ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

29 มิถุนายน 2561

พูดถึงกระแสหลักที่มาแรงที่สุดในเวลานี้

ก็คงหนีไม่พ้นกับกระแสบอลโลก

เพราะมันเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอยมานานถึง 4 ปี

แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าจะมีคนรัก คนคลั่ง คนรอคอยมากขนาดไหน

ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบกีฬาฟุตบอลอยู่ดี

คนบางกลุ่ม มีความคิดเห็นว่า

กีฬาฟุตบอลมีดีอะไร?

ทำไมคนถึงต้องคลั่งกันขนาดนั้น

ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเทศกาลบอลโลกก็ได้

แค่มีทีมดังแข่งขันกัน แฟนบอลก็พร้อมใจกันนอนอยู่บ้านเพื่อดูบอลแล้ว

ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป

แถมแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบลงแค่ดูบอล

พวกเขามักจะเล่นบอลร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย

จนทำให้หลายคน (โดยเฉพาะแฟนสาว) รู้สึกเอือมระอา

ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น

ฟุตบอลมันมีดีอะไร!!??

มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กับสลอตดีกว่า

1. ได้ออกกำลังกาย

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

เป็นที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะอะไร ขึ้นชื่อว่า 'กีฬา' ก็ล้วนแต่มีส่วนช่วยในการออกกำลังกาย

บางกีฬาก็ออกกำลังกายได้ไม่กี่ส่วนของร่างกาย

บางกีฬาก็ได้ออกกำลังกายมันทุกส่วน

จนเล่นกีฬาชนิดนั้นเสร็จแล้ว ผู้เล่นจะอยู่ในสภาพหอบจนดูไม่ได้

ฟุตบอล ก็จัดว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้มันทุกส่วน

ตั้งแต่ร่างกายส่วนที่อยู่สูงที่สุด

ด้วยการใช้มันสมองในการคิดว่าจะเล่นยังไงดี

ไปจนถึงอวัยวะที่อยู่ล่างสุด

ด้วยการใช้เท้าวิ่งให้เร็ว วิ่งตามลูกบอลให้ทัน แย่งลูกบอลให้ได้

ตลอดเวลา 90 นาที (พักครึ่งนิดหน่อย)

ก็ต้องคอยวิ่ง คอยแย่งชิงเจ้าลูกบอลลูกกลมๆ กันตลอด

เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่ทำให้คนสุขภาพปานกลาง หรือไม่ค่อยดีมาก

กลายเป็นคนสุขภาพดีได้ภายในไม่กี่วัน

แหม ก็วิ่งไม่หยุด วิ่งแทบไม่พักตลอด 90 นาที

ถ้าไม่เรียกว่า ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

แถมการเตะบอลเป็นประจำ

ยังทำให้เราออกกำลังกายเป็นกิจวัตรไปโดยปริยาย

เพราะถ้าหากหยุดเว้นไปสักระยะหนึ่งล่ะก็

ร่างกายก็จะงอแง จนทำให้เมื่อกลับมาเล่นบอลอีกครั้ง

ร่างกายจะล้าเจียนตายเลยล่ะ

2. มิตรภาพดีๆ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหน

ก็ได้มิตรภาพได้ดีไม่เท่ากีฬาฟุตบอล

เนื่องจากกติกาการแข่งขันกีฬาฟุตบอล

แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน และอย่างมาก 11 คน (รวมผู้รักษาประตู)

เรียกได้ว่า ถ้าเล่นกันในหมู่เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ

ก็ไม่มีทางเล่นได้อย่างสนุกและเต็มที่แน่

การเล่นฟุตบอล ผู้เล่นจึงมักจะชักชวนทั้งคนที่สนิท และไม่สนิท

มาร่วมเล่นด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของแฟน แฟนของเพื่อน

จากคนที่เราไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก

เราก็จะมีโอกาสรู้จักกันผ่านกีฬาฟุตบอลนี่แหละ

ได้ร่วมแข่งขันไปด้วยกัน ร่วมเหนื่อย ร่วมแพ้ร่วมชนะไปด้วยกัน

ก็จะทำให้มิตรภาพเบ่งบานอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ

หลายคนก็ไม่ได้จบที่เล่นบอลเสร็จก็แยกย้าย

ส่วนใหญ่ก็มักจะไปกินข้าวร่วมกัน หรือไปผ่อนคลายต่อ

เช่น เดินห้างช็อปปิ้ง, นั่งร้านกาแฟ, นั่งส่องสาวกันต่อ

ได้มิตรภาพ ได้คนรู้จักเพิ่มทีนึง ก็ได้เพิ่มหลายสิบชีวิตเลย

คนที่เล่นบอลเป็นประจำจึงมักจะรู้จักคนมากหน้าหลายตานั่นเอง

3. ฝึกไหวพริบ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง

ที่ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด

ก็จะสามารถขัดเกลาความสามารถด้านไหวพริบได้ทั้งนั้น

ยกตัวอย่างเช่น กีฬาแบดมินตัน

เราต้องคิดภายในทันทีว่า คู่ต่อสู้จะตีให้ลูกขนไก่ลอยมาตรงไหน

และเราควรจะตีให้ลูกขนไก่ตกไปบริเวณใด

เพื่อที่จะได้ชนะคู่ต่อสู้ได้

สำหรับฟุตบอลแล้ว

นอกจากเราจะต้องคิดเกี่ยวกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว

เรายังต้องคิดด้วยว่า

เราจะทำอย่างไรให้มีความสามัคคีเกิดขึ้นในทีมของเรา

ฟุตบอลไม่เหมือนกีฬาอื่น

คือจะไม่สามารถชนะได้ด้วยเพียงคนเดียว

นักกีฬาทุกคนในทีมจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อคว้าชัยชนะ

ฝั่งตรงข้ามก็มีจำนวนนักกีฬามากพอๆ กับเรา

เราก็ต้องคิดวิธีหลบหลีก ไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมาแย่งบอลของเราไปได้อีก

ต่างจากเกมกีฬาอื่นที่มักจะมีแค่เรากับคู่ต่อสู้ 2 คนบนสนาม

และหลายต่อหลายครั้ง ฟุตบอลก็มักจะมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น

เราก็ต้องคิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้

เช่น อาจจะโดนแย่งบอลรุนแรงจนทำให้บาดเจ็บสาหัส

อาจจะโหม่งบอลพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เป็นต้น

ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีไหวพริบก็ไม่ต้องคิดมาก

ของแบบนี้มันฝึกกันได้

4. มีความเคารพในกฎ กติกา และเคารพผู้อื่นมากขึ้น

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ปัญหาการไม่เคารพ กฎ กติกา

มักเป็นปัญหาที่เราเจอเป็นประจำ

โดยสาเหตุที่คนบางกลุ่มมีความคิดว่า กฎมีไว้แหกนั้น

เนื่องจากพวกเขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่กฎ กติกา สำคัญมากๆ มาก่อน

แต่เมื่อได้เล่นกีฬาฟุตบอลแล้ว

การเคารพในกฎ กติกา เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เพราะถ้าหากฝ่าฝืนกฎที่ตั้งเอาไว้

ก็จะทำให้เราถูกคาดโทษ โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

ร้ายแรงที่สุดคือการถูกใบแดง ไล่ออกจากสนาม และไม่ได้ลงเล่นอีกเลย

และนอกจากจะต้องเคารพกฎกติกาแล้ว

ยังต้องเคารพเพื่อนร่วมทีม รวมถึงฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน

สำหรับเพื่อนร่วมทีม

ยังไงเราก็ต้องเคารพกันและกันอยู่แล้ว

เพื่อที่จะคว้าชัยชนะให้ได้

แต่กับทีมฝั่งตรงข้าม

หลายคนมีความคิดว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงลูกบอลมาให้ได้

บางคนถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างแรงเพื่อแย่งลูกบอลเลยทีเดียว

และทันทีที่ทำอะไรอันตรายแบบนั้น

คุณก็จะโดนใบแดง ไล่ออกจากสนามทันที

เราจำเป็นจะต้องแย่งบอล

แต่จะต้องแย่งบอลภายใต้กฎ กติกา

และไม่ทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเรา

(แต่ก็ไม่ใช่เป็นพ่อพระ ไม่แย่งบอลเลยสักครั้งนะ)

และเมื่อเกมจบลง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

สิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องมีคือความมีน้ำใจนักกีฬา

ไม่ซ้ำเติม ไม่เยาะเย้ย เมื่อชนะ

ไม่อาฆาตแค้นเมื่อแพ้

คิดไว้เสมอว่าต้องเคารพผู้อื่น

เมื่อเรามีความเป็นน้ำใจนักกีฬามากพอ

นิสัยเราจะดีขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ

5. มีโอกาสได้ก้าวหน้า

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

การเล่นฟุตบอล มีโอกาสทำให้เราได้ก้าวหน้าด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เล่นจนโดดเด่นผิดไปจากคนทั่วไป

สำหรับคนที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยเรียน

และมีฝีมือด้านการเล่นฟุตบอลสุดเทพ

มีโอกาสที่จะก้าวหน้าไปไวมาก

เนื่องจากโรงเรียนชั้นนำของประเทศหลายโรงเรียน

มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล

ซึ่งถ้าเราสามารถสมัครเข้าโรงเรียนดังกล่าวได้ด้วยโควต้านักฟุตบอลแล้ว

เราก็จะมีโอกาสได้เป็นนักฟุตบอลตัวจริงของโรงเรียน

ไปแข่งกับโรงเรียนต่างๆ ไปแข่งระดับเขต ระดับประเทศ ฯลฯ

ส่วนใหญ่โรงเรียนที่มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล

ก็มักจะมีการสนับสนุนเรื่องค่าเทอม ที่พัก ค่ากินอยู่ด้วย

ถือเป็นการตอบแทนที่เหล่านักฟุตบอลสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น

ระดับมหาวิทยาลัยก็มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน

มองในมุมหนึ่ง

นักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับนักเรียนคนอื่นที่กำลังสอบเข้าตามปกติ

เพราะมีโควต้าการเป็นนักกีฬาอยู่กับตัว

ฟุตบอล ไม่ได้ช่วยเบิกทางด้านโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น

ถ้าเรามีความสามารถที่โดดเด่น

หรือมีแววที่จะพัฒนาต่อยอดไปได้อีกไกล

ก็จะมีแมวมองจากสโมสรดังมาดึงตัวเราไป

ไปฝึกซ้อม ปั้นจนให้เรากลายเป็นนักเตะแข้งทองให้ได้

ดีไม่ดีเราอาจจะกลายเป็นนักเตะระดับโลก

ที่มีค่าตัวหลายล้านบาทเลยก็ได้

เห็นมั้ย กีฬาฟุตบอลไม่ใช่กีฬาไม่มีแก่นสารอย่างที่หลายคนคิด

ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลมีตั้งมากมาย!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5อนิเมะเข้าใหม่netflixกรกฏาคม20219

เดือนกรกฎาคมนี้netflixขนอนิเมะมาให้ดูเพียบ มีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปต้องพูดร่ำทำเพลง ไปดูกันเลย Steins;Gate ชื่อไทยของอนิเมะเรื่องนี้คือ ฝ่าวิกฤต พิชิตกาลเวลา แค่ชื่อภาษาไทยก็พอรู้สึกถึงความ sci-fi ของเรื่องแล้ว เป็นเรื่องราวของ "โอคาเบะ รินทาโร่" หรือ "โอคาริน" นักประดิษฐ์หลุดโล่ง ที่มีนิสัยแสนจะสุดโต่ง เขามักจะคิดไปเองว่า เขาคือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกองค์กรลึกลับตามล่า เขา และเพื่อนอีก 2 คน ได้ร่วมกันสร้างห้องวิจัยสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไปลุ้นกันเองดีกว่า   Mirai Nikki หรือ Future Diary เรื่องราวของสงครามเกมส์คัดเลือกพระเจ้า ที่พระเอกของเรา หนุ่มน้อย ยุกกี้คุง ดันต้องมาเข้าร่วมอย่างไม่ตั้งใจ และสาวน้อยปริศนา กาไซ ยูโนะ เธอเป็นใคร หาคำตอบกันเองในเรื่องได้เลย   Haruhi เรื่องราวเบาสมอง ดราม่าเล็กน้อย ชีวิตในวัยเรียน ของพระเอกและเพื่อนๆที่ไม่ธรรมดาของเขา ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ไปสปอนตอนแรกของเรื่อง เอาเป็นว่าไปดูสักตอนสองละกัน จะเข้าใจเองว่าไม่ธรรมดาอย่างไร   Another เรื่องราวในโรงเรียนอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้มาอีกแบบ เกี่ยวกันปริศนาคำสาปของห้องเรียน ที่จะต้องมีนักเรียนในห้องนี้ตาย หรือไม่ก็ญาติของนักเรียนในห้องนี้ตายต่อไปเรื่อยๆ เพียงแค่ว่ามีวิญญาณที่ตายไปแล้ว ได้มาอยู่ในห้องเรียนนี้ ใครกันล่ะที่วิญญาณร้ายตัวนั้น   Deadman Wonderland เรื่องนี้สลอตอ่านจบไปนานมากๆแล้วชักจะลืม แต่จำได้ว่าตอนใกล้ๆจบสนุกมาก และจบอย่างสวยงาม เอาไงดี เอาเป็นว่า นางเอกน่ารักและแฮปปี้เอนดิ้งมั้ง
บทความ

5 เมนูอาหารที่เก่าแก่มากที่สุดในโลก

ยิ่งมีคนมากขึ้น ความต้องการก็ต้องหลากหลายมากขึ้น จึงมีการผลิตเมนูอาหารใหม่ๆ ออกมาทุกวัน ย้อนไปสัก 5 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักบิงซู แต่ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ร้านขายบิงซู ย้อนไปสัก 10 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักชาบู แต่ตอนนี้ร้านชาบูเปิดแข่งกันยิ่งกว่าเซเว่น แต่เคยสงสัยมั้ย ว่าอาหารอะไรล่ะ ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด มีการผลิตและกินอาหารชนิดนี้มานานมากแล้ว? บางอย่างก็ยังคงเป็นสิ่งที่เรากินทุกวันเหมือนเดิม ซึ่งเป็นระยะเวลาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่มันถูกคิดค้นขึ้นมา 1. ขนมปังเผา อารมณ์ประมาณขนมปังปิ้ง ขนมปังย่างในยุคสมัยนี้ แต่ในสมัยก่อนไม่มีเครื่องทำอาหารที่เหมาะสม จึงออกมาเป็นรูปแบบของขนมปังเผาแทน ขนมปังเผา พบบริเวณท่าเรืออ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าเมนูขนมปังเผามีมานานมากกว่า 5.500 ปีแล้ว มองจากภายนอกเราคงไม่รู้ว่ามันคือขนมปัง แต่นักโบราณคดีทราบว่าเจ้าก้อนกลมชิ้นสีดำนี้คือขนมปัง เนื่องจากมีข้าวบาเลย์อยู่ด้านในของชิ้นส่วน คาดว่าผู้ที่สร้างเมนูนี้ขึ้นมา คือชาวสหรัฐฯ กลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามายังเกาะอังกฤษ 2. ซุปต้มกระดูก เมนูโปรดของหลายคน เวลาได้ซดน้ำซุปต้มกระดูกร้อนๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีทุกครั้ง ซุปต้มกระดูกโบราณ มีอายุมากกว่า 2,400 ปี ถูกพบระหว่างคนงานกำลังขุดหาทองคำเหลวในประเทศจีน เรียกได้ว่ามันมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุซุปนั้นปิดสนิทอย่างดี ทำให้ด้านในนั้น ยังมีซุปหลงเหลืออยู่ ไม่แห้งหรือระเหยไปจนหมด อย่างไรก็ตาม ซุปได้กลายเป็นสีเขียวไปแล้ว เนื่องจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผลิตภัณฑ์นั่นเอง เลยอดชิมว่า ซุปต้มกระดูกเมื่อหลายพันปีที่แล้ว จะมีรสชาติเดียวกับปัจจุบันหรือไม่ 3. เนย มีการพบโถบรรจุเนยสภาพดีเยี่ยม ซึ่งคาดว่าเนยที่ค้นพบนั้นมีอายุมากกว่า 3,000 ปีแล้ว แม้ว่าตัวเนยอาจจะเสียอะไรหลายอย่างไปบ้าง เช่น ความสมบูรณ์ของตัวครีม ซึ่งแปรสภาพจากครีมกลายเป็นขี้ผึ้งแทน แต่อย่างอื่นก็คือว่า มองปราดเดียวรู้เลยว่าเป็นเนย ปัจจุบันเนยที่เก่าแก่ที่สุด ถูกรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศไอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมีสภาพดี แต่ก็ยังไม่มีใครเคยชิมหรอกนะ ว่ามันรสชาติดีตามสภาพรึเปล่า? 4. เส้นก๋วยเตี๋ยว ก่อนที่จะมีการสรุปได้ว่า ประเทศใดสร้างเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเป็นประเทศแรก หลายประเทศต่างถกเถียงกันว่าใครเป็นออริจินอล ทั้งประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งชาวอาหรับ สุดท้าย ก็ค้นพบหลักฐานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นประเทศแรกของโลก และสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การค้นพบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่ที่สุด พบเมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว บริเวณริมแม่น้ำเหลืองในประเทศจีน คาดว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยในบริเวณนี้ รีบร้อนอพยพเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้มีเส้นก๋วยเตี๋ยวตกตามพื้นในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์จนกระทั่งมีคนไปพบเข้า 5. เนื้ออบแห้ง ในสมัยก่อน ไม่มีวิธีการเก็บรักษาอาหารได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยนี้ ที่แค่โดนเข้าตู้เย็นอาหารก็อยู่ได้นานแล้ว มีการพบเนื้ออบแห้งในหลุมฝังศพแห่งหนึ่งในประเทศจีน คาดว่าเนื้ออบแห้งนั้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี สภาพของเนื้อวัวอบแห้งที่นักโบราณคดีพบ รูปร่างค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากพวกมันผ่านการตากแห้งมาแล้ว แต่สีของเนื้อวัวตากแห้งจะค่อนข้างเพี้ยนจากสีที่เราชินตาไปสักหน่อย เนื้อวัวอบแห้งในสมัยก่อน ถือเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับนักเดินทาง
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดในฤดูฝน

ฤดูฝน เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของคนส่วนมากสักเท่าไหร่นัก มันเป็นปัญหามากกว่าฤดูร้อนเสียอีก มันทั้งเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะหนะ ตัวเปียก เหม็นอับชื้นตลอดเวลา คนประกอบอาชีพจากหลายอาชีพ เหนื่อยที่สุดก็ฤดูฝนเนี่ยแหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูวัดใจเลย เรามาหาวิธีเอาตัวรอดจากฤดูสุดหฤโหดนี้ดีกว่า 1. พกร่มขนาดเล็กใส่กระเป๋าตลอดเวลา การพกร่มอาจจะเกะกะ และทำให้คุณต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากขึ้น จนส่งผลให้ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือไม่มีพื้นที่เก็บของอย่างอื่น แต่หลังๆ ก็มีการผลิตร่มขนาดเล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบพกอะไรไปไหนมาไหน มันอาจจะมีขนาดเล็กจนบังฝนได้คนเดียว หรือแม้แต่บังคนเดียวก็ยังไม่ได้ กางแล้วก็ยังเปียกอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถปกป้องคุณและของสำคัญจากน้ำฝนและความเปียกชื้นได้ ป้องกันได้สัก 50% ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันเลย 2. โหลดแอพฯ แจ้งเตือนสภาพอากาศ ถึงแม้ว่าการพยากรณ์อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความแม่นยำเลย อย่างน้อยเราก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าในพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงเกิดฝนตก เราจะได้หลีกเลี่ยง ป้องกันตัวเองไว้ดีกว่าการที่ต้องมาคิดได้ทีหลังว่า รู้แบบนี้เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกมาข้างนอกดีกว่า ถ้าหากมีนัดสำคัญหรืองานสำคัญ โดยที่ไม่เช็คสภาพอากาศก่อนละก็ ความเสี่ยงที่งานจะล่ม เกิดเหตุเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้น จะมีเยอะมาก 3. ใช้เครื่องอบผ้า ในช่วงฤดูฝน สิ่งที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด ใช้ชีวิตยากขึ้น ก็คือการตากผ้าเนี่ยแหละ ตากยังไงก็ไม่มีแห้งเพราะไม่มีแดด พอใกล้จะแห้งปุ๊บ ฝนตกซะงั้น! สลอตขอแนะนำให้ซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เลย หรือก็ไปใช้เครื่องอบผ้าตามร้านที่มีบริการซักผ้าอบผ้าก็ได้ มันอาจจะถูกมองว่าเปลืองเงิน แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีในฤดูฝน การตากผ้าในห้องไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะอาจทำให้ห้องชื้น และเหม็นอับไปด้วย ลองดูกันนะ 4. พกถุงพลาสติก การใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ควรลดละเลิก เพราะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม แต่ในฤดูฝน พกไว้บ้างก็ได้ รียูสใช้ในทุกวัน ถ้าเปียกก็เอาไปตากให้แห้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ถ้าเราลืมพกร่ม ลืมดูพยากรณ์อากาศ ถุงพลาสติกเนี่ยแหละที่พอจะรักษาชีวิตให้คุณได้ คลุมหัวได้เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินฝ่าฝน ใส่ของสำคัญอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ค แฟ้มเอกสารให้ไม่เปียก หรือแม้แต่สวมแทนรองเท้าตอนลุยน้ำ เพื่อป้องกันเท้าเปื่อย น้ำสกปรก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรคหรืออันตรายสะสม ประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม 5. ตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้อง/ ในบ้าน ก่อนออกไปข้างนอก เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และมักจะพลาดกับเรื่องนี้ ฤดูฝนเป็นอีกฤดูที่ควรดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เพราะจะมีทั้งปัญหาน้ำซึม น้ำรั่ว น้ำสาดเข้าบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น พื้นบวม, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด, ลมพัดเอกสารสูญหาย บางบ้านไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งฤดูฝน ทำให้รู้ว่าบ้านพักมีปัญหา ตรวจเช็คสภาพบ้านหรือที่พักให้ดี
บทความ

5แมลงที่ตัวใหญ่ที่สุด

แมลง เป็นสัตว์ที่มีคนรังเกียจ ขยะแขยง หวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ อย่าง ผึ้ง, แมลงสาบ, แมงมุม ฯลฯ ก็ตาม แต่คนก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ด้วยเหตุผลเช่น มันมีพิษ, มันส่งกลิ่นเหม็น, มันน่ารำคาญ แค่แมลงตัวเล็กจิ๋ว ขนาดไม่ถึงฝ่ามือก็จะช็อกตายแล้ว แต่ก็ยังมีแมลงที่ตัวใหญ่มากกว่าฝ่ามืออีกหลายสิบสายพันธุ์บนโลกนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบ มีขนาดเกือบเท่าแขนเลยทีเดียว! อันดับที่ 5 Titan beetle (Titanus giganteus)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.6 นิ้ว ด้วงไททันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดอันดับหลายโพล มีรายงานว่า ด้วงไททันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาความยาวมากกว่า 7 นิ้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน นักวิทยาศาสตร์จึงบันทึกสถิติจากด้วงไททันตัวใหญ่ที่สุดที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็คือ 6.6 นิ้วนั่นเอง ส่วนที่ยาวโดดเด่นของด้วงไททัน คือบริเวณลำตัว โดยความยาวของลำตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วงไททันเป็นสัตว์ที่หายากมาก เพราะมันอาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าฝนโซนอเมริกาใต้ ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมันได้อย่างง่ายๆ สักเท่าไหร่ อันดับที่ 4 ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส (Hercules beetle)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้ว หนึ่งในด้วงที่มีชื่อเสียง และมีคนนิยมเลี้ยงด้วงสายพันธุ์นี้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสตัวเมีย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ลำตัวจะสั้นกว่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ก็คือเขาที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั่นเอง บริเวณดังกล่าวก็ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในแมลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเลย และนอกจากมันจะเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ที่สุดแล้ว มันยังเป็นแมลงที่สามารถยกของที่มีขนาดใหญ่มากกว่ามันถึง 850 เท่าได้! อันดับที่ 3 Macrodontia cervicornis:ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้วขึ้นไป เป็นด้วงสายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบป่าฝนของประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย และบราซิล อวัยวะที่เป็นส่วนทำให้มันเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือขากรรไกรอันทรงพลังของมัน ชื่อของมันที่มีชื่อว่า Macrodontia ก็มีความหมายว่า ฟันยาว ตามลักษณะของมันนั่นเอง มันเป็นแมลงที่มีอายุยืนถึง 10 ปี และขนาดตัวอ่อนของด้วงสายพันธุ์นี้ ก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับวัยโตเต็มที่เลยล่ะ อันดับที่ 2 ตั๊กแตนตำข้าว (Praying Mantis)ความยาวโดยเฉลี่ย 7 นิ้ว แมลงที่เรารู้จักกันดี และพบได้ทั่วไป ตั๊กแตนตำข้าว เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1929 มีความยาวถึง 7.9 นิ้ว โดยพบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ยังมีรายงานว่า ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู ได้ แถมยังกินลูกนกได้อีกด้วย อันดับที่ 1 Phryganistria chinensis Zhaoความยาวโดยเฉลี่ย 24.6 นิ้ว ความยาวใหญ่ยักษ์ของเจ้าแมลงตัวนี้ เรียกได้ว่า แม้แต่คนไม่กลัวแมลงยังสยองเลย แมลงชนิดนี้ เป็นแมลงที่พบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และได้ยอมรับในปี ค.ศ. 2013 ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเจ้าแมลงตัวนี้ มันก็วางไข่ให้กำเนิดลูกอีก 6 ตัว แม้แต่แมลงชนิดนี้แรกเกิด ก็มีความยาวถึง 10.9 นิ้วแล้ว ถ้าเจอคงช็อกตายก่อน