5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

4 กุมภาพันธ์ 2562

ช่วงนี้มลพิษ ควัน ฝุ่นต่างๆ นั้นเยอะขึ้นจนส่งผลกระทบกับคนไทยแทบจะทั้งประเทศในระดับหนึ่ง

สิ่งก่อสร้าง สภาพอากาศก็แปรปรวนเหลือเกิน หน้าหนาวก็ไม่เห็นจะหนาวสักวัน

แทนที่จะปกป้องตัวเองด้วยการรักษาสุขภาพ ใส่ผ้าปิดปาก

เราพาร่างกายตัวเองไปพักผ่อนที่ต่างประเทศกันดีกว่า

นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังทำให้มีแรงกายแรงใจในการกลับมาทำงานด้วย

เขาว่ากันว่า ถ้าทำงานจนเริ่มหมดไฟแล้ว ให้ลองไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดู

เรี่ยวแรงทั้งหมดจะกลับมาและมีลูกฮึดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยล่ะ

ประเทศที่สลอตอยากแนะนำก็มีคละกันไป ทั้งใกล้และไกล

บางประเทศก็มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศเหมือนเรานั่นแหละ

แต่ถือว่าไปเปิดโลกใบใหม่สำหรับปี 2019 ก็แล้วกัน

 

1. เคนย่า

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

เป็นประเทศที่หลายคนน่าจะสงสัยว่ามีจุดเด่นอะไร?

เท่าที่คุ้นเคยกับประเทศนี้ ก็คุ้นเคยกับฟุตบอลทีมชาติเคนย่า กับรู้แค่ว่าเป็นประเทศแถบแอฟริกา

ตอนแรกสลอตก็คิดแบบนั้นแหละ ว่ามีอะไรน่าเที่ยวหรอ ไม่เห็นจะเคยได้ยิน

แต่พอได้ลองศึกษาแล้ว พบว่า เคนย่าเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากเลยล่ะ

ประเทศเคนย่า เป็นประเทศที่โดดเด่นมากในด้านธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ถึงอย่างนั้น สำหรับโซนตัวเมืองก็ไม่ได้ล้าหลังเหมือนที่ใครหลายคนคิด

ที่พักโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว หรูหราพอๆ กับรีสอร์ทสวยๆ ในไทยเลยล่ะ

หรือถ้าถูกลงมานิด ก็ไม่ได้ซอมซ่อแบบโดนลมแล้วปลิวอะไรขนาดนั้น

จุดเด่นของประเทศเคนย่าที่ทุกคนไปเพื่อสิ่งนี้

นั่นก็คือการตามล่าหา BIG5

BIG5 คือการเข้าซาฟารี สวนสัตว์เปิด ตามอุทยานที่มีชื่อเสียงในจุดต่างๆ

เพื่อตามล่าหาสัตว์ป่าที่คนทั้งโลกอยากจะเห็นตัวจริงมากที่สุดทั้ง 5 ชนิด

ได้แก่ สิงโต, ควายป่า, แรด, ช้าง และ เสือดาว

การล่าในที่นี้ ไม่ได้ล่าแล้วนำมาทำกินเป็นอาหารนะ

แต่ตามล่าว่ามันอยู่ไหน แล้วทำแค่เพียงจ้องมองมันเฉยๆ

สัตว์ที่มีถิ่นที่อยู่ไม่กี่ที่บนโลก เห็นแค่ในทีวีมาตลอด มีโอกาสได้เห็นตัวจริงที่อยู่ตามธรรมชาติ

มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในสัตว์ป่าและธรรมชาติ

ในอุทยานก็ไม่ได้มีแค่พี่ๆ BIG5 นะ แต่มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดเลย

ทั้งยีราฟ, หมูป่า, พังพอนยักษ์, ฮิปโปโปเตมัส, ม้าลาย, นกกระจอกเทศ และสัตว์อื่นที่เราไม่มีทางได้เห็นตามสวนสัตว์แน่ๆ

ปกติท่องเที่ยวต่างประเทศ เรามักจะเน้นช็อปปิ้งเดินเล่นตามสถานที่แสงสีเสียง

ลองมาเคนย่า พักผ่อนเข้าอุทยานดูสัตว์ป่าหายากกันบ้างสิ

 

2. อินเดีย

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

อีกหนึ่งประเทศที่หลายคนไม่ค่อยเต็มใจอยากไปสักเท่าไหร่นัก

เพราะอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่แบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน จนทำให้มีขอทาน คนยากจนเต็มเมือง

เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงด้วยภาพพจน์นี้

เช่น อ้างว่ากลัวโดนเดินตาม, กลัวอาหารสกปรก, กลัวเหม็น, กลัวจะโดนโกง ฯลฯ

แต่เชื่อสิ ว่าถ้าคุณศึกษาประเทศนี้ให้ดี วางตัวอย่างเหมาะสม รู้เท่าทันทุกสถานการณ์

อินเดียจะเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไป

หากมองในแง่ของสีสันแล้ว ประเทศอินเดียมีความหลากหลายมากๆ อยู่ในจุดเดียว

มีทั้งศิลปะ วัฒนธรรมที่เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

คนอินเดียยังนับถือในความเชื่อที่พวกเขายึดมั่น ไม่จางหายไปตามกาลเวลา

การแสดงออก การแต่งกาย ล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์

อาหารการกินสตรีทฟู้ดที่ขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของโลก

ย่านธุรกิจ การค้าขายที่วุ่นวายตลอด สายช็อปต้องชอบแน่ เพราะราคามันถูกมาก!

เรื่องสภาพอากาศ อินเดียอากาศค่อนข้างจะเย็นสบายกว่าไทย

บางเมืองก็มีหิมะตกในฤดูหนาวอีกด้วย!

เรื่องค่าครองชีพต่างๆ ก็ถือว่าราคาค่อนข้างถูกเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

หากใครคิดอะไรไม่ออก อยากไปเที่ยวต่างประเทศแต่ไม่ค่อยมีงบเท่าไหร่

ไปอินเดียสิ แล้วอยากจะกลับไปเที่ยวซ้ำอีกรอบ

 

3. ลาว

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

ประเทศเพื่อนบ้านที่เรามักจะมองข้าม

เพราะคิดว่าอยู่ใกล้กันแค่นี้ คงไม่มีอะไรต่างกันมากหรอก

ทั้งเรื่องสภาพอากาศ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ฯลฯ

ก็จริงที่ไม่ต่างกันมาก แต่ประเทศลาวยังมีความธรรมชาติและมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นกว่าไทย

สิ่งที่น่าสนใจอย่างแรก คือเดินทางไม่ลำบากมาก พรมแดนติดกันสามารถเดินข้ามไปได้

อย่างที่สองไม่จำเป็นต้องทำวีซ่าให้ยุ่งยาก ถ้าเป็นคนไทยแท้ สามารถอยู่ประเทศลาวได้ยาวๆ ถึง 30 วันเชียวล่ะ!

อย่างที่สาม สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของประเทศลาว คือโบราณสถาน วัด และแหล่งธรรมชาติ

ที่โด่งดังในหมู่วัยรุ่นตอนนี้ก็หนีไม่พ้น วังเวียง

เป็นจุดที่มีความเป็นธรรมชาติ 100% ทั้งแม่น้ำ ภูเขา วิวทิวทัศน์สวยงาม มีกิจกรรมให้ทำมากมายในสถานที่เดียว

แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงนอกจากนี้ เช่น

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง, ทุ่งไหหิน, พระธาตุหลวง เวียงจันทร์, ประตูชัย และอีกมากมาย

เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเที่ยวต่างประเทศ

แต่กลัวจะ Culture Shock จนสนุกไม่ออก

ประเทศลาวที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย เป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับมือใหม่หัดเที่ยวนะ

 

4. เนเธอร์แลนด์

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

ระยะนี้สภาพอากาศโซนเอเชียไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก

นอกจากประเทศไทยจะมีฝุ่นมลพิษเข้าขั้นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว

ประเทศละแวกใกล้เคียงของเราก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

งั้นสลอตแนะนำให้ลี้ภัย ไปเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีอันดับต้นๆ ของโลกกันดีกว่า

ประเทศเนเธอร์แลนด์ เรียกได้ว่าเป็นประเทศในฝันสำหรับคนทุกคน

ทุ่งดอกทิวลิปที่โด่งดังไปทั่วโลก

กังหันลมโบราณแต่สวยงามแบบคลาสสิค ที่ไม่ว่าใครไปก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้

การคมนาคมของคนในประเทศที่เน้นการปั่นจักรยานมากกว่าขับรถ

ระบบการจัดการคลองที่ดี จนสามารถลงเรือเพื่อชมเมืองทั้งเมืองได้

ไม่ว่าจะเป็นโซนในเมืองหลวง หรือออกมาด้านนอกเมือง

ทั้งด้านธรรมชาติและสถาปัตยกรรม ก็ล้วนแล้วแต่แปลกตาทำให้เราฮือฮาได้ทุกมุม

เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่เปรียบเสมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายโลกสวยอะไรแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ทุกประเทศย่อมมีเบื้องหน้า มีเบื้องหลังเสมอ

อย่าเพลิดเพลินไปกับความสวยงามจนลืมระมัดระวังตัวเองล่ะ

ไม่ใช่แค่เนเธอร์แลนด์นะ แต่ทุกประเทศเลย

 

5. อินโดนีเซีย

5ประเทศที่เราอยากแนะนำให้ไปเที่ยว

อีกประเทศหนึ่งที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเที่ยว หรือคนที่เก๋าแล้วจะไปก็ไปได้นะ

ประเทศอินโดนีเซีย หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของไทย

โดดเด่นด้วยภูมิศาสตร์ที่เป็นหมู่เกาะ

เหมาะสำหรับคนชอบเล่นน้ำ ตะลุยผจญภัยสำรวจใต้ท้องทะเลของหมู่เกาะต่างๆ

สถานที่บนบกก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าความสวยงามของใต้ทะเลซะที่ไหน

มีทั้งวัดบูโรพุทโธ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

อุทยานแห่งชาติโคโมโด ที่มีมังกรโคโมโดป้วนเปี้ยนอยู่เต็มเกาะ

โทราจาแลนด์ หมู่บ้านมหัศจรรย์ของประเทศอินโดนีเซีย

จาการ์ตา เมืองหลวงสุดล้ำสมัย ที่มีความบันเทิงครบทุกด้านให้เลือกสรร

อย่างไรก็ตาม ความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม ต้องแลกมากับภัยพิบัติ

อินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดภัยพิบัติบ่อยที่สุด

ในระยะหลังก็แผ่นดินไหวไปหลายครั้งแล้ว

หากใครอยากไปเที่ยว ก็ระมัดระวังตัวกันหน่อย คอยติดตามศูนย์เตือนภัยให้ดีล่ะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5อนิเมะเข้าใหม่netflixกรกฏาคม20219

เดือนกรกฎาคมนี้netflixขนอนิเมะมาให้ดูเพียบ มีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปต้องพูดร่ำทำเพลง ไปดูกันเลย Steins;Gate ชื่อไทยของอนิเมะเรื่องนี้คือ ฝ่าวิกฤต พิชิตกาลเวลา แค่ชื่อภาษาไทยก็พอรู้สึกถึงความ sci-fi ของเรื่องแล้ว เป็นเรื่องราวของ "โอคาเบะ รินทาโร่" หรือ "โอคาริน" นักประดิษฐ์หลุดโล่ง ที่มีนิสัยแสนจะสุดโต่ง เขามักจะคิดไปเองว่า เขาคือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกองค์กรลึกลับตามล่า เขา และเพื่อนอีก 2 คน ได้ร่วมกันสร้างห้องวิจัยสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไปลุ้นกันเองดีกว่า   Mirai Nikki หรือ Future Diary เรื่องราวของสงครามเกมส์คัดเลือกพระเจ้า ที่พระเอกของเรา หนุ่มน้อย ยุกกี้คุง ดันต้องมาเข้าร่วมอย่างไม่ตั้งใจ และสาวน้อยปริศนา กาไซ ยูโนะ เธอเป็นใคร หาคำตอบกันเองในเรื่องได้เลย   Haruhi เรื่องราวเบาสมอง ดราม่าเล็กน้อย ชีวิตในวัยเรียน ของพระเอกและเพื่อนๆที่ไม่ธรรมดาของเขา ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ไปสปอนตอนแรกของเรื่อง เอาเป็นว่าไปดูสักตอนสองละกัน จะเข้าใจเองว่าไม่ธรรมดาอย่างไร   Another เรื่องราวในโรงเรียนอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้มาอีกแบบ เกี่ยวกันปริศนาคำสาปของห้องเรียน ที่จะต้องมีนักเรียนในห้องนี้ตาย หรือไม่ก็ญาติของนักเรียนในห้องนี้ตายต่อไปเรื่อยๆ เพียงแค่ว่ามีวิญญาณที่ตายไปแล้ว ได้มาอยู่ในห้องเรียนนี้ ใครกันล่ะที่วิญญาณร้ายตัวนั้น   Deadman Wonderland เรื่องนี้สลอตอ่านจบไปนานมากๆแล้วชักจะลืม แต่จำได้ว่าตอนใกล้ๆจบสนุกมาก และจบอย่างสวยงาม เอาไงดี เอาเป็นว่า นางเอกน่ารักและแฮปปี้เอนดิ้งมั้ง
บทความ

5 เมนูอาหารที่เก่าแก่มากที่สุดในโลก

ยิ่งมีคนมากขึ้น ความต้องการก็ต้องหลากหลายมากขึ้น จึงมีการผลิตเมนูอาหารใหม่ๆ ออกมาทุกวัน ย้อนไปสัก 5 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักบิงซู แต่ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ร้านขายบิงซู ย้อนไปสัก 10 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักชาบู แต่ตอนนี้ร้านชาบูเปิดแข่งกันยิ่งกว่าเซเว่น แต่เคยสงสัยมั้ย ว่าอาหารอะไรล่ะ ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด มีการผลิตและกินอาหารชนิดนี้มานานมากแล้ว? บางอย่างก็ยังคงเป็นสิ่งที่เรากินทุกวันเหมือนเดิม ซึ่งเป็นระยะเวลาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่มันถูกคิดค้นขึ้นมา 1. ขนมปังเผา อารมณ์ประมาณขนมปังปิ้ง ขนมปังย่างในยุคสมัยนี้ แต่ในสมัยก่อนไม่มีเครื่องทำอาหารที่เหมาะสม จึงออกมาเป็นรูปแบบของขนมปังเผาแทน ขนมปังเผา พบบริเวณท่าเรืออ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าเมนูขนมปังเผามีมานานมากกว่า 5.500 ปีแล้ว มองจากภายนอกเราคงไม่รู้ว่ามันคือขนมปัง แต่นักโบราณคดีทราบว่าเจ้าก้อนกลมชิ้นสีดำนี้คือขนมปัง เนื่องจากมีข้าวบาเลย์อยู่ด้านในของชิ้นส่วน คาดว่าผู้ที่สร้างเมนูนี้ขึ้นมา คือชาวสหรัฐฯ กลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามายังเกาะอังกฤษ 2. ซุปต้มกระดูก เมนูโปรดของหลายคน เวลาได้ซดน้ำซุปต้มกระดูกร้อนๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีทุกครั้ง ซุปต้มกระดูกโบราณ มีอายุมากกว่า 2,400 ปี ถูกพบระหว่างคนงานกำลังขุดหาทองคำเหลวในประเทศจีน เรียกได้ว่ามันมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุซุปนั้นปิดสนิทอย่างดี ทำให้ด้านในนั้น ยังมีซุปหลงเหลืออยู่ ไม่แห้งหรือระเหยไปจนหมด อย่างไรก็ตาม ซุปได้กลายเป็นสีเขียวไปแล้ว เนื่องจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผลิตภัณฑ์นั่นเอง เลยอดชิมว่า ซุปต้มกระดูกเมื่อหลายพันปีที่แล้ว จะมีรสชาติเดียวกับปัจจุบันหรือไม่ 3. เนย มีการพบโถบรรจุเนยสภาพดีเยี่ยม ซึ่งคาดว่าเนยที่ค้นพบนั้นมีอายุมากกว่า 3,000 ปีแล้ว แม้ว่าตัวเนยอาจจะเสียอะไรหลายอย่างไปบ้าง เช่น ความสมบูรณ์ของตัวครีม ซึ่งแปรสภาพจากครีมกลายเป็นขี้ผึ้งแทน แต่อย่างอื่นก็คือว่า มองปราดเดียวรู้เลยว่าเป็นเนย ปัจจุบันเนยที่เก่าแก่ที่สุด ถูกรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศไอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมีสภาพดี แต่ก็ยังไม่มีใครเคยชิมหรอกนะ ว่ามันรสชาติดีตามสภาพรึเปล่า? 4. เส้นก๋วยเตี๋ยว ก่อนที่จะมีการสรุปได้ว่า ประเทศใดสร้างเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเป็นประเทศแรก หลายประเทศต่างถกเถียงกันว่าใครเป็นออริจินอล ทั้งประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งชาวอาหรับ สุดท้าย ก็ค้นพบหลักฐานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นประเทศแรกของโลก และสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การค้นพบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่ที่สุด พบเมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว บริเวณริมแม่น้ำเหลืองในประเทศจีน คาดว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยในบริเวณนี้ รีบร้อนอพยพเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้มีเส้นก๋วยเตี๋ยวตกตามพื้นในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์จนกระทั่งมีคนไปพบเข้า 5. เนื้ออบแห้ง ในสมัยก่อน ไม่มีวิธีการเก็บรักษาอาหารได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยนี้ ที่แค่โดนเข้าตู้เย็นอาหารก็อยู่ได้นานแล้ว มีการพบเนื้ออบแห้งในหลุมฝังศพแห่งหนึ่งในประเทศจีน คาดว่าเนื้ออบแห้งนั้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี สภาพของเนื้อวัวอบแห้งที่นักโบราณคดีพบ รูปร่างค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากพวกมันผ่านการตากแห้งมาแล้ว แต่สีของเนื้อวัวตากแห้งจะค่อนข้างเพี้ยนจากสีที่เราชินตาไปสักหน่อย เนื้อวัวอบแห้งในสมัยก่อน ถือเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับนักเดินทาง
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดในฤดูฝน

ฤดูฝน เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของคนส่วนมากสักเท่าไหร่นัก มันเป็นปัญหามากกว่าฤดูร้อนเสียอีก มันทั้งเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะหนะ ตัวเปียก เหม็นอับชื้นตลอดเวลา คนประกอบอาชีพจากหลายอาชีพ เหนื่อยที่สุดก็ฤดูฝนเนี่ยแหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูวัดใจเลย เรามาหาวิธีเอาตัวรอดจากฤดูสุดหฤโหดนี้ดีกว่า 1. พกร่มขนาดเล็กใส่กระเป๋าตลอดเวลา การพกร่มอาจจะเกะกะ และทำให้คุณต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากขึ้น จนส่งผลให้ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือไม่มีพื้นที่เก็บของอย่างอื่น แต่หลังๆ ก็มีการผลิตร่มขนาดเล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบพกอะไรไปไหนมาไหน มันอาจจะมีขนาดเล็กจนบังฝนได้คนเดียว หรือแม้แต่บังคนเดียวก็ยังไม่ได้ กางแล้วก็ยังเปียกอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถปกป้องคุณและของสำคัญจากน้ำฝนและความเปียกชื้นได้ ป้องกันได้สัก 50% ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันเลย 2. โหลดแอพฯ แจ้งเตือนสภาพอากาศ ถึงแม้ว่าการพยากรณ์อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความแม่นยำเลย อย่างน้อยเราก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าในพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงเกิดฝนตก เราจะได้หลีกเลี่ยง ป้องกันตัวเองไว้ดีกว่าการที่ต้องมาคิดได้ทีหลังว่า รู้แบบนี้เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกมาข้างนอกดีกว่า ถ้าหากมีนัดสำคัญหรืองานสำคัญ โดยที่ไม่เช็คสภาพอากาศก่อนละก็ ความเสี่ยงที่งานจะล่ม เกิดเหตุเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้น จะมีเยอะมาก 3. ใช้เครื่องอบผ้า ในช่วงฤดูฝน สิ่งที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด ใช้ชีวิตยากขึ้น ก็คือการตากผ้าเนี่ยแหละ ตากยังไงก็ไม่มีแห้งเพราะไม่มีแดด พอใกล้จะแห้งปุ๊บ ฝนตกซะงั้น! สลอตขอแนะนำให้ซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เลย หรือก็ไปใช้เครื่องอบผ้าตามร้านที่มีบริการซักผ้าอบผ้าก็ได้ มันอาจจะถูกมองว่าเปลืองเงิน แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีในฤดูฝน การตากผ้าในห้องไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะอาจทำให้ห้องชื้น และเหม็นอับไปด้วย ลองดูกันนะ 4. พกถุงพลาสติก การใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ควรลดละเลิก เพราะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม แต่ในฤดูฝน พกไว้บ้างก็ได้ รียูสใช้ในทุกวัน ถ้าเปียกก็เอาไปตากให้แห้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ถ้าเราลืมพกร่ม ลืมดูพยากรณ์อากาศ ถุงพลาสติกเนี่ยแหละที่พอจะรักษาชีวิตให้คุณได้ คลุมหัวได้เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินฝ่าฝน ใส่ของสำคัญอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ค แฟ้มเอกสารให้ไม่เปียก หรือแม้แต่สวมแทนรองเท้าตอนลุยน้ำ เพื่อป้องกันเท้าเปื่อย น้ำสกปรก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรคหรืออันตรายสะสม ประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม 5. ตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้อง/ ในบ้าน ก่อนออกไปข้างนอก เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และมักจะพลาดกับเรื่องนี้ ฤดูฝนเป็นอีกฤดูที่ควรดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เพราะจะมีทั้งปัญหาน้ำซึม น้ำรั่ว น้ำสาดเข้าบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น พื้นบวม, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด, ลมพัดเอกสารสูญหาย บางบ้านไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งฤดูฝน ทำให้รู้ว่าบ้านพักมีปัญหา ตรวจเช็คสภาพบ้านหรือที่พักให้ดี
บทความ

5แมลงที่ตัวใหญ่ที่สุด

แมลง เป็นสัตว์ที่มีคนรังเกียจ ขยะแขยง หวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ อย่าง ผึ้ง, แมลงสาบ, แมงมุม ฯลฯ ก็ตาม แต่คนก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ด้วยเหตุผลเช่น มันมีพิษ, มันส่งกลิ่นเหม็น, มันน่ารำคาญ แค่แมลงตัวเล็กจิ๋ว ขนาดไม่ถึงฝ่ามือก็จะช็อกตายแล้ว แต่ก็ยังมีแมลงที่ตัวใหญ่มากกว่าฝ่ามืออีกหลายสิบสายพันธุ์บนโลกนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบ มีขนาดเกือบเท่าแขนเลยทีเดียว! อันดับที่ 5 Titan beetle (Titanus giganteus)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.6 นิ้ว ด้วงไททันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดอันดับหลายโพล มีรายงานว่า ด้วงไททันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาความยาวมากกว่า 7 นิ้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน นักวิทยาศาสตร์จึงบันทึกสถิติจากด้วงไททันตัวใหญ่ที่สุดที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็คือ 6.6 นิ้วนั่นเอง ส่วนที่ยาวโดดเด่นของด้วงไททัน คือบริเวณลำตัว โดยความยาวของลำตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วงไททันเป็นสัตว์ที่หายากมาก เพราะมันอาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าฝนโซนอเมริกาใต้ ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมันได้อย่างง่ายๆ สักเท่าไหร่ อันดับที่ 4 ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส (Hercules beetle)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้ว หนึ่งในด้วงที่มีชื่อเสียง และมีคนนิยมเลี้ยงด้วงสายพันธุ์นี้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสตัวเมีย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ลำตัวจะสั้นกว่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ก็คือเขาที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั่นเอง บริเวณดังกล่าวก็ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในแมลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเลย และนอกจากมันจะเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ที่สุดแล้ว มันยังเป็นแมลงที่สามารถยกของที่มีขนาดใหญ่มากกว่ามันถึง 850 เท่าได้! อันดับที่ 3 Macrodontia cervicornis:ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้วขึ้นไป เป็นด้วงสายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบป่าฝนของประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย และบราซิล อวัยวะที่เป็นส่วนทำให้มันเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือขากรรไกรอันทรงพลังของมัน ชื่อของมันที่มีชื่อว่า Macrodontia ก็มีความหมายว่า ฟันยาว ตามลักษณะของมันนั่นเอง มันเป็นแมลงที่มีอายุยืนถึง 10 ปี และขนาดตัวอ่อนของด้วงสายพันธุ์นี้ ก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับวัยโตเต็มที่เลยล่ะ อันดับที่ 2 ตั๊กแตนตำข้าว (Praying Mantis)ความยาวโดยเฉลี่ย 7 นิ้ว แมลงที่เรารู้จักกันดี และพบได้ทั่วไป ตั๊กแตนตำข้าว เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1929 มีความยาวถึง 7.9 นิ้ว โดยพบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ยังมีรายงานว่า ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู ได้ แถมยังกินลูกนกได้อีกด้วย อันดับที่ 1 Phryganistria chinensis Zhaoความยาวโดยเฉลี่ย 24.6 นิ้ว ความยาวใหญ่ยักษ์ของเจ้าแมลงตัวนี้ เรียกได้ว่า แม้แต่คนไม่กลัวแมลงยังสยองเลย แมลงชนิดนี้ เป็นแมลงที่พบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และได้ยอมรับในปี ค.ศ. 2013 ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเจ้าแมลงตัวนี้ มันก็วางไข่ให้กำเนิดลูกอีก 6 ตัว แม้แต่แมลงชนิดนี้แรกเกิด ก็มีความยาวถึง 10.9 นิ้วแล้ว ถ้าเจอคงช็อกตายก่อน