ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

29 มิถุนายน 2561

พูดถึงกระแสหลักที่มาแรงที่สุดในเวลานี้

ก็คงหนีไม่พ้นกับกระแสบอลโลก

เพราะมันเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอยมานานถึง 4 ปี

แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าจะมีคนรัก คนคลั่ง คนรอคอยมากขนาดไหน

ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบกีฬาฟุตบอลอยู่ดี

คนบางกลุ่ม มีความคิดเห็นว่า

กีฬาฟุตบอลมีดีอะไร?

ทำไมคนถึงต้องคลั่งกันขนาดนั้น

ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเทศกาลบอลโลกก็ได้

แค่มีทีมดังแข่งขันกัน แฟนบอลก็พร้อมใจกันนอนอยู่บ้านเพื่อดูบอลแล้ว

ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป

แถมแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบลงแค่ดูบอล

พวกเขามักจะเล่นบอลร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย

จนทำให้หลายคน (โดยเฉพาะแฟนสาว) รู้สึกเอือมระอา

ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น

ฟุตบอลมันมีดีอะไร!!??

มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กับสลอตดีกว่า

1. ได้ออกกำลังกาย

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

เป็นที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะอะไร ขึ้นชื่อว่า 'กีฬา' ก็ล้วนแต่มีส่วนช่วยในการออกกำลังกาย

บางกีฬาก็ออกกำลังกายได้ไม่กี่ส่วนของร่างกาย

บางกีฬาก็ได้ออกกำลังกายมันทุกส่วน

จนเล่นกีฬาชนิดนั้นเสร็จแล้ว ผู้เล่นจะอยู่ในสภาพหอบจนดูไม่ได้

ฟุตบอล ก็จัดว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้มันทุกส่วน

ตั้งแต่ร่างกายส่วนที่อยู่สูงที่สุด

ด้วยการใช้มันสมองในการคิดว่าจะเล่นยังไงดี

ไปจนถึงอวัยวะที่อยู่ล่างสุด

ด้วยการใช้เท้าวิ่งให้เร็ว วิ่งตามลูกบอลให้ทัน แย่งลูกบอลให้ได้

ตลอดเวลา 90 นาที (พักครึ่งนิดหน่อย)

ก็ต้องคอยวิ่ง คอยแย่งชิงเจ้าลูกบอลลูกกลมๆ กันตลอด

เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่ทำให้คนสุขภาพปานกลาง หรือไม่ค่อยดีมาก

กลายเป็นคนสุขภาพดีได้ภายในไม่กี่วัน

แหม ก็วิ่งไม่หยุด วิ่งแทบไม่พักตลอด 90 นาที

ถ้าไม่เรียกว่า ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

แถมการเตะบอลเป็นประจำ

ยังทำให้เราออกกำลังกายเป็นกิจวัตรไปโดยปริยาย

เพราะถ้าหากหยุดเว้นไปสักระยะหนึ่งล่ะก็

ร่างกายก็จะงอแง จนทำให้เมื่อกลับมาเล่นบอลอีกครั้ง

ร่างกายจะล้าเจียนตายเลยล่ะ

2. มิตรภาพดีๆ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหน

ก็ได้มิตรภาพได้ดีไม่เท่ากีฬาฟุตบอล

เนื่องจากกติกาการแข่งขันกีฬาฟุตบอล

แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน และอย่างมาก 11 คน (รวมผู้รักษาประตู)

เรียกได้ว่า ถ้าเล่นกันในหมู่เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ

ก็ไม่มีทางเล่นได้อย่างสนุกและเต็มที่แน่

การเล่นฟุตบอล ผู้เล่นจึงมักจะชักชวนทั้งคนที่สนิท และไม่สนิท

มาร่วมเล่นด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของแฟน แฟนของเพื่อน

จากคนที่เราไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก

เราก็จะมีโอกาสรู้จักกันผ่านกีฬาฟุตบอลนี่แหละ

ได้ร่วมแข่งขันไปด้วยกัน ร่วมเหนื่อย ร่วมแพ้ร่วมชนะไปด้วยกัน

ก็จะทำให้มิตรภาพเบ่งบานอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ

หลายคนก็ไม่ได้จบที่เล่นบอลเสร็จก็แยกย้าย

ส่วนใหญ่ก็มักจะไปกินข้าวร่วมกัน หรือไปผ่อนคลายต่อ

เช่น เดินห้างช็อปปิ้ง, นั่งร้านกาแฟ, นั่งส่องสาวกันต่อ

ได้มิตรภาพ ได้คนรู้จักเพิ่มทีนึง ก็ได้เพิ่มหลายสิบชีวิตเลย

คนที่เล่นบอลเป็นประจำจึงมักจะรู้จักคนมากหน้าหลายตานั่นเอง

3. ฝึกไหวพริบ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง

ที่ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด

ก็จะสามารถขัดเกลาความสามารถด้านไหวพริบได้ทั้งนั้น

ยกตัวอย่างเช่น กีฬาแบดมินตัน

เราต้องคิดภายในทันทีว่า คู่ต่อสู้จะตีให้ลูกขนไก่ลอยมาตรงไหน

และเราควรจะตีให้ลูกขนไก่ตกไปบริเวณใด

เพื่อที่จะได้ชนะคู่ต่อสู้ได้

สำหรับฟุตบอลแล้ว

นอกจากเราจะต้องคิดเกี่ยวกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว

เรายังต้องคิดด้วยว่า

เราจะทำอย่างไรให้มีความสามัคคีเกิดขึ้นในทีมของเรา

ฟุตบอลไม่เหมือนกีฬาอื่น

คือจะไม่สามารถชนะได้ด้วยเพียงคนเดียว

นักกีฬาทุกคนในทีมจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อคว้าชัยชนะ

ฝั่งตรงข้ามก็มีจำนวนนักกีฬามากพอๆ กับเรา

เราก็ต้องคิดวิธีหลบหลีก ไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมาแย่งบอลของเราไปได้อีก

ต่างจากเกมกีฬาอื่นที่มักจะมีแค่เรากับคู่ต่อสู้ 2 คนบนสนาม

และหลายต่อหลายครั้ง ฟุตบอลก็มักจะมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น

เราก็ต้องคิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้

เช่น อาจจะโดนแย่งบอลรุนแรงจนทำให้บาดเจ็บสาหัส

อาจจะโหม่งบอลพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เป็นต้น

ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีไหวพริบก็ไม่ต้องคิดมาก

ของแบบนี้มันฝึกกันได้

4. มีความเคารพในกฎ กติกา และเคารพผู้อื่นมากขึ้น

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

ปัญหาการไม่เคารพ กฎ กติกา

มักเป็นปัญหาที่เราเจอเป็นประจำ

โดยสาเหตุที่คนบางกลุ่มมีความคิดว่า กฎมีไว้แหกนั้น

เนื่องจากพวกเขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่กฎ กติกา สำคัญมากๆ มาก่อน

แต่เมื่อได้เล่นกีฬาฟุตบอลแล้ว

การเคารพในกฎ กติกา เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เพราะถ้าหากฝ่าฝืนกฎที่ตั้งเอาไว้

ก็จะทำให้เราถูกคาดโทษ โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

ร้ายแรงที่สุดคือการถูกใบแดง ไล่ออกจากสนาม และไม่ได้ลงเล่นอีกเลย

และนอกจากจะต้องเคารพกฎกติกาแล้ว

ยังต้องเคารพเพื่อนร่วมทีม รวมถึงฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน

สำหรับเพื่อนร่วมทีม

ยังไงเราก็ต้องเคารพกันและกันอยู่แล้ว

เพื่อที่จะคว้าชัยชนะให้ได้

แต่กับทีมฝั่งตรงข้าม

หลายคนมีความคิดว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงลูกบอลมาให้ได้

บางคนถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างแรงเพื่อแย่งลูกบอลเลยทีเดียว

และทันทีที่ทำอะไรอันตรายแบบนั้น

คุณก็จะโดนใบแดง ไล่ออกจากสนามทันที

เราจำเป็นจะต้องแย่งบอล

แต่จะต้องแย่งบอลภายใต้กฎ กติกา

และไม่ทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเรา

(แต่ก็ไม่ใช่เป็นพ่อพระ ไม่แย่งบอลเลยสักครั้งนะ)

และเมื่อเกมจบลง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

สิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องมีคือความมีน้ำใจนักกีฬา

ไม่ซ้ำเติม ไม่เยาะเย้ย เมื่อชนะ

ไม่อาฆาตแค้นเมื่อแพ้

คิดไว้เสมอว่าต้องเคารพผู้อื่น

เมื่อเรามีความเป็นน้ำใจนักกีฬามากพอ

นิสัยเราจะดีขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ

5. มีโอกาสได้ก้าวหน้า

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

การเล่นฟุตบอล มีโอกาสทำให้เราได้ก้าวหน้าด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เล่นจนโดดเด่นผิดไปจากคนทั่วไป

สำหรับคนที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยเรียน

และมีฝีมือด้านการเล่นฟุตบอลสุดเทพ

มีโอกาสที่จะก้าวหน้าไปไวมาก

เนื่องจากโรงเรียนชั้นนำของประเทศหลายโรงเรียน

มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล

ซึ่งถ้าเราสามารถสมัครเข้าโรงเรียนดังกล่าวได้ด้วยโควต้านักฟุตบอลแล้ว

เราก็จะมีโอกาสได้เป็นนักฟุตบอลตัวจริงของโรงเรียน

ไปแข่งกับโรงเรียนต่างๆ ไปแข่งระดับเขต ระดับประเทศ ฯลฯ

ส่วนใหญ่โรงเรียนที่มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล

ก็มักจะมีการสนับสนุนเรื่องค่าเทอม ที่พัก ค่ากินอยู่ด้วย

ถือเป็นการตอบแทนที่เหล่านักฟุตบอลสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น

ระดับมหาวิทยาลัยก็มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน

มองในมุมหนึ่ง

นักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับนักเรียนคนอื่นที่กำลังสอบเข้าตามปกติ

เพราะมีโควต้าการเป็นนักกีฬาอยู่กับตัว

ฟุตบอล ไม่ได้ช่วยเบิกทางด้านโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น

ถ้าเรามีความสามารถที่โดดเด่น

หรือมีแววที่จะพัฒนาต่อยอดไปได้อีกไกล

ก็จะมีแมวมองจากสโมสรดังมาดึงตัวเราไป

ไปฝึกซ้อม ปั้นจนให้เรากลายเป็นนักเตะแข้งทองให้ได้

ดีไม่ดีเราอาจจะกลายเป็นนักเตะระดับโลก

ที่มีค่าตัวหลายล้านบาทเลยก็ได้

เห็นมั้ย กีฬาฟุตบอลไม่ใช่กีฬาไม่มีแก่นสารอย่างที่หลายคนคิด

ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลมีตั้งมากมาย!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา