5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

10 ตุลาคม 2561

เดือนตุลาคม เดือนที่เหมาะกับการทำกิจกรรมมากมาย

เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวพอดิบพอดี

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ร้อน เหนียวเหนอะหนะตัวเท่าเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

หลายคนจึงเลือกผ่อนคลายนอกสถานที่

ไม่ว่าจะเป็น ขับมอเตอร์ไซค์ออกทริป, แบกเป้เดินป่าขึ้นเขา ฯลฯ

ถึงอากาศจะน่าออกไปสูดอากาศข้างนอก

แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบการผ่อนคลายแบบเงียบๆ มากกว่า

เช่น ช็อปปิ้ง, เล่นเกม, อ่านหนังสือ

และอีกกิจกรรมหนึ่งที่นิยมกันมากคือ การดูหนัง

ช่วงนี้มีแต่รีวิวชวนเที่ยว ไม่ค่อยมีรีวิวหนังน่าดูประจำเดือนเลย

จนทำให้สงสัยว่า เดือนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจรึเปล่า?

สำหรับเดือนตุลาคม เต็มไปด้วยหนังคุณภาพมากมาย

ทั้งหนังใหม่ หนังเก่าที่กลับมาทวงบัลลังก์

รวมถึงหนังไทยที่น่าสนใจก็อยู่ในเดือนตุลาคมนี้เอง!

One Cut of The Dead
เข้าฉายวันที่ 4 ตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

ชื่อภาษาอังกฤษอาจจะไม่คุ้น

แต่ถ้าบอกเอ่ยว่ามันคือหนังชื่อ 'วันคัต ซอมบี้งับๆๆๆ' ล่ะก็ น่าจะร้องอ๋อ!

หนังแนวซอมบี้จากแดนอาทิตย์อุทัย

แทนที่จะชูโรงความน่ากลัว ความสยองขวัญของซอมบี้

แบบหนังซอมบี้เรื่องอื่น เช่น World War Z ก็ซอมบี้วิ่งเร็ว , Train to Busan ก็ค่อนข้างฉลาด

แต่สำหรับหนังเรื่อง วันคัตฯ ชูโรงด้วยฉาก Long Take นาน 37 นาที!

เป็นการถ่ายครั้งเดียว ไม่มีสั่งคัต ไม่มีเบรค เป็นเวลา 37 นาที

ทุกอย่างต้องเป๊ะ เป็นไปตามคิวห้ามพลาด ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ยากมาก

ถึงจะเป็นการโฆษณาที่ค่อนข้างแปลกเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น

แต่ก็ส่งผลให้คนดูมีความสนใจในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

วันคัตฯ จะออกแนวเป็นหนังซ้อนหนังอีกที

โดยจะเกี่ยวกับกองถ่ายกองหนึ่ง

ที่เลือกถ่ายทำหนังแนวซอมบี้ที่คลังสินค้าลึกลับ

ซึ่งเคยมีเรื่องเล่าว่า เป็นที่ตั้งของการทดลองอะไรสักอย่างทางการทหาร

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าที่แห่งนี้เคยทดลองอะไร

พวกเขาก็ยังเลือกที่จะถ่ายทำ ณ สถานที่ดังกล่าว

จนทำให้พวกเขาได้พบกับซอมบี้จริงๆ ทั้งกองถ่าย!

พวกเขาทั้งต้องหนีตายจากซอมบี้จริงๆ

และถ่ายทำหนังซอมบี้ที่พวกเขากำลังทำอยู่ให้สำเร็จด้วย!

บอกเลยว่ามันส์มาก!

รับประกันความสนุกด้วยคะแนนรีวิวบนเว็บไซต์ rottentomatoes ที่มากถึง 8.1 คะแนน!

เว็บไซต์รีวิวหนังที่ได้รับการยอมรับจากคนดูหนังทั่วโลก

Venom
เข้าฉายวันที่ 11 ตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

สำหรับคนที่ติดตามจักรวาล Marvel ในรูปแบบการ์ตูน

หรือเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man 3 (2007)

ก็น่าจะรู้จักเจ้า Venom (เวน่อม) กันอยู่แล้ว

ในหนังเรื่องสไปเดอร์แมนภาค 3

เวน่อม ก็คือเจ้าสไปเดอร์แมนสีดำ นิสัยไม่ดี พยายามจะสิงร่างตัวเอก

กลัวเสียงระฆัง เสียงเหง่งหง่าง ดูลึกลับ

และกลายเป็นตัวร้ายไปเลยในเรื่องดังกล่าว

จากตรงนั้น ทำให้หลายคนสงสัยว่า

แค่ Venom ตัวร้ายตัวเดียวที่เคยโผล่มาเวอร์ชันหนังครั้งเดียว

ทำหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง จะไปรอดหรอ?

สลอตขอบอกเลยว่ามันน่าสนใจมาก

ความจริงแล้ว เวน่อม คือปรสิตจากต่างดาว

หรือที่แฟนมาร์เวลเรียกกันว่า Symbiote (ซิมไบโอต)

เรื่องราวในหนัง Venom จะเล่าถึงกรณีที่ ซิมไบโอตดังกล่าว

ไปสิง อาศัยอยู่ในร่างของ "Eddie Brock" (รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี้)

ซึ่ง Eddie มีความหลงใหล และเป็นแฟนตัวยงของซิมไบโอตอยู่แล้ว

แต่เราก็ยังไม่รู้ว่า ซิมไบโอตจากนอกโลก มาสิงสู่ Eddie ที่อยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างไร

พวกมันมีจุดมุ่งหมายอะไร

และเมื่อ Eddie ได้รับพลังของซิมไบโอตแล้ว

เขาจะทำอย่างไร จะเดินทางไปในทิศทางไหน?

จะกลายเป็นฮีโร่ หรือจะกลายเป็นตัวร้ายอย่างที่เราชินตา

และยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดด้วยว่า

จะผูกจักรวาลกับจักรวาลหลัก Marvel หรือไม่

แฟนหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ ห้ามพลาดเลยล่ะ!

นาคี 2
เข้าฉายวันที่ 18 ตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูง กับละครเรื่อง "นาคี"

นำแสดงโดย "แต้ว ณฐพร" กับ "เคน ภูภูมิ"

ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ว่าถึงแม้จะเป็นละครที่ออกอากาศทางฟรีทีวี

แต่ก็เป็นละครที่เปี่ยมไปด้วยทั้งคุณภาพ

ทั้งเรื่องการใช้ CG Special Effect ที่เนียนตา สมจริงเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น

การใช้ภาษาสื่อสาร ที่แม้นักแสดงจะไม่ใช่คนภาคอีสาน แต่ก็สมจริง

การดึงวัฒนธรรม ความเชื่อดั้งเดิมของคนไทยมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

จนมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ "นาคี 2" ขึ้น

ซึ่งจะนำแสดงโดยแต้วกับเคนเหมือนเดิม

แต่จะเพิ่มนักแสดงเข้ามาอีก นั่นก็คือ "ญาญ่า อุรัสยา" กับ "ณเดชน์ คูกิมิยะ"

เรื่องราวของนาคี 2 หรือนาคีเวอร์ชันภาพยนตร์นั้น

จะเกี่ยวกับ "สร้อย" (รับบทโดย ญาญ่า) หญิงสาวแห่งดอนไม้ป่า

เธอโตมาพร้อมกับความเชื่อ ความศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี

สร้อยยังเป็นผู้ขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และเป็นผู้ดูแลเทวาลัย

จึงทำให้สร้อยมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีมาตั้งแต่เด็ก

เวลาผ่านไป "ร.ต.อ ป้องปราบ" (รับบทโดย ณเดชน์)

ได้ย้ายเข้ามาประจำการที่ ส.ภ ดอนไม้ป่า

ก็เกิดคดีลึกลับ สะเทือนขวัญ และเหลือเชื่อขึ้น

ไม่มีใครสามารถไขคดีได้ ทุกคดีที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีเงี่ยนงำ

จนทำให้ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั้นเป็นฝีมือของเจ้าแม่นาคี

และชาวบ้านปักใจเชื่อว่า เจ้าแม่นาคีกลับมาอาละวาดอีกครั้ง

โดยมี สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี

เนื่องจากมีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวพันกับเธอ และหาข้อแก้ตัวไม่ได้

ร.ต.อ ป้องปราบ ต้องตามหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

แม้เขาจะเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องลึกลับเลยก็ตาม

นาคี 2 มาพร้อมเนื้อเรื่องที่เข้มข้น และ CG ที่อลังการ สมจริงยิ่งกว่าเดิม

มาชมหนังไทยกัน!

Homestay
เข้าฉายวันที่ 25 ตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

อีกหนึ่งหนังไทยที่น่าสนใจ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัว เปิดเผยตัวอย่าง และเนื้อเรื่องได้ไม่นาน

แต่ก็เป็นที่สนใจของคนอยู่มากมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

เนื่องจากหนึ่งในนักแสดงนำคือ "เฌอปราง" กัปตันวง BNK48 นั่นเอง

Homestay เป็นหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ ระทึกขวัญ

มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองคือใคร มาจากไหน

แต่ก็มีชายลึกลับที่เรียกตัวเองว่า "ผู้คุม" (รับบทโดย ปีเตอร์ นพชัย)

กระชากคอเสื้อราวกับหาเรื่อง พร้อมอธิบายว่า

วิญญาณเร่ร่อนได้รับรางวัล! นั่นก็คือ ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

แต่ต้องอยู่ในร่างของเด็ก ม.ปลาย ที่มีชือว่า "มิน" (รับบทโดย เจมส์ ธีรดนย์)

ที่เสียชีวิต นอนอยู่ในตู้เก็บศพของโรงพยาบาลไปแล้ว

แต่เขาก็ไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ซะทีเดียว เพราะรางวัลนี้ มีข้อแลกเปลี่ยน

คือเขาต้องหาคำตอบให้ได้ภายใน 100 วันว่า

"มินตายเพราะใคร"

ถ้าหาคำตอบไม่ได้ เขาจะตาย และไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก

ราวกับเขาจะได้อยู่ในร่างนี้แค่ชั่วคราว เหมือนกับได้พักที่โฮมสเตย์แค่ชั่วคราว

วิญญาณที่อยู่ในร่างมิน ก็ไม่ได้ดีใจกับรางวัลนี้นัก

เพราะเขาไม่ได้ดีใจ หรือมีความสุขที่ได้มีชีวิตใหม่

แต่เมื่อเขาได้เจอกับ "พาย" (รับบทโดย เฌอปราง)

ก็ทำให้เขาหัวใจเต้นแรง มีความสุข

จนทำให้เขาอยากอยู่ในร่างของ มิน ไปตลอดชีวิต

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เขาเร่งหาคำตอบ ว่าทำไมมินถึงตาย ใครฆ่ามิน

ก่อนที่เวลาของเขาจะหมดลง!

นอกจากความน่าสนใจคือ เฌอปราง

และนักแสดงวัยรุ่นที่เปี่ยมด้วยฝีมืออย่าง เจมส์ ที่เอาอยู่กับทุกบทแล้ว

Homestay ยังอัดแน่นไปด้วยนักแสดงคุณภาพมากมาย

เช่น พลอย เฌอมาลย์, สู่ขวัญ บุญกุล, เบสท์ ณัฐสิทธิ์, เอก ธเนศ เป็นต้น

จากตัวอย่างที่เผยออกมา ก็พบว่า

CG ของเรื่องนี้ก็น่าสนใจ ทั้งฉากตึกเอียง, ฉากยาลอยได้ และอีกมากมาย

เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

Halloween
เข้าฉายวันที่ 31 ตุลาคม

5หนังน่าดูเดือนตุลาคม

หนังสยองขวัญในดวงใจของแฟนหนังหลอนหลายๆ คน

ที่แม้ว่าหนัง Halloween เรื่องแรก ที่ฉายในปี ค.ศ.1978 จะเป็นหนังต้นทุนต่ำ

แต่ความหลอน ความสยองของเรื่องนี้ กลับตราตรึง

จนส่งผลให้ Halloween ภาคแรกสุด กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดในปีดังกล่าว

และฆาตกรสวมหน้ากากขาว ก็กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความสยองขวัญไปเลย

ส่งผลให้นับตั้งแต่นั้น Halloween ก็ปล่อยภาคใหม่ออกมาเรื่อยๆ

รวมทั้งหมด 8 ภาค มีแป้กบ้าง ปังบ้าง ตามประสาหนังที่มีหลายภาค

แต่สำหรับ Halloween ที่จะฉายในปี 2018 นี้

ถูกรับประกันว่า มันจะหลอนสั่นประสาทคุณไปอีกนานแน่นอน!

สิ่งพิเศษของภาคนี้คือ ทางทีมงานได้ดึง "Jamie Lee Curtis"

ที่แจ้งเกิดกับหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ภาคแรก (40 ปีที่แล้ว) มาร่วมแสดงเป็นตัวเอกดังเดิม

เนื้อเรื่องของ Halloween ภาคนี้

จะเกี่ยวกับ "Laurie Strode" (รับบทโดย Jamie)

หญิงสาวที่รอดจากการฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างโหดร้ายของ Michael Myers ฆาตกรหน้ากากขาว

แม้ระยะเวลาจะผ่านไปนาน จนเธอวางใจว่ามันจะไม่กลับมาหลอกหลอนเธออีกแล้ว

แต่เธอคิดผิด

เมื่อในปี 2018 ครบรอบ 40 ปีนับตั้งแต่ภาคแรกพอดิบพอดี

มันจะมาทวงแค้น และตามล่าเธออย่างโหดเหี้ยมกว่าเดิม!

หนังชื่อ Halloween ที่ตรงกับเทศกาลฮาโลวีนพอดี

แถมยังเป็นหนังที่มีอายุยาวนานพอสมควรด้วย

ชวนคุณพ่อคุณแม่ไปดูยังได้

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!