5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

27 มิถุนายน 2561

นอกจากสิ่งที่หลายคนรอคอยมา 4 ปี ในเทศกาลบอลโลก

คือการได้ดูนักเตะระดับเทพของแต่ละประเทศ

มาฟาดแข้งฟาดขา โชว์ฝีไม้ลายมือกันแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอย

โดยเฉพาะคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ

เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่มีลูกน้อย

ก็คือรอลุ้นว่า มาสคอตของบอลโลกประจำปีนี้ คืออะไร!?

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลบอลโลก นอกจากบรรดาธงชาติจะขายดีแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ขายดี คือพวกสินค้าที่เกี่ยวกับมาสคอตนั่นแหละ

ทั้งนักสะสม ทั้งเด็ก ทั้งคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ ก็ต่างรอคอยกันทั้งนั้น

สำหรับปีนี้ ก็เผยโฉมหน้ามาสคอตออกมาแล้ว

มาทำความรู้จักเจ้าหมาป่าลากเลื่อน ซาบิวากา

มาสคอตบอลโลกรัสเซียประจำปี 2018 กันดีกว่า!

1.ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมาป่าลากเลื่อน

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

หลายต่อหลายคน เมื่อได้รู้ว่ารัสเซียเป็นเจ้าภาพในการจัดบอลโลก 2018

ก็มักจะคิดว่า มาสคอตปีนี้คงเป็นหมีขาวแน่ๆ เลย

เพราะคิดถึงรัสเซีย ก็ตั้งคิดถึงหมีขาว

แต่ผลออกมาปรากฎว่า

มาสคอตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ คือ หมาป่าลากเลื่อน

หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ค็อกกี วูล์ฟ

เจ้าหมาป่าลากเลื่อน ก็เป็นสัตว์ที่สำคัญ

เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายรองจากหมีขาว

มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของรัสเซีย เพราะมีปริมาณมากเท่านั้น

แต่ประชาชนชาวรัสเซียยังนิยมใช้หมาป่าลากเลื่อนสำหรับเดินทาง

เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น

พื้นที่มักจะปกคลุมไปด้วยหิมะตลอด

เจ้าหมาป่าลากเลื่อนจึงเป็นสัตว์ที่สำคัญมาก

ด้วยสาเหตุนี้ หมาป่าลากเลื่อน

จึงได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตบอลโลกของรัสเซีย

2. ชื่อมีความหมายลึกซึ้ง

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

แน่นอนว่า การเป็นมาสคอตต้องมีชื่อประจำตัว

ถึงจะมีรูปลักษณ์เป็นหมาป่าลากเลื่อน

แต่เราจะเรียกว่าไอ้เจ้าหมาป่าลากเลื่อนเฉยๆ

ก็ดูจะไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่

ชื่อเรียกเจ้าหมาป่าลากเลื่อนที่เป็นมาสคอตประจำบอลโลกปีนี้

คือ 'ซาบีวากา' (Zabivaka)

ฟังผิวเผินอาจจะเหมือนยี่ห้อชุดชั้นใน

หรือชื่อสายพันธุ์สุนัขขนยาว

แต่ชื่อซาบีวากากลับมีความหมายที่ดีมากๆ อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ

โดย ซาบีวากา มาจากคำกริยาคำว่า zabivat ที่แปลว่า ยิงประตู

Zabivaka จึงแปลว่า ผู้ทำประตู หรือ The one who scores นั่นเอง

และหมาป่า ยังเป็นสัตว์ที่ทำให้ผู้พบเห็น

รู้สึกสนุกสนาน มีเสนห์ และมีความมั่นใจ

ตามประสาหมาป่าอีกด้วย

3. ผู้ออกแบบเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การแข่งประกวดมาสคอต

ไม่ว่าใครก็สามารถส่งมาสคอตที่ตัวเองคิดเข้าร่วมประกวดได้

แต่ไม่น่าเชื่อว่า มาสคอตที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

และสามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศรัสเซียได้เป็นอย่างดี

ผู้ออกแบบจะเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น!

โดยผู้ออกแบบเจ้า ซาบีวากา

มีนามว่า เยคาเทรินา โบซาโรวา (Ekaterina Bocharova)

เธอมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น

และเธอเป็นนักศึกษากราฟฟิกดีไซน์

ที่มหาวิทยาลัยทอมสก์

ผู้ออกแบบได้เปิดเผยว่า

สาเหตุที่เธอเลือกออกแบบให้หมาป่าเป็นมาสคอตบอลโลก

อันเนื่องมาจาก สภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย

ที่หมาป่าลากเลื่อนจำเป็นมากในการเดินทาง

และอยากให้ทั่วโลกรับรู้ว่า

สัตว์ที่มีชื่อเสียงของประเทศรัสเซีย

ไม่ได้มีเพียงแค่ หมีขาว เท่านั้น

4. มาสคอตที่ไม่ได้รับเลือก

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

พูดถึงมาสคอตที่ได้รับเลือก จนกลายเป็นมาสคอตบอลโลกแล้ว

เรามาพูดถึงมาสคอตที่ไม่ได้รับเลือกกันบ้าง

การเลือกมาสคอตบอลโลกรัสเซีย

มาจากคะแนนโหวตของประชาชน

ซึ่งจะโหวตทั้งหมด 3 ช่องทาง ได้แก่ โซเชียลเน็ตเวิร์ค, เว็บไซต์ FIFA และให้โหวตทางทีวี

มาสคอตที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ เจ้าหมาป่าลากเลื่อน

ได้คะแนนโหวตอย่างท่วมท้นถึง 537,522 คะแนน

หรือคิดเป็น 53% จากคะแนนโหวตทั้งหมด

ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือ เสือ

ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 272,012 คะแนน

หรือคิดเป็น 27% จากคะแนนโหวตทั้งหมด

และอันดับที่ 3 ก็คือ แมว

ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 207,264 คะแนน

หรือคิดเป็น 20% จากคะแนนโหวตทั้งหมด

เรียกได้ว่า มาสคอตแต่ละตัวที่ได้เข้ารอบ

รับคะแนนโหวตจากสาธารณะชน

ล้วนแต่เป็นมาสคอตที่มองแล้วรู้สึกสนุกสนาน มีเสน่ห์ทั้งนั้น

แต่สุดท้าย หมาป่าลากเลื่อนก็ได้ไป

เพราะนำเสนอความเป็นประเทศรัสเซียได้ดีที่สุด

5. เอาใจคนรักสัตว์

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

อีกหนึ่งสาเหตุที่ผู้ออกแบบเลือกหมาป่าลากเลื่อนให้เป็นมาสคอต

เพราะผู้ออกแบบเป็นคนรักสัตว์

โดยเฉพาะสุนัข

เธอเลยเลือกออกแบบให้เป็นหมาป่าซะเลย

ซึ่งสอดคล้องกับช่วงนี้

ที่ปริมาณคนรักสัตว์มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

การออกแบบให้มาสคอตเป็นหมาป่า

จึงเป็นการเอาใจคนรักสัตว์ทั่วโลกนั่นเอง

จะสังเกตว่า มาสคอตบอลโลกส่วนใหญ่ มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ

ก็มาจากสาเหตุเดียวกัน

สัตว์แต่ละชนิด ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

แต่สิ่งที่สัตว์ทุกชนิดทำให้เรารู้สึกเหมือนกัน

นั่นก็คือความน่ารัก ความน่าเอ็นดู

อ่อนโยน ดูไม่แข็งกร้าว เข้าถึงง่าย

ไม่ใช่เพียงแค่มาสคอตทั่วโลกเท่านั้น

แต่มาสคอตทั่วไป ก็มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ

ด้วยเหตุผลที่สลอตพูดถึง

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา