5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

13 กุมภาพันธ์ 2562

การที่อนิเมะเรื่องหนึ่งจะสนุก เป็นที่พูดถึง ฮิตติดลมบนแล้ว

นอกจากเนื้อเรื่องจะเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมาก ในการทำให้อนิเมะสักเรื่องหนึ่งเป็นที่นิยมแล้ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของอนิเมะเลย

คือ เพลงประกอบอนิเมะ

เพราะอนิเมะ คือการที่การ์ตูนที่เราตามอ่านมาตั้งแต่สมัยตีพิมพ์ลงหนังสือสีขาวดำ

ได้ขยับ ได้พูดออกเสียง ได้มีสีสันเป็นของตัวเองในทุกตอน

การที่ได้มีเพลงสักเพลง เป็นเพลงประกอบเรื่อง ทั้งตอนเปิดเรื่องและตอนจบในแต่ละตอน

จะเป็นอะไรที่ฟินมาก

ยิ่งเพลงที่มีเนื้อหาเข้ากับเนื้อเรื่อง ประพันธ์ดี ร้องดี ก็ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่

อนิเมะหลายเรื่องมีเพลงประกอบที่เพราะมาก

เช่น Guilty Crown, Sword Art Online, Full Metal, Naruto, Bleach ฯลฯ

และยังมีอนิเมะหลายเรื่อง ที่เพลงประกอบดังมาก

จนถึงขั้นคนไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ยังเคยได้ยิน!

และสลอตเชื่อว่า เพลงอนิเมะทั้ง 5 เพลง ที่กำลังจะพูดถึงนี้

จะต้องร้องตามกันได้ทุกเพลงแน่ๆ

 

1. Guren no Yumiya - Attack on Titan

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

ช่วงแรกอนิเมะเรื่อง Attack on Titan ฉายใหม่ๆ

เป็นช่วงที่หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่เพลงนี้

สาเหตุที่เพลง Guren no Yemiya ได้รับความนิยม

คือจังหวะที่เร้าใจของเพลง การร้องอันดุเดือด ที่ช่วงนั้น ใครที่เป็นสาย Cover เพลงอนิเมะ จะต้องร้องทุกคน

ความเท่ของตัว AMV ก็เข้ากับทำนองได้เป็นอย่างดี

อีกสาเหตุหนึ่งคือ เพลงนี้ ไม่ว่าจะตัดเข้ากับอะไรก็อร่อย

เพลง Guren no Yumiya ถูกตัดต่อให้เข้ากับคลิปต่างๆ มากมาย

เช่น คนกินไก่, ต้มมาม่า, ทอดไข่เจียว, อนิเมะเรื่องอื่น ฯลฯ

ประมาณว่า เพลงนี้ ดังอีกด้านนึงในแง่ของการเป็นเพลง Parody นั่นแหละ

ถึงจะไม่รู้เนื้อร้องที่แท้จริง

แต่อย่างน้อยหลายๆ คน น่าจะร้องท่อน ฮ้า! ฮ้า! ฮ้า! ตามได้ แถมหลอนหูด้วยเอ้า

 

2. Zankoku na Tenshi no Te-ze - Evangelion

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

เพลง Opening ของอนิเมะระดับตำนาน ที่ถูกจัดให้เป็นเพลงเทพขึ้นหิ้งไปแล้ว

รับประกันด้วยการได้รางวัลเพลงคาราโอเกะยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น

โดยเพลงนี้ เป็นเพลงที่คนญี่ปุ่นเลือกร้องเป็นเพลงคาราโอเกะเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 จนถึงปัจจุบัน

ตัวเพลงเป็นที่สนใจ เพราะได้รับผลมาจากกระแสของอนิเมะ

ที่ถือว่ามีเนื้อเรื่องที่แปลกแหวกแนว (เมื่อเทียบกับอนิเมะที่ฉายในยุคนั้น)

และทางบริษัทคาราโอเกะ ได้ดึงเพลงนี้ไปทำคาราโอเกะ

จนทำให้ทั้งคนที่ดูอนิเมะอยู่แล้ว ได้ร้องเพลง รวมถึงคนที่ไม่เคยติดตามก็ต้องได้ยินเพลงนี้บ่อยๆ

ส่วนตัวสลอตว่า เพลง OP เพลงนี้ของ Evangelion มีความดีงามอยู่ในตัวหลายอย่าง

ทั้งเนื้อร้องที่เข้ากับเนื้อหาของอนิเมะ

เสียงร้อง ร้องตามได้ค่อนข้างง่าย ไม่ต่ำไปไม่สูงไป

จังหวะก็ร้องตามทัน ไม่เหนื่อยและไม่ช้าจนเกินไป

(เพลงอนิเมะหลายเพลง มักจะใช้เสียงร้องสูงจนร้องตามคีย์เดิมยาก และร้องไว สลอตหอบมาเยอะ ฮือๆ)

แถมส่วนตัวยังฟังแล้วขนลุกด้วย ไม่รู้ทำไม โดยเฉพาะท่อนฮุคแรก

 

3. Unravel - Tokyo Ghoul

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

อีกหนึ่งเพลงอนิเมะ ที่ถูกจัดว่าค่อนข้างเป็นเพลงใหม่ (เมื่อเทียบกับเพลงอื่นในบทความนี้น่ะนะ)

ช่วงที่อนิเมะเพลงนี้ฉายช่วงแรก ก็มีแต่คนใส่ผ้าปิดตา สวมวิกขาว ตาแดงข้างเดียวเต็มไปหม๊ดดดด

เพลง Unraval ถือว่าเป็นเพลงที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ด้วยคำร้องและทำนองที่แกว่งไปแกว่งมา เดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวเร้าใจ

เมื่อถึงท่อนที่ต้องแผดเสียง คนร้องก็ร้องเอาไว้ได้ดี จนสาย Cover ร้องตามกันลำบากเลยทีเดียว

เป็นอีกเพลงหนึ่ง ที่คำร้อง ทำนอง เสียงร้องที่เข้ากับเนื้อเรื่องของอนิเมะมาก

ฟังตอนแรกอาจจะหงุดหงิด ว่าทำไมต้องหวีดสูง ต้องแผดเสียงขนาดไหน

ไปๆ มาๆ อ้าว ฟังทุกวันเฉยเลย..

สำหรับเพลง Opening เพลงอื่นของอนิเมะ Tokyo Ghoul ก็มาแนวเดียวกัน

สาเหตุที่เพลงเป็นแนวนี้ เพราะต้องการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ที่สับสนของตัวเอกนั่นเอง

 

4. Butter-Fly - Digimon

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

เชื่อว่าวัยรุ่นและผู้ใหญ่ในยุคนี้ ส่วนมากเติบโตมากับการ์ตูนเรื่อง ดิจิม่อน

ถ้าได้ยินเพลง Butter-Fly แล้ว นอกจากจะร้องตามได้

ยังจะต้องน้ำตาซึมแน่ๆ

เพราะเพลงนี้ดันเป็นเพลงประกอบฉากตอนจบสุดพีค ที่ไม่ว่าจะดูกี่ทีน้ำตามันก็ไหลพรากๆ

เพราะดูไปเอายาหม่องทาตาไป

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเพลง Butter-Fly มาก เพราะผู้ร้องเพลงนี้ Koji Wada ร้องเพลงประกอบอนิเมะเรื่องดิจิม่อนอีกหลายเพลงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม

Koji Wada ผู้ร้องเพลง Butter-Fly ได้เสียชีวิตลงแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ปี 2016 ในวัย 42 ปี ด้วยโรคมะเร็ง

ในตอนแรก เขาพบว่าเขามีเนื้องอกบริเวณคอหอย และต่อมน้ำเหลือง

ครั้งนั้น เขาผ่าตัดและรักษาจนหายสนิท

จนกระทั่งปี 2011 เขาพบว่า เขากลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้ง และยังลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย

ก่อนเขาจะจากโลกนี้ไป

เขาได้ร้องเพลง Butter-Fly สำหรับดิจิม่อนภาคใหม่ Digimon Tri เอาไว้

หากใครได้ดูและได้ฟังแล้ว จะสังเกตว่า ระยะหลังเสียงร้องของเขาไม่เหมือนเดิม

เป็นเพราะเขาต้องทุกข์ทรมานกับมะเร็งที่ลุกลาม แต่เขาก็ยังร้องเพลง Butter-Fly เวอร์ชันใหม่เป็นครั้งสุดท้าย


เพราะเขารู้ว่า เหล่าแฟนคลับเรื่องดิจิม่อน กำลังรอฟังเสียงของเขาที่ร้องเพลงๆ นี้อยู่

ทางเพจ สัตว์โลกอมตีน ขอแสดงความเสียใจ และขอให้คุณ Koji Wada สู่สุขคติ

 

5. Cha-La Head-Cha-La - Dragon Ball Z

5เพลงอนิเมะที่ใครๆก็ร้องตามได้

ถึงแม้ว่า Dragon Ball Z จะไม่ใช่ภาคแรกของอนิเมะเรื่องนี้

แต่กลับเป็นภาคที่ได้รับความนิยมที่สุดในทุกด้าน

โดยตัวอนิเมะ Dragon Ball Z ติดอันดับอนิเมะที่ดีที่สุดตลอดกาล

เพลงประกอบอนิเมะของดราก้อนบอล อย่างเพลง Cha-La Head-Cha-La ก็นับว่าเป็นเพลงในตำนานอีกเพลงหนึ่ง ของวงการการ์ตูนเลยล่ะ

สำหรับคนที่เกิดทัน (รู้เรยนะคะ) ก็จะชอบฟังเพลงนี้ เพราะได้ยินมาตั้งแต่เด็ก

เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกฮึกเหิม สมกับเป็นการ์ตูนแอ็คชัน

ส่วนคนที่เกิดในยุคหลังมาหน่อย

ส่วนหนึ่งรู้จักจากการที่เพลงนี้ถูกหยิบขึ้นมาแซว

เช่น เรียกเพลงนี้ว่า ชราเห็ดชรา แถมยังมีคนไทยทำเวอร์ชัน ชาวนาเฮ็ดชาวนา อีกด้วย

เพลง Cha-La Head-Cha-La นั้นมี 2 เวอร์ชัน

คือเวอร์ชันของปี 1989 ที่ใช้ประกอบอนิเมะเรื่อง Dragon Ball Z

และอีกเวอร์ชันนึง คือของปี 2005 ซึ่งถูกนำไปใช้ในเกม Super Dragon Ball Z

ส่วนตัวแล้วสลอตชอบเวอร์ชันแรก (1989) มากกว่านะ เพราะขลังกว่า และให้ความรู้สึกที่ฮึกเหิมมากกว่า

ทุกวันนี้ ตามช่องวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่น

ก็ยังนิยมเป็นเพลง Cha-La Head-Cha-La เป็นประจำ แสดงถึงความนิยมตลอดกาลได้เป็นอย่างดี

ถึงจะร้องไม่เป็น

แต่ทุกคนต้องร้องคำว่า ชราเห็ดชรา เป็นนั่นแหละ!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5เรื่องที่ผู้หญิงชอบงี่เง่าใส่แฟน

คนเป็นแฟนกัน ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ต่อให้รักกันมากแค่ไหน ก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ละคน แต่ละคู่ก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไปเพราะคนเราไม่เหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว เรื่องที่ผู้หญิงมักจะงอนผู้ชายน่ะ จะเรื่องอะไรมันก็งอนได้หมดอ่ะ สลอตเชื่อว่า 5 เรื่องต่อไปเนี้ย หนุ่มๆ โดนแฟนสาวงอนกันมาครบทุกข้อแล้วแน่นอน   1. ไม่ยอมกดไลค์รูปใน IG, FB เป็นประเด็นที่ผู้ชายโดนแฟนสาวงอนกันบ่อยมากที่สุดเลย จะประมาณว่า ทำไมเธอเล่นเฟสได้ กดไลค์คนอื่นได้ แต่มากดไลค์เราไม่ได้! ทำไม! ถ้าต่อปากต่อคำ การทะเลาะกันครั้งนี้จะยาวยืดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ สุดท้ายเราก็ต้องไปง้อเธอแล้วกดไลค์รูปให้อยู่ดี แฟนสาวของคุณก็อยากให้แฟนสุดที่รักมากดหัวใจ มากดไลค์ให้อะเนอะ เพราะพวกเธอแคร์คุณมากๆ แค่คนเดียว แค่กดไลค์กดให้นิดหน่อยน่านะ   2. แฟนสาวฝันว่าโดนหนุ่มนอกใจ สุดยอดความงอนที่งงที่สุด ทั้งที่ไม่ได้ไปทำอะไรเลย ตัวติดกัน 24 ชม. นอนข้างกัน แต่แฟนดันฝันว่าเห็นเราไปกินข้าวไปดูหนังกับผู้หญิงคนอื่น ก็สามารถงอนเราได้ซะงั้น!!?? จะอธิบายเหตุผลล้านแปดยังไงเธอก็ไม่ฟัง ผู้หญิงมักจะพูดว่าเซนส์เธอดีมาก ฝันที่เธอเห็นคือนิมิตในอนาคตที่เรากำลังจะนอกใจเธอแน่ๆ นู่นนี่นั่น ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร สุดท้ายก็ต้องง้อเธออยู่ดี ง้อทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจนั่นแหละว่างอนอะไร   3. เจอรูปสาวเซ็กซี่บนหน้า News Feed ตอนอยู่กับแฟน ต่อให้เราจะไม่ติดตามเพจถ่ายแบบแนวเซ็กซี่เพจใดๆ เลยก็ตาม หรือว่ากด Unfollow เพื่อนที่เป็นตากล้องถ่ายแบบไปเรียบร้อยแล้ว แบบว่า หน้า Facebook เราไม่มีสาวแน่ๆ แต่ช่วงเวลาที่อยู่กับแฟนเหมือนเป็นช่วงเวลาอันลึกลับ เพื่อนใน Facebook ของเรา ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยแชร์รูปผู้หญิง ก็แชร์จังหวะที่เราอยู่กับแฟนพอดี แล้วแฟนเราก็จะเห็นพอดีด้วย! แล้วแฟนก็จะหาว่าเราติดตามสาวเซ็กซี่ มันสวยมากใช่มั้ย มันสวยมากก็ไปอยู่กับมันเล้ยยย!! ต้องง้ออีกแล้ว ให้ตายสิพับผ่า   4. เล่นเกมไม่สนใจแฟน จริงๆ เรื่องนี้เป็นฝ่ายชายที่ผิดนะ แต่ก็เข้าใจว่า สำหรับเพศชาย เรื่องเกมนี่เป็นเรื่องที่ต้องมาอันดับ 1 จริงๆ โดยเฉพาะเกมออนไลน์แนวเอาตัวรอด หรือแนว Moba ที่กำลังดังตอนนี้ จังหวะกำลังบวก จังหวะเลทเกมนี่ ต่อให้ไฟไหม้ก็ไม่วิ่งหนีอ่ะ นั่งเล่นอยู่แบบนั้น ถ้าแฟนสาวเข้าใจ เล่นด้วยก็ว่าไปอย่าง แต่ส่วนใหญ่แฟนจะไม่เข้าใจ แล้วงอน หาว่าเราสนใจเกมมากกว่าสนใจเธอเนี่ยสิ! แถมบางทียื่นคำขาดด้วย ว่าระหว่างเกมกับเธอ จะเลือกอะไร!   5. ไม่ยอมพาไปกินของที่อยากกิน ของกินกับผู้หญิง เป็นของคู่กันเสมอ โดยเฉพาะของหวานอย่างไอศกรีม บิงซู ขนมปังปิ้ง ปีโป้ปั่น อะไรแบบนี้ ถ้าเธอพูดว่า 'เค้าอยากกิน' มันแปลว่า คุณต้องพาเธอไปกิน หรือซื้อมาให้เธอกินเดี๋ยวนั้น ไม่ใช่คำพูดที่หมายความว่าแค่อยาก แต่เป็นคำพูดที่หมายความว่า ต้องการเดี๋ยวนั้นเลย!! บางทีผู้ชายอย่างเราก็เป็นห่วงเธอนะ กินของหวานเยอะเกินไปมันไม่ดีต่อสุขภาพ แต่พอไม่กินเธอก็งอน งั้นให้เธอสุขภาพไม่ดีไปนั่นแหละ จะได้ไม่งอนเรา ดีมั้ยล่ะ ฮึ
บทความ

5วิธีลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

ช่วงนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง ไม่ว่าใครก็หันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น เช่น การทานอาหารคลีน, การออกกำลังกายทุกวันหลังเลิกงาน ฯลฯ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีหลายคนที่ทำตามเทรนด์แบบผิดวิธี คือลุยลดน้ำหนักแบบที่ว่าไม่สนใจอะไรเลย ไม่เคยศึกษาเลย ซึ่งมีคนเป็นแบบนี้หลายคนมากๆ บางคนว่าศึกษามาดีแล้ว ก็ยังมีพลาดด้วยซ้ำ จนทำให้ร่างกายบาดเจ็บ มาลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้อง รักสุขภาพกันเถอะนะ   1. กินอาหารแต่พอดี หลายเพจที่แนะนำด้านสุขภาพ (อย่างผิดวิธี) มักจะแนะนำให้เรากินอาหารให้น้อยที่สุด ได้รับแคลอรีต่ำที่สุด แต่ความเป็นจริงแล้ว การกินอาหารน้อย จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยเกินไป จนเกิดผลเสียมากกว่าผลดี วิธีที่ถูกต้องคือ ควรเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดแป้ง ในแต่ละวันทานให้ไม่เกินปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องการ ผู้หญิงควรกินไม่เกิน 1,500 แคลอรี ส่วนผู้ชายประมาณ 2,000 แคลอรี ถ้าทานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จะกลายเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย   2. ออกกำลังกายหลายอย่างควบคู่กัน การออกกำลังกายมีหลากหลายอย่าง เช่นการวิ่งเพื่อคาร์ดิโอ, การเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อ, การเล่นโยคะยืดเส้นยืดสาย การลดน้ำหนักที่ดีที่สุด และถูกต้องที่สุด คือการออกกำลังกายทั้งหมดควบคู่กันไป เพราะถ้าหากคาร์ดิโออย่างเดียว ร่างกายจะตึง ผอมซูบเพราะเบิร์นอย่างเดียว หากเวทเทรนนิ่งอย่างเดียว ร่างกายเรากระชับก็จริง แต่ก็ยังมีไขมันอยู่ เล่นโยคะอย่างเดียว ก็ช่วยในการยืดเส้นยืดสาย แต่ไม่ช่วยในการเบิร์นมากเท่าการทำคาร์ดิโอ เอาง่ายๆ ถ้าทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง กล้ามเนื้อของร่างกายจะต้องแบกรับภาระที่มากเกินไป จนเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง   3. ไม่หักโหม ไม่เร่งรีบ การดูรูปคนหุ่นสวยๆ บน Facebook หรือบน Instagram จะทำให้เรากดดันตัวเอง เร่งรัดทำทุกอย่างเพื่อให้หุ่นสวยแบบเขาเร็วๆ เช่นอดอาหาร, ออกกำลังกายวันละ 3-4 ชั่วโมงทั้งที่เพิ่งเริ่ม ฯลฯ มันเป็นวิธีที่ผิด เพราะร่างกายไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน อาจจะประสบกับอาการป่วยหรือบาดเจ็บที่คาดไม่ถึง ควรค่อยเป็นค่อยไป หากต้องการวิ่งออกกำลังกาย ควรเริ่มจากการเดินเร็ว อะไรประมาณนี้ จากเคยกินข้าว 2 จานต่อมื้อ ก็ค่อยๆ ลดเป็นจานครึ่ง จนเหลือจานเดียว ไม่อย่างนั้น ร่างกายรับภาระไม่ไหวแน่นอน   4. ไม่เอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น เวลาออกกำลังกายในฟิตเนส หรือวิ่งตามสวนสาธารณะ เรามักจะพบว่ามีคนที่หุ่นสวยมากๆ กล้ามเนื้อเป็นมัด วิ่งได้นานโดยไม่หอบ ยกเวทได้ชิลๆ หลายเซ็ต ไม่อยากน้อยหน้า เลยทำให้ได้แบบเขาบ้าง กลัวโดนเขาดูถูก สรุป พอทำตามแล้วก็บาดเจ็บ อีกวันไปออกกำลังกายไม่ไหว แล้วก็เกลียดการออกกำลังกายไปเลยซะงั้นก็มี ทุกคนเริ่มต้นจาก 0 กันทั้งนั้น ไม่มีใครออกกำลังกายวันแรกแล้ววิ่งเป็นสิบกิโลได้โดยไม่หอบหรือไม่พักหรอกนะ ค่อยเป็นค่อยไป สักวันจะมีคนมาชื่นชมในหุ่นที่เราพยายามปั้นมาตั้งนานเอง   5. มีวันพักผ่อนให้กับร่างกาย ด้วยความที่อยากน้ำหนักลด มีหุ่นสวยไวๆ หลายคนเลยเลือกที่จะออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน ไม่มีพัก เหนื่อยหรือมีอาการบาดเจ็บตามกล้ามเนื้อก็ไม่พัก เพราะถือว่ายิ่งเจ็บยิ่งต้องซ้ำ ร่างกายจะได้ชิน แต่นั่นเป็นวิธีที่ผิดมหันต์ เราควรมีวันพักผ่อนให้กับร่างกาย กล้ามเนื้อ และส่วนต่างๆ เปรียบเทียบแค่ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างพัดลม ทำงานทั้งวันแค่วันเดียว เครื่องมันยังร้อนเลย แถมพังไวอีกต่างหาก ร่างกายของเราก็เหมือนกัน ถ้าไม่พักเลย จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป และจะทำให้ทรุดโทรมแทนที่จะสุขภาพดีนะ
บทความ

5สิ่งที่วัยรุ่นโดนพ่อแม่บ่นประจำ

วัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่สุดเหวี่ยงที่สุดในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องร่างกายที่กำลังเจริญเติบโต เรื่องเพื่อนที่ต้องเจอกับทั้งเพื่อนที่ดีและไม่ดี เรื่องงานเรื่องการบ้านที่สุดแสนจะมหาศาล อีกหนึ่งเรื่องหลักที่วัยรุ่นต้องเจอทุกคนก็คือ เรื่องโดนพ่อแม่บ่น!! พ่อแม่ส่วนใหญ่จะขี้บ่นมาก บ่นแบบว่า บ่นจนจากเรารำคาญกลายเป็นเราชินไปแล้ว มาดูกันซิว่าวัยรุ่นไทยมักจะโดนพ่อแม่บ่นเรื่องอะไรบ้าง   1. ออกไปเที่ยวประจำ ไม่เคยคิดจะอยู่บ้าน! แค่ออกจากบ้านไปเรียน ก็กินเวลาเกือบทั้งสัปดาห์แล้ว วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนมากก็เรียนพิเศษอีก นี่เราก็ไม่ค่อยอยู่บ้านอยู่แล้วเพราะจำเป็นต้องไปเรียน แต่พอมีสัปดาห์ไหนว่างๆ หยุดเรียน เราก็อยากจะออกไปดูหนังกินขนมในห้างบ้าง แต่ดันโดนที่บ้านแว้ดลั่น ว่าทำไมไม่คิดจะอยู่บ้านบ้าง! เห็นบ้านเป็นโรงแรมที่มีไว้แค่นอนหรือยังไง!? คนที่บ้านน่ะสนใจบ้างไหม สนใจแต่เพื่อนสนใจแต่คนข้างนอก! ยังแทบไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยคร้าบบบบบบบบบบบ 2. อยู่แต่บ้าน ไม่เคยคิดจะออกไปข้างนอกบ้างหรอไง!? อ้ะ นี่คือเสียงบ่นที่เราจะได้ยินหลังจากได้ยินเสียงบ่นของข้อที่ 1 พอเราตัดสินใจไม่ไปไหน อยู่บ้านก็ดีเหมือนกัน ออกไปข้างนอกก็ร้อน ที่บ้านเราก็จะเริ่มมาละ วันๆ นอนอืดอยู่แต่ที่บ้าน ไม่ทำงานทำการ ไม่ออกไปเที่ยวดูโลกภายนอกแล้ว ดูซิโลกเขาไปถึงไหนๆ แล้ว มัวแต่นั่งเล่นอะไรอยู่ในบ้านนั่นแหละ ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนเจอฝูงบ้าง มันเหงาตายกันหมดแล้วมั้ง ไป๊!! เนี่ย เอาใจยากเราอ้ะ 3. ป่วยนู่นป่วยนี่ ก็เพราะเล่นคอมเล่นมือถือมากเกินไป! วัยรุ่นเป็นช่วงฮอร์โมนกำลังแปรปรวน จึงไม่แปลกที่เรามักจะมีอาการปวดนู่นปวดนี่ หรือรู้สึกไม่ดีเลยคุณสตาร์ค เวลาพักผ่อนก็ค่อนข้างน้อย ตื่นเช้าไปเรียน เรียนพิเศษเสร็จก็ดึก ทำการบ้านต่อ ร่างกายจึงไม่ค่อยจะไหวสักเท่าไหร่ แต่อย่าได้บ่นกับพ่อแม่เชียว เพราะถ้าบ่นกับพ่อแม่ว่าปวดท้องจัง ปวดหัวจัง ก็จะโดนสวนกลับมาทันทีว่า ก็เล่นมือถือมากไปยังไงล่ะ! นั่งเล่นแต่คอมไม่ทำอะไรเลย!! มันก็เลยป่วยแบบนี้!! เดี๋ยวๆๆๆๆ 4. ขอเวลาแปปนึง แปปนึงนี่มันกี่นาที!? หลายๆ บ้าน ปกติแล้วคนที่ทำงานบ้านส่วนใหญ่จะเป็นพ่อหรือไม่ก็แม่ แต่วันหยุด คนที่ทำงานจะต้องเป็นวัยรุ่นอย่างเรา เพื่อฝึกทำงานบ้าน เผื่อออกไปใช้ชีวิตคนเดียวจะได้ทำอะไรหลายๆ อย่างเป็น แต่มันก็ขี้เกียจอ้ะ ตามประสาวัยรุ่น แค่เรียนก็เหนื่อยแล้ว ต้องมาทำงานบ้านอีก แถมแม่ก็ชอบเรียกไปล้างจาน เรียกไปซักผ้าตากผ้าตอนกำลังเล่นเกมหรืออ่านหนังสือ บอกขอเวลาแปปนึงน่าา แปปเดียว เสร็จอันนี้แล้วจะรีบไปทำให้เลย ก็มักจะโดนบ่นว่า แปปนึงของแกนี่มันกี่นาที!? เป็นวันหรือเป็นเดือน!? แปปนี่ไม่เคยจะได้แปปเดียวจริงๆ สักที!! สุดท้ายก็ต้องรีบลุกไปล้านจานซักผ้าตากผ้าตอนนั้นเลย   5. เงินน่ะใช้ให้มันน้อยๆ หน่อย พ่อแม่นะไม่ใช่ตู้ATM! ด้วยความที่เรายังวัยรุ่น อยู่ในวัยเรียน ส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนอย่างเดียวเลย มีเพียงไม่กี่คนที่ทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด แต่ยังไงก็ตาม หลักๆ เราก็ยังคงต้องขอเงินพ่อแม่ และบางคนก็ยังทำงานพิเศษไม่ได้ เพราะอายุไม่ถึง หรือละแวกนั้นไม่มีร้านไหนรับพาร์ทไทม์เลย เวลาซื้ออะไรที่ราคาสูงแต่จำเป็นต้องใช้ เช่น โทรศัพท์, โน้ตบุ๊ค, ค่าเทอม ฯลฯ หรือแม้แต่ค่าขนมรายวัน แล้วเวลาใกล้สอบ ใกล้ปิดเทอม มักจะมีรายงาน มีพรีเซนต์โครงการต่างๆ หรืองานกีฬาสีที่ใช้เงินเยอะมาก ก็ต้องขอคุณพ่อคุณแม่ พอเดินเข้าไปบอก ขอเงินเพิ่มหน่อย เท่านั้นแหละ เห็นพ่อแม่เป็นอะไร! ธนาคารผลิตเงินให้ใช้หรอยังไง!? เงินน่ะหัดรู้จักเก็บบ้างไม่ใช่แบมือขอแต่พ่อแม่!! ต้องยอมโดนบ่นจนหูชา ถึงจะได้ (แต่บางทีก็ไม่ได้ด้วย เศร้า) ยังไงก็ตาม พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็รักลูกนั่นแหละ แต่อาจจะเครียดเรื่องงาน เรื่องสุขภาพ จนเผลอมาลงที่ลูกบ้าง
บทความ

5หนังน่าดูเดือนมีนาคม

อากาศร้อนแถมฝุ่นยังเยอะแบบนี้ การอยู่ในอาคาร ในสถานที่ปิด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การไปเดินเล่น ดูหนังที่ห้างในวันหยุด ก็เป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ดีเช่นกัน เดือนมีนาคมนี้ มีหนังอะไรน่าดู ห้ามพลาดบ้าง? สลอตลิสต์ไว้ให้แล้ว แล้วก็อย่าพลาดแม้แต่เรื่องเดียวเชียวล่ะ Captain Marvel กัปตัน มาร์เวล ฉายที่โรงภาพยนตร์ 6 มีนาคม   หนึ่งในหนังฮีโร่จากค่าย Marvel ภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นการเปิดตัวฮีโร่หญิงคนใหม่ที่มีนามว่า 'กัปตันมาร์เวล' โดยเป็นคนที่ 'นิค ฟิวรี' ส่งข้อความไปหาก่อนจะสลายไปในภาค Infinity War ลือกันว่า เธอคนนี้เนี่ยแหละที่จะเป็นคนที่มาตบธานอส ผู้ที่ดีดนิ้วทีเดียวหายไปครึ่งจักรวาล!! ไทม์ไลน์ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะย้อนอดีตไปไกลหน่อย และจะอธิบายอะไรหลายๆ อย่าง เช่น ที่มาที่ไปของชนเผ่าครี, ทำไมนิวฟิวรีถึงตาบอด เป็นต้น แฟนคลับค่าย Marvel ห้ามพลาดเด็ดขาด! Cold Pursuit แค้นลั่นนรก ฉายที่โรงภาพยนตร์ 14 มีนาคม   เจ้าพ่อหนังแอ็คชันแนวปกป้องลูกเมียอย่าง เลียม นีสัน ที่วิ่งไม่ไหวแล้ว กลับมาเล่นหนังแอ็คชันทำเพื่อลูกอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ เขารับบทเป็นเพียงคนขับรถกำจัดหิมะธรรมดา ใจดี อบอุ่น จนได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นของเมือง จนกระทั่งลูกชายเขาเสียชีวิตลงอย่างผิดปกติ เขาสืบจนรู้ว่า ลูกชายของเขาถูกแก๊งมาเฟียค้ายาฆ่าทิ้ง งานนี้ เขาจึงต้องล้างแค้นฆ่าล้างบางทั้งแก๊ง ทั้งๆ ที่ไม่รู้เทคนิคเกี่ยวกับการใช้อาวุธหรือการต่อสู้เลย เพียงแค่อ่านนิยายฆาตกรรมมาเยอะมากเท่านั้น อย่างเรื่องอื่นแกยังเคยเป็นเจ้าหน้าที่สายลับอะไรมาก่อน เรื่องนี้เป็นคนธรรมดา มาดูกันว่าฉากแอ็คชันจะสะใจมากน้อยแค่ไหน!   Departures จะรักใครอย่าให้หัวใจต้องดีเลย์ ฉายที่โรงภาพยนตร์ 21 มีนาคม นักแสดงจากซีรีส์ดัง Sex Education ครั้งนี้เขาก็มีความรักที่ต้องคิดอีกครั้ง คราวนี้เขารับบทเป็นชายหนุ่มทำงานดูแลสัมภาระที่สนามบิน แต่เป็นโรควิตกกังวล จนต้องเข้าคลาสบำบัดให้กำลังใจผู้ที่มีภาวะเสี่ยงฆ่าตัวตาย ในคลาสนั้น เขาได้พบกับเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เธอพาเขาออกไปผจญโลก เพราะเธออยากใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงก่อนตาย ในขณะเดียวกัน ที่ทำงานของเขา เขาก็มีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์กับแอร์โฮสเตสที่เขาแอบชอบ เขาต้องเลือก ระหว่างความรักแบบเพื่อนที่สนุกกันมาตลอด หรือความรักแบบแฟนกับคนที่เขาใฝ่หามานาน เตรียมทิชชูไว้ซับน้ำตาได้เลย   Dumbo ดัมโบ้ ฉายที่โรงภาพยนตร์ 28 มีนาคม   อนิเมชันที่มีช้างบินได้ในตำนาน ที่คงเคยผ่านตาหลายๆ คนเมื่อสมัยยังเป็นเด็กมาแล้ว มาครั้งนี้ ดัมโบ้ได้เป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอคชัน ใช้คนจริงๆ แสดง แต่ช้างใช้ CG นะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคณะละครสัตว์ที่ค่อนข้างซบเซา เรียกว่าใกล้จะเจ๊ง แต่เมื่อมีลูกช้างเกิดใหม่คือ ดัมโบ้ ซึ่งดัมโบ้มีใบหูขนาดใหญ่จนสามารถบินได้ สถานการณ์ก็พลิกกลับทันที และยังไต่ระดับความสำเร็จขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่รู้ว่า คณะละครสัตว์มีเบื้องหลังที่ไม่สวยงามอย่างที่เห็น หลายคนก็แอบกลัวนิดหน่อยว่าภาพยนตร์จะออกมาเป็นยังไง เพราะได้ ทิม เบอร์ตัน ที่ปกติกำกับภาพยนตร์แนวหลอน มาเป็นผู้กำกับในเรื่องนี้ มารอชมกันดีกว่า   Us หลอน ลวง เรา ฉายที่โรงภาพยนตร์ 28 มีนาคม   ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ ผู้กำกับเดียวกับเรื่อง Get Out หนังสยองขวัญต้นทุนต่ำที่ทำให้คอหนังผีฮือฮาในความหลอน เรื่องนี้จะเกี่ยวกับครอบครัวอบอุ่นครอบครัวหนึ่งที่มีกัน 4 คน พ่อ แม่ และลูกชายกับลูกสาวอย่างละคน พวกเขาออกไปพักผ่อนที่ริมทะเลอย่างมีความสุข แต่ฝันร้ายมาเยือน เมื่อจู่ๆ ก็มีคน 4 คนหน้าประตูบ้านพักของพวกเขา จะไม่แปลกอะไร ถ้า 4 คนนั้น หน้าเหมือนกับคนในครอบครัวทุกคน! แถมยังมีความคิดที่เหมือนกัน ความสามารถเหมือนกัน พฤติกรรมที่เหมือนกัน!? 4 คนประหลาดที่มีหน้าเหมือนเราเป๊ะที่โผล่มาคือใคร? พวกเขาต้องการอะไร ไปหาคำตอบได้ในโรงภาพยนตร์กันได้เลย