5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

16 มิถุนายน 2561

นอกจากแฟนการ์ตูน จะเสพเนื้อหาหลักของการ์ตูนแต่ละเรื่องที่แตกต่างกันออกไปแล้ว

เช่น ถ้าเป็นแนวแอ็คชันก็เสพความสะใจ

ถ้าเป็นแนวดราม่าก็ต้องเตรียมทิชชู่ไว้ลังนึง เสพความปวดตับเข้าร่างกาย

แต่สิ่งที่บรรดาการ์ตูนมีคล้ายกันทุกเรื่องก็คือ

สงครามกองอวย

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามอ่านการ์ตูนคงจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

สลอตจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

การ์ตูน มังงะ อนิเมะแต่ละเรื่อง

ที่ยังไม่มีบทสรุปว่า สรุปแล้วพระเอกลงเอยกับใคร

แฟนการ์ตูนมักจะเชียร์ให้ตัวละครที่ชอบได้กับพระเอก

ซึ่งแต่ละคนจะเชียร์ไม่เหมือนกัน

เช่นเรื่องโคนัน บางคนก็เชียร์ให้โมริ รัน คู่กับโคนัน

บางคนก็เชียร์ให้ไฮบาระคู่กับโคนัน ประมาณนี้

เรื่องที่ยกตัวอย่างมา แฟนคลับก็ปะทะกันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่หรอก

แต่มีอนิเมะอีกหลายเรื่อง ที่มีแฟนคลับเชียร์ตัวละครที่ตัวเองชอบกันแรงมากก!!

ไปปะทะ ไปเถียงกับคนที่เชียร์คนอื่นรุนแรงมากกก

จนมีคนตั้งชื่อพฤติกรรมเหล่านี้ว่า "สงครามกองอวย" นั่นเอง

เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาที่เราดูซีรีส์แล้วเชียร์คู่จิ้นให้ได้กันจริงๆ นั่นแหละ!

มาดูกันว่า มีเรื่องอะไรที่กองอวยมีความรุนแรงถึงขั้นเป็นสงครามกันบ้าง

 

5. Ichigo 100%

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะแนวโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า

ที่ถึงแม้ว่ากองอวยจะมีตัวละครให้เลือกอวยเพียงแค่ 4 ตัวละคร

ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับอนิเมะสงครามกองอวยเรื่องอื่น

แต่เมื่อเทียบตอนจบของสงครามกับเรื่องอื่นแล้ว

ความรุนแรงของ Ichigo 100% นับว่าสร้างความเสียหายให้กับกองอวยได้มหาศาล

โดย Ichigo 100% มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเอกที่อยากทำความฝันตัวเอง คือการเป็นผู้กำกับ

สาวๆ ทั้ง 4 คนก็มีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันออกไป

คนหนึ่งมีความฝันเดียวกับพระเอก, คนหนึ่งเป็นสาวป็อบประจำโรงเรียน

คนหนึ่งหลงรักพระเอกหัวปักหัวปำ และคนสุดท้ายสนิทสนมกับพระเอกมากที่สุด

เรียกได้ว่าทุกตัวละครมีแนวโน้มที่จะคู่กับพระเอกได้หมด

แม้ว่าตอนช่วงท้ายของเรื่อง

ตัวละครจะโดนตัดโอกาส จนเหลือแค่นางเอกหลักให้เลือกเพียง 2 คน

แถมบทของเรื่องก็ส่งหนักมาก

จนเราคิดว่า คนนี้แหละ ที่จะได้คู่กับนางเอกในตอนจบ!

แต่เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึง ตอนสุดท้าย ฉากสุดท้าย

กองอวยกลับล้มตายกันระเนระนาด!

เพราะเนื้อเรื่องหักความรู้สึกคนดูแบบแหกโค้งไปเลย!

กระทั่งคนที่อวยชนะ ก็ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า

ยังรู้สึกปวดตับกับตอนจบเลย ถึงคนที่ตัวเองเชียร์จะได้กับพระเอกก็เถอะ

Ichigo 100% จึงเป็นอนิเมะสงครามกองอวย ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุด

ถึงแม้ว่าระหว่างสงคราม จะดูไม่ค่อยรุนแรงสักเท่าไหร่

แต่ดาเมจหลังจากจบเนื้อเรื่อง

กลับส่งผลจนไม่ว่าจะอวยคนไหน ก็ล้วนแต่ปวดตับกันทั้งสิ้น

แต่เรื่องนี้ตัวละครน่ารัก ลายเส้นน่ารักมาก

หลายคนน่าจะยังไม่เคยอ่านและไม่เคยดู

ถ้าเป็นมังงะ มีแค่ประมาณ 170 ตอนเท่านั้น อ่านวันเดียวก็จบแล้ว

ลองไปอ่านแล้วเลือกกองอวยดู ว่าจะเลือกอวยใคร

แล้วมาทายกันว่าใครจะได้คู่กับพระเอกในตอนสุดท้าย

 

4. Ore No Imouto ga Konnani Kawaii Wake go Nai

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อีกหนึ่งอนิเมะในตำนาน

โดยเรื่องนี้มีชื่อย่อคือ Oreimo และมีชื่อไทยคือ น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก!

เป็นอนิเมะเรื่องแรกๆ ที่บุกเบิกอนิเมะที่มีชื่อย๊าวยาว

และในช่วงที่ออกฉายแรกๆ เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก

พระเอกของเรื่องเป็นเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ธรรมดา

มีน้องสาวสุดสวยดีกรีเป็นนางแบบ เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน

แน่นอนว่าเขากับน้องสาวต่างกันมากในแง่ความเพอร์เฟคท์

ทั้งคู่จึงกัดกันตลอดเวลา

แต่น้องสาวดันมีความลับสุดประหลาด

คือน้องสาวของเขาเป็นโอตาคุเต็มขั้น!

จากที่พระเอกกับน้องสาวไม่ถูกกัน แต่เมื่อล่วงรู้ความลับดังกล่าว

ด้วยความที่เป็นพี่ชาย เขาก็ต้องพยายามหาสังคมที่เหมาะกับน้องสาวให้ได้

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว

ก็เปิดทางให้มีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าอวยให้เป็นนางเอกขึ้นมา

เมื่อรวมน้องสาวที่เป็นตัวละครหลักฝ่ายหญิงแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

มีทั้งหมด 5 ตัวละครด้วยกัน

ครบทุกคาแรคเตอร์ที่คนชอบดูการ์ตูนใฝ่ฝันเลยล่ะ

มีทั้งสาวซึนเดเระ, โลลิค่อน, ยันเดเระ

หรือแม้กระทั่งสาวที่แต่งหน้าแต่งตัวได้ราวกับเป็นคนละคน

รวมถึงสาวที่จริงจังกับชีวิต

ด้วยตัวละครที่ว่ามา ทำให้ Oreimo เป็นที่พูดถึงทั้งในแง่ของเนื้อหาและกองอวย

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เบิกทางให้อนิเมะสายกองอวยเริ่มมาแรงขขึ้นในยุคดังกล่าว

ใครที่ทันเรื่องนี้ออกอากาศแบบเรียลไทม์น่าจะเคยผ่านประสบการณ์ที่ว่า

เถียงกับเพื่อนว่าใครจะเป็นนางเอกดี

เพราะเรื่องนี้ เดานางเอกยากจริงๆ ในความคิดเห็นของสลอต

เพราะแต่ละคนไม่ได้เป็นคนที่ดูจะเข้ากับพระเอกได้

เนื่องจากแต่ละคนเข้ามาหาจากทางน้องสาวเสียมากกว่า

พูดง่ายๆ คือไม่มีใครมีแววเลยว่าจะคบหากับพระเอกของเราได้นั่นแหละ

แต่สุดท้ายก็มีนะ

(ปล. เรื่องนี้สลอตอวยถูกคู่ ชนะสงครามจ่ะ ฮรี่ๆ)

 

3. Naruto

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

หนึ่งในอนิเมะในตำนาน ที่มีคนติดตามทั่วโลกหลายล้านชีวิต

แม้ว่าจะเพิ่งจบบริบูรณ์ไปได้ไม่นาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังฮอตอยู่

ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นอนิเมะธรรมดา

ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเรื่องสงครามกองอวย

แบบว่า เนื้อเรื่องมันไม่ได้เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากเท่าเรื่องอื่น

แต่ดันเป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

เพราะพระเอกของเรา นารูโตะ น่าจับคู่ไปซะทุกคนเลย

คู่ที่คนนิยมจับคู่ที่สุดก็คือเป็น นารูโตะ x ซากุระ

(บางคนก็ นารูโตะ x ซาสึเกะ)

และเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีให้เลือกจับคู่แค่คู่เดียว

เพราะตัวละครชาย - หญิงทุกตัวละครในเรื่อง ดูสนิทสนมกันหมด

จะจับใครจิ้นกับใครก็สะดวก

บ้างก็รู้จักกันมาแต่เด็ก บ้างก็คู่กัดกัน บ้างก็แอบรักกันมาตลอด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สงครามกองอวย นารูโตะ รุนแรงกว่าที่คิด

นั่นก็เพราะนารูโตะเป็นอนิเมะที่อยู่เคียงข้างเราตั้งแต่สมัยเด็ก

คือแต่ละคนจะปักธงเชียร์คู่ของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก

ฝังลึกลงไปในจิตใจว่าคนนี้ต้องคู่กับคนนี้เซ่!

พอโตมา เจอเพื่อนที่ชอบนารูโตะเหมือนกัน

เพื่อนกลับเชียร์อีกคนให้มาคู่กับคนของเรา

ความชอบ การปักธงเชียร์ตั้งแต่ยังเด็กที่ฝังรากลึกไปแล้ว

ส่งผลให้หลายคนเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมา เถียงกับเพื่อนว่า ต้องคู่กับคนนี้วร้อยยย!!

นั่นแหละ..

แถมด้วยเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะยาวนาน

ยิ่งตอนเยอะ เนื้อหาหลักยิ่งเข้มข้นแล้ว

แต่สงครามกองอวยดันเข้มข้นกว่าซะงั้น

พอกลางเรื่อง อ้าว คู่เราดันทำท่าจะสนิทกับคนนี้มากกว่า

พอท้ายเรื่อง อ้าว ดันไปสนิทกับคนโน้นอีก

นั่นแหละ (อีกที) ....

นารูโตะจึงติดอันดับสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุดมาเป็นอันดับที่ 3

 

2. Bleach

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะอีกหนึ่งเรื่องในตำนาน

ที่สงครามกองอวยมีความรุนแรงพอๆ กับเรื่องนารูโตะ

ด้วยสาเหตุที่ใกล้เคียงกันคือ

มีเนื้อเรื่องที่ยาว อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก

จนความเป็นกองอวยมันฝังลึกลงไปในจิตใจ

แต่สาเหตุที่สลอตตัดสินใจให้ Bleach

เป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงกว่านารูโตะ

เพราะสลอตพ่ายแพ้ในสงครามกองอวยครั้งนี้

...

ล้อเล่น!

สลอตมองว่า คนเขียน Bleach จับคู่ให้ตัวละครอย่างชัดเจนมากกว่านารูโตะ

และมีโมเมนต์ระหว่างตัวละครที่สามารถคิดในแง่ชู้สาวมากกว่านารูโตะ

แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยดู Bleach ยังสงสัยเลยว่า คนนี้คู่กับคนนี้หรอ

เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ออกฉากคู่กันตลอด

อย่างนารูโตะมันยังเป็นเพื่อนพ้องใช่มั้ยล่ะ

แต่ Bleach เนี่ย มันนำเสนอให้ตัวละครชาย - หญิงอยู่ด้วยกันมากกว่า

อีกสาเหตุหนึ่งที่สลอตยกให้ Bleach มาเป็นอันดับที่ 2

เพราะบทมันโคตรจะส่งให้นางเอกที่แท้จริง.. เอ้ย

ตัวละครหญิงอีกคนหนึ่ง มันดูคู่ควรกับพระเอกมาก!

ทั้งเรื่องนิสัย การอยู่ร่วมกัน พลังที่โคตรจะคล้ายกัน

จนช่วงนั้นกองอวยฉลองรัวๆ ว่า คู่ที่ตรูเชียร์ชนะแล้ววร้อยยย!!

แต่สุดท้าย

กองอวยตายกันเป็นแถว เพราะผลสรุปแทบไม่ตรงกับที่หลายคนอวยเอาไว้เลย

ที่บอกว่าสลอตพ่ายแพ้ในศึกนี้น่ะ

เรื่องจริงนะ    ช้ำใจมาก

เดินทางมาถึงอันดับที่ 1 แล้ว

สลอตเชื่อว่า ใครที่ติดตามดูอนิเมะแบบเรียลไทม์

และมักจะเข้าเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อนั่งอ่านความคิดเห็นของแฟนการ์ตูนด้วยกันแล้ว

ต้องรับรู้ความรุนแรงของสงครามกองอวยเรื่องนี้เป็นแน่

เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Nisekoi

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

เมื่อเทียบกับอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3

Nisekoi ถือเป็นอนิเมะเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ เพิ่งฉายได้ไม่นานมาก

แต่เมื่อเทียบความรุนแรงแล้ว สงคราม Nisekoi โคตรจะรุนแรง!!

พูดถึงคนที่สามารถเป็นนางเอกได้ก่อนเลย

เรื่องอื่นอย่างมากก็มีประมาณ 4-5 คน ไม่เกินจากนี้

(ไม่นับแนวฮาเร็มอย่างพวกเนกิมะ ไรงี้นะ)

แต่สำหรับ Nisekoi รวมทั้งเรื่องแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ มีถึง 8 คนด้วยกัน!!

สำหรับคนที่ไม่เคยดู แต่อ่านถึงตรงนี้ก็น่าจะปวดหัวแล้ว

บางคนอาจจะคิดว่า มีตั้ง 8 คน บทของแต่ละคนก็น่าจะมีความสำคัญไม่เท่ากัน

น่าจะเดานางเอกง่ายสิ

ขอบอกว่า ไม่เลย!

ด้วยความที่ Nisekoi เป็นอนิเมะแนวเลิฟคอมเมดี้เน้นๆ

ตัวละครทุกตัวจึงมีโอกาสวนเวียนอยู่กับพระเอกเท่าเทียมกัน!

ถ้าซื้อหนังสือมาอ่าน จะรู้เลยว่า

ตัวละครหญิงทุกตัวที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

สลับกันขึ้นหน้าปกแต่ละเล่มเลย! เล่มไหนใครมาแรง คนนั้นก็ได้ขึ้นหน้าปก!

ทุกตัวละครก็มักจะมีโมเมนต์น่ารักๆ

โดนพระเอกขโมยหัวใจทุกคน

รวมถึงแต่ละคนยังมีพันธะสัญญาที่ผูกพันกับพระเอกมาตั้งแต่สมัยเด็กเกือบทุกคน!!

บ้างก็เป็นคู่หมั้น บ้างก็สัญญาไว้แล้วว่าจะแต่งงาน บ้างก็แอบรักมาตั้งแต่เด็ก

แน่นอนว่าบทมันส่งมาขนาดนี้แล้ว

สงครามกองอวย Nisekoi โคตรจะดุเดือด!

ถึงขั้นมีการตัดต่อการ์ตูนเรื่อง 'สามก๊ก'

มาดัดแปลงให้เข้ากับสงครามกองอวยจากเรื่อง Nisekoi

ใครอวยคนไหน ก็ไปเลือกอยู่ก๊กนั้นๆ เป็นกองทัพ

พอตอนใหม่ของ Nesekoi ปล่อยออกมา

ก็จะรู้ว่าทัพไหนได้เปรียบ ทัพไหนพ่ายแพ้

อธิบายแบบนี้คงไม่เข้าใจ

แนะนำให้ลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลว่า 'Nisekoi สามก๊ก'

กระทู้จาก Pantip ที่ขึ้นมาอันแรกๆ นั่นแหละ กดเข้าไปดูได้เลย

แค่นั้นก็รับรู้ถึงความดุเดือดของสงครามครั้งนี้แล้ว

อีกหนึ่งเสน่ห์ของสงครามกองอวยเรื่อง Nisekoi

คือการที่แต่ละทีมไม่ยอมเรียกคนที่ตัวเองอวยตามชื่อตัวละคร

แต่จะใช้สีผมเป็นชื่อทีมแทน

เช่น เชียร์หัวเหลือง, หัวดำต้องชนะศึกครั้งนี้!!

หัวส้มต่างหากล่ะนางเอก!! , หัวน้ำเงินสิต้องชนะ!!

(อย่าถามว่าทำไมถึงอินจัด สลอตเคยอยู่ในสงครามนี้มาก่อน)

หลายคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเลย

ก็ยังพอรับรู้ถึงความรุนแรง

สลอตโดนเพื่อนถามบ่อยมาก ว่าหัวเหลือง หัวดำ มันคืออะไร? ละครหรอ?

และก็ไม่อยากจะอวดว่า

นี่เป็นอีกสงครามหนึ่งที่สลอตชนะ!!

(ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่อวด ไม่พูดถึง แปลว่าแพ้นะ ปล่อยมันๆ)

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5อนิเมะแนวฮาเร็มชื่อดัง

พูดถึงอนิเมะแนวที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักอ่านผู้หญิงและผู้ชาย ก็คือแนวฮาเร็ม ฮาเร็มมีทั้งฮาเร็มสำหรับผู้หญิงอ่าน และฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน ตัวเอกของเรื่องมักจะล้อมรอบไปด้วยผู้ชายหรือผู้หญิงหน้าตาดี ที่มักจะมาพัวพันแบบที่ไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน มีตัวละครผู้หญิงเยอะกว่า แต่ผู้หญิงก็สามารถอ่านได้ และฟินเหมือนกัน เพราะตัวละครผู้หญิงในการ์ตูนฮาเร็มมักจะมีนิสัยที่น่ารัก น่าติดตาม การ์ตูนแนวฮาเร็มที่สลอตรวบรวมมาในวันนี้ บางเรื่องอาจจะไม่โด่งดังมาก แต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นการ์ตูนฮาเร็มขึ้นหิ้ง 1. Mahou Sensei Negima! ชื่อไทยของการ์ตูนเรื่องนี้คือ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! การ์ตูนแนวฮาเร็มรุ่นบุกเบิกเรื่องหนึ่งจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของคุณครูพ่อมด ที่ได้โอกาสไปสอนหนังสือในโรงเรียนหญิงล้วน ความฮาเร็มคือ เนกิมะได้ทำพันธสัญญากับนักเรียนหญิงทั้งห้อง โดยพันธสัญญาของแต่ละคนจะมีเอฟเฟคท์ที่ต่างกันไป และนักเรียนหลายคน มีความเกี่ยวข้องกับเนกิมะอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เนื้อเรื่องได้แทรกความตลก เฮฮา น่ารัก มีติดเรทบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มีฉากเครียด ฉากเลือดสาดมาให้ปวดหัวใจเลย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเฉลยในเนื้อเรื่อง ว่าสุดท้ายเนกิมะได้ลงเอยกับใคร แต่ในเรื่อง UQ Holder! ซึ่งเป็นการ์ตูนภาคต่อของเนกิมะ ได้เฉลยแล้วว่า สรุปแล้วเนกิมะแต่งงานกับใคร ในมังงะตอนที่ 140! แอบกระซิบว่า เป็นตัวละครที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ ว่าเนกิมะจะมาลงเอยกับคนนี้! 2. Nisekoi การ์ตูนเรื่องที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์สงครามนางเอกที่รุนแรงที่สุดเรื่องแรก พระเอกของเรื่องนี้จัดได้ว่าฮอตมาก มีสาวน่ารักมาแอบชอบ, มีคู่หมั้นที่สวยมาก, มีพี่สาวสุดน่ารัก, ต้องแกล้งเป็นแฟนกับสาวฮอตประจำโรงเรียน ฯลฯ ผู้หญิงแต่ละคนในเรื่องก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ดูยังไงก็สามารถเข้ากับพระเอกได้ทุกคน จนทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมขึ้นมา ทั้งในเว็บบอร์ดการ์ตูนและเว็บไซต์พันทิป เป็นเรื่องแรกๆ ที่มีการเรียกชื่อตัวละครด้วยสีผม เช่น ทีมหัวเหลือง, ทีมหัวดำ, ทีมหัวส้ม, ทีมหัวน้ำเงิน ฯลฯ Nisekoi เป็นการ์ตูนแนวความตลกเฮฮา ที่มีฉากต่อสู้เข้ามาเป็นระยะ เพราะตัวเอกของเราเป็นทายาทยากูซ่า และยังมีเนื้อเรื่องรองที่ชวนให้ติดตามอีกด้วย ถ้าใครไม่ชอบพระเอก ก็อาจจะชอบพระรองของเรื่องก็ได้นะ 3. School Days การ์ตูนแนวฮาเร็มที่แท้จริง ที่ค่อนข้างจะ.. ปวดตับเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าปวดตับในแง่ของการแอบชอบแล้วไม่สมหวังนะ แต่ตอนจบนี่ชวนปวดตับมาก จนอยากจะควักตับควักตาควักสมองออกมาล้าง ในตอนแรก มันก็ดูเป็นการ์ตูนแนว School life รักวัยรุ่นทั่วไปสดใส แต่ยิ่งดูไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ พระเอกเริ่มมีฮาเร็มเยอะขึ้น จนประมาณ 2-3 ตอนสุดท้าย ถือเป็นที่สุดอย่างแท้จริง ส่วนตัวสลอตคิดว่า ถ้าผู้ชายมีฮาเร็มในชีวิตจริง ก็คงมีจุดจบแบบการ์ตูนเรื่องนี้แหละ มีจุดจบยังไงน่ะหรอ? ต้องลองหาอ่าน หาดูกันเอาเองแล้วล่ะ 4. Love Hina นอกจากจะเป็นการ์ตูนแนวฮาเร็มแล้ว Love Hina ยังเป็นการ์ตูนให้กำลังใจเหล่าเด็กนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย ตัวเอกของเรื่องพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวที่มีชื่อเสียง ตามที่เขาได้เคยสัญญาเอาไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็พยายามมา 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังเตรียมตัวสอบใหม่อีกครั้งนั้น เขามีโอกาสได้ไปพักอาศัยในรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหอพักหญิงล้วนซะงั้น เขาต้องรับมือกับลูกบ้านผู้หญิง ที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการที่มีผู้ชายเข้ามาอยู่ในหอพัก และเขาต้องพยายามอ่านหนังสือ ต่อสู้เพื่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยตามที่หวังเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี การ์ตูนเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นการ์ตูนที่ตราตรึงผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้อ่านที่อยู่ในช่วงเตรียมสอบเข้า 5. Bakemonogatari หนึ่งในการ์ตูนจากซีรีส์ monogatari ที่สลอตยกให้ Bakemonogatari เป็นแนวฮาเร็ม เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องดูของซีรีส์นี้ สาวๆ แต่ละคนในฮาเร็มของพระเอกเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะพวกเธอทุกคนล้วนมีวิญญาณสัตว์เข้าสิงอยู่! มีทั้งน้องปู น้องทาก น้องลิง น้องงู น้องแมว เดือดร้อนเพราะเอก ที่มีร่างกายกึ่งอมตะเพราะถูกแวมไพร์กัด ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเธอ จนนั่นแหละ สาวๆ ก็ติดใจชื่นชอบเพราะเอกกันตามพล็อตเรื่องแนวฮาเร็ม ซีรีส์การ์ตูน monogatari เป็นการ์ตูนที่ใครจะชอบก็ชอบจนคลั่ง ถ้าใครจะเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ไปเลย เนื่องจากการ์ตูนมีการใช้คำพูดที่เยอะมาก มีการเล่นคำ ตีความหมายคำพูด แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดดูไม่ได้เลยนะ เพราะก็เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่มีกระแสค่อนข้างแรงเลย ลองเปิดใจดูสิ
บทความ

5 อนิเมะน่าดู 2019

ในแต่ละปี นอกจากจะต้องคอยตามเช็คว่าภาพยนตร์เรื่องไหนน่าดูแล้ว การตามเช็คว่าอนิเมะเรื่องไหนน่าดู ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเหมือนกัน ในแต่ละปี แต่ละสตูดิโอก็จะเข็นผลงานอนิเมะเรื่องใหม่ๆ เนื้อหาเด็ด ภาพสวย ออกมาแข่งขันกัน กว่าจะได้สักผลงาน ก็ไม่ใช่ว่าจะออกกันปีต่อปี บางเรื่อง กว่าจะออกภาคต่อมาได้ ก็ล่อไปเป็นปีเลย ปี 2019 เป็นปีที่มีการทำอนิเมะกลับมาฉายใหม่เยอะมาก แต่ก็มีอนิเมะที่ไม่มีภาคต่อมาสักพักแล้ว ฉายในปีนี้เช่นเดียวกัน มีเรื่องไหนน่าติดตามบ้างนะ? One Punch Man 2nd Seasonฉายช่วงเดือนเมษายน 2019 (กำลังฉาย)   การ์ตูนที่ดังมาตั้งแต่สมัยเป็นมังงะ ด้วยพลังสุดเทพของพระเอก สกิลหมัดเดียวจอด ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน โดนพระเอกต่อยทีเดียว ร่วงทุกราย! ในอนิเมะ One Punch Man ซีซันแรก ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทั้งเพลงประกอบ, การเคลื่อนไหว, ลายเส้น, ฉากแอ็คชัน ให้ความรู้สึกมันส์สะใจสมกับเป็นอนิเมะแนวแอ็คชัน ถึงแม้ว่าซีซัน 2 ของภาคนี้ อาจจะดรอปไปบ้างในเรื่องลายเส้น รวมถึงบางฉาก แต่รวมๆ แล้วก็ใช้ได้เลย เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ไม่ได้มีเนื้อหาแค่ต่อยหมัดเดียวจบไปเรื่อยๆ เหมือนที่หลายคนคิดนะ Dungeon ni Deai wo Motomeru no wa Machigatteiru Darou ka IIฉายช่วยเดือนกรกฎาคม 2019 ชื่อสั้นๆ ของอนิเมะเรื่องนี้คือ DanMachi ซึ่งสร้างจากไลท์โนเวลชื่อดังของญี่ปุ่น หลังจากประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมในวงกว้างจากการฉายภาคแรก (โดยเฉพาะคนคอสเพลย์จากตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก) ข่าวคราวของอนิเมะเรื่องนี้ก็เงียบหายไปเลย จนคิดว่าไม่น่าจะมีภาคต่อแล้ว กระทั่งล่าสุด ได้มีการรายงานว่า DanMachi เตรียมทำอนิเมะภาค 2 แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ภาค 2 ที่จะฉาย เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเวลาใด เอาเป็นว่ามารอดูกัน Dr. Stoneฉายช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 หนึ่งในการ์ตูนยอดนิยมจากโชเนนจัมป์ ที่แม้จะไม่มีคนรู้จักในวงกว้างเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น แต่ก็สามารถเบียดจนขึ้นเป็นการ์ตูนยอดนิยมติดอันดับของโชเนนจัมป์ได้ Dr. Stone เป็นเรื่องราวสุดลึกลับ ที่จู่ๆ มนุษย์ทั้งโลกก็กลายเป็นหิน? ผ่านไปหลายปี มีชายหนุ่มคนหนึ่งสามารถกลายร่างคืนเป็นมนุษย์ได้ เขาต้องตามหาผู้ที่สามารถคืนร่างเดิมของตัวเองได้ และตามหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา? ฟังดูอาจจะน่าเบื่อ แต่เป็นการ์ตูนแอ็คชันแนววิทยาศาสตร์ที่น่าติดตามมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ Boku no Hero Academia 4th Seasonฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 การ์ตูนที่ถูกตั้งฉายาว่า เป็นความหวังของโชเนนจัมป์ ที่จะช่วยชูโรงให้โชเนนจัมป์รุ่งเรือง หลังจากการ์ตูนชื่อดังของโชเนนจัมป์ค่อยๆ อวสานไปทีละเรื่อง ทั้งมังงะและอนิเมะ 3 ซีซันแรก ก็ได้รับความนิยมสูงมาก อนิเมะทั้ง 3 ซีซันก็ทำได้ดีมาก ทั้งเพลงประกอบ, ลายเส้น, การเคลื่อนไหว, เสียงพากย์, ฉากแอ็คชัน จึงทำให้แฟนการ์ตูนเรื่องนี้ต่างรอคอยการมาถึงของอนิเมะซีซันที่ 4 ในฐานะที่อ่านมังงะมาล่วงหน้าแล้ว ขอกระซิบเลยว่า เนื้อเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้มข้นมากแบบพลาดไม่ได้! Psycho-Pass 3ฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 เนื้อเรื่องของ Psycho-Pass เกี่ยวกับโลกที่จะตัดสินพลเมืองว่าใครเป็นคนดี หรือใครเป็นอาชญากร ด้วยระบบวัดค่าตัวเลข ถ้าหากใครที่มีค่าตัวเลข หรือค่า Psycho-Pass สูงเกินกำหนด คนพวกนั้นจะถูกจัดว่าเป็นอาชญากร และถูกกำจัดได้ทันที แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อระบบนี้ ก่อให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้น การกดขี่ข่มเหงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซีซัน 1 และซีซัน 2 ของอนิเมะเรื่องนี้ ฉายจบไปนานมากแล้ว (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014) กระทั่งล่าสุด ก็มีการประกาศว่า ได้ทำการสร้างซีซัน 3 เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาถึง 2 ตัว เพื่อให้เนื้อเรื่องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น! มารอดูกันได้เลย
บทความ

5 ข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

แต่ละประเทศ ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันคือ นิสัย พฤติกรรม การวางตัว ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจอคนเอเชียพูดจาเสียงดังเปิดเผย แสดงว่ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เวลาเจอคนที่ส่ายหัวทุกครั้งที่พูด แสดงว่ามาจากอินเดีย วันนี้เราจะมาดูกันว่า ระหว่างคนไทย กับคนญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จะมีข้อแตกต่างอะไรบ้าง 1. การแสดงออก คนญี่ปุ่น จะมีปฏิกิริยาที่ล้นกว่าคนไทย หรือที่พูดง่ายๆ ก็คือ โอเวอร์แอ็คติ้ง รีแอคชั่นของคนญี่ปุ่นที่เราเห็นกันในทีวี ชีวิตจริงพวกเขาก็เป็นกันแบบนั้นแหละ เจออะไรที่น่าแปลกใจ น่าตกใจอะไรนิดหน่อย ก็ฮือฮาเสียงดังลั่นแล้ว แตกต่างจากคนไทยที่ไม่ค่อยแสดงออกอะไรเท่าไหร่ ค่อนข้างคีพลุค ดูไม่ค่อยออกว่ารู้สึกอะไรอยู่ เจอคนญี่ปุ่นเข้าใจก็จะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของพวกเขานั่นแหละ 2. ความตรงต่อเวลา เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใครที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่น จะรู้เลยว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เรื่องเวลาเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมากๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะการรักษาเวลาส่งผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงตัวเราเองด้วย ส่วนคนไทย ก็มีทั้งคนที่รักษาเวลา และคนที่ไม่รักษาเวลา แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรักษาเวลากันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเวลานัดไปเที่ยวกับเพื่อน สายแล้วสายอีก 3. ความสะอาด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย บ้านเมืองญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีขยะ แม้กระทั่งงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ ก็มีขยะให้พบเห็นน้อยมาก นั่นเป็นเพราะข้อกฎหมายหลายอย่าง และการปลูกฝังความเป็นระเบียบ ความรับผิดชอบของคนญี่ปุ่น ส่วนคนไทยจะติดนิสัยมักง่าย กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น เวลามีงานอะไรสักที เช่น งานคอนเสิร์ต งานแข่งกีฬา พอจบงาน ก็ขยะล้นจนเดินไม่ได้ 4. การทำงาน คนญี่ปุ่นทั้งประเทศ มักจะทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน โหมทำงานอย่างหนัก จนมีข่าวพนักงานฆ่าตัวตายเพราะความเครียดเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังในญี่ปุ่น ยังมีหลายบริษัทที่มีการกดขี่พนักงานราวกับไม่ใช่มนุษย์ ส่วนประเทศไทย ต่อให้กดดันแค่ไหน คนไทยก็หาลู่ทางในการชิลได้ แอบเล่น Facebook twitter LINE ตอนทำงานถือเป็นเรื่องปกติในไทย ถ้าเป็นญี่ปุ่นนี่ไม่ได้เลยนะ 5. ความเคารพในกฎกติกา เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด การที่คนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีระเบียบ เรียบร้อย เป็นไปตามแบบแผนที่กำหนดไว้ เป็นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังให้เคารพในกฎกติกาที่ถูกสร้างขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การห้ามทิ้งขยะหน้าบ้านคนอื่น, ถ้าจะทิ้งขยะชนิดนี้ ต้องทิ้งในวันที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ฯลฯ แค่การทิ้งขยะก็มีการตั้งกฎอย่างชัดเจน และผู้คนก็ปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัดแล้ว ต่างจากประเทศไทย ที่ต่อให้กฎหมายหนักแค่ไหน ก็จะหาลู่ทาง เส้นสาย เพื่อให้ตัวเองพ้นจากความผิด หรือรับโทษอย่างเบาที่สุด อะไรแหกได้แหก คนไทยถูกปลูกฝังมาว่าการมีเส้นสาย หรือการแหกกฎได้ เป็นเรื่องเท่
บทความ

วิชาอะไรบ้างที่คุณไม่ชอบ

ในห้องเรียนของเราทุกคน จะมีหลากหลายวิชาที่เราต้องเรียนตั้งแต่เด็ก มันก็มีทั้งวิชาที่เราชอบ และวิชาที่เราไม่ชอบ จึงไม่แปลกหากเราจะเรียนวิชาบางวิชาได้ดีกว่าอีกวิชา ถ้าเราเจอสิ่งที่เราชอบแล้วละก็ อย่าลืมที่ทุ่มเทและเต็มที่กับมัน เราจะมาพูดถึงวิชาต่างๆที่เราไม่ชอบกันบ้างดีกว่า คุณรู้ไหมว่าเด็กไทยไม่ชอบวิชาอะไรกันบ้าง วันนี้สลอตจะมาบอกคุณเองว่า เด็กๆเค้าไม่ชอบวิชาอะไร ใครที่คิดเห็นไม่ตรงกันก็บอกกันได้นะครับ   1. คณิตศาสตร์ วิชาแรกๆที่หลายคนไม่ชอบ เพราะเรียนไม่เข้าใจหรือคนอะไรก็ตามแต่ เป็นวิชาที่เด็กๆมักจะเรียนพิเศษกันมากที่สุด มีที่สอนพิเศษมากมายสำหรับวิชานี้ ไม่ชอบแล้วยังไปเรียนพิเศษอีกแปลกจริงๆ   2. วิทยาศาสตร์ ขอควบรวมทั้ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะเลยก็แล้วกัน อาจจะมีดาราศาตร์และวิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆด้วย บางคนก็ไม่ได้อยากทำงานสายวิทยาศาสตร์เลยสักนิด ไม่ผิดที่เค้าจะไม่ชอบ แต่ดันเรียนสายวิทย์นี่นะสิ แปลกๆอีกแล้วเด็กไทย   3. ภาษาอังกฤษ จริงอยู่ที่ภาษาที่สองก็สำคัญ และภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาสากลเสียด้วย แต่ไม่ผิดหรอกที่คุณจะไม่ชอบภาษาอังกฤษ คุณอาจะชอบภาษาอื่นมากกว่าก็ได้ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส บาลี รัสเซีย อาหรับ หรืออีกมากมาย แต่ภาษาที่สองสำคัญจริงๆนะครับ   4. ภาษาไทย ติดโพลมาด้วยกับวิชานี้ ทำไมล่ะเราคนไทยไม่ชอบวิชาภาษาไทยไดอย่างไรกัน หลายคนไม่ชอบเพราะลักษณะและรายละเอียดในการเรียน ไม่ว่าจะโคลง กลอน กาพย์ที่ต้องเขียน ยังมีเรียงความอีกที่ต้องเขียนจบปวดมือ และสถิติที่รู้มาคือครูภาษาไทยดุมาก ใครที่เรียนไทยอยู่ก็ต้องตั้งใจให้ดีนะครับ   5. สังคม อีกหนึ่งวิชาที่หลายคนอาจจะไม่ชอบตั้งแต่เด็ก ในหมวดหมู่สังคมก็จะมีวิชาย่อยไปอีกเช่น กฏหมาย ศาสนา ประวัติศาสตร์ และอื่นๆอีกเล็กน้อย จากที่เห็นวิชาที่มักจะต้องใช้การจำ  ท่องจำเป็นหลักก่อน และจะวิเคราะห์อีกครั้งภายหลัง ดังนั้นหลายคนก็มักจะไม่ชอบจำ จะเกลียดวิชานี้ก็คงไม่แปลกใจเลย     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย แล้วคุณล่ะไม่ชอบวิชาไหน ลองเม้นให้พวกเรารู้ได้เลย