5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

13 ธันวาคม 2561

พูดถึงสัตว์ สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้แล้ว

หลายคนมักจะนึกถึงภาพของเจ้าตัวมีขนปุกปุย หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารัก ไม่มีพิษมีภัย

แต่ถ้าพูดถึงกลิ่นเหม็นแล้ว

กลิ่นเหม็นเป็นสิ่งที่คนร้อยทั้งร้อยไม่อยากจะได้กลิ่น ไม่อยากจะเข้าใกล้

เพราะมันไม่น่าอภิรมย์ใจเลยสักนิด

แต่รู้หมือไร่ ว่าสัตว์แทบจะทุกชนิดบนโลก

ล้วนแต่มีกลิ่นเหม็นทั้งนั้นแหละ

เพราะมันอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เปื้อนดินโคลน ไม่มีสบู่ ยาสระผมเหมือนอย่างเรา

อย่างไรก็ตาม กลิ่นเหม็นของสัตว์ หลายคนก็ยังพอรับได้

เช่นกลิ่นตัวแมว ที่แทบจะไม่มีเลย เพราะมันทำความสะอาดตัวเองตลอด

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นสุดๆ อยู่

เหม็นในระดับที่สามารถทำฝูงคนแตกฮือได้เลยล่ะ

มันไม่ได้เหม็นเพราะมันไม่อาบน้ำนะ

แต่สัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นมากๆ มักจะมีเหตุผลของมันอยู่

ว่าทำไมตัวมันถึงเหม็นขนาดนั้น

 

1. ตัวกินมด (Lesser Anteater)

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

คนส่วนใหญ่รู้จักเจ้าตัวกินมดในฐานะสัตว์ที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด

ด้วยบริเวณจมูกและปากของมันที่ยื่นยาวโดดเด่นออกมา

มีไว้สำหรับล่าเหยื่อที่เป็นอาหารของมัน นั่นก็คือ บรรดามดปลวกแมลง

ที่มักจะอาศัยอยู่ตามโพรงเล็กๆ

เวลามันหิว มันก็จะใช้จมูกและปากสุดแสนจะยื่นยาวของมันสอดเข้าไปในรังแมลง

จากนั้นก็ใช้ลิ้นที่ยาวมากกว่าปากของมัน สอดเข้าไปตามช่องทางต่างๆ ในรัง

และตวัดเหล่าแมลงในรังเข้าปาก

แต่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่า นอกจากรูปร่างมันจะเป็นเอกลักษณ์แล้ว

กลิ่นตัวของมันก็มีเอกลักษณ์สุดๆ เช่นกัน

เคยสงสัยมั้ยล่ะ ว่าทำไมเจ้าสัตว์ที่กินแต่แมลงตัวเล็ก ไม่มีพิษมีภัยอะไร

ถึงไม่ค่อยโดนล่าเป็นเหยื่อเหมือนสัตว์อ่อนแอชนิดอื่น อย่างเช่น กวาง, ม้าลาย

เพราะกลิ่นตัวของมันยังไงล่ะ!

ตัวกินมด มีต่อมกลิ่นบริเวณใต้โคนหางของมัน

กลิ่นของตัวกินมดเลวร้ายมากพอที่จะทำให้มันรอดจากการล่าได้

ว่ากันว่า กลิ่นของมันเหม็นยิ่งกว่าสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นที่สุดในโลกระดับตำนาน

ซึ่งก็คือ สกังก์ มากถึง 4-7 เท่าเลยทีเดียว!

และถ้าหากว่าสัตว์นักล่าไม่แคร์เรื่องกลิ่น

พยายามจะกินเจ้าตัวกินมดให้ได้ล่ะก็

ตัวกินมดมีแขนและกรงเล็บที่แข็งแรงคอยป้องกันตัวเองอีกชั้นหนึ่ง

แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ออกโรงต่อสู้หรอกนะ เพราะแค่ปล่อยกลิ่นก็บ๊ายบายกันหมดแล้ว

 

2. มวนง่าม, มวนเหม็น (Stink Bug)

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ก็เป็นชื่อที่ทำให้รู้ถึงตัวตนของมันทันที

มวนง่าม เป็นแมลงที่พบได้ทั่วไปในแทบจะทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

มีลักษณะกลม หลังโค้งงอเล็กน้อยคล้ายกับแมลงเต่าทอง

มีความยาวลำตัวเพียงไม่เกิน 1 เซนติเมตรเท่านั้น

ทันทีที่มันรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือถูกคุกคาม

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้ามนุษย์อย่างเราไปสะกิดหรือตบตัวมัน

มวนง่าม จะปล่อยสารเคมีเฉพาะตัวของมันออกมา ซึ่งมีกลิ่นเหม็นมาก!

เหม็นออกแนวเหม็นสาป ซึ่งเป็นกลิ่นเหม็นที่สลอตเกลียดมากก

ตามธรรมชาติ มวนง่ามปล่อยสารเคมีชนิดนี้ไว้เพื่อป้องกันตัว

ไม่ให้ถูกสัตว์ชนิดอื่น เช่น กิ้งก่า, นก กินมันเป็นอาหาร

แต่สำหรับเราที่คุกคามมันเพราะรำคาญหรือหวาดกลัว ก็จะซวยนิดนึง เพราะมันเหม็นมากจริงๆ

ว่ากันว่า มวนง่ามบางชนิด สามารถพ่นสารเคมีที่มีกลิ่นเหม็นนี้ได้อีกด้วย!

ถึงมันจะดูน่าสงสาร ที่ไม่มีอะไรไปสู้เขาเลย นอกจากสารเคมีเหม็นๆ

แต่ขอบอกเลยว่า เจ้ามวนง่ามนี่เป็นศัตรูพืชตัวฉกาจเลยล่ะ

เพราะมันกินหมด ทั้งพืช ผัก ผลไม้ ใบหญ้า

เรียกได้ว่า นอกจากมันจะนำพาเอากลิ่นเหม็นมาเยือนเราแล้ว

ยังทำลายสวนของเราอีก!

 

3. สกังก์ (Skunk)

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

เป็นสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นระดับตำนาน ที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยยังเด็กแล้ว

เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก

เมื่อเทียบกับสัตว์ป่าตัวอื่นตามธรรมชาติ

แถมมันก็ไม่ได้เป็นสัตว์ที่มีความคล่องแคล่วว่องไว ถึงขนาดวิ่งหนีนักล่าได้

จึงทำให้สกังก์มีวิวัฒนาการ สามารถปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาได้

สิ่งที่ทำให้สกังก์เป็นสัตว์มีกลิ่นเหม็นที่โดดเด่นกว่าสัตว์ชนิดอื่น

เพราะมันไม่ได้เพียงแค่ปล่อยกลิ่นเหม็นให้โชยไปตามอากาศเท่านั้น

แต่มันยังสามารถฉีดสารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นออกจากร่างกายของมันได้ไกลถึง 3 เมตร!!

ความสามารถดังกล่าว ก็เป็นความสามารถสำหรับการป้องกันตัวเช่นกัน

เพราะนอกจากจะทำให้สัตว์นักล่ามึนงงเพราะกลิ่นสุดแสนจะเหม็นเน่าแล้ว

การฉีดสารเหลวใส่ ก็ทำให้สัตว์นักล่าตกใจ

สารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นดังกล่าว ยังมีกลิ่นที่เหม็น ติดทนนาน ต้องใช้เวลาสักพักเลยล่ะกว่ากลิ่นจะหมด

อารมณ์ประมาณโดนน้ำปลาร้าหกใส่ (แต่กลิ่นสกังก์ไม่ได้หอมเหมือนกลิ่นปลาร้าหรอกนะ)

แต่ในปัจจุบัน คนก็เริ่มเอ็นดูสกังก์มากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะถ้าหากมันไม่ได้ถูกคุกคามจนปล่อยสารเหลวกลิ่นเหม็นออกมาแล้ว

สกังก์ก็เป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดหนึ่งเลยล่ะ

รูปลักษณ์ภายนอกที่มีขนฟูฟ่อง สีขาวสลับดำแต่ไม่ได้ดูน่ากลัว

ตาสุดแสนจะแป๋วแหวว พฤติกรรมที่ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นวิ่งไล่กัดใคร

จนหลายๆ คนในบางประเทศ เริ่มนำสกังก์มาดูแลเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านกันแล้วล่ะ

 

4. แมลงตด (Bombardier Beetle)

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

เป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยอย่างเรารู้จักกันดี

และเพียงแค่ชื่อของมัน ก็ทำให้คนที่ได้ยินรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ และไม่อยากเข้าใกล้ทันที

สาเหตุที่มันถูกเรียกว่า แมลงตด นั้น เพราะยามเมื่อมันพ่นของเหลวมีกลิ่นออกมา

มันไม่ได้พ่นเงียบๆ หรือมีเสียงเหมือนกับงูพ่นพิษ หรือสัตว์อื่นพ่นสารเหลว

แต่มันพ่นออกมาด้วยเสียงที่คล้ายกับการผายลม ตดนั่นแหละ

มันเลยได้ชื่อว่า แมลงตด

และสารเหลวที่มีกลิ่นเหม็นของมัน ไม่ได้มีดีเฉพาะกลิ่น

แต่ยังเป็นพิษรุนแรงในระดับที่สามารถให้ผิวหนังของมนุษย์เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนคล้ายถูกกรดได้

หรือถ้าหากโชคร้าย ถูกแมลงตดพ่นสารเหลวใส่ดวงตาเข้าล่ะก็ ส่งผลให้ตาบอดและเสียชีวิตได้เลย

สาเหตุเป็นเพราะ สารเหลวที่มีพิษและกลิ่นเหม็นของมัน

เกิดจากการผสมกันระหว่างสารพิษไฮโดรควิโนน และ สารพิษไฮโดนเจนเปอร์ออกไซด์

และเมื่อมันต้องการจะปล่อยออกมา สารพิษทั้ง 2 ตัว ก็จะไปผสมดกับเอนไซม์ที่มีในร่างกาย

ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นสารพิษ และ ความร้อน ขึ้นในเวลาเดียวกัน

นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นฉุน ชวนปวดหัวแล้ว

ยังทำให้ปวดแสบปวดร้อนอีก

ใครที่เจอเจ้าแมลงตัวนี้ ก็อย่าได้คิดจะต่อสู้กับมันเลยนะ

 

5. วูลเวอรีน (Wolverine)

5สิ่งมีชีวิตที่เหม็นที่สุด

แม้จะมีชื่อคล้ายกับซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดัง

แต่ลักษณะต่างๆ ของเจ้าวูลเวอรีนสุดเหม็นนี้ ไม่ได้ใกล้เคียงกับซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังคนนั้นเลย

หลายคนอาจจะรู้จักชื่อนี้ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่

แต่ไม่เคยรู้จักในฐานะสัตว์โลก และไม่รู้จักกับกลิ่นเหม็นของมันด้วย

มารู้จักกับเจ้าวูลเวอรีนที่มีกลิ่นเหม็นจนติดอันดับนี่กันดีกว่า

วูลเวอรีน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์เพียงพอน (เช่น นาก)

ถึงภายนอกมันจะดูเป็นสัตว์ขนฟูน่ารัก ขนาดกำลังน่าฟัด

แต่อุปนิสัยของมันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมันได้รับฉายาว่า

"จอมตะกละ"

วูลเวอรีนเป็นสัตว์กินเนื้อ มักจะชอบล่าเหยื่อที่อ่อนแอกว่าเป็นอาหาร

ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์ที่กำลังจำศีลหรือนอนหลับอยู่

และมันยังเป็นสัตว์ที่แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ

วูลเวอรีนสามารถโค่นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า เช่น กวางมูส กวางแคริบูได้!

ด้วยขากรรไกรที่แข็งแรง กรงเล็บอันแหลมคม แถมผิวหนังของมันก็ยังหนามาก

เรียกได้ว่า มีความสามารถทั้งบุกรุกและตั้งรับ

มาถึงตรงนี้คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะว่า ทำไมเจ้าวูลเวอรีนถึงติดอันดับสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็น

เพราะสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นชนิดอื่น ใช้กลิ่นเหม็นเพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่า

แต่เจ้าวูลเวอรีนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ทำไมถึงตัวเหม็นล่ะ?

จุดประสงค์การใช้กลิ่นเหม็นของวูลเวอรีน จะแตกต่างจากสัตว์อีก 4 ชนิดที่ติดอันดับนี้

โดยวูลเวอรีน จะใช้กลิ่นในการแบ่งอาณาเขต

ซึ่งกลิ่นของมันก็ไม่ได้น่าอภิรมย์ใจสักเท่าไหร่เลย

เพราะกลิ่นของมันจะคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ

แบบว่าถ้ามีวูลเวอรีนอาศัยอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ

รวมถึงยังทำกลิ่นบนอาหารที่มันกำลังกินอยู่ เพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าของอีกด้วย

นี่ขนาดใช้กลิ่นแค่สร้างอาณาเขตนะ

ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าในอนาคตเจ้าวูลเวอรีนมีวิวัฒนาการ

สามารถใช้กลิ่นในการต่อสู้ล่าศัตรูได้

ถึงเวลานั้น กลิ่นมันจะนรกขนาดไหน!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!