5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

21 กันยายน 2561

Netflix เป็นผู้ให้บริการด้านภาพยนตร์ ซีรีส์ ที่โด่งดังที่สุดในโลก

มีชื่อเสียงด้านการวาร์ป

เพราะใครก็ตามที่ได้ดู Netflix

จะรู้สึกตัวอีกทีก็ 8 ชั่วโมงให้หลัง นับจากเริ่มดูตอนแรกกันทุกคน

เพราะ Netflix มีเรื่องสนุกๆ มากมายให้เราเลือกดูทุกแนว

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

โดยเฉพาะ ซีรีส์ ที่เป็นตัวชูโรงของ Netflix เลย

คนส่วนใหญ่ที่ดู Netflix

ก็มักจะดูภาพยนตร์หรือซีรีส์เท่านั้น

แต่อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ

เหล่าอนิเมะจากญี่ปุ่น ที่เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์มาฉายในช่วงปี 2017 นี้เอง

เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ชม

สำหรับคนที่ชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว

ก็รู้ว่าควรจะดูเรื่องไหนดี

แต่สำหรับคนที่ดูแต่ซีรีส์ ดูแต่หนัง ไม่เคยดูอนิเมะเลย

ก็ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ ว่าจะดูเรื่องไหนดี?

สลอตคัดอนิเมะคุณภาพเน้นๆ มาให้แล้ว รับรองว่าสนุกทุกเรื่องเลยล่ะ

 

1. My Hero Academia

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

หรือชื่อญี่ปุ่นคือ Boku no Hero Academia

เป็นอนิเมะที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 Season แล้ว

คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักนัก แต่ก็เริ่มมีคนรู้จัก และติดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เนื่องจากได้ลง Netflix และเนื้อหาที่สนุกเข้มข้นจริงๆ

เนื้อเรื่องนั้น เกี่ยวกับโลกที่คนส่วนใหญ่มีอัตลักษณ์ (พลังพิเศษ) เป็นของตัวเอง

เช่น พลังจิต, เคลื่อนย้ายวัตถุ, ขยายร่าง, ล่องหน, ปล่อยพายุ

แม้จะเป็นเรื่องดี แต่หลายคนที่มีอัตลักษณ์ กลับใช้พลังในทางที่ผิด

จึงทำให้มีฮีโร่ขึ้นมาเพื่อจัดการเหล่าร้าย

ส่งผลให้ไม่ว่าใครๆ ก็อยากเป็นฮีโร่

เพราะได้ปกป้องบ้านเมืองจากอันตราย และได้รับการให้เกียรติ ยกย่อง

ฮีโร่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเป็นฮีโร่ของฮีโร่ด้วยกัน

มีนามว่า "ออลไมท์"

เขาเป็นฮีโร่สุดเท่ มีเอกลักษณ์คือร่างกายอันบึกบึน ผมสีทองมีจงอย 2 ข้าง

สามารถจัดการวายร้ายได้ทุกตัว จนเป็นที่หวาดกลัวของพวกคนไม่ดี

เขามีคำพูดติดปากคือ

"ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะฉันมาแล้วไงล่ะ"

"มิโดริยะ อิซุกุ" เด็กหนุ่ม ม.ต้น ก็มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนออลไมท์

และอยากเข้าโรงเรียนยูเอย์ โรงเรียนฮีโร่อันดับ 1 ของประเทศ

แต่เขามีอุปสรรคอันใหญ่หลวง

นั่นก็คือ เขาไม่มีพลังอะไรเลย เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

My Hero Academia จะเป็นเรื่องราวเส้นทางการเป็นฮีโร่ของมิโดริยะ

มีทั้งการแข่งขันกับคนที่มีอัตลักษณ์อยู่แล้ว

การต่อสู้ระหว่างฮีโร่กับเหล่าวายร้ายตัวฉกาจ

เรื่องราวการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนยูเอย์

แม้ว่าจะคล้ายการ์ตูนโชเน็นทั่วไป ที่ตอนแรกพระเอกกาก และเก่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่ My Hero Academia มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ

การทำอนิเมะเคารพมังงะต้นฉบับ การใส่เนื้อเรื่องใหม่ๆ

เพลงประกอบที่ไพเราะ เข้ากับทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็น บู๊ เศร้า ฮา

ได้รู้แล้ว รับรองว่าดูจนลืมวันลืมคืน

ถึงแม้ช่วงแรกจะดูน่าเบื่อไปบ้าง

แต่เรื่องราวหลังจากที่ มิโดริยะ เข้าโรงเรียนยูเอย์ได้

มันเข้มข้นมาก จนรออนิเมะสัปดาห์ละตอนไม่ไหว

ต้องไปอ่านมังงะต่อกันทุกคนเลยล่ะ!

 

2. Ajin - Demi Human (อาจิน)

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

เป็นอนิเมะญี่ปุ่นที่หลายคนมองข้าม และไม่สนใจจะดู

เนื่องด้วยลายเส้นของอนิเมะเป็นลายเส้น 3D ไม่ใช่ 2D เหมือนเรื่องอื่น

ซึ่งลายเส้น 3D นั้นมักจะเป็นลายเส้นของการ์ตูนสำหรับเด็กเล็ก

จึงส่งผลให้คนดูอนิเมะค่อนข้างน้อย

แต่สลอตขอบอกเลยว่า ไม่ได้ดูถือว่าพลาดมาก!

Ajin มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเหล่า อาจิน

อาจิน คือมนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์

พวกเขาไม่มีวันตาย เนื่องจากพลังของพวกเขาคือ เมื่อตายแล้วจะฟื้น

และถ้าหากก่อนตาย แขนขาด ขาขาด หรือป่วยหนัก

เมื่อตายปุ๊บ พอฟื้นมาร่างกายจะเป็นปกติ มีแขนมีขางอกขึ้นมาเหมือนปกติ

ในสายตามนุษย์ทั่วไป อาจินถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตราย

เพราะพวกเขาจะก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรงอย่างไรก็ได้

เนื่องจากไม่มีวันตาย

อย่างไรก็ตาม อาจิน มีฝ่ายที่นิสัยไม่ดีจริงๆ

และมี อาจิน ฝ่ายดี ที่พวกเขาหวังเพียงอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ

Ajin จึงไม่ได้เข้มข้นตรงที่ เหล่าอาจินต้องปะทะกับมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

แต่เหล่าอาจิน ฝ่ายดีและไม่ดี ยังต้องปะทะกันเอง

การต่อสู้ของอาจินนั้นจะดุเดือดอย่างมาก ไม่มีฝ่ายไหนสามารถตายได้

การต่อสู้จึงเต็มไปด้วยชั้นเชิง กลยุทธ จิตวิทยาปั่นประสาท

ทุกครั้งที่อาจินปะทะกัน จึงทำให้แฟนการ์ตูนฮือฮาอย่างมาก

แอบกระซิบว่า แม้อาจินจะมีพลังที่เหมือนกัน คือ ไม่มีวันตาย

แต่ในอาจินแต่ละตัว มีพลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไป

บางตัวมีปีกบินได้ก็มีนะเอ้อ!

อนิเมะเรื่องนี้ ไม่ได้มีแต่ฉากบู๊สุดโหดเท่านั้น

แต่ยังเผยให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ทั่วไป

ที่ถึงแม้ว่าไม่มีพลังแบบอาจิน

แต่ในหลายครั้ง มนุษย์ก็อันตรายและน่ากลัวกว่าอาจินหลายเท่าตัว

 

3. Attack on Titan

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

หรือชื่อญี่ปุ่นก็คือ Shingeki No Kyojin

อนิเมะชื่อดังที่คนชอบดูการ์ตูน ต้องเคยดูกันแทบทุกคน

แต่ก็ยังมีหลายคนยังไม่ดู เพราะคิดว่ามันน่ากลัวเกินไป

ทั้งไททันยักษ์ตัวใหญ่เป็นเมตร ต่อสู้กันเลือดสาด

และคิดว่าคงเป็นอนิเมะที่พระเอกไล่ฆ่าตัวร้ายตามปกติ

แต่ในความจริงแล้ว การต่อสู้ฆ่าฟันไททัน ไม่ใช่ใจความหลักของเรื่องเลย

หลังจากผ่านช่วงที่ "เอเลน" พระเอก ได้บรรจุเป็นหน่วยลาดตระเวน

ได้ต่อสู้กับไททัน และได้รับรู้ว่าแท้จริงตัวเขาเองคือ 'ไททัน' แล้ว

เนื้อเรื่องที่แท้จริงคือ การตามหาคำตอบว่า จริงๆ แล้ว ไททันคืออะไร

มีจุดกำเนิดมาจากไหน ทำไมต้องกินมนุษย์

และยิ่งพวกเขาตามหาความจริงมากขึ้นเท่าไหร่

ก็ยิ่งพบกับสิ่งที่น่าตกใจมากขึ้นเท่านั้น

ทั้งการเปิดเผยตัวจริงของไททันที่ทำลายกำแพง, ไททันเกราะสุดโหด

ไททันผู้หญิงมีสติปัญญา รวมถึงไททันที่เคยกินเพื่อนพ้องของพวกเขา

จนทำให้คนดูไม่ไว้ตัวละครตัวไหนสักตัว

Attack On Titan ยังมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับสงครามทางการเมือง

และการต่อสู้ฟาดฟันเพื่อแย่งชิง 'สิ่งที่เราคาดไม่ถึง' อีกมากมาย

เรียกได้ว่า ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินต่อไป ก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น

ขอแอบสปอยล์เบาๆ ในฐานะที่สลอตอ่านมังงะตอนล่าสุด

ว่าความจริงแล้ว ตัวละครที่เรามองว่าเป็นฝ่ายดี

อาจจะกลายเป็นตัวละครที่เลวที่สุด ชั่วช้าที่สุด

เป็นการ์ตูนที่แทบจะสปอยล์ไม่ได้จริงๆ

เพราะตัวละครทุกตัว มีความลับกันหมด

ต้องไปดูเอาเองแล้วล่ะ! รับรองว่าสนุกมาก!!

 

4. Durarara!

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

เวลาอ่านชื่ออนิเมะเรื่องนี้ ลิ้นมันจะพันกันหน่อยๆ

เรียกย่อๆ ว่า Drrr! ก็แล้วกัน

Drrr! มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับของเมือง อิเคะบุคุโระ

เมืองที่มีจริงๆ ในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับอนิเมะ Drrr! นั้น อ้างว่าเมืองอิเคะบุคุโระมีตำนานมากมาย

ที่ไม่มีใครรู้ความจริง

ทั้งตำนานไบค์เกอร์สาวไร้หัว, การแบ่งกลุ่มคนออกเป็นสี

การดำเนินเนื้อเรื่อง จะเริ่มจากการค่อยๆ เล่าตำนานของเมือง

และเล่าเรื่องของตัวละครหลักในเรื่องที่ไม่มีความสัมพันธ์กันเลย

ประมาณว่า ตอนนึงก็เล่าเรื่องของตัวละครตัวนึงโดยเฉพาะ

จนทำให้คนดูสงสัยว่า

นี่การ์ตูนเกี่ยวกับอะไรเนี่ย?

ให้มาดูชีวประวัติของใครก็ไม่รู้ ที่ยังไม่รู้จักทำไมฟะ?

ช่วง 12 ตอนแรกก็จะเป็นการเล่าเรื่องแบบนั้นทั้งหมด

จนกระทั่งช่วงท้ายของเรื่อง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เนื้อเรื่องปูมาตั้งแต่แรก ล้วนสำคัญทั้งหมด

ไม่ว่าปริศนาจะเล็กแค่ไหน ก็ได้รับการเฉลยทั้งหมด

และตัวละครที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย

กลับเกี่ยวข้องกันมากๆ อย่างน่าประหลาด

ถามว่าข้ามช่วงที่ปูเนื้อเรื่องตัวละคร แล้วไปดูตอนผูกเนื้อเรื่องเลยได้ไหม?

ตอบเลยว่าไม่ได้!

เนื่องจากปูมหลังตัวละครทุกตัวของเรื่อง Drrr! นั้นสำคัญต่อเนื้อเรื่อง

หากเราไม่รู้ ไม่ยอมดูตอนปูเนื้อเรื่องตัวละคร

ก็จะงงกับช่วงหลัง จนไม่สนุก

ทนน่าเบื่อเก็บข้อมูลช่วงแรกแค่ไม่กี่ตอน

ที่เหลือจะมีแต่ความสนุก มีอารมณ์ร่วมในการคิดแก้ไขปริศนา

ว่าแท้จริงแล้ว เรื่องราวของ Drrr! นั้นคืออะไร เกี่ยวกับอะไร

จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยล่ะ

 

5. Assassination Classroom

5 อนิเมะ Netflix แนะนำ

หรือชื่อญี่ปุ่นคือ Ansatsu Kyoshitsu

ชื่อยาวมาก ขอเรียกชื่อไทยของเรื่องนี้ก็แล้วกัน

'ห้องเรียนลอบสังหาร'

เนื้อเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้ ก็ตรงตามชื่อเรื่องที่ระบุเอาไว้เลย

ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือ เจ้าตัวประหลาดสีเหลืองมีหนวดคล้ายปลาหมึก

มันเป็นสิ่งมีชีวิตสุดอันตราย

เพราะมันมีพลังอันรุนแรง สามารถทำลายดวงจันทร์ไปได้ถึง 70%

จนพระจันทร์เหลือเพียงครึ่งเสี้ยวตลอดเวลา

มันขู่ว่าจะทำลายล้างโลกเป็นเป้าหมายต่อไป

แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือ ถ้าไม่อยากให้มันทำลายล้างโลกนี้

ก็ให้มันเป็นครูประจำชั้นของนักเรียนของ 3-E โรงเรียน ม.ต้นคุนุกิงาโอกะซะ!

แม้จะไม่มีฝ่ายไหนเข้าใจว่ามันต้องการอะไร ทำไมมันถึงต้องการเป็นครูประจำชั้น

แต่ถ้าแลกมากับการที่มันไม่ต้องทำลายล้างโลก

ทุกฝ่ายก็ยินดี และรีบให้มันเป็นครูประจำชั้นของห้อง 3-E ทันที

และมันเกี่ยวกับการลอบสังหารยังไง?

เพราะในทุกวันที่ไปเรียน เหล่านักเรียนในห้อง

จะต้องพยายามฆ่าเจ้าตัวประหลาดนั่นให้ได้!

ทั้งการฆ่าแบบซึ่งหน้า การวางยาพิษ รวมถึงการลอบสังหาร

คำถามคือ ใครเป็นคนสอนวิธีลอบสังหารให้กับเหล่าเด็กนักเรียน?

คำตอบ ก็เจ้าตัวประหลาดนั่นแหละ ที่สอนวิธีลอบสังหาร!

ด้วยความที่เจ้าตัวประหลาดมีความเร็วสูงถึง 20 มัค

หรือประมาณ 24,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทำให้มันกลายเป็นตัวประหลาดที่ไร้เทียมทาน

(โดนมิสไซล์แบบตามตัวยิงใส่ มันยังเก็บมิสไซล์มาทำอาหารได้)

และถ้าหากเหล่านักเรียนฆ่าเจ้าตัวประหลาดได้

พวกเขาจะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นล้านเยน

แม้จะฆ่าไม่เป็น แต่เมื่อมีเงินจำนวนมากขนาดนี้มายั่วยวน

เหล่านักเรียนก็พร้อมจะยอมรับการฝึก จากเจ้าตัวประหลาด

เพื่อฆ่าเจ้าตัวประหลาดนั่นแหละ

ใจความสำคัญของเรื่องนี้

ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนในห้องมัธยม

ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับลูกศิษย์

ความเน่าเหม็นของระบบการศึกษา

และยังสอดแทรกมุกตลกเอาไว้เป็นระยะๆ

ถึงแม้ตัวละครเด็กนักเรียนที่มีทั้งหมด 28 คน

ซึ่งถือว่าเยอะมาก (ไม่รวมตัวละครอื่นที่สำคัญอีกนะ!)

แต่คนดูก็จะสามารถจำได้ทุกคน เพราะทุกตัวละครมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นต่างกันไป

สลอตเชื่อว่า ทุกคนที่ได้ดู จะหลงรักเหล่าเด็กๆ ในห้อง 3-E

จนแอบเผลอคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนห้องนั้น

เพราะได้ร่วมร้องไห้ ร่วมหัวเราะ

เห็นวิวัฒนาการความสามารถด้านการต่อสู้ของพวกเขาทุกคน

อนิเมะเรื่องนี้ ยังไม่ยาวมาก

เพราะมีแค่ 2 Season จบบริบูรณ์

ก็สามารถดูฆ่าเวลาระหว่างอนิเมะหรือซีรีส์เรื่องอื่นออกตอนใหม่ก็ได้

แต่รับรองว่า จะได้รับความสุขครบทุกรสชาติจากเรื่องนี้

จนอยากดูซ้ำอีกรอบแน่นอน

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา