5อนิเมะน่าดูWinter2019

5อนิเมะน่าดูWinter2019

11 ตุลาคม 2561

ช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง

เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

จากฤดูฝน ไปเป็น ฤดูหนาว

ฤดูที่คนทั้งโลกเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน

เพราะเป็นฤดูที่สบายที่สุด

กิจกรรมต่างๆ ในฤดูหนาวก็ดูจะเพลิดเพลินที่สุด

เช่น กิจกรรมท่องเที่ยว

อยู่ต่างประเทศก็ได้เล่นหิมะ

แบรนด์เสื้อผ้าก็ออกคอลเลคชันฤดูหนาวสุดอลังการมาให้เราเสียเงิน

รวมถึงวงการอนิเมะ ที่เมื่อถึงฤดูใหม่แล้ว

เหล่าผู้ผลิตจะเริ่มฉายอนิเมะเรื่องใหม่ ที่จะมายึดเวลานอนของแฟนการ์ตูนในช่วงฤดูหนาว

และอนิเมะที่ฉายต้นฤดูกาล

มักจะเป็นอนิเมะชื่อดัง ที่หลายคนรอคอยให้ทำเป็นอนิเมะมานานแสนนาน

เป็นแบบนี้ทุกฤดูนั่นแหละ ฤดูหนาวนี้ก็ล้วนแล้วมีแต่อนิเมะที่สนใจทั้งหมดเลย

อย่างไรก็ตาม อนิเมะทุกเรื่องที่สลอตแนะนำ

ยังไม่มีกำหนดการฉายอย่างเป็นทางการ

ทั้ง 5 เรื่อง คาดว่าจะฉายในช่วงเดือนมกราคม 2019 ทั้งหมด

 

The Promised Neverland

5อนิเมะน่าดูWinter2019

อนิเมะที่สร้างจากมังงะชื่อดัง ปัจจุบันมีประมาณ 100 ตอนแล้ว

เป็นมังงะที่ทำให้ผู้อ่านตะลึงตั้งแต่ตอนแรก

การวางเนื้อเรื่อง วางปมปริศนา การดำเนินเนื้อเรื่องที่ดี

ชวนให้ผู้อ่านลุ้นทุกตอน ได้แม้ไม่มีเสียงประกอบ

The Promised Neverland มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง

เด็กทุกคนสวมชุดขาว มีหมายเลขกำกับบนลำคอทุกคน

ชีวิตของพวกเขาเหมือนเดิมทุกวัน

คือตื่นขึ้นมา ทำกิจวัตรเหมือนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั่วไป

แต่ที่พิเศษคือ พวกเขาต้องเรียนทุกวัน และทำการทดสอบวัดคะแนนทุกวัน

คนที่ทำการทดสอบแล้วได้คะแนนเต็มระดับท็อป

ก็มักจะได้คำชมเชยเสมอ

และเมื่ออายุครบ 12 ปีบริบูรณ์

เด็กๆ จะต้องออกจากสถานรับเลี้ยง เนื่องจากมีครอบครัวรับไปอุปการะต่อ

นั่นคือสิ่งที่พวกเขารู้

แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น!

เมื่อความเป็นจริงแล้ว สถานที่ที่พวกเขาเข้าใจว่าเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า

มันคือฟาร์มมนุษย์ดีๆ นี่เอง!

เมื่ออายุครบ 12 ปี ก็ไม่ได้ออกจากสถานรับเลี้ยงเพราะมีครอบครัวรับไปดูแลต่ออย่างที่เข้าใจ

แต่ความเป็นจริงคือ เด็กๆ ถูกส่งออกไปให้ปีศาจกิน!

เพราะเด็กอายุ 12 ปี เป็นวัยที่อร่อยที่สุดสำหรับเหล่าปีศาจ

ยิ่งเด็กฉลาด IQ สูง สติปัญญาดี ก็ยิ่งมีคุณค่าสำหรับเหล่าปีศาจ

เหล่าเด็กกำพร้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย

มันส่งผลให้พวกเขาต้องออกไปตามหาความจริง

ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเกิดมาทำไม เกิดอะไรขึ้นกับโลกมนุษย์

ทำไมมนุษย์ถึงอยู่ภายใต้การครอบงำของปีศาจ

และเหล่าเด็กต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้

แม้พวกเขาจะอายุใกล้ 12 ปีบริบูรณ์แล้วก็ตาม!

 

Kakegurui XX

5อนิเมะน่าดูWinter2019

การ์ตูนที่เนื้อเรื่องหลักเกี่ยวกับการพนันล้วนๆ

โดยเนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนเฮียคคะโอ

โรงเรียนที่มีแต่เหล่าคนมีเงินมาเรียนกันทั้งนั้น

แต่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะอยู่ในรั้วโรงเรียนนี้ได้

เพราะโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ ไม่เหมือนโรงเรียนทั่วไป!

โรงเรียนเอกชนเฮียคคะโอ เป็นโรงเรียนที่มี 'การพนัน' เป็นหลักในการใช้ชีวิต

ใครที่มีกลยุทธ์การเล่นพนันเป็นของตัวเอง สามารถโกง เอาชนะแบบไม่มีใครจับได้

ก็จะได้รับยกย่องว่าเป็นชนชั้นสูงของโรงเรียน

ไม่ว่าไปไหนก็ล้วนแล้วแต่มีคนชื่นชม ให้เกียรติ

กลับกัน ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่มีโชคในด้านการพนันเอาเสียเลย

คุณจะกลายเป็นชนชั้นที่ต่ำที่สุดในโรงเรียน

หรือคุณจะเป็น "สัตว์เลี้ยงทาส" ที่ไม่ว่าใครก็ใช้งานคุณ เหยียดหยามคุณได้

และคุณยังถูกคนชนชั้นสูงกำหนดอนาคตไปจนถึงบั้นปลายชีวิตอีกด้วย!

เรียกได้ว่าการพนันเป็นทุกอย่างของชีวิตจริงๆ

สำหรับภาคแรกของ kakegurui นั้นจบลงที่

"จาบามิ ยูเมโกะ" เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาได้ไม่นาน

แต่สามารถเล่นพนันเอาชนะตัวเบ้งของโรงเรียนได้หมด

ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าสมาชิกสภานักเรียน

ที่ขึ้นชื่อว่าเล่นการพนันได้โหด แยบยลไร้ที่ติ

โดยจาบามิ สามารถจับกลโกงได้ทุกอย่าง แม้จะเนียนมากแค่ไหน

จาบามิ ได้เล่นการพนันดวลกับ "ประธานนักเรียน"

ประธานนักเรียนนั้นมีชื่อเสียงในด้านความเยือกเย็น และการพนัน

ไม่ว่าใครก็เอาชนะเธอไม่ได้

และผู้แพ้ต้องจ่ายให้ประธานนักเรียนจนหมดตัว

ถ้าหมดตัวแล้วยังมีหนี้อยู่ ก็ต้องจ่ายด้วย "อวัยวะในร่างกาย"

ผลของการพนันในครั้งนั้น จบลงที่เสมอกัน

แต่การพนันที่ไหนจะมีเสมอล่ะ? ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นมาต่างหาก

เพื่อไม่ให้จาบามิต้องเสียเงินจนหมดตัว หากพ่ายแพ้

และประธานนักเรียนก็ไม่ต้องเสียหน้า หากพ่ายแพ้ให้กับเด็กใหม่

เรียกได้ว่า ต่างฝ่ายต่างเก็บศัตรูตัวฉกาจเอาไว้

เพื่อสนองความสุข ความสนุกของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

การต่อสู้ของจาบามิยังไม่จบ ตัวละครลับที่โหดกว่าประธานก็ยังไม่ได้โผล่มา

ชีวิตของนักเรียนโรงเรียนเอกชนเฮียคคะโอ ก็เปลี่ยนไปหลายคน กับการปรากฎตัวของจาบามิ

มาติดตามรอดูกันเถอะ ว่าจาบามิจะโชว์เทพอะไรอีก!

 

Kaguya-sama wa Kokurasetai

5อนิเมะน่าดูWinter2019

เป็นมังงะที่สนุกมากเรื่องหนึ่ง

และหากมาทำอนิเมะ สลอตรับรองว่าหลายคนน่าจะติดงอมแงมแน่นอน

เป็นเรื่องราวของ "ชิโนมิยะ คางูยะ" กับ "ชิโรกาเนะ มิยูกิ"

ชิโนมิยะ เป็นหญิงสาวตระกูลดัง มีอิทธิพลสูงสุดเป็น 1 ใน 4 ของญี่ปุ่น

ตระกูลของเธอมีทรัพย์สินรวมมากกว่า 2 ร้อยล้านล้าน

ตัวเธอเองก็มีความสามารถรอบด้าน ทั้งด้านการเรียน การป้องกันตัว ฯลฯ

เธอเป็นรองประธานนักเรียนของโรงเรียนเอกชนชูชิอิน

สถาบันการศึกษาที่สมัยก่อนมีเพียงลูกขุนนาง และซามูไรเท่านั้นที่จะสามารถเรียนได้

ในยุคปัจจุบันที่ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นกันแล้ว

โรงเรียนเอกชนดังกล่าว จึงมีแต่เหล่าทายาทตระกูลดังของญี่ปุ่น

ส่วนทางด้านของ ชิโรกาเนะ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี แถมยังเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้

แม้เขาจะไม่ใช่คนที่มีฐานะดีอะไร เรียกได้ว่าธรรมดา

แต่เขาเป็นชายหนุ่มที่มีสติปัญญาดีเลิศ หาจับตัวยาก

ไม่ว่าจะเป็นสนามสอบใดๆ ของญี่ปุ่น

เขาก็สามารถทำคะแนนเต็ม จนเป็นอันดับที่ 1 ของญี่ปุ่นได้!

ด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด การประพฤติตัวที่น่าเป็นแบบอย่าง

ทำให้เขาได้รับเกียรติได้เป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้

ด้วยความที่ ชิโนมิยะ กับ ชิโรกาเนะ ตัวติดกันตลอด

เพราะรับหน้าที่เป็นกรรมการนักเรียนเหมือนกัน

ฉลาดเหมือนกัน การวางตัวดีเหมือนกัน

เด็กในโรงเรียนจึงเข้าใจว่า พวกเขาคบกันอยู่ และเหมาะสมกันมาก

แต่ความเป็นจริง มันเป็นสงครามทางจิตวิทยาดีๆ นั่นเอง!

ทั้งคู่แอบชอบกันก็จริง แต่ไม่มีใครยอมสารภาพรัก!

เพราะพวกเขามีความคิดเหมือนกันว่า

"ผู้ที่สารภาพรักก่อน คือผู้แพ้"

ด้วยนิสัยอันหยิ่งในศักดิ์ศรีที่เหมือนกัน ทำให้ไม่มีใครยอมใคร

ไม่ใช่แค่ไม่ยอมสารภาพรักเท่านั้น

แต่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อบีบบังคับให้อีกฝ่ายบอกรักให้ได้!

จนแล้วจนรอด เวลาผ่านไปครึ่งปี

พวกเขาก็ยังไม่ได้คบหากันจริงๆ จังๆ สักที

มารอดูกันว่า เมื่อไหร่พวกเขาจะได้คบกัน และใครจะเป็นฝ่ายแพ้!

 

Mob Psycho 100 II

5อนิเมะน่าดูWinter2019

อนิเมะแนวแอ็คชันจากพลังจิต ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในภาคแรก

ภาคแรกของอนิเมะเรื่องดังกล่าว ฉายไปในช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016

ถ้าลายเส้นคุ้นตาก็ไม่แปลก

เพราะผู้สร้างเดียวกับอนิเมะชื่อดังเรื่อง One-Punch Man นั่นเอง

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "คาเงยาม่า ชิเงโอะ" หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "ม็อบ"

เขาเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่ฝันอยากจะมีชีวิตธรรมดาๆ ได้เที่ยวได้เล่น

แต่เขาก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเขามี "พลังจิต" ที่รุนแรงมาตั้งแต่เด็ก

ม็อบจะมีอารมณ์ตื่นเต้น ตกใจ โกรธ เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปไม่ได้

เพราะความรู้สึกของเขาจะส่งผลต่อพลังจิต

ยิ่งอารมณ์ของเขาเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ พลังของเขาก็สามารถไปทำร้ายคนอื่นได้โดยไม่ตั้งใจ

ส่งผลให้ม็อบเป็นตัวละครที่มีหน้าเดียว

เพราะเขาต้องควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองนั่นเอง

แต่เขาก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามที่หวังได้อยู่ดี

เนื่องด้วยพลังจิตอันรุนแรงของเขา

ส่งผลให้คนที่มีความสนใจในพลังจิต แห่กันมาหา

ทั้งใช้ประโยชน์จากพลัง, หลอกลวงม็อบ, วิญญาณปีศาจร้ายตามรังควาญ

หรือแม้กระทั่งผู้ใช้พลังจิตด้วยกันเอง ที่หวังอยากต่อสู้กับม็อบ

เพียงแค่อยากรู้ว่า ม็อบมีพลังจิตมากเท่าใด

และตัวเลข 100 ที่ปรากฎในชื่อเรื่อง

คือระดับพลังจิตของเขา

หากเขามีอารมณ์ที่นิ่ง ไม่มีอะไรรบกวน

พลังจิตของม็อบก็จะอยู่ที่ 0 คือไม่สามารถทำร้ายใครได้

แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม ที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก

พลังจิตของม็อบก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพลังจิตถึง 100 พลังของเขาก็รุนแรงจนยากจะหยุดได้

และม็อบยังสามารถไปจนถึงขั้น ???% หรือไม่สามารถระบุได้

ซึ่งเป็นขั้นที่รุนแรงที่สุด ไม่มีใครสามารถหยุดได้

ภาค 1 ว่าดีงามแล้ว ภาค 2 ก็ต้องดีงามมากแน่นอนเช่นกัน

ด้วยทีมงานเซ็ตเดิมที่ทำงานร่วมกันในภาคแรก

 

Tate no Yuusha no Nariagari

5อนิเมะน่าดูWinter2019

อนิเมะใหม่เรื่องอื่น มักจะเป็นอนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมังงะ

แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว เป็นเรื่องที่สร้างมาจาก ไลท์โนเวท หรือ นวนิยาย นั่นเอง

Tate no Yuusha no Nariagari มีชื่อไทยว่า ผู้กล้าโล่ผงาด

ฉบับนิยายมีลิขสิทธิ์ขายในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

อย่าลืมไปอุดหนุนกันล่ะ

โดยจะเป็นการ์ตูนแนวแฟนตาซี และเกมเมอร์น่าจะชอบ

เกี่ยวกับ "อิวาทานิ นาโอฟุมิ" เด็กหนุ่มธรรมด๊า ธรรมดา (รึเปล่า?)

เขาถูกอัญเชิญไปต่างโลก เพื่อรับหน้าที่เป็น 1 ใน 4 ผู้กล้า คอยปกป้องเมืองจากเหล่าร้าย

มีทั้งผู้กล้าแห่งดาบ ผู้กล้าแห่งธนู ผู้กล้าแห่งหอก

ส่วนตัว อิวาทานิ ได้รับหน้าที่เป็น ผู้กล้าแห่งโล่

ฟังแล้วอาจจะดูเท่ แต่ความจริงก็ไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

เมื่อเขาถูกทุกคนหักหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้กล้าด้วยกัน หรือแม้แต่ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์

เพราะเขาเป็นเพียง ผู้กล้าแห่งโล่ ที่ไม่มีพลังโจมตีใดๆ

ทำได้เพียงป้องกันตัวเองเท่านั้น

ในเมื่อเขาไม่สามารถต่อสู้กับใครได้ เขาก็ไม่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้

ส่งผลให้เขาต้องเดินทางเข้าสู่ด้านมืด

ไม่ว่าอะไรที่ทำลงไปแล้ว เขามีส่วนได้ผลประโยชน์ที่จะแข็งแกร่งขึ้น

หรือได้หน้า

เขาก็จะยอมทำทุกอย่าง!

การ์ตูนเรื่องนี้ มีกลิ่นอายความเป็นเกม

เพราะมีการบอกค่าสถานะต่างๆ ของแต่ละตัวละคร ว่าแข็งแกร่งเพียงใด

แม้จะเกี่ยวกับผู้กล้า แต่ก็ไม่ได้มีแต่ชายล้วน ยัดแต่ฉากแอ็คชันจนเอียน

ในเรื่องก็มีตัวละครหญิงสุดแสนจะน่ารัก มาเดินทางต่อสู้ร่วมกับพระเอกของเราด้วย

สุดท้ายแล้ว เขาจะสามารถกลับมาผงาด

รับตำแหน่งผู้กล้าแห่งโล่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่?

มารอดูเวอร์ชันอนิเมะกัน!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 วิธีเลิกขี้เกียจ

ขี้เกียจ เป็นนิสัยที่ฝังลึกอยู่ในมนุษย์ทุกคนโดยไม่สามารถหาอะไรมาเอามันออกไปได้ เพราะเมื่อเราขี้เกียจ เราจะพบแต่ความสบาย ขี้เกียจทำงานก็ได้นั่งเล่นเกมอยู่บ้าน ขี้เกียจตื่นเช้าก็ได้นอนหลับเต็มอิ่ม ขี้เกียจเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้พักผ่อน แต่ขี้เกียจมันไม่ใช่เรื่องนี้เลย ความขี้เกียจส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนหลายอย่าง เช่น ขี้เกียจทำงานบ้าน ก็ทำให้บ้านสกปรก, ขี้เกียจทำงาน ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อน, ขี้เกียจตื่นนอน ก็ทำให้คนใกล้ตัวเป็นห่วงว่าเรานอนมากไป ไม่สบายอะไรรึเปล่า แต่อย่างที่เกริ่นเอาไว้ ว่ามันเป็นนิสัยที่ฝังลึกลงไปแล้ว จะแก้ได้ยังไงล่ะ? ทุกอย่างย่อมมีทางแก้เสมอ   1. หาแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะลงมือทำอะไร เรามักต้องการแรงบันดาลใจในการทำสิ่งนั้นเสมอ เช่น แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก คืออยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ การที่เราจะกำจัดความขี้เกียจออกไปได้นั้น เราก็ต้องการแรงบันดาลใจเช่นกัน แรงบันดาลใจที่จะช่วยให้เราหายขี้เกียจได้ ยกตัวอย่างเช่น การคิดว่าถ้าเราไม่ขี้เกียจ ก็จะได้โบนัสเงินเดือนเพิ่มขึ้น ถ้าเราไม่ขี้เกียจ เราจะได้เลื่อนตำแหน่ง ส่งผลให้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราไม่ขี้เกียจ คนอื่นจะนับถือและเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น หรือแรงบันดาลใจอื่นตามความชอบความสนใจของแต่ละคน เช่น ถ้าไม่ขี้เกียจ ขยันทำงานมีเงินมากขึ้น จะมีเงินไปกินอาหารอร่อยๆ เป็นต้น 2. เพิ่มภาระหนี้สิน อาจจะฟังดูเป็นวิธีที่โหดร้ายไปหน่อย แต่วิธีนี้เนี่ยแหละ ทำให้คนขี้เกียจถีบตัวเองขึ้นมาเป็นคนขยันสุดๆ หลายคนแล้ว เมื่อเราไม่มีภาระหรือหนี้สินใดๆ เราก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำอะไรให้เหนื่อย เพราะชีวิตในฝันที่หลายคนปรารถนาสูงสุด คือชีวิตที่ไม่ต้องเคร่งเครียด ทำงานพอกินพอใช้ ไม่มีหนี้ ซึ่งก็จะทำให้เราขี้เกียจมากขึ้นเรื่อยๆ การเพิ่มภาระหนี้สิน เช่น ผ่อนรถ, ผ่อนคอนโด, ทำบัตรเครดิตใบใหม่ , ลงเรียนเพิ่มเติม, ค่าประกัน ฯลฯ ก็จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เราต้องทำงานตลอดเวลา ห้ามหยุด ถึงมีคติสอนใจขึ้นมาว่า ถ้าเหนื่อย ก็ให้เปิดบิลค่าหนี้ขึ้นมาดู แล้วเราจะรู้ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร ทำตัวให้เป็นคนมีค่า (ค่าใช้จ่าย) ยิ่งมีค่ามาก ก็จะยิ่งทำให้ขยันมาก 3. คิดถึงผลที่จะตามมา คนที่ขี้้เกียจ เป็นเพราะพวกเขาไม่ค่อยคิดถึงผลที่จะตามมาสักเท่าไหร่นัก คนขี้เกียจมักจะคิดถึงแต่ผลกระทบระยะสั้น เช่น เมื่อขี้เกียจแล้วจะทำให้เพื่อนร่วมงานทำงานลำบากขึ้น หรือ ต้องใช้เงินเดือนชนเดือน แต่ความเดือดร้อนนั่น ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตได้รับการกระทบกระเทือนสักเท่าไหร่ คนขี้เกียจจึงไม่สะทกสะท้าน ขอให้คิดถึงผลกระทบที่ไกลกว่านั้น เช่น อาจจะโดนไล่ออก ไม่จ้างงานต่อ เพราะขี้เกียจเกินไป หรือไม่มีเงินใช้แม้แต่บาทเดียว เพราะขี้เกียจทำงานจนไม่มีรายได้ มองให้กว้าง มองให้ไกล 4. วางแผนอนาคต มันอาจจะเป็นอะไรที่ยากสำหรับคนขี้เกียจ แต่ก็ได้ผลล่ะนะ คนขี้เกียจมักจะเป็นคนที่อยู่คนเดียว หรืออยู่กับผู้ใหญ่ อยู่กับแฟน มีคนคอยดูแลค่าใช้จ่ายให้ แต่ถ้าในอนาคต เราต้องอยู่คนเดียวล่ะ? แถมถ้าหากว่าเรามีครอบครัว มีลูก ที่ต้องรับผิดชอบล่ะ? ถ้าเรามาขยันในช่วงเวลาที่จวนตัว ก็คงไม่ทัน อะไรจะยากลำบากมากขึ้น รีบขยัน รีบลงมือทำในสิ่งที่อยากทำตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า ค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาในช่วงเวลาที่ยังไม่เหนื่อยและยังไม่กดดันมากเกินไป มันดีกว่ามานั่งกดดันและมาโทษตัวเองเมื่อถึงวันที่มันสายไปแล้ว 5. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง จุดเริ่มต้นของความขี้เกียจ คือการผัดวันประกันพรุ่ง มีคำติดปากว่า เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวค่อยทำ เอาไว้วันหลังก็ได้ พอถึงวันหลังที่ว่านั่น ก็จะผัดการทำงานนั้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายขี้เกียจทำไปโดยปริยาย ถ้าหากต้องการจะเลิกขี้เกียจ ก็ให้เลิกูด เลิกคิดคำว่า เดี๋ยวก่อน เอาไว้ค่อยทำ นึกอะไรได้ก็ให้ลงมือทำเลย มีงานอะไรเข้ามาก็ให้ลงมือทำเลย ลงมือทำงานนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ หรือจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน แล้วค่อยไปพักผ่อนหรือทำอย่างอื่น คนขี้เกียจมักจะอ้างว่า ไม่มีอารมณ์ทำ รอให้มีอารมณ์ก่อน ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวไฟในตัวก็ลุกโชนเองนั่นแหละ ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น
บทความ

5อนิเมะสยองขวัญแนะนำ

ความกลัว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน มันเป็นความรู้สึกที่ฝังลึกในใจเรามาตั้งแต่เกิด แต่พอเราโตมา เราก็ใฝ่หาอยากเสพอะไรที่เกี่ยวกับความกลัว ดูไปก็ระแวงนะ นอนไม่หลับ ไม่กล้าเข้าห้องน้ำ แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี ส่วนใหญ่เรามักจะเสพด้วยการดูหนังผี ฟังรายการเล่าเรื่องผี รวมถึงอ่านเรื่องหลอนจากเว็บไซต์ต่างๆ อีกหนึ่งทางเลือกที่เราไม่ค่อยนึกถึง คือ อนิเมะสยองขวัญ เพราะเรามักจะชินกับอนิเมะลายเส้นสวย ไม่น่ากลัว ดูไปแล้วก็ตลก แต่ก็ยังมีอนิเมะแนวสยองขวัญที่ทำให้คนนอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง ไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียวอยู่   1. Yami Shibai อนิเมะสยองขวัญสั้นๆ ตอนละประมาณ 5 นาที Yami Shibai นั้นแปลว่า โรงละครแห่งความมืด ทุกตอน จะเปิดตอนด้วยคุณลุงนักเล่านิทาน ที่ส่งเสียงเรียกผู้ชมให้มาล้อมวงเพื่อนั่งฟังละครแห่งความมืดนี้ แต่ละตอนของอนิเมะ ไม่ได้สยองขวัญแบบเลือดสาด แต่จะเป็นการอ้างอิงเรื่องเล่าสยองขวัญพื้นบ้านของญี่ปุ่น ผสมผสานกับการเสียดสีสัญชาตญาณดิบของมนุษย์แทรกลองไปด้วย โทนภาพของเรื่องนี้ ก็ยังเป็นโทนเก่า ซีด แปลกตา ไม่ได้เป็นอนิเมะที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ปัจจุบัน มีทั้งหมด 7 Season ด้วยกัน ถึงคนจะให้ความคิดเห็นว่า Season แรกน่ากลัวกว่า สยองกว่า Season หลัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความน่ากลัวอะไรเลย ตอนนั่งดูก็ยังมีความระแวงรอบข้างอยู่ ว่าจะมีอะไรโผล่มาไหม   2. Another เนื้อเรื่องหลักนั้นเกี่ยวกับห้องเรียนในโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง ในห้องเรียนชั้น ม.3/3 มีคำสาปอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่อาจหนีพ้นได้ เรื่องทั้งหมดเกิดจากเมื่อ 26 ปีที่แล้ว นักเรียนคนหนึ่งได้เสียชีวิตลง ท่ามกลางความโศกเศร้า ครู อาจารย์ และเพื่อนร่วมชั้นที่ยังทำใจไม่ได้ ตัดสินใจทำตัวราวกับว่านักเรียนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ แม้กระทั่งในวันจบการศึกษา พวกเขายังจัดที่นั่งให้กับนักเรียนคนนั้นด้วย เวลาผ่านไป นักเรียนในห้อง ม.3/3 ต่างเสียชีวิตลง หลายฝ่ายเชื่อว่า นี่คือคำสาปของชั้น ม.3/3... หลังจากนั้นทุกปี จะมีนักเรียนเกินมา 1 คนเสมอ เนื่องจากคำสาปจากนักเรียนคนที่เสียชีวิตไปแล้วยังคงอยู่ แปลว่า เธอยังคงวนเวียนอยู่ในห้องนั่นเอง เหล่าเด็กนักเรียนจำเป็นต้องตามหาให้ได้ว่าใคคือคนตาย และกำจัดออก ถ้าหากเลือกผิด คนที่ตายก็คือคนจริงๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และคำสาปก็ยังคงดำเนินต่อไป นอกจากความหลอน ความซับซ้อนแล้ว ฉากการเสียชีวิตของตัวละครแต่ละตัวก็กลายเป็นภาพติดตาของผู้ชมไปเลย อย่างฉากโดนร่มแทงคอในตำนาน ก็มาจากเรื่อง Another นี่เอง   3. Higurashi no Naku Koro ni ชื่อไทยของเรื่องนี้มี 2 ชื่อ คือ แว่วเสียงเรไร กับ ยามเมื่อเหล่าจั๊กจั่นกรีดร้อง อนิเมะเรื่องนี้จะแบ่งเป็นหลายภาค หลักๆ คือ จะเป็นภาคปริศนา และภาคไขปริศนา ภาคปริศนาคือ Higurashi no Naku Koro ni ส่วนภาคไขปริศนาคือ Higurashi no Naku Koro Ni kai ส่วนอนิเมะภาคอื่นนั้น เป็นบทเสริมที่เล่า อดีต อนาคต รวมถึงตัวละครอื่นที่ไม่เคยปรากฎในเนื้อเรื่องหลัก แต่มีความเกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก อนิเมะเรื่องนี้จะเล่าถึงตำนานคำสาปของหมู่บ้านฮินามิซาวะ ชาวบ้านเชื่อว่า ที่นี่มีเทพที่ชื่อว่า ท่านโอยาชิโระ คอยปกป้องคุ้มครองอยู่ ในทุกปี หมู่บ้านแห่งนี้จะมีคนตาย 2 คน และคนหายอีก 2 คน ชาวบ้านเชื่อว่านี่เป็นการสังเวยให้กับท่านโอยาชิโระ จนกระทั่งการมาถึงของ มาเอบาระ เคอิจิ หนุ่มจากในเมืองหลวงที่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ เขาเริ่มสงสัยในคำสาป สงสัยในการกระทำของคนในหมู่บ้าน จนเขาได้เจอกับความลับเบื้องหลังของท่านโอยาชิโระ คนที่หายสาบสูญ คนที่ตายไปทุกปี ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกันแน่? แว่วเสียงเรไร มีทั้งความสยองขวัญที่เกิดขึ้นจากคำสาป และการกระทำอันเลือดเย็นของมนุษย์ด้วยกันเอง ที่เลือดสาดไม่เกรงใจกองเซนเซอร์เลย   4. Corpse Party อนิเมะสยอง ที่สร้างขึ้นจากซีรีส์เกม Corpse Party ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 ตัวเกมมีหลายภาค ซึ่งความสยองขวัญก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย Corpse Party เป็นอนิเมะสั้นๆ เพียง 4 ตอนจบเท่านั้น เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนและครูรวมทั้งหมด 9 คน ซึ่งพวกเขาทุกคนมีความหลงใหลในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความลี้ลับ สยองขวัญ พวกเขาชวนกันจับกลุ่มเล่าเรื่องสยองขวัญในอาคารเรียนร้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะแยกย้าย นักเรียนคนหนึ่งได้เอ่ยปากขึ้นมาว่า เธอมีเครื่องรางกระดาษรูปคน โดยเครื่องรางนี้มีความเชื่อว่า ถ้าหากคนในกลุ่มฉีกร่างของตุ๊กตาพร้อมกัน ทุกคนจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ทันทีที่ฉีก เรื่องราวกลับพลิกผัน อาคารเรียนร้างที่พวกเขาอยู่เกิดทรุดตัวลง พวกเขาทุกคนตกลงไปด้านล่าง แทนที่จะตกลงไปเป็นใต้ถุน แต่สิ่งที่พวกเขาเจอ คือสถานที่ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกันกับเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นอนิเมะตอนสั้น แต่ทั้งความสยองขวัญด้านผีวิญญาณ และเลือดสาดแบบไร้ความปรานี ก็ทำเอาคนดูเสียสุขภาพจิตไปเลย ฉากการตายของตัวละครแต่ละตัว รวมไปถึงปริศนาที่ซ่อนเอาไว้ ก็ทำให้เราปวดหัวจนไมเกรนขึ้นได้เลยล่ะ   5. Gyo หนึ่งในผลงานของเจ้าพ่อการ์ตูนสยองขวัญ อิโต้ จุนจิ ที่ได้รับการทำเป็นอนิเมะ และยังคงความสยองขวัญเอาไว้ได้ เรื่องราวเริ่มต้นจากแก๊งวัยรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง ออกไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ในขณะที่พวกเขากำลังสนุก (บางคน) อยู่นั้น จู่ๆ บ้านพักของพวกเขาก็ถูกจู่โจมโดยปลาฉลามที่มีขาคล้ายแมงมุม!? มันโจมตีมนุษย์อย่างโหดเหี้ยม พวกเขาต้องต่อสู้กับปลาฉลามเดินได้อย่างดุเดือด จนสุดท้าย พวกเขาก็พบว่า ไม่ได้มีแค่ฉลามตัวเดียวที่มีขา แต่ปลาทุกตัวที่อยู่ในทะเล มีขาเดินได้กันหมด และพวกมันเริ่มจัดการมนุษย์! เรื่องราวเริ่มโกลาหลขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มากับปลาทะเล จำนวนที่เยอะเกินมนุษย์จะต้าน รวมถึงปริศนาที่อยู่เบื้องหลัง ว่าทำไมปลาถึงมีขาเดินได้? ตอนหลังๆ ยิ่งพีคเข้าไปใหญ่ เมื่อมนุษย์ก็ตกเป็นเหยื่อไปด้วย! เรื่องนี้ขอเตือนเลยว่า ห้ามดูตอนกินข้าว และดูแล้วจะเกลียดปลาไปอีกนาน
บทความ

5วิธีแก้ง่วง

นอกจากคนส่วนใหญ่จะประสบปัญหานอนไม่หลับเมื่อถึงเวลานอนแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เป็นกันทั่วโลกคือ รู้สึกง่วงทั้งวัน! เชื่อว่าทุกคนต้องเป็น ตื่นมาก็ง่วงแล้วอยากนอนต่อ กินข้าวก็ง่วง ทำงานนี่ยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ อยากกลับไปนอน แต่พอถึงบ้านดันนอนไม่หลับซะงั้น? นั่นอาจเป็นเพราะในช่วงเวลากลางวัน เราใช้พลังงานไม่มากพอ จนทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยล้า จนทำให้ไม่ง่วงเมื่อถึงเวลานอนนั่นเอง เราควรทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเรา เหมาะสมกับในแต่ละสถานการณ์ ง่วงไปทำงานไป คงไม่ดีในสายตาหัวหน้าแน่นอน แล้วเราจะแก้ง่วงด้วยวิธีไหนได้บ้างนะ?   1. ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายเบาๆ อาการง่วง มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราจมปลักทำกิจกรรมหนึ่งเป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย จนทำให้ทั้งร่างกายและสมองเกิดความเคยชิน รู้สึกเบื่อหน่าย จนอ่อนเพลีย ง่วง ตามลำดับ ทางเลือกที่ดี เราควรลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุกๆ 60-90 นาที ตั้งแต่เริ่มนั่งทำงาน หรือออกกำลังกายเบาๆ เช่น ยกแขนยกขา สะบัดไปสะบัดมา นอกจากจะช่วยยืดเส้นทำให้ผ่อนคลาย ยังทำให้เรารู้สึกสดชื่น กะปรี้กะเปร่า ส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน จะทำให้ใช้สมองได้อย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเอง   2. ดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง การแก้ไขปัญหาความง่วงจากภายนอกอาจไม่ได้ผล ต้องแก้จากภายในเลย เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา, กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง จะช่วยให้เราหายง่วงได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นสมอง ขยายหลอดลมให้อ็อกซิเจนไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดีขึ้นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เรารู้สึกไม่ง่วง หรือง่วงน้อยลงเมื่อดื่มคาเฟอีนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะในเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนส่วนใหญ่ มักมีน้ำตาลปริมาณมากควบคู่ด้วย และการดื่มคาเฟอีนที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับในช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงเวลานอนของเรา   3. ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ การล้างหน้าด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ร่างกายเราตื่นและรู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่มากก็น้อย หรือถ้าหากล้างหน้าแล้วยังไม่หายง่วง ก็ต้องอาบน้ำเลย เคยเป็นไหม เมื่อถึงเวลานอน พอลุกขึ้นไปอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก็นอนต่อไม่หลับ ก็เหมือนกับตอนเช้านั่นแหละ ต่อให้ตอนตื่นมาจะง่วงแค่ไหน พออาบน้ำโดนน้ำปุ๊บ ก็ตาสว่าง สติกลับคืนมาทันที เพราะฉะนั้น ถ้าหากง่วงมาก การอาบน้ำก็เป็นทางเลือกที่ดี   4. หาอะไรที่ชื่นชอบทำ เรามักจะเกิดอาการเมื่อยล้า ง่วง อ่อนเพลีย เพราะเราต้องนั่งทำในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบหรือหลงใหล แต่จำเป็นต้องทำเพราะมันคืองาน มันคือภาระของเรา ลองหาเวลาว่างสักนิด หาอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ทำได้มาทำ เช่น เล่นเกมในมือถือ, ถักผ้าพันคอ, อ่านนิยาย, คุยเมาท์กับเพื่อน เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้หัวเราะ มีความสุข ไปกับสิ่งที่เราหลงใหลแล้ว จะทำให้ร่างกายเราตื่น เพราะเราสนใจที่จะทำเรื่องนั้น และยังเป็นการผ่อนคลายเราไปในตัว เพราะการทำสิ่งที่ชอบและหลงใหล ต่อให้ทำเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ ก็ไม่เบื่อเลยสักนิด   5. งีบหลับพักผ่อน สุดท้ายแล้ว ถ้าหากทำยังไงก็ไม่หายง่วงสักที การงีบหลับไม่เกิน 30 นาที เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ ถ้าหากงีบหลับ ควรงีบไม่เกิน 30 นาที เพราะถ้าหากเกินไปกว่านั้นล่ะก็ ร่างกายเราจะเข้าสู่สภาวะหลับลึก แทนที่จะตื่นมาแล้วสดชื่น แต่จะตื่นมาแล้วเพลียแทน เพราะร่างกายเข้าใจว่าเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ แน่นอนว่ามันทำให้แย่ลงกว่าเดิม ก่อนจะงีบหลับ แนะนำให้ดื่มกาแฟสักแก้ว เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนในกาแฟ จะทำงานได้ดีหลังจากผ่านไป 30 นาที ถ้าคุณงีบทันทีหลังจากดื่มกาแฟ เมื่อคุณตื่นขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณสดชื่นด้วยฤทธิ์ของคาเฟอีนพอดียังไงล่ะ
บทความ

5 วิธีช่วยให้นอนหลับง่าย

ปัญหานอนไม่หลับ เป็นปัญหาที่ประสบได้กับคนทุกเพศทุกวัย ต้นเหตุของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป การแก้ปัญหาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การแก้ปัญหานอนไม่หลับวิธีหลัก ก็มีไม่กี่วิธี 5 วิธีแก้ปัญหานอนไม่หลับนี้ อาจจะดูน้อยไปหน่อย แต่ประสิทธิภาพสูงแน่นอน   1. ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ก่อนเข้านอน การกินอะไรก่อนเข้านอนอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก สำหรับคนรักสุขภาพและคนที่ดูแลหุ่นเป็นอย่างดี แต่การดื่มน้ำอุ่น จิบชาร้อนก่อนเข้านอน จะช่วยให้ทั้งสมองร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย คล้ายกับการแช่น้ำอุ่น เมื่อร่างกายผ่อนคลายแล้ว จะทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะส่วนใหญ่ที่เรานอนไม่หลับ เนื่องจากเรามีความตึงเครียดอยู่ในสมองโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง หากใครชอบดื่มชา การเลือกชาที่เหมาะสมกับสุขภาพและรสนิยมของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น หรือใครไม่ซีเรียสเรื่องการลดน้ำหนัก ดื่มนมร้อนก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลย   2. เคลียร์เรื่องที่ค้างคาใจให้เสร็จก่อนนอน อย่างที่เราบอกว่า เรามักจะนอนไม่หลับ เพราะเรามีความเครียดอยู่ในหัวแบบไม่รู้ตัว การนอน คือกิจวัตรประจำวันอย่างสุดท้ายที่เราต้องทำ ก่อนจะลืมตาตื่นต้อนรับวันใหม่ มันต้องผ่านช่วงเวลาทั้งดีและร้ายมาทั้งวัน ไม่แปลกเลยว่าทำไมตอนนอนถึงมีเรื่องให้คิดเยอะแยะเต็มไปหมด และบางทีก็มีเรื่องที่ค้างคาอยู่แต่ไม่ได้ทำให้สำเร็จ เพราะอยากจะนอนก่อนค่อยลุกมาทำด้วย แต่นั่นอาจทำให้เรานอนไม่หลับแทน เพราะเราจะกังวลว่า เราจะตื่นมาทำธุระนั่นทันไหม เราจะลืมสิ่งที่เราคิดว่าจะทำไหม ทางที่ดี ควรทำอะไรที่คุณนึกออกภายในทันที และทำทุกสิ่งที่ควรทำทั้งหมดก่อนจะเข้านอน เช่น ส่งข้อความฝันดีให้แฟน, ล้างเครื่องสำอาง, ทำการบ้านให้ครบทุกวิชา เคลียร์ให้เสร็จก็หลับสบายแล้ว   3. ใช้อุปกรณ์ปรับอากาศ กลิ่นนั้นสำคัญกว่าที่คิด แต่ละสถานที่ ควรจะมีกลิ่นที่แตกต่างกันไป กลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำก็ควรจะอยู่ในห้องน้ำ กลิ่นอาหารก็ควรจะอยู่ในห้องครัว ถ้ามีกลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำในห้องครัว หรือกินอาหารในห้องนอน มันก็จะทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ มันไม่ใช่แค่ความเหมาะสม แต่กลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทำให้ร่างกายเรามีปฏิกิริยาตอบรับที่ถูกต้อง ในห้องนอน ซึ่งอาจจะมีกลิ่นอับ หรือไม่มีกลิ่นเลย ให้ลองใช้อุปกรณ์ปรับอากาศ เช่น สเปรย์, เทียนหอม, เครื่องพ่นอโรม่าหอมระเหย เลือกกลิ่นที่ชอบ หรือกลิ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายเครียด จะทำให้การนอนหลับเป็นไปได้ง่ายขึ้น และหลับสนิทยิ่งกว่าเดิม   4. ทำให้สภาพแวดล้อมน่านอนมากที่สุด เวลานอน แต่ละคนก็จะมีวิธีทำให้ตัวเองง่วงด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป เช่น เปิดเพลงฟังทิ้งไว้ตอนนอน, เปิดไฟนอนไม่งั้นนอนไม่หลับ, เล่นโทรศัพท์จนกว่าจะหลับ แต่ช่วงเวลาที่เรานอนหลับ คือช่วงเวลาเดียวที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มากที่สุด ทางที่ดีคือควรจัดห้องนอนให้เงียบ มีแสงไฟน้อย ปราศจากการรบกวนทั้งแสง สี เสียง ให้ได้มากที่สุด จะทำให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น และลึกขึ้น เนื่องจากความเงียบสงบทำให้เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่   5. เลิกทำทุกอย่าง พยายามนอนหลับตาอยู่นิ่งๆ บางคน นอนไม่หลับเพราะตกอยู่ในสภาวะเครียด หรือมีอาการป่วยทางจิตโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนสมัยนี้นอนไม่ค่อยหลับ นอนหลับยากกันก็เพราะติดเล่นโทรศัพท์ ติดดูซีรีส์ ติดอ่านนิยายก่อนนอน เพราะมีความคิดว่า นอนไปยังไงก็ไม่หลับเพราะยังไม่ง่วง หาอะไรทำก่อนนอนเพลินๆ ไปเลยดีกว่า นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะมันเป็นกิจกรรมตัวการที่ทำให้เรานอนไม่หลับเลยล่ะ ยิ่งเราทำอะไรต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้สมองของเราไม่ได้หยุดพัก คิดต่อจากสิ่งที่เราอ่านไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลายเป็นคิดมาก นอนไม่หลับ หากต้องการนอนหลับให้เร็วที่สุด ควรนอนหลับตาอยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ภายในไม่เกิน 9 นาที คุณจะผล็อยหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยล่ะ