5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

24 มีนาคม 2562

พูดถึงงู ทุกคนถึงกับต้องขนลุกเกรียว

คิดภาพว่าเป็นอสรพิษร้ายพร้อมจะไล่ฉกทุกคนที่ขวางทางให้ล้มตายกันไปข้าง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิสัยและพฤติกรรมของงูนั้นตรงข้ามกับที่เราคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง

มันไม่ได้ดุร้าย มันไม่ได้ไล่กัดคน มันไม่ได้มีพิษไปซะทุกชนิด

งูยังมีระบบต่อระบบนิเวศ เช่น กินหนูที่เป็นศัตรูของชาวนา

และงูไม่มีพิษและไม่ดุร้ายบางชนิด ก็ยังเป็นงูที่กินงูพิษ ช่วยกำจัดงูพิษให้เราอีกด้วย

ถึงแม้ว่าคนจะเข้าใจในความเป็นงูมากขึ้นแล้ว

แต่ก็ยังมีคนที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับงูอยู่ เรามาทำความเข้าใจเบื้องต้นไปพร้อมกับสลอตดีกว่า

1. งูทุกชนิดมีพิษ

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

คนจำนวนมากที่กลัวงู เพราะกลัวว่างูจะกัดแล้วตาย กัดแล้วพิษแล่นเข้ากระแสเลือดตายทันที

แต่ความเป็นจริงแล้ว งูส่วนใหญ่บนโลกเป็นงูที่ไม่มีพิษ

ถ้าแยกเป็นชนิด ชนิดของงูที่มีพิษ มีน้อยกว่างูที่ไม่มีพิษถึงครึ่งต่อครึ่ง

นี่ยังไม่นับงูพิษอ่อน ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกนะ

งูที่มีพิษอันตรายต่อมนุษย์มีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น

หลักๆ ในประเทศไทยก็ จงอาง, งูเห่า, กะปะ, แมวเซา, ลายสาบคอแดง เป็นต้น

 

2. โดนงูกัดให้รัดเหนือปากแผล

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

หลายคนอาจจะอ้างว่า ก็มันมีสอนในหลักสูตรหนังสือเรียน หลักสูตรการพยาบาล

แต่การแพทย์ต้องมีการวิจัยค้นคว้า อัพเดทวิธีรักษาที่แม่นยำขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา

การรักษาทางการแพทย์จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เพื่อชีวิตของเราเอง

ไม่อย่างนั้นเรายังคงไม่มีการผ่าตัดศัลยกรรม สร้างซิลิโคนเนื้อนุ่มเสมือนจริงกันหรอก

วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเมื่อถูกงูกัด

อย่างแรกต้องล้างบาดแผลให้สะอาดมากที่สุด เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

ลำดับต่อมา พยายามให้บริเวณที่ถูกงูกัดอยู่นิ่งๆ มากที่สุด

เช่น โดนงูกัดมือ ก็ให้เอาไม้ดามมือ และให้มืดอยู่นิ่งๆ

เพราะถ้ายิ่งขยับ เลือดจะยิ่งเดินและพิษจะยิ่งแล่นเร็วมากขึ้น

พูดง่ายๆ วิธีปฐมพยาบาล เหมือนการปฐมพยาบาลคนแขนหักขาหักนั่นแหละ

ไม่จำเป็นต้องตามหาตัวงู รีบไปหาหมอก่อน เพราะถ้ามัวเสียเวลาตามหางู ผู้ที่ถูกกัดอาจจะช็อกก่อนก็ได้

การใช้ปากดูดพิษงูเป็นวิธีที่อันตราย เพราะถ้าหากเป็นงูพิษ คนที่ใช้ปากดูดพิษก็อาจได้รับอันตรายด้วย

การใช้ผ้ารัดเหนือแผลให้แน่น ก็เป็นวิธีที่อันตราย เพราะจะทำให้เลือดไม่เดิน ส่งผลให้ต้องตัดอวัยวะที่ถูกงูกัดทิ้ง

การกรีดแผลก็.. ทำให้ยิ่งเสียเลือดมาก ยิ่งอันตรายหนักเข้าไปอีกกกก!

ส่วนเรื่องมะนาวแก้พิษงู พริกแก้พิษงูอะไรนี่ลืมไปได้เลย เก็บไว้ทำต้มยำดีกว่า

มีเพียงแค่เซรุ่มเท่านั้นที่สามารถแก้พิษงูได้ พูดง่ายๆ รีบไปหาหมอให้เร็วที่สุดนั่นแหละ

 

3. งูกินคนได้

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

ด้วยความที่สมัยก่อนมีภาพยนตร์เกี่ยวกับงู นั่นก็คือเรื่องอนาคอนด้า

นำเสนอเรื่องราวว่าด้วยงูตัวใหญ่ที่สุดแสนจะดุร้าย สามารถกินคนได้

ส่งผลให้คนส่วนใหญ่คิดว่างูที่มีขนาดใหญ่จะต้องกินคนได้แน่ๆ

ความเป็นจริงแล้ว มันแทบไม่มีงูตัวไหนมีขนาดใหญ่พอที่จะกินคนได้เลย

ถ้ามีจริงๆ เราน่าจะเห็นแล้ววิ่งหนีเพราะกลัวก่อน

คงไม่มีใครไปแหย่ๆ งูแบบว่า เย้ๆ มากินฉันสิ หรอกนะ

 

4. งูทุกชนิดดุร้าย

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

เป็นความเข้าใจผิดอีกอย่างหนึ่งที่มาจากหนัง

หนังที่มีการขนส่งงูพิษบนเครื่องบินแล้วงูพิษไปไล่ฉกคนจนตายทั้งลำนั่นน่ะ

ความเป็นจริงแล้ว งูเป็นสัตว์ที่รักสงบ สันโดษ และมักจะอยู่ในที่มืดๆ รกๆ แคบๆ

สังเกตได้จากการที่เรามักจะเจองูตามพงหญ้า, ซอกหรือรูเล็กๆ มืดๆ หรือแม้กระทั่งแอบอยู่ในรองเท้า

มีงูเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีนิสัยดุร้ายแบบไล่ฉกคน

หนึ่งในนั้นคืองูทางมะพร้าว เป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่มีนิสัยห้าวมาก

สายพันธุ์เดียวกันกับที่เลื้อยขึ้นไปฉกคนบนโรงพักนั่นแหละ

ส่วนงูชนิดอื่นเขาก็อยู่มืดๆ เงียบๆ ถ้าไม่ไปแหย่หรือไปรบกวนสถานที่ของเขา เขาก็ไม่ทำอะไรเราหรอกนะ

 

5. งูกินแต่เนื้อสัตว์

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับงู

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ!

ไม่ใช่งูทุกชนิดบนโลกจะกินเนื้อสัตว์ แต่มันก็ไม่ได้กินผักนะ

เพราะมีงูที่กินไข่อยู่!

ใช่ ไข่ ไข่อะไรก็ได้ ไข่ไก่ ไข่นก ไข่ทุกไข่

มันมีนามว่า egg-eating snake เป็นงูไม่มีพิษ ไม่มีเขี้ยว ไม่มีอะไรเลย แต่มันสามารถทำตัวเลียนแบบงูพิษได้จนอยู่รอดในธรรมชาติได้อย่างสบายใจ

งูชนิดนี้จะกลืนไข่เข้าไปทั้งใบ ใช้บริเวณลำคอบีบรัดเพื่อกินเนื้อไข่ จากนั้นก็ขย้อนเปลือกไข่ออกมา

ยังมีอีกหลายชนิดเช่นกันที่สามารถกินไข่แดงได้ เช่น งูปี่แก้วของไทยเรา หรืองู Hognose แต่ที่เรายกตัวอย่าง 2 ตัวหลังนี่ไม่ได้กินไข่เพียงอย่างเดียว แต่กินเนื้อสัตว์ด้วย

งูที่กินแค่ไข่ ก็คือ egg-eating snake

พฤติกรรมของมันแสบและน่าสนใจมาก ลองไปค้นหากันดู

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!