5ข้อดีของฤดูฝน

5ข้อดีของฤดูฝน

12 กันยายน 2561

เดินทางมาถึงช่วงปลายปี 2561 กันแล้ว

เป็นช่วงที่พวกเราคนไทยรอคอยกันมานาน

เพราะจะเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาว แถมยังเป็นช่วงฤดูหนาว

จะทำอะไร จะไปไหน ก็แสนจะสบาย เพราะอากาศเย็นไม่ร้อนเท่าช่วงกลางปี

แต่ก่อนจะเดินทางไปถึงช่วงเวลาแสนสบายนั้น

พวกเราต้องผ่านมรสุมฤดูฝนไปก่อน!

5ข้อดีของฤดูฝน

ประเทศไทย เป็นประเทศที่อากาศร้อนอยู่แล้ว รถก็ติดอยู่แล้ว

พอถึงฤดูฝนนะ อากาศจะร้อนอบอ้าวกว่าเดิม รถก็จะติดหนักกว่าเดิม

เรียกได้ว่าฤดูฝนมีแต่ข้อเสีย เป็นฤดูที่น่ารำคาญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในความหงุดหงิด ในความน่ารำคาญ

ฤดูฝนก็มีข้อดีของมันเหมือนกันนะ

ถึงข้อเสียจะเยอะไปหน่อยก็เถอะ...

 

1. ใช้เป็นข้ออ้างลางาน

5ข้อดีของฤดูฝน

เป็นข้อดีอันดับต้นๆ ของฤดูฝน ที่หลายคนชื่นชอบกันมากๆ

ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน ต่างก็เคยใช้ข้ออ้างแบบนี้กันมาหมดแล้วทั้งนั้นแหละ!

บางทีแถวบ้านเรา ฝนก็ยังไม่ตกหรอก

แต่เช็คมาแล้วว่า แถวที่ทำงานฝนตก

ก็อ้างไปสิ ว่าเนี่ย พี่คะ แถวบ้านหนูฝนตกหนักมาก ออกไปไม่ได้เลย

อะไรนะคะ? แถวออฟฟิศตกปรอยๆ เองหรอ?

ก็ฝนมันไล่จากทางหนูก่อนถึงไปทางพี่น่ะสิ

เนี่ย บ้านหนูมันตกหนักจนน้ำท่วม ขับรถใหญ่ยังออกไปไม่ได้เลย

วันนี้ขออนุญาตลานะคะ /กดตัดสาย

หรือเบาๆ กว่านั้น ก็ใช้ฝนตกเป็นแค่ข้ออ้างสำหรับมาสาย

ฝนตก ถนนลื่น รถชน รถติด กว่าจะขยับก็เป็นชั่วโมงแล้ว

ตอนออกจากบ้านฝนยังไม่ตก มันมาตกระหว่างทาง จะให้ทำยังไง!!

หรือเราอาจจะไม่ต้องใช้ข้ออ้างฝนตกไว้ใช้ลางาน หรือ มาสายก็ได้

เพราะหัวหน้าเราอาจจะเป็นคนที่ใช้ข้ออ้างนั้นเอง..

อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างที่ดูฟังขึ้นที่สุด และคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้อ้าง

นั่นก็คือ ตากฝนมาจนไม่สบาย ทำงานไม่ไหว

ช่วงฝนตก จะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหนักมาก

โดยก่อนฝนจะตก อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่พอฝนตก ก็เย็นสบาย

หลังจากฝนตกก็ทำให้อากาศเย็นลง ผิดกับก่อนฝนตกลิบลับ

ทั้งร้อน ทั้งเปียก แถมยังเจอกับอากาศเย็น

ทำให้เราไม่สบายได้ง่ายๆ เลย

แต่ใครที่โดนฝนทุกวันแต่ยังสบายดี ก็มีบ้างที่ใช้ข้ออ้างว่าไม่สบาย

เพราะไม่อยากไปทำง๊านนนนน!!

2. นอนหลับสบายมากขึ้น

5ข้อดีของฤดูฝน

ช่วงเวลานอนหลับ เป็นเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคน

เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อน

หลังจากที่เหนื่อยล้าทำงาน เรียนหนังสือ ทำธุระมาทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม การนอนหลับมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

สำหรับคนที่หลับง่าย หัวถึงหมอนก็หลับเลย คงไม่รู้สึกว่าการนอนหลับมันยากอะไร

แต่สำหรับคนที่หลับยากเนี่ยสิ! จะเหนื่อยขนาดไหน สุดท้ายก็นอนไม่หลับ

กว่าจะหลับได้ก็เช้า เป็นแบบนี้ทุกวัน รู้สึกตัวอีกทีโทรมหมดแล้ว

สาเหตุในการนอนไม่หลับ มีหลายอย่าง เช่น มีเสียงรบกวน, แสงจ้าเกินไป, นอนผิดท่า ฯลฯ

จนทำให้มนุษย์เราต้องคิดหาวิธีให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก็มีหลายวิธี เช่น เปิดเพลงฟังเพื่อผ่อนคลาย, ซื้อธูปหอม เทียนหอมมาวางในห้อง

และหนึ่งในวิธีที่ฮอตที่สุดในการช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้น

คือการนอนหลับตอนฝนตก

เนื่องด้วยตอนฝนตก อากาศจะเย็นลงกว่าเดิม

ไม่ได้เย็นถึงขั้นหนาวสั่น แต่เป็นอากาศเย็นสบาย

เสียงฝนตกกระทบพื้น กระทบหลังคา กระทบดินไม้ ใบหญ้า

ก็เป็นเสียงของธรรมชาติ ที่ส่งผลให้เรารู้สึกผ่อนคลาย

หลายคนยังมีความเห็นว่า 'กลิ่น' เวลาฝนตก ก็ช่วยให้หลับสบายเช่นกัน

แต่ถ้าฝนตกตอนเช้านี่นรกเลย

จะทำให้เราอยากนอนต่อ จนตื่นสายอดไปทำงาน

แล้วก็ใช้มุกแบบข้อ 1 ฝนตกไปทำงานไม่ได้ (แต่จริงๆ แล้วหลับเพลิน)

3. ฝึกฝนให้เราเป็นคนวางแผนเก่ง

5ข้อดีของฤดูฝน

อาจจะฟังดูแล้วไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่

แต่ลองมานึกดูดีๆ แล้ว

เวลาเราจะออกไปทำธุระ หรือไปเที่ยวแล้วเกิดฝนตกขึ้นมา

เราจะกลายเป็นนักวางแผนทันทีเลย

ถ้าเป็นวันปกติไม่มีเหตุการณ์อะไร เราก็จะไปตามนัดได้โดยไม่ต้องมานั่งปวดหัว

แต่ทันทีที่ฝนตก แน่นอนว่าต้องมีเหตุการณ์รถติดเกิดขึ้น

ดีไม่ดี เส้นทางที่เรากำลังจะไปอาจระบายน้ำไม่ทัน น้ำท่วม ต้องเลี่ยงไปเส้นทางอื่น

นอกจากจะต้องออกจากบ้านก่อนเวลา เพื่อป้องกันการไปสายแล้ว

เรายังต้องศึกษาหาเส้นทางเลี่ยงรถติด เลี่ยงน้ำท่วม เลี่ยงพายุเข้าอีกต่างหาก

ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเดินทางเท่านั้น

แต่ฝนตก ทำให้หลายต่อหลายอย่างเป็นไปอย่างลำบาก

ยกตัวอย่างเช่น คนทำอาชีพค้าขายกลางแจ้ง ฝนตกครั้งหนึ่ง คนก็ไม่มาเดินซื้อของแล้ว

ต้องวางแผนการลงทุน การใช้เงินให้ดี

หากสินค้าเปียกน้ำ เสียหาย ขายไม่ได้ ขาดทุนอีก

หรือสินค้าไม่เสียหาย แต่ขายไม่ได้เพราะฝนตกจนไม่มีคนเดิน ก็อาจจะไม่มีเงินติดกระเป๋าเลย

ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เดือดร้อนเมื่อฝนตก จนต้องวางแผนเผื่อไว้

เช่น การแสดงกลางแจ้ง, การก่อสร้างกลางแจ้ง ฯลฯ

อย่ามองว่าฝนตกเป็นอุปสรรคจนทำงานไม่ได้

แต่ให้มองว่า เป็นปัญหาที่เราต้องหาวิธีแก้ไข และช่วยฝึกฝนให้เราเก่งขึ้นดีกว่านะ

4. มีโอกาสได้รู้จักกับคนมากขึ้น

5ข้อดีของฤดูฝน

เวลาฝนตก สำหรับคนที่อยู่ในที่ร่ม ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

แต่สำหรับคนที่อยู่ข้างนอก กำลังเดินเล่น กำลังเดินทางกลับบ้าน

จำเป็นจะต้องวิ่งหาที่หลบฝนชั่วคราว

ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็น ป้ายรถเมล์, หน้าเซเว่น, ใต้สะพานลอย ประมาณนี้

คนจำนวนมาก หลบอยู่ในที่แคบๆ แถมบรรยากาศยังชวนหงุดหงิด

จะทำอะไรก็ไม่ได้ทำ จะไปไหนก็ไปไม่ได้

หลายคนจึงเลือกที่จะชวนคนที่ติดฝนด้วยกันคุยเล่นแก้เบื่อ

เช่น ฝนตกหนักแบบนี้น่าเบื่อเนอะ, ตกทุกวันเลย

ถ้าถูกคอ ก็คุยต่อกันยาวๆ จนฝนหยุดแล้วก็ยังไม่หยุดคุย

หรือถ้าไม่ชวนคุย ฝนตกช่วยให้เราเห็นถึงความมีน้ำใจของคนแปลกหน้า

เช่น คอยขยับเข้าไปในบริเวณที่ร่ม เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านนอกเปียกหนัก

บางคนใจดีมากๆ ก็ยกร่มให้คนแปลกหน้าที่รีบกว่าไปใช้แบบฟรีๆ

หรืออาจจะมีการชวนคนไม่รู้จักที่ยืนหลบฝนอยู่ ขึ้นแท็กซีกลับบ้านทางเดียวกัน

คนที่รู้จักกันอยู่แล้ว ก็มีโอกาสทำให้สนิทกันมากขึ้น

เช่น ขับรถส่วนตัวไปส่งถึงบ้าน จะได้ไม่ต้องตากฝน, ให้ยืมเสื้อกันฝน

บางคนให้นอนพักที่บ้านเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปลุยฝนเลยก็มี

ท่ามกลางความหงุดหงิด เปียกเนื้อรำคาญตัวเพราะฝนตก

ต่างคนต่างแย่งกันจะกลับบ้าน จะไม่ให้ตัวเองเปียก

ถ้าลองใจเย็น มองหาแต่สิ่งดีๆ

ก็มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมากมาย

5. ทำให้เราอยู่ติดบ้าน

5ข้อดีของฤดูฝน

หนึ่งในอารมณ์ที่เกิดขึ้นเวลาฝนตก

นั่นก็คือ อารมณ์ขี้เกียจ

ฝนตกแล้วอะ ไม่อยากไปไหนเลย อยากไปก็ไปไม่ได้ ถ้าลุยออกไปก็เปียก เจอแต่รถติด น่าเบื่อ

ช่วงแรกๆ เราก็ยังพอทนได้นั่นแหละ

แต่ถ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ฝนเจ้ากรรมดันตกทุกครั้ง

มันก็น่าเบื่อปะ ทั้งเบื่อที่จะเดินทางตอนฝนตก และเบื่อแต้มบาปของตัวเอง

อะไรจะบาปหนาจนฝนตกทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

หรือพอออกไปปุ๊บ กำลังจะกลับบ้าน ฝนก็ตก

น่าหงุดหงิดพอกัน

เมื่อถึงฤดูฝน หรือมีรายงานว่า จะมีพายุเข้า

หลายคนจึงเลือกที่จะอยู่บ้านมากกว่าออกไปเที่ยวที่ไหน

ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ "เบื่อฝนตกรถติด"

ซึ่งการอยู่บ้าน ไม่ออกไปข้างนอกโดยที่ไม่จำเป็น เช่น ออกไปเที่ยว

ก็ถือว่าเป็นข้อดีเลยล่ะ

เพราะเราจะมีโอกาสได้สานสัมพันธ์คนในครอบครัว ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ได้ใช้เวลาว่างไปกับคนในครอบครัว

หรือใครที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ก็จะมีเวลาทำความสะอาดที่พัก

จัดข้าวของให้เป็นระเบียบ

เช็คข้าวของ เก็บของที่เราไม่เคยมีเวลาเก็บเพราะแทบไม่เคยอยู่บ้าน

เราอาจจะได้เจอของที่ทำหายไปในกองรกๆ ที่ไม่เคยไปยุ่ง

อาจจะได้ระบายเรื่องทุกข์ใจให้คนในบ้านฟัง จนเชื่อใจกันมากขึ้น

และที่สำคัญที่สุดคือ เราได้พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ

เพราะไม่ได้ออกไปเจอใคร ที่ไหน อยู่กับตัวเอง พักผ่อนเงียบๆ ฟังเสียงฝนตก

เห็นมั้ย ฝนตกมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นเลยนะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!