การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

17 ตุลาคม 2561

พูดถึงการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ก็ต้องเป็นการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น

และเมื่อพูดถึงสังกัดการ์ตูน ที่อัดแน่นไปด้วยการ์ตูนคุณภาพ

ก็ต้องเป็นการ์ตูนจาก โชเนนจัมป์!

โดยโชเนนจัมป์ คือนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์

ที่การ์ตูนส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ การผจญภัย

เนื่องจาก โชเนน แปลว่า เด็กผู้ชาย (Shonen)

พูดง่ายๆ ก็คือ มีแต่การ์ตูนที่ถูกใจเหล่าเด็กผู้ชายนั่นเอง

ยกตัวอย่างการ์ตูนดังจากโชเนนจัมป์ เช่น

กินทามะ, บลีช, ยอดนักปรุงโซมะ, วันพีช ฯลฯ

แม้จะอัดแน่นไปด้วยการ์ตูนมันส์ๆ เปี่ยมคุณภาพทั้งเนื้อเรื่องและลายเส้น

แต่มันก็ต้องมีเรื่องที่สนุกแซงหน้าแซงตาเรื่องอื่น

จนกลายเป็นตำนานของโชเนนจัมป์

สลอตได้อ้างอิงคะแนนโหวตจากเว็บไซต์ ranker.com

เว็บไซต์จัดอันดับ ที่เปิดให้คนทั่วไปร่วมโหวต ว่าอะไรดีที่สุด!

ซึ่งแน่นอนว่ามีการเปิดโหวตในหัวข้อ การ์ตูนจากโชเนนจัมป์ที่ดีที่สุดเช่นกัน

สำหรับเว็บนี้ อันดันที่เท่าไหร่ไม่ได้สำคัญ

เพราะมีทั้งคะแนนบวก และคะแนนลบ

สลอตได้ทำการคิดคำนวณถึงคะแนนสุทธิจริงๆ อีกที ว่าใครได้มากกว่ากัน

ต่อให้คะแนนบวกเยอะ แต่คะแนนลบเยอะกว่า ก็ถือว่าไม่ดีพอ

ถ้าคะแนนบวกเยอะเกินหน้าเกินตา แปลว่าได้รับการยอมรับอย่างแน่นอน

สลอตถึงจะนับว่า เป็นการ์ตูนโชเนนจัมป์ที่มันส์จริงๆ !

(เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่เปิดโหวตตลอด ส่งผลให้ อันดับขึ้น-ลงตลอดเวลา จึงขอแจ้งเอาไว้ว่า ข้อมูลคะแนนการโหวตของบทความนี้ บันทึกไว้ในวันที่ 9 ตุลาคม)

อันดับที่ 5 Hunter X Hunter
คะแนน 2,450 โหวต

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

แม้จะถูกจัดว่าเป็นการ์ตูนเก่า

เนื่องจาก Hunter X Hunter (ฮันเตอร์) เวอร์ชันอนิเมะ ฉายในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542

แถมเวอร์ชันมังงะ ก็ไม่ได้วางขายมาหลายปี

เพราะคนเขียนติดไอดอลวง Keyakizaka46

แต่ผลงานที่เขาเขียนไว้ก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นเวลานานมากแล้ว

เนื้อหาการ์ตูนยังถือว่าเข้มข้น ทันยุคสมัย ไม่ซ้ำใครอยู่ดี

ฮันเตอร์ เป็นการ์ตูนแนวแอ็คชัน ผจญภัย

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ กอร์น ฟรีคซ์ เด็กหนุ่มผมตั้งวัย 12 ปี

กอร์นอาศัยอยู่กับญาติบนเกาะปลาวาฬ เกาะของชาวประมง

โดยคนในเกาะได้บอกกับกอร์นว่า

พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ ตั้งแต่เขายังเด็ก

จนกระทั่งวันหนึ่ง กอร์นก็ได้รู้ความจริงว่า

พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ แถมยังเป็นฮันเตอร์มืออาชีพระดับแนวหน้า

เขาทิ้งกอร์นไป เพราะต้องการเดินตามความฝันของตัวเอง

เมื่อรู้ดังนั้น กอร์นจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาพ่อของตัวเอง

และเขาต้องการจะเดินตามรอยพ่อ

นั่นก็คือ กอร์นจะเป็นฮันเตอร์ให้ได้!

ฮันเตอร์ของการ์ตูน Hunter X Hunter ไม่ใช่นักล่าป่าเถื่อน

แต่ฮันเตอร์ คือมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษเหนือคนทั่วไป

เช่น สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้, เสริมพลังของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้

เชื่อว่าหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว

เพราะทั้งเก่า แถมยังอัพเดทไม่บ่อย

แต่ตอนนี้คนเขียนกลับตัวกลับใจ มาเขียนต่อเรื่อยๆ แล้วนะ

แต่จะเป็นเวอร์ชัน มังงะ

ตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงตอนที่ 384 แล้ว

ติดตามอ่านกันได้เลย! ก่อนที่จะลืมเนื้อเรื่อง!

อันดับที่ 4 Dragon Ball
คะแนน 2,675 โหวต

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

การ์ตูนแนวแอ็คชัน ผจญภัย ที่ถูกจัดว่าเป็นการ์ตูนระดับตำนานขึ้นหิ้งไปแล้ว

ดราก้อนบอล ตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527

และมีหลายภาค ทั้งเวอร์ชันมังงะ อนิเมะ เกม ฯลฯ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ยกตัวอย่างที่เพิ่งฉายจบไปก็คือภาค Dragon Ball Super

เรียกได้ว่าเอาใจแฟนการ์ตูนสุดๆ

เนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับ โกคู เด็กหนุ่ม (ที่ปัจจุบันโตแล้ว)

ต้องเดินทางไปที่ต่างๆ ผ่านอุปสรรคมากมาย

เพื่อสะสมดราก้อนบอลให้ครบทั้ง 7 ลูก

และเมื่อสะสมครบ เขาจะได้ขอพรกับเทพเจ้ามังกร

ภาคแรกของดราก้อนบอล มีชื่อว่า Dragon Ball เฉยๆ ไม่มีอะไรต่อท้าย

ดราก้อนบอล ภาคต่อมา ซึ่งเป็นภาคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นก็คือ

Dragon Ball Z

โดยเนื้อหาของอนิเมะภาค Z นั้น จะเอามาจากเวอร์ชันมังงะทั้งหมด

แค่เพียงแค่ภาค Z ภาคเดียว

ก็ฉายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 จนกระทั่งปี ค.ศ. 1996

ถัดมาคือ Dragon Ball GT ฉายในปี ค.ศ. 1996 ถึง ค.ศ. 1997

ถึงแม้จะเป็นภาคต่อจากภาค Z

แต่ทางผู้สร้างได้เปิดเผยว่า ภาค GT ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก

นับว่าเป็นภาคของจักรวาลคู่ขนาน

และล่าสุดก็คือ Dragon Ball Super

เป็นภาคที่ต่อเนื่องมาจากภาค Z

ฉายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 จนถึงปี ค.ศ. 2018

ซึ่งก็จบลงอย่างสวยงามเมื่อไม่นานมานี้

ฉายนานขนาดนี้ กลับไปตามดูตั้งแต่ตอนแรกคงจะเหนื่อยหน่อย

อ่านเป็นมังงะก็ได้ มีแค่ 42 เล่มเอง

อันดับที่ 3 One Piece
คะแนน 3,093 โหวต

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

หนึ่งในการ์ตูนที่หลายคนตั้งคำถามว่า

เมื่อไหร่มันจะจบสักที!

One Piece เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องหลักเกี่ยวกับโจรสลัด

ตัวเอกของเรื่องคือ 'มังกี้ ดี ลูฟี่' หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า ลูฟี่

เขามีความฝันว่าอยากจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เล้ย!

ซึ่งความฝันสูงสุดของโจรสลัดทุกคน ก็คือ การตามหาขุมสมบัติที่มีชื่อว่า วันพีช

แม้ไม่มีใครรู้ว่า วันพีช ที่แท้จริงคืออะไร มีทรัพย์สินอะไรบ้าง

แต่สาเหตุที่ทุกคนต้องการก็คือ

ราชาโจรสลัดเคยกล่าวเอาไว้ว่า

'เขาซ่อนทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี เอาไว้ที่วันพีช'

จึงทำให้โจรสลัดทั่วโลกพร้อมใจกันออกผจญภัยโพ้นทะเลเพื่อตามหาวันพีชนั่นเอง

แม้พล็อตเรื่องจะดูแบบว่า ไม่น่าหวือหวาอะไรมาก

แต่อย่าได้เริ่มต้นดูเชียว เพราะจะติดงอมแงม

โดยในทุกตอน วันพีชจะซ่อนปริศนาเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็เปิดเผยปมปริศนาที่ซ่อนอยู่ไปพร้อมกัน

ปริศนาหลายอย่างนั้นซับซ้อนและมีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าตกใจ

จนถึงขั้นมี 'ทฤษฎีการ์ตูนวันพีช' ขึ้นมา

และเป็นทฤษฎีที่มาการปรับปรุงแก้ไข ถกเถียงกันตลอดเวลา

ตัวละครมีวิวัฒนาการ มีการเติบโต

ตั้งแต่ลูฟี่เป็นแค่เด็กไร้เดียงสา จนปัจจุบันเติบโต มีความน่าเชื่อถือ

คนที่ดูจะมีวิวัฒนาการมากที่สุดก็คงจะเป็น นามิ

น่าจะรู้กันนะว่าทำไม แหะๆ

ไม่เหมือนโคนันที่ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วยังเป็นเด็กประถมเหมือนเดิม

แม้จะเป็นการ์ตูนรายสัปดาห์ ที่เนื้อเรื่องควรจะเดินไวมาก และจบได้สักที

เพราะแฟนการ์ตูนหลายคนจะลงแดงตายกับปริศนาที่ยังไม่เฉลย

แต่ อ.โอดะ หรือคนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้

ก็งดวาดบ่อยๆ บางทีเว้นไปเป็นเดือนถึงจะออกตอนใหม่

สงสัยลืมไปแล้วว่าเป็นการ์ตูนรายสัปดาห์!

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า

ปัจจุบัน ดำเนินเนื้อเรื่องไปถึง 80% แล้ว!

ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 ตอนนี้เพิ่ง 80%

ลองบวกลบคูณหารดูว่า อีก 20% อาจารย์ผู้เขียนจะใช้เวลาวาดอีกกี่ปี

ฮือๆ

อันดับที่ 2 My Hero Academia
คะแนน 3,449 โหวต

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนใหม่ ที่เพิ่งเริ่มตีพิมพ์ตอนแรกในเดือนกรกฎาคม ปี 2014

ซึ่งอายุของการ์ตูนเรื่องนี้ ก็ถือว่าเพิ่งครบ 4 ปีไปหยกๆ

แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

โดย My Hero Academia ได้รับการทำเป็นอนิเมะในเดือนมิถุนายน ปี 2016

หรือระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี นับตั้งแต่ตีพิมพ์มังงะตอนแรก

เรียกได้ว่า เป็นการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จเป็นพลุแตก

และถ้าไม่ดีจริง ไม่สนุกจริง ก็คงไม่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วขนาดนี้แน่นอน

แม้เนื้อเรื่องจากคล้ายกับการ์ตูนโชเน็นจัมป์เรื่องอื่น

ที่จับตามองวิวัฒนาการของพระเอก

จากคนที่ไม่เก่ง ไม่มีอะไรเลย เรียกว่าขี้แพ้ยังได้

กลับกลายเป็นยอดคน ที่ไม่ว่าอุปสรรคหน้าไหนก็ผ่านไปได้

สำหรับเรื่องนี้ ยังโฟกัสไปที่ตัวละครอื่นเท่าๆ กันทุกตัว

(จนสลอตเผลอคิดว่า พระเอกเป็นตัวประกอบ..)

ด้วยความที่เนื้อเรื่องอยู่ในรั้วโรงเรียนฝึกฮีโร่

จึงทำให้เราได้รู้จักกับตัวละครใหม่พร้อมกับพระเอก

มีความเข้าใจในลักษณะนิสัยของแต่ละตัวละครพร้อมกับพระเอก

นิสัยของแต่ละคน ก็เหมือนเพื่อนที่โรงเรียนของเราจริงๆ

มุกตลกที่สอดแทรกเข้ามาแบบได้จังหวะ ไม่เกร่อจนเกินไป

เพลงประกอบของเรื่องที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

เนื้อเรื่องหลักนั้นเกี่ยวกับ "มิโดริยะ อิซึคุ"

เด็กหนุ่มที่มีความฝันอยากจะเป็นฮีโร่ที่น่ายกย่อง

แต่เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่มีอัตลักษณ์

ซึ่งถือว่าผิดปกติ เพราะในยุคที่เขาเกิด ทุกคนต้องมีอัตลักษณ์ประจำตัว

แม้ทีแรกเขาจะท้อแท้กับคำดูถูกมากมาย

ว่าเขาไม่มีทางเป็นฮีโร่ได้หรอก

แต่มิโดริยะก็ไม่ยอมแพ้ และเดินตามความฝันของเขาไปเรื่อยๆ

เนื้อเรื่องช่วงแรกอาจจะดูง้องแง้งไปสักหน่อย

แต่หลังจากที่เขาสามารถเข้าโรงเรียนยูเอย์ได้แล้ว

จะมันส์จนหยุดดูไม่ได้เลยล่ะ!

ปัจจุบัน เวอร์ชันอนิเมะมีทั้งหมด 3 ซีซัน (ซีซันที่ 3 เพิ่งจบไป)

แต่ก็มีแผนทำซีซัน 4 ต่อทันที

ส่วนฉบับมังงะมีทั้งหมด 201 ตอน

Boku no Hero ยังเป็นการ์ตูนที่ต้องดูทั้งมังงะ และอนิเมะ

โดยนอกจากฉบับอนิเมะ จะทำออกมาเคารพเวอร์ชันมังงะ

ด้วยการใส่รายละเอียดทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเล็กๆ แล้ว

ยังมีการเสริมเนื้อเรื่องเพิ่มเติมลงไปในฉบับอนิเมะอีกด้วย!

เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้สนุกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

จัดว่าต้องดู!

อันดับที่ 1 Naruto
คะแนน 3,493 โหวต

การ์ตูนสุดมันส์จากโชเนนจัมป์

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเดาถูก ว่าอันดับที่ 1 คือเรื่องอะไร

นารูโตะ เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนในตำนาน ที่มีอายุยาวนาน

นารูโตะ มีทั้งหมด 72 เล่ม ตีพิมพ์ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2542

และจบบริบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ส่วนอนิเมะนั้นมีทั้งหมด 220 ตอนด้วยกัน

เนื้อเรื่องหลักของ นารูโตะ ก็เกี่ยวกับตัวละครที่มีชื่อว่า "นารูโตะ"

เขาถูกผนึกปีศาจจิ้งจอกเก้าหางไว้ในร่างตั้งแต่สมัยยังเป็นทารก

ส่งผลให้ชาวบ้านเกลียดชังเขา เนื่องจากมีปีศาจอยู่ในตัว

จึงทำให้นารูโตะใฝ่ฝันอยากจะเป็นโฮคาเงะให้ได้เล้ย!

เพื่อลบคำสบประมาทต่างๆ และให้ทุกคนยอมรับในตัวเขา

นารูโตะเป็นการ์ตูนแนวแอ็คชัน ที่มีมุกตลกสอดแทรกเอาไว้มากมาย

ความสัมพันธ์ของตัวละคร ที่เรียนโรงเรียนนินจามาด้วยกัน ฝึกมาด้วยกัน

ทำให้เด็กๆ ก็สามารถดูเรื่องนี้ได้

ในเรื่อง ยังแฝงไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน

ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก, ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

เพลงประกอบของนารูโตะก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก

มีเยอะมากจนฟังไม่หมด แต่ดีทุกเพลง!

และถึงแม้ว่าจะจบไปแล้ว

แต่ก็มีภาคต่อ ก็คือ 'โบรูโตะ'

ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับลูกๆ ของเหล่านินจาที่เป็นตัวละครหลักใน นารูโตะ

เป็นอีกเรื่องที่เอาใจแฟนการ์ตูนได้เป็นอย่างดี

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 วิธีเลิกขี้เกียจ

ขี้เกียจ เป็นนิสัยที่ฝังลึกอยู่ในมนุษย์ทุกคนโดยไม่สามารถหาอะไรมาเอามันออกไปได้ เพราะเมื่อเราขี้เกียจ เราจะพบแต่ความสบาย ขี้เกียจทำงานก็ได้นั่งเล่นเกมอยู่บ้าน ขี้เกียจตื่นเช้าก็ได้นอนหลับเต็มอิ่ม ขี้เกียจเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้พักผ่อน แต่ขี้เกียจมันไม่ใช่เรื่องนี้เลย ความขี้เกียจส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนหลายอย่าง เช่น ขี้เกียจทำงานบ้าน ก็ทำให้บ้านสกปรก, ขี้เกียจทำงาน ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อน, ขี้เกียจตื่นนอน ก็ทำให้คนใกล้ตัวเป็นห่วงว่าเรานอนมากไป ไม่สบายอะไรรึเปล่า แต่อย่างที่เกริ่นเอาไว้ ว่ามันเป็นนิสัยที่ฝังลึกลงไปแล้ว จะแก้ได้ยังไงล่ะ? ทุกอย่างย่อมมีทางแก้เสมอ   1. หาแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะลงมือทำอะไร เรามักต้องการแรงบันดาลใจในการทำสิ่งนั้นเสมอ เช่น แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก คืออยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ การที่เราจะกำจัดความขี้เกียจออกไปได้นั้น เราก็ต้องการแรงบันดาลใจเช่นกัน แรงบันดาลใจที่จะช่วยให้เราหายขี้เกียจได้ ยกตัวอย่างเช่น การคิดว่าถ้าเราไม่ขี้เกียจ ก็จะได้โบนัสเงินเดือนเพิ่มขึ้น ถ้าเราไม่ขี้เกียจ เราจะได้เลื่อนตำแหน่ง ส่งผลให้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราไม่ขี้เกียจ คนอื่นจะนับถือและเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น หรือแรงบันดาลใจอื่นตามความชอบความสนใจของแต่ละคน เช่น ถ้าไม่ขี้เกียจ ขยันทำงานมีเงินมากขึ้น จะมีเงินไปกินอาหารอร่อยๆ เป็นต้น 2. เพิ่มภาระหนี้สิน อาจจะฟังดูเป็นวิธีที่โหดร้ายไปหน่อย แต่วิธีนี้เนี่ยแหละ ทำให้คนขี้เกียจถีบตัวเองขึ้นมาเป็นคนขยันสุดๆ หลายคนแล้ว เมื่อเราไม่มีภาระหรือหนี้สินใดๆ เราก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำอะไรให้เหนื่อย เพราะชีวิตในฝันที่หลายคนปรารถนาสูงสุด คือชีวิตที่ไม่ต้องเคร่งเครียด ทำงานพอกินพอใช้ ไม่มีหนี้ ซึ่งก็จะทำให้เราขี้เกียจมากขึ้นเรื่อยๆ การเพิ่มภาระหนี้สิน เช่น ผ่อนรถ, ผ่อนคอนโด, ทำบัตรเครดิตใบใหม่ , ลงเรียนเพิ่มเติม, ค่าประกัน ฯลฯ ก็จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เราต้องทำงานตลอดเวลา ห้ามหยุด ถึงมีคติสอนใจขึ้นมาว่า ถ้าเหนื่อย ก็ให้เปิดบิลค่าหนี้ขึ้นมาดู แล้วเราจะรู้ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร ทำตัวให้เป็นคนมีค่า (ค่าใช้จ่าย) ยิ่งมีค่ามาก ก็จะยิ่งทำให้ขยันมาก 3. คิดถึงผลที่จะตามมา คนที่ขี้้เกียจ เป็นเพราะพวกเขาไม่ค่อยคิดถึงผลที่จะตามมาสักเท่าไหร่นัก คนขี้เกียจมักจะคิดถึงแต่ผลกระทบระยะสั้น เช่น เมื่อขี้เกียจแล้วจะทำให้เพื่อนร่วมงานทำงานลำบากขึ้น หรือ ต้องใช้เงินเดือนชนเดือน แต่ความเดือดร้อนนั่น ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตได้รับการกระทบกระเทือนสักเท่าไหร่ คนขี้เกียจจึงไม่สะทกสะท้าน ขอให้คิดถึงผลกระทบที่ไกลกว่านั้น เช่น อาจจะโดนไล่ออก ไม่จ้างงานต่อ เพราะขี้เกียจเกินไป หรือไม่มีเงินใช้แม้แต่บาทเดียว เพราะขี้เกียจทำงานจนไม่มีรายได้ มองให้กว้าง มองให้ไกล 4. วางแผนอนาคต มันอาจจะเป็นอะไรที่ยากสำหรับคนขี้เกียจ แต่ก็ได้ผลล่ะนะ คนขี้เกียจมักจะเป็นคนที่อยู่คนเดียว หรืออยู่กับผู้ใหญ่ อยู่กับแฟน มีคนคอยดูแลค่าใช้จ่ายให้ แต่ถ้าในอนาคต เราต้องอยู่คนเดียวล่ะ? แถมถ้าหากว่าเรามีครอบครัว มีลูก ที่ต้องรับผิดชอบล่ะ? ถ้าเรามาขยันในช่วงเวลาที่จวนตัว ก็คงไม่ทัน อะไรจะยากลำบากมากขึ้น รีบขยัน รีบลงมือทำในสิ่งที่อยากทำตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า ค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาในช่วงเวลาที่ยังไม่เหนื่อยและยังไม่กดดันมากเกินไป มันดีกว่ามานั่งกดดันและมาโทษตัวเองเมื่อถึงวันที่มันสายไปแล้ว 5. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง จุดเริ่มต้นของความขี้เกียจ คือการผัดวันประกันพรุ่ง มีคำติดปากว่า เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวค่อยทำ เอาไว้วันหลังก็ได้ พอถึงวันหลังที่ว่านั่น ก็จะผัดการทำงานนั้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายขี้เกียจทำไปโดยปริยาย ถ้าหากต้องการจะเลิกขี้เกียจ ก็ให้เลิกูด เลิกคิดคำว่า เดี๋ยวก่อน เอาไว้ค่อยทำ นึกอะไรได้ก็ให้ลงมือทำเลย มีงานอะไรเข้ามาก็ให้ลงมือทำเลย ลงมือทำงานนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ หรือจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน แล้วค่อยไปพักผ่อนหรือทำอย่างอื่น คนขี้เกียจมักจะอ้างว่า ไม่มีอารมณ์ทำ รอให้มีอารมณ์ก่อน ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวไฟในตัวก็ลุกโชนเองนั่นแหละ ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น
บทความ

5อนิเมะสยองขวัญแนะนำ

ความกลัว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน มันเป็นความรู้สึกที่ฝังลึกในใจเรามาตั้งแต่เกิด แต่พอเราโตมา เราก็ใฝ่หาอยากเสพอะไรที่เกี่ยวกับความกลัว ดูไปก็ระแวงนะ นอนไม่หลับ ไม่กล้าเข้าห้องน้ำ แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี ส่วนใหญ่เรามักจะเสพด้วยการดูหนังผี ฟังรายการเล่าเรื่องผี รวมถึงอ่านเรื่องหลอนจากเว็บไซต์ต่างๆ อีกหนึ่งทางเลือกที่เราไม่ค่อยนึกถึง คือ อนิเมะสยองขวัญ เพราะเรามักจะชินกับอนิเมะลายเส้นสวย ไม่น่ากลัว ดูไปแล้วก็ตลก แต่ก็ยังมีอนิเมะแนวสยองขวัญที่ทำให้คนนอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง ไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียวอยู่   1. Yami Shibai อนิเมะสยองขวัญสั้นๆ ตอนละประมาณ 5 นาที Yami Shibai นั้นแปลว่า โรงละครแห่งความมืด ทุกตอน จะเปิดตอนด้วยคุณลุงนักเล่านิทาน ที่ส่งเสียงเรียกผู้ชมให้มาล้อมวงเพื่อนั่งฟังละครแห่งความมืดนี้ แต่ละตอนของอนิเมะ ไม่ได้สยองขวัญแบบเลือดสาด แต่จะเป็นการอ้างอิงเรื่องเล่าสยองขวัญพื้นบ้านของญี่ปุ่น ผสมผสานกับการเสียดสีสัญชาตญาณดิบของมนุษย์แทรกลองไปด้วย โทนภาพของเรื่องนี้ ก็ยังเป็นโทนเก่า ซีด แปลกตา ไม่ได้เป็นอนิเมะที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ปัจจุบัน มีทั้งหมด 7 Season ด้วยกัน ถึงคนจะให้ความคิดเห็นว่า Season แรกน่ากลัวกว่า สยองกว่า Season หลัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความน่ากลัวอะไรเลย ตอนนั่งดูก็ยังมีความระแวงรอบข้างอยู่ ว่าจะมีอะไรโผล่มาไหม   2. Another เนื้อเรื่องหลักนั้นเกี่ยวกับห้องเรียนในโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง ในห้องเรียนชั้น ม.3/3 มีคำสาปอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่อาจหนีพ้นได้ เรื่องทั้งหมดเกิดจากเมื่อ 26 ปีที่แล้ว นักเรียนคนหนึ่งได้เสียชีวิตลง ท่ามกลางความโศกเศร้า ครู อาจารย์ และเพื่อนร่วมชั้นที่ยังทำใจไม่ได้ ตัดสินใจทำตัวราวกับว่านักเรียนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ แม้กระทั่งในวันจบการศึกษา พวกเขายังจัดที่นั่งให้กับนักเรียนคนนั้นด้วย เวลาผ่านไป นักเรียนในห้อง ม.3/3 ต่างเสียชีวิตลง หลายฝ่ายเชื่อว่า นี่คือคำสาปของชั้น ม.3/3... หลังจากนั้นทุกปี จะมีนักเรียนเกินมา 1 คนเสมอ เนื่องจากคำสาปจากนักเรียนคนที่เสียชีวิตไปแล้วยังคงอยู่ แปลว่า เธอยังคงวนเวียนอยู่ในห้องนั่นเอง เหล่าเด็กนักเรียนจำเป็นต้องตามหาให้ได้ว่าใคคือคนตาย และกำจัดออก ถ้าหากเลือกผิด คนที่ตายก็คือคนจริงๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และคำสาปก็ยังคงดำเนินต่อไป นอกจากความหลอน ความซับซ้อนแล้ว ฉากการเสียชีวิตของตัวละครแต่ละตัวก็กลายเป็นภาพติดตาของผู้ชมไปเลย อย่างฉากโดนร่มแทงคอในตำนาน ก็มาจากเรื่อง Another นี่เอง   3. Higurashi no Naku Koro ni ชื่อไทยของเรื่องนี้มี 2 ชื่อ คือ แว่วเสียงเรไร กับ ยามเมื่อเหล่าจั๊กจั่นกรีดร้อง อนิเมะเรื่องนี้จะแบ่งเป็นหลายภาค หลักๆ คือ จะเป็นภาคปริศนา และภาคไขปริศนา ภาคปริศนาคือ Higurashi no Naku Koro ni ส่วนภาคไขปริศนาคือ Higurashi no Naku Koro Ni kai ส่วนอนิเมะภาคอื่นนั้น เป็นบทเสริมที่เล่า อดีต อนาคต รวมถึงตัวละครอื่นที่ไม่เคยปรากฎในเนื้อเรื่องหลัก แต่มีความเกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก อนิเมะเรื่องนี้จะเล่าถึงตำนานคำสาปของหมู่บ้านฮินามิซาวะ ชาวบ้านเชื่อว่า ที่นี่มีเทพที่ชื่อว่า ท่านโอยาชิโระ คอยปกป้องคุ้มครองอยู่ ในทุกปี หมู่บ้านแห่งนี้จะมีคนตาย 2 คน และคนหายอีก 2 คน ชาวบ้านเชื่อว่านี่เป็นการสังเวยให้กับท่านโอยาชิโระ จนกระทั่งการมาถึงของ มาเอบาระ เคอิจิ หนุ่มจากในเมืองหลวงที่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ เขาเริ่มสงสัยในคำสาป สงสัยในการกระทำของคนในหมู่บ้าน จนเขาได้เจอกับความลับเบื้องหลังของท่านโอยาชิโระ คนที่หายสาบสูญ คนที่ตายไปทุกปี ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกันแน่? แว่วเสียงเรไร มีทั้งความสยองขวัญที่เกิดขึ้นจากคำสาป และการกระทำอันเลือดเย็นของมนุษย์ด้วยกันเอง ที่เลือดสาดไม่เกรงใจกองเซนเซอร์เลย   4. Corpse Party อนิเมะสยอง ที่สร้างขึ้นจากซีรีส์เกม Corpse Party ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 ตัวเกมมีหลายภาค ซึ่งความสยองขวัญก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย Corpse Party เป็นอนิเมะสั้นๆ เพียง 4 ตอนจบเท่านั้น เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนและครูรวมทั้งหมด 9 คน ซึ่งพวกเขาทุกคนมีความหลงใหลในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความลี้ลับ สยองขวัญ พวกเขาชวนกันจับกลุ่มเล่าเรื่องสยองขวัญในอาคารเรียนร้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะแยกย้าย นักเรียนคนหนึ่งได้เอ่ยปากขึ้นมาว่า เธอมีเครื่องรางกระดาษรูปคน โดยเครื่องรางนี้มีความเชื่อว่า ถ้าหากคนในกลุ่มฉีกร่างของตุ๊กตาพร้อมกัน ทุกคนจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ทันทีที่ฉีก เรื่องราวกลับพลิกผัน อาคารเรียนร้างที่พวกเขาอยู่เกิดทรุดตัวลง พวกเขาทุกคนตกลงไปด้านล่าง แทนที่จะตกลงไปเป็นใต้ถุน แต่สิ่งที่พวกเขาเจอ คือสถานที่ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกันกับเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นอนิเมะตอนสั้น แต่ทั้งความสยองขวัญด้านผีวิญญาณ และเลือดสาดแบบไร้ความปรานี ก็ทำเอาคนดูเสียสุขภาพจิตไปเลย ฉากการตายของตัวละครแต่ละตัว รวมไปถึงปริศนาที่ซ่อนเอาไว้ ก็ทำให้เราปวดหัวจนไมเกรนขึ้นได้เลยล่ะ   5. Gyo หนึ่งในผลงานของเจ้าพ่อการ์ตูนสยองขวัญ อิโต้ จุนจิ ที่ได้รับการทำเป็นอนิเมะ และยังคงความสยองขวัญเอาไว้ได้ เรื่องราวเริ่มต้นจากแก๊งวัยรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง ออกไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ในขณะที่พวกเขากำลังสนุก (บางคน) อยู่นั้น จู่ๆ บ้านพักของพวกเขาก็ถูกจู่โจมโดยปลาฉลามที่มีขาคล้ายแมงมุม!? มันโจมตีมนุษย์อย่างโหดเหี้ยม พวกเขาต้องต่อสู้กับปลาฉลามเดินได้อย่างดุเดือด จนสุดท้าย พวกเขาก็พบว่า ไม่ได้มีแค่ฉลามตัวเดียวที่มีขา แต่ปลาทุกตัวที่อยู่ในทะเล มีขาเดินได้กันหมด และพวกมันเริ่มจัดการมนุษย์! เรื่องราวเริ่มโกลาหลขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มากับปลาทะเล จำนวนที่เยอะเกินมนุษย์จะต้าน รวมถึงปริศนาที่อยู่เบื้องหลัง ว่าทำไมปลาถึงมีขาเดินได้? ตอนหลังๆ ยิ่งพีคเข้าไปใหญ่ เมื่อมนุษย์ก็ตกเป็นเหยื่อไปด้วย! เรื่องนี้ขอเตือนเลยว่า ห้ามดูตอนกินข้าว และดูแล้วจะเกลียดปลาไปอีกนาน
บทความ

5วิธีแก้ง่วง

นอกจากคนส่วนใหญ่จะประสบปัญหานอนไม่หลับเมื่อถึงเวลานอนแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เป็นกันทั่วโลกคือ รู้สึกง่วงทั้งวัน! เชื่อว่าทุกคนต้องเป็น ตื่นมาก็ง่วงแล้วอยากนอนต่อ กินข้าวก็ง่วง ทำงานนี่ยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ อยากกลับไปนอน แต่พอถึงบ้านดันนอนไม่หลับซะงั้น? นั่นอาจเป็นเพราะในช่วงเวลากลางวัน เราใช้พลังงานไม่มากพอ จนทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยล้า จนทำให้ไม่ง่วงเมื่อถึงเวลานอนนั่นเอง เราควรทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเรา เหมาะสมกับในแต่ละสถานการณ์ ง่วงไปทำงานไป คงไม่ดีในสายตาหัวหน้าแน่นอน แล้วเราจะแก้ง่วงด้วยวิธีไหนได้บ้างนะ?   1. ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายเบาๆ อาการง่วง มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราจมปลักทำกิจกรรมหนึ่งเป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย จนทำให้ทั้งร่างกายและสมองเกิดความเคยชิน รู้สึกเบื่อหน่าย จนอ่อนเพลีย ง่วง ตามลำดับ ทางเลือกที่ดี เราควรลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุกๆ 60-90 นาที ตั้งแต่เริ่มนั่งทำงาน หรือออกกำลังกายเบาๆ เช่น ยกแขนยกขา สะบัดไปสะบัดมา นอกจากจะช่วยยืดเส้นทำให้ผ่อนคลาย ยังทำให้เรารู้สึกสดชื่น กะปรี้กะเปร่า ส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน จะทำให้ใช้สมองได้อย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเอง   2. ดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง การแก้ไขปัญหาความง่วงจากภายนอกอาจไม่ได้ผล ต้องแก้จากภายในเลย เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา, กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง จะช่วยให้เราหายง่วงได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นสมอง ขยายหลอดลมให้อ็อกซิเจนไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดีขึ้นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เรารู้สึกไม่ง่วง หรือง่วงน้อยลงเมื่อดื่มคาเฟอีนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะในเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนส่วนใหญ่ มักมีน้ำตาลปริมาณมากควบคู่ด้วย และการดื่มคาเฟอีนที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับในช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงเวลานอนของเรา   3. ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ การล้างหน้าด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ร่างกายเราตื่นและรู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่มากก็น้อย หรือถ้าหากล้างหน้าแล้วยังไม่หายง่วง ก็ต้องอาบน้ำเลย เคยเป็นไหม เมื่อถึงเวลานอน พอลุกขึ้นไปอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก็นอนต่อไม่หลับ ก็เหมือนกับตอนเช้านั่นแหละ ต่อให้ตอนตื่นมาจะง่วงแค่ไหน พออาบน้ำโดนน้ำปุ๊บ ก็ตาสว่าง สติกลับคืนมาทันที เพราะฉะนั้น ถ้าหากง่วงมาก การอาบน้ำก็เป็นทางเลือกที่ดี   4. หาอะไรที่ชื่นชอบทำ เรามักจะเกิดอาการเมื่อยล้า ง่วง อ่อนเพลีย เพราะเราต้องนั่งทำในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบหรือหลงใหล แต่จำเป็นต้องทำเพราะมันคืองาน มันคือภาระของเรา ลองหาเวลาว่างสักนิด หาอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ทำได้มาทำ เช่น เล่นเกมในมือถือ, ถักผ้าพันคอ, อ่านนิยาย, คุยเมาท์กับเพื่อน เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้หัวเราะ มีความสุข ไปกับสิ่งที่เราหลงใหลแล้ว จะทำให้ร่างกายเราตื่น เพราะเราสนใจที่จะทำเรื่องนั้น และยังเป็นการผ่อนคลายเราไปในตัว เพราะการทำสิ่งที่ชอบและหลงใหล ต่อให้ทำเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ ก็ไม่เบื่อเลยสักนิด   5. งีบหลับพักผ่อน สุดท้ายแล้ว ถ้าหากทำยังไงก็ไม่หายง่วงสักที การงีบหลับไม่เกิน 30 นาที เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ ถ้าหากงีบหลับ ควรงีบไม่เกิน 30 นาที เพราะถ้าหากเกินไปกว่านั้นล่ะก็ ร่างกายเราจะเข้าสู่สภาวะหลับลึก แทนที่จะตื่นมาแล้วสดชื่น แต่จะตื่นมาแล้วเพลียแทน เพราะร่างกายเข้าใจว่าเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ แน่นอนว่ามันทำให้แย่ลงกว่าเดิม ก่อนจะงีบหลับ แนะนำให้ดื่มกาแฟสักแก้ว เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนในกาแฟ จะทำงานได้ดีหลังจากผ่านไป 30 นาที ถ้าคุณงีบทันทีหลังจากดื่มกาแฟ เมื่อคุณตื่นขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณสดชื่นด้วยฤทธิ์ของคาเฟอีนพอดียังไงล่ะ