษยชาติขึ้น เพื่อหาทางต่อสู้กับเหล่าเทวทูต ก่อนที่โลกจะถูกทำลายจนหมดสิ้น และการต่อสู้ของพวกเขาก็คือ การใช้หุ่นอีวานเกเลี่ยน (ชื่อเดียวกับชื่อเรื่อง) ที่ต้องถูกขับเคลื่อนโดยเด็กอายุ 14 ปีที่กำพร้าแม่เท่านั้น หุ่นยนต์เอวานเกเลี่ยน ก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาที่ขับเคลื่อนได้ง่าย ไม่อย่างนั้นคงไม่จำกัดหรอกว่า ต้องเป็นเด็กอายุ 14 ที่กำพร้าแม่ หลายครั้ง ผู้ขับขี่ก็ถูกหุ่นยนต์กลืนกินไปเลยก็มี การต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์ในเรื่องนี้ ก็ถือว่าอยู่ในระดับโหด ดิบ เถื่อน เลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะเป็นหุ่นยนต์ แต่ก็มีบาดแผล มีเลือดออกเหมือนกับมนุษย์ แน่นอนว่าด้วยความที่หุ่นยนต์ เวลาต่อสู้มันปะทะกันแรงอยู่แล้ว เวลาต่อสู้ เลือดก็จะสาดซะจนไม่กลัวว่าสีแดงจะหมดจากโลกเลย การต่อสู้ในเรื่องนี้ ดำเนินการด้วยการใช้หุ่นยนต์ล้วนๆ ใครที่อยากดูอนิเมะแนวหุ่นยนต์แบบเต็มอิ่ม ก็ต้องเรื่องนี้เลยล่ะ อาจจะเก่าไปหน่อย แต่ทุกอย่างก็ยังดีมาก   อันดับที่ 2 Tengen Toppa Gurren Lagann แม้ว่าจะเป็นอนิเมะที่ค่อนข้างเก่า (ฉายในช่วงปี พ.ศ. 2550) และไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างสักเท่าไหร่นัก แต่ Gurren Lagann เป็นอนิเมะที่ 100 คนดู 100 คนนั้นก็บอกว่า สนุกแบบตะโกนไปพร้อมกับตัวละครเลยล่ะ! ชื่อไทยของเรื่องนี้คือ อภินิหารหุ่นทะลวงสวรรค์ ชื่อเรื่องแปลไทยอาจจะดูตะหงิดๆ แต่ถ้าดูไปเรื่อยๆ แล้ว มันก็เป็นไปตามชื่อเรื่องนั่นแหละ ในช่วงแรกของ Gurren Lagann จะดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์เท่าไหร่นัก เพราะจะเกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มนามว่า ชิม่อน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านใต้ดิน ในแต่ละวันของชิม่อน เขาไม่ทำอะไรนอกจากขุดดิน ขุดอุโมงค์อย่างเดียว เพื่อขยายหมู่บ้าน กระทั่งวันหนึ่ง เขาขุดไปเจอสว่านแปลกตาขนาดเล็ก และขุดไปเจอกับส่วนใบหน้าของหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ เขายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่ง หุ่นยนต์ขนาดยักษ์บุกลงมายังหมู่บ้านใต้ดินที่เขาอาศัยอยู่ พร้อมกับหญิงสาวนาม โยโกะ ที่ปรากฎตัวมาพร้อมๆ กับหุ่นยักษ์นั่น หลังจากนั้น ชีวิตของชิม่อนก็เปลี่ยนไปตลอดกาล! และเนื้อเรื่องก็เปลี่ยนไปเลย! Gurren Lagann ได้รับการยกย่องว่าเป็นอนิเมะหุ่นยนต์ที่สนุก สะใจมากที่สุด โดยคนดูทุกคนบอกเคล็ดลับว่า ถ้าจะดูเรื่องนี้ให้สนุก ต้องละทิ้งเหตุและผล ความเป็นไปได้ลงถังขยะไปให้หมด เพียงแค่สนุกไปกับเนื้อเรื่องก็เพียงพอแล้ว! ลูกบ้า ความอลังการ ความทะเยอทะยาน จะพาคนดูทะลวงไปถึงสวรรค์! คนดูมากกว่าครึ่งให้ความคิดเห็นว่า อินจนถึงขั้นเผลอตะโกนร่วมไปกับตัวละครก็มี เพราะเพลงประกอบของ Gurren Lagann นั้นบิวต์อารมณ์คนดูได้เป็นอย่างดี สรุปก็คือ เป็นอนิเมะหุ่นยนต์ที่โคตรจะมันส์จนหาคำมาอธิบายไม่ได้ และเป็นอนิเมะไม่กี่เรื่อง ที่ไม่มีกูรูมาติว่าฉากนั้นฉากนี้ไม่สมเหตุสมผล เพราะคนที่มีโอกาสได้ดูทุกคน สนุกไปกับเนื้อเรื่องจนลืมความเป็นไปได้จนหมดสิ้นแล้วยังไงล่ะ! (ขอบอกเลยว่า ฉากพีคของเรื่องนี้ ไม่ว่าใครได้ดูต้องอุทานยาวๆ กันทุกคน)   อันดับที่ 1 ตระกูลกันดั้ม เนื่องจากอนิเมะ Gundam มันมีหลากหลายภาคเหลือเกิน เลยขอสรุปรวมๆ เลยว่า อนิเมะหุ่นยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คืออนิเมะในตระกูล Gundam ทั้งหมดนั่นเอง! รับประกันความเทพ ด้วยการออกอากาศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 ยิงยาวต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีแฟนคลับติดตามตลอด แถมยังสามารถเรียกให้คนรุ่นใหม่มาติดตามได้อยู่ตลอดเวลา! กันดั้ม คืออนิเมะที่มีเนื้อเรื่องหลักคือการต่อสู้กันของหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ สำหรับคนที่ไม่เคยดู และไม่รู้จะดูภาคไหนก่อนดี ภาคแรกก็เก่าเกินไป จะสุ่มมาสักภาคก็กลัวว่าจะไม่สนุก ไม่ถูกใจ แนะนำภาค Gundam Seed และ Gundam OO เพราะเป็นภาคที่แฟนกันดั้มให้ความคิดเห็นในแง่บวกมากที่สุด ว่าโอเคในทุกด้าน ถ้าใครยังไม่ชอบอีก ก็ลองเลือกจากหุ่นยนต์ดู ชอบหุ่นยนต์กันดั้มตัวไหน ก็ไปสืบเอาว่ามันมาจากภาคไหน แล้วดูภาคนั้นแหละ เดี๋ยวก็ชอบเอง เนื่องจากกันดั้มแต่ละภาค มีเนื้อหาที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เรื่องนี้สลอตก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะอยู่ในระดับตำนาน ถึงขั้นกลายเป็นซิกเนเจอร์ของประเทศญี่ปุ่นไปแล้วด้วย มีทั้งหุ่นขนาดยักษ์ตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ กันพลา, เกม, หนัง ฯลฯ ใครที่ไม่รู้จะดูอนิเมะหุ่นยนต์เรื่องไหนจริงๆ ก็ลองเริ่มจากกันดั้มเนี่ยแหละ คลาสสิคที่สุดแล้ว ในความคิดเห็นส่วนตัวของสลอต มองว่า หุ่นยนต์จากเรื่องกันดั้ม เป็นหุ่นยนต์ที่สวย สมบูรณ์แบบมากที่สุด ไม่ขาดและไม่เกิน คือเรียกว่าเป็น 'หุ่นยนต์รบ' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ในขณะที่เรื่องอื่นค่อนข้างฉีกเกินไปหน่อย
บทความ

5 เพลงง่ายๆ สำหรับฝึกร้องเพลง

การร้องเพลง เป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่มักจะทำในเวลาว่าง เพื่อผ่อนคลายความเครียดต่างๆ ถ้าเป็นคนที่เสียงดี มีพรสวรรค์อยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ดีไม่ดี มีแมวมองลากไปเซ็นสัญญาเป็นนักร้องอีก แต่สำหรับคนเสียงไม่ดีเนี่ยสิ จะร้องเพลงอะไรก็โดนด่า โดนสั่งให้หยุดร้องเดี๋ยวนี้ ร้องเพลงที่บ้านก็โดนปารองเท้าใส่ จนมีสะสมเป็นร้อยๆ คู่แล้ว การจะหาเพลงสำหรับฝึกเสียงร้องก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะสมัยนี้ นักร้องมักจะฟาดฟันกันด้วยพลังเสียง คนที่ร้องเพลงไม่ค่อยเป็นจะร้องตาม ก็หอบก่อนจะถึงท่อนฮุคด้วยซ้ำ แล้วเพลงอะไรบ้างล่ะ ที่ร้องง่าย เหมาะกับการฝึกร้องเพลง? สลอตได้รวบรวมเอาไว้แล้ว มีทั้งเพลงไทย เพลงสากลสำหรับฝึกภาษาไปพร้อมๆ กับฝึกร้องเพลง และเพลงที่มีคอร์ดกีตาร์ง่ายๆ สำหรับฝึกร้องเพลง ไปพร้อมกับฝึกเล่นกีตาร์ด้วย! 1. เพลง One Love ศิลปิน Blue  หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักเพลงและศิลปินวงนี้สักเท่าไหร่ เพราะนี่เป็นเพลงเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 แต่ถ้าลองเปิดฟัง ก็น่าจะคุ้นหู เพราะเป็นเพลงที่ดังพอตัวเลยล่ะ Blue เป็นวงบอยแบนด์แนวป็อบ อาร์แอนด์บี จากเกาะอังกฤษ แม้จะเป็นวงที่เน้นการใช้เสียงร้อง แต่เพลงแรกๆ ก็เน้นให้ร้องง่าย ติดหู ฟังง่าย ฟังครั้งเดียวก็สามารถฮัมตามได้เลย จะมีไม่กี่เพลงที่มีการขึ้นเสียงสูงแบบอลังการ เพลง One Love เป็นหนึ่งในเพลงแรกๆ ที่ทางวงปล่อยออกมา เป็นเพลงจังหวะค่อนข้างช้า คำศัพท์ง่ายๆ พื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคย ท่อนฮุคก็ร้องแต่คำว่า One Love ตั้ง 6 รอบ ตามด้วยประโยคสั้นๆ ที่เหมือนกันทุกท่อนฮุค โทนเสียงไม่สูงและไม่ต่ำเกินไป สามารถร้องตามได้ทั้งหญิงและชาย มีการขึ้นเสียงสูงเพียงท่อนเดียว นั่นก็คือ ท่อนก่อนเข้าท่อนฮุคที่ 2 แต่ก็สามารถร้องเสียงโทนธรรมดาไปก็ได้ เพราะเนื้อร้องก็เนื้อเดียวกับท่อนก่อนเข้าท่อนฮุคแรก ด้วยความที่เป็นเพลงแนวป็อบอาร์แอนด์บี จึงทำให้ฟังเพื่อฝึกร้องเพลงได้ทั้งวัน ถ้าร้องจนคล่องแล้ว ก็ลองขึ้นเสียงไฮโน็ตดูนะ!   2. เพลง ลูกอม ศิลปิน วัชราวลี เพลงดังที่แทบไม่มีวัยรุ่นคนไหนไม่รู้จัก และแทบไม่มีใครร้องตามไม่ได้ ไม่ว่าจะเดินห้าง เดินตลาดนัด เข้าร้านอาหาร เที่ยวกลางคืน ก็เจอเพลงนี้เปิดทั้งวันทั้งคืน หลอนยิ่งกว่ากังนัมสไตล์ เพลงไม่เร็วไม่ช้าจนเกินไป นักร้อง ร้องต้นฉบับเอาไว้ชัดถ้อยชัดคำ ไม่จำเป็นต้องดูเนื้อก็สามารถร้องตามได้อย่างสบายๆ เนื้อเพลงน่ารัก ร้องได้ทุกโอกาส ร้องเพื่อจีบสาวก็ได้ จะร้องเพื่อเพิ่มความหวานให้คู่รักก็ได้ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อใช้ในงานแต่งงานนั่นเอง แต่เดิมแล้ว เพลง ลูกอม เป็นเพลงเฉพาะกิจ ที่แต่งขึ้นมาสำหรับใช้ในงานแต่งงานของเจ้าสาวที่มีชื่อเล่นว่า ลูกอม และมีชื่อจริงว่า วัชรวลี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเพลง และชื่อวงนั่นเอง แม้ตัวเพลงจะมีการขึ้นเสียงสูง แต่ก็ไม่ได้สูงมากถึงขนาดร้องตามไม่ได้ คนร้องเสียงเพี้ยน ลองร้องเพลงนี้ก็ดูไม่ได้เพี้ยนมากเมื่อเทียบกับการร้องเพลงอื่น ร้องคลอไปเรื่อยๆ พยายามฝึกให้ตรงคีย์ทีละท่อนนะ! พอคล่องแล้ว ก็ขึ้นไฮโน็ตได้เลยยย   3. เพลง รอพี่ก่อน ศิลปิน Shade พูดแค่ชื่อเพลงและศิลปิน อาจจะไม่ค่อยมีคนคุ้นเคยมากนัก แต่ถ้าเปิดฟังเพลงสักท่อน จะร้องอ๋อ! แน่นอน เพราะเป็นเพลงฟังง่าย เนื้อหาน่ารัก ร้องไม่เร็วเกินไป และไม่ได้ใช้เทคนิคการร้องที่อลังการอะไร เป็นการใช้เสียงร้องแบบธรรมดา ให้เข้ากับเนื้อเพลง โดยเนื้อเพลงนี้ เกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีเงินมากมายอะไร พยายามทำงานเก็บเงินให้แฟนสาวใช้จนนอนบนกองเงินกองทองได้ แต่ตอนนี้เขายากจนมาก ถึงขนาดกัดก้อนเกลือกิน ชักชวนให้แฟนสาวมากัดก้อนเกลือกันก่อน จะเอาอะไรค่อยว่ากัน เพราะตอนนี้ไม่มีตังค์ ในการร้องแต่ละวรรค ก็เว้นช่วงไว้พอที่จะหายใจสั้นๆ ได้ ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมลมหายใจเมื่อร้องเพลง เพลงนี้ก็เหมาะสำหรับการฝึกเลยล่ะ ร้องแล้วไม่เหนื่อยเลย และไม่ได้มีการขึ้นเสียงสูง โชว์เสียงร้องด้วย แถมเพลงนี้ ฝึกร้องไปพร้อมกับฝึกกีตาร์ก็ยังได้ เพราะใช้คอร์ดเดิมๆ 6 คอร์ดซ้ำกัน วนไปวนมาทั้งเพลง ได้ฝึกร้อง ฝึกเล่นกีตาร์ เอาไปเล่นจีบสาว รับรองว่าสาวปลื้มแน่   4. เพลง คนไม่เอาถ่าน ศิลปิน Big Ass แม้จะเป็นเพลงเก่า ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ปัจจุบัน เพลงคนไม่เอาถ่าน เป็นเพลงที่เปิดบ่อย โดยเฉพาะวันพ่อ วันแม่ วันไหว้ครู หรือวันใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับการขอบคุณผู้มีพระคุณของเรา หากมีวัยรุ่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ในงานนั้น ก็มักจะเปิดเพลงนี้ เพราะเนื้อหาของเพลง นั้นจะเกี่ยวกับการกล่าวขอบคุณ ที่คอยรัก คอยดูแลคนไม่เอาถ่านเสมอมา ในช่วงแรกๆ คนก็มักจะเอาไปร้องให้กับแฟนที่ดูแลเราเป็นอย่างดี ระยะหลัง เพลงนี้นิยมนำไปร้องตามงานขอบคุณผู้มีพระคุณ เนื่องจากเป็นเพลงร่วมสมัย ไม่เก่าและไม่ใหม่จนเกินไป และถึงแม้ว่า Big Ass จะจัดว่าเป็นวงดนตรีแนวร็อค แต่กับเพลง คนไม่เอาถ่าน เป็นเพลงช้า มีเนื้อหาสุดซึ้ง เมื่อมีการขึ้นเสียงสูง ก็ใช้เทคนิคหลบเสียง ไม่ได้ร้องเต็มเสียงเพื่อขึ้นเสียงสูง ร้องเพลงไม่เก่ง ก็สามารถร้องได้อย่างง่ายเลย และนี่เป็นอีกเพลงที่สามารถฝึกร้องเพลง พร้อมกับฝีกเล่นกีตาร์ไปด้วยได้ คอร์ดที่ใช้ในเพลงนี้ มีทั้งหมด 6 คอร์ด ล้วนแล้วแต่เป็นคอร์ดพื้นฐาน ที่คนเล่นกีตาร์มักจะเล่นเป็นคอร์ดแรกๆ เพลงก็เป็นเพลงช้า ซึ้งๆ ด้วย ยังไงก็เปลี่ยนคอร์ดตามทันอยู่แล้ว คนที่ฝึกเล่นกีตาร์ หรือลืมวิชาไปแล้ว ใช้เพลงนี้ฝึกก็เหมาะเลยล่ะ   5. เพลง Take a Bow ศิลปิน Rihanna หนึ่งในเพลงดังระดับตำนานของนักร้องสาวเสียงดีระดับโลก แม้เพลงส่วนใหญ่ของเธอจะเน้นการโชว์พลังเสียงร้อง แต่ก็ยกเว้นเพลง Take a Bow Take a Bow เป็นเพลงช้า ร้องตามได้ง่าย ใช้คำศัพท์ง่ายๆ เนื้อหาของเพลงนี้ เกี่ยวกับสาวคนหนึ่งที่มีแฟนสุดแย่ ทำผิดก็เอาแต่ขอโทษ ไม่ยอมแก้ตัว ทำผิดอีกก็ขอโทษอีก โกหกเก่ง เสแสร้งเก่ง ถ้าจับไม่ได้ว่าทำผิดมา ก็ไม่มีทางขอโทษ ซึ่งเธอจะไม่ทนคบกับผู้ชายแบบนี้อีกต่อไป สาวคนไหนเพิ่งอกหักมา อยากร้องเพลงระบาย ก็แนะนำเพลงนี้เลย ท่อนเสียงสูงก็มีอยู่ แต่เป็นการค่อยๆ ไล่เสียงให้สูงขึ้นทีละนิด และไม่ได้สูงมากจนถึงขั้นร้องตามแล้วคอแตกแต่อย่างใด นอกจากฝึกเสียงร้องแล้ว ยังฝึกภาษาไปในตัวด้วย พอร้องเพลงนี้ได้แล้ว ลองฝึกร้องเพลงอื่นของริฮานน่าดูนะ