5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

20 มกราคม 2562

วงจรชีวิตของคนไทยก็คล้ายคลึงกันหลายอย่าง

ตื่นมา กินข้าว เดินทาง ทำงาน/ เรียนหนังสือ เดินทาง นอนหลับ วนลูปอยู่แบบนี้

แต่ละคนก็มีภารกิจที่ต้องทำแตกต่างกัน บางคนก็เหนื่อยน้อยหน่อย บางคนก็ภาระเยอะหน่อย

แต่ที่คนไทยจะเหนื่อยไม่ต่างกันเลย คือความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

เพราะเราต้องเดินทางสัญจรบนถนนกันแทบทุกคน

แม้ว่าจะทำงานอยู่บ้าน แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ถนนสัญจรเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัวต่างๆ

มีคนใช้ถนนพร้อมกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ก็น่าเบื่อมากพอแล้ว

ในแทบจะทุกๆ วัน ยังเจอคนนิสัยเสียที่ทำให้ท้องถนนน่าเบื่อยิ่งขึ้นไปอีก

อยากจะประชดด้วยการเดินไปทำงานมันซะเลย!

แต่พอเจอแดดกับสภาพอากาศเมืองไทยแล้ว ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วเดินกลับขึ้นรถ

เผชิญหน้ากับความน่าเบื่อของท้องถนนกันต่อไป

เชื่อว่า 5 สิ่งเนี้ย เป็นสิ่งที่เราต้องเจอกันทุกวัน

โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในเมือง แทบจะเจอทุก 5 นาทีเลยก็ว่าได้

ก่อนอ่านก็ใจร่มๆ ก่อนนะ เพราะอาจจะอินตาม หัวร้อนตามก็ได้

1. ไม่เปิดไฟเลี้ยว

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

นอกจากจะน่าเบื่อแล้ว ยังอันตรายด้วย

เพราะคนที่ขับตามมาข้างหลังจะไม่รู้เลยว่า รถคันหน้าจะเลี้ยวไปในทิศทางไหน ถ้าไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว

เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ บนโลกโซเชียล

กับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

หลายคนประสบอุบัติเหตุเพราะลืมเปิดไฟเลี้ยว

นอกจากจะเป็นภาระให้คนที่ขับตามต้องเบรครถกระทันหันเพราะจู่ๆ จะเลี้ยวก็เลี้ยว

ถ้าคนที่ขับตามเป็นมอเตอร์ไซค์ ก็อาจจะเบาหน่อย

ส่วนมากก็เจ็บถลอกตามตัว ซ่อมรถครั้งใหญ่บ้าง บลาๆ

แต่ถ้ารถที่ตามหลังเป็นรถเก๋ง และขับมาด้วยความเร็ว

ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตกันทั้งคู่

รักชีวิต รักทรัพย์สิน ก็เปิดไฟเลี้ยวกันเถอะ

แล้วถ้าเปิดไฟเลี้ยว ก็เปิดให้ทุกทิศทางกันด้วยนะ

ไม่ใช่ว่าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายแต่เลี้ยวขวา หรือเปิดไฟเลี้ยวขวาแต่เลี้ยวซ้าย

นี่อันตรายหนักกว่าไม่เปิดไฟเลี้ยวอีก

2. แทรกแถว

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

เคยไหม? ขับรถต่อคิวเพื่อเข้าเส้นทางหนึ่ง

เช่นกำลังต่อคิวเพื่อขึ้นสะพาน แถวยาวเหยียดหลายกิโล หรือต่อแถวเพื่อกลับรถ

จู่ๆ มีรถยนต์ใจกล้าคันหนึ่ง

ขับมาเลนข้างๆ เราปกติ แต่จู่ๆ ดันหักหน้าเข้ามาแทรกแถวที่เรากำลังจะต่อ!!

เฮ้ย! ทำแบบนี้ได้ยังไง!

ถ้าเราให้ไป ก็เหมือนกับว่าเรายอมให้กับคนที่ไม่มีมารยาททางสังคม ไม่มีจิตสำนึก

แต่ถ้าเราไม่ให้ไป รถที่ตามหลังเรามาก็จะติดกันหนึบหนับกว่าเดิม ไปไหนไม่ได้เพราะเราไม่ยอมให้คันที่มาแทรกไปก่อน

สุดท้าย ทุกครั้งที่เราโดนแทรกคิว ก็มักจะจบลงด้วยการที่เราต้องยอมให้คนมักง่ายไปก่อน

สรุปคือ พฤติกรรมการแทรกแถวเนี่ย นอกจากจะทำให้คนรอบข้างหงุดหงิดแล้ว

ยังจะทำให้รถติดมากขึ้นอีกด้วย เพราะต่างคนต่างไม่ยอมไป

รีบแค่ไหน ก็ต้องเคารพคนอื่นนะจ๊ะ คนอื่นเขาก็มีธุระของเขาเหมือนกัน ไม่งั้นไม่มาอยู่บนถนนหรอก

3. ปาดหน้า

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

พฤติกรรมสุดน่าเบื่อ ที่เป็นหนทางสู่ความตายมาหลายรายแล้ว

เหตุการณ์ผิดใจ ยิงกัน ขับรถชนกัน ส่วนใหญ่มักเกิดจากเหตุการณ์ขับรถปาดหน้ากันก่อนเป็นส่วนใหญ่

แม้หลายคนที่โดนปาดหน้าจะพยายามใจเย็น ไม่ขับรถตามเพื่อเอาเรื่อง

แต่ก็มักจะโดนคนที่ปาดหน้า ขับรถปาดซ้ำเพื่อเยาะเย้ย หรืออะไรก็ตาม

จนทำให้สุดท้ายเรื่องบานปลายจนขึ้นโรงพัก ขึ้นศาล หรือแม้กระทั่งเข้าโรงพยาบาล

เป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าการขับรถต่อคิวแล้วโดนแทรกเสียอีก

เพราะการปาดหน้า ถึงแม้หลายๆ ครั้ง จะไม่มีการเอาเรื่องกัน การปะทะกัน

แต่ก็ส่งผลให้ผู้ที่ถูกปาดหน้าตกใจจนเสียหลัก

พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงจะไม่ปะทะ แต่การปาดหน้าก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่ดีนั่นแหละ

คนไทยด้วยกัน ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

อยู่บนท้องถนนก็ใจเย็นกันหน่อย อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย

อย่าอีโก้สูง เสียหน้าไม่ได้ โดนปาดต้องปาดกลับ ต้องเอาเรื่อง

เพราะสิ่งที่กำลังจะตามมามันไม่คุ้มกันหรอก ถ้าเกิดปะทะกันจนเสียชีวิต คนที่อยู่ข้างหลังจะเสียใจ

4. ขับไปเล่นโทรศัพท์ไป

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

ยุคนี้ เป็นยุคแห่งสังคมก้มหน้า

ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ไม่ค่อยมีใครคุยกัน มีแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ

ก้มหน้ากดมันทุกที่ แม้แต่ระหว่างขับรถ!!

ถ้าคนที่นั่งโดยสารมาด้วยกดโทรศัพท์ก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก

แต่ที่เห็นกันส่วนใหญ่คือ คนที่เล่นโทรศัพท์ก็คือคนที่กำลังขับรถอยู่นั่นแหละ!

เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า ก้มหน้าเล่นสักหน่อยตอนรถติดไฟแดงก็ได้

แต่เราก็เจอกันมาหลายคันแล้ว ที่ไฟเขียวจนเกือบนาทีแต่ดันไม่ยอมขยับ เพราะก้มหน้าเล่นมือถืออยู่

ถ้าดู gps เพราะกำลังหลงทางก็ไม่ผิดอะไรหรอก

แต่ส่วนใหญ่ที่ก้มหน้าใช้มือถือกันจนเป็นปัญหา

ก็มัวแต่ตอบไลน์เช็คแจ้งเตือนเฟสบุ๊คกันทั้งนั้น

ขับรถแค่ไม่กี่นาที วางโทรศัพท์ไว้ห่างๆ หน่อยก็ได้นะ

สติอยู่กับพวงมาลัย สิ่งที่เราทำอยู่ในตอนนั้นดีกว่า

5. ขับจี้ท้ายรถ

5สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

พูดง่ายๆ ก็ การขับรถจี้ตูดนั่นแหละ

การขับรถจี้ตูด มีอยู่ 2 กรณี

กรณีแรก คือเราขับช้า และขับผิดที่ผิดทางเอง

จะเห็นได้บ่อยๆ ว่า คนขับรถช้าบางคนจะขับเลนขวาสุด ทั้งที่เลนขวาสุดมีไว้สำหรับรถขับเร็ว

คนที่ขับรถเร็ว ที่ขับเลนขวาสุดอย่างถูกต้อง ก็จะรู้สึกไม่พอใจ

ว่าทำไมขับมาถูกเลนแล้วต้องมาชะลอให้กับรถที่ขับช้า ขับผิดเลน

จะแซงซ้าย แซงไปแซงมาก็ไม่ใช่เรื่อง อาจจะไปปาดหน้าคนอื่นอีก

เลยตัดสินใจขับจี้ตูดคันที่ขับช้าเนี่ยแหละ

(แต่มันก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่สมควรนะ ควรบีบแตรหรือกะพริบไฟมากกว่า)

แต่ก็มีคนนิสัยเสียอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ชอบขับรถจี้ตูดคนอื่นไปทั่ว

ไม่ว่าจะขับรถดีหรือไม่ดี ก็มักจะมีคนนิสัยเสียมาขับรถไล่เสมอ

สาเหตุที่การขับรถจี้ตูดเป็นพฤติกรรมไม่สมควรมาก ไม่ว่าฝ่ายจี้ตูดจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม

เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เนื่องจากการขับจี้ตูด ถ้ารถไม่ว่าจะคันที่อยู่ข้างหน้า หรือคันที่อยู่ข้างหลังเกิดเสียจังหวะขึ้นมา

ก็จะส่งผลให้รถอีกคันที่อยู่ติดกันโดนร่างแหไปด้วย

เช่น รถที่โดนจี้ตูดเกิดเบรคกระทันหัน ก็จะเกิดอุบัติเหตุชนกัน

หรือถ้ารถที่เป็นฝ่ายจี้ตูดเกิดเสียหลัก ก็อาจจะเสียหลักไปชนคันข้างหน้าก็ได้

ถึงจะไม่เกิดอุบัติเหตุยังไง มันก็ทำให้คนที่พบเจอเหตุการณ์นี้รู้สึกไม่ดี

ขับรถให้ถูกต้องตามสมควรในเลนที่เหมาะสม และให้เกียรติเพื่อนร่วมถนนกันเยอะๆ เนอะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!