5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

16 มิถุนายน 2561

นอกจากแฟนการ์ตูน จะเสพเนื้อหาหลักของการ์ตูนแต่ละเรื่องที่แตกต่างกันออกไปแล้ว

เช่น ถ้าเป็นแนวแอ็คชันก็เสพความสะใจ

ถ้าเป็นแนวดราม่าก็ต้องเตรียมทิชชู่ไว้ลังนึง เสพความปวดตับเข้าร่างกาย

แต่สิ่งที่บรรดาการ์ตูนมีคล้ายกันทุกเรื่องก็คือ

สงครามกองอวย

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามอ่านการ์ตูนคงจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

สลอตจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

การ์ตูน มังงะ อนิเมะแต่ละเรื่อง

ที่ยังไม่มีบทสรุปว่า สรุปแล้วพระเอกลงเอยกับใคร

แฟนการ์ตูนมักจะเชียร์ให้ตัวละครที่ชอบได้กับพระเอก

ซึ่งแต่ละคนจะเชียร์ไม่เหมือนกัน

เช่นเรื่องโคนัน บางคนก็เชียร์ให้โมริ รัน คู่กับโคนัน

บางคนก็เชียร์ให้ไฮบาระคู่กับโคนัน ประมาณนี้

เรื่องที่ยกตัวอย่างมา แฟนคลับก็ปะทะกันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่หรอก

แต่มีอนิเมะอีกหลายเรื่อง ที่มีแฟนคลับเชียร์ตัวละครที่ตัวเองชอบกันแรงมากก!!

ไปปะทะ ไปเถียงกับคนที่เชียร์คนอื่นรุนแรงมากกก

จนมีคนตั้งชื่อพฤติกรรมเหล่านี้ว่า "สงครามกองอวย" นั่นเอง

เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาที่เราดูซีรีส์แล้วเชียร์คู่จิ้นให้ได้กันจริงๆ นั่นแหละ!

มาดูกันว่า มีเรื่องอะไรที่กองอวยมีความรุนแรงถึงขั้นเป็นสงครามกันบ้าง

 

5. Ichigo 100%

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะแนวโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า

ที่ถึงแม้ว่ากองอวยจะมีตัวละครให้เลือกอวยเพียงแค่ 4 ตัวละคร

ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับอนิเมะสงครามกองอวยเรื่องอื่น

แต่เมื่อเทียบตอนจบของสงครามกับเรื่องอื่นแล้ว

ความรุนแรงของ Ichigo 100% นับว่าสร้างความเสียหายให้กับกองอวยได้มหาศาล

โดย Ichigo 100% มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเอกที่อยากทำความฝันตัวเอง คือการเป็นผู้กำกับ

สาวๆ ทั้ง 4 คนก็มีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันออกไป

คนหนึ่งมีความฝันเดียวกับพระเอก, คนหนึ่งเป็นสาวป็อบประจำโรงเรียน

คนหนึ่งหลงรักพระเอกหัวปักหัวปำ และคนสุดท้ายสนิทสนมกับพระเอกมากที่สุด

เรียกได้ว่าทุกตัวละครมีแนวโน้มที่จะคู่กับพระเอกได้หมด

แม้ว่าตอนช่วงท้ายของเรื่อง

ตัวละครจะโดนตัดโอกาส จนเหลือแค่นางเอกหลักให้เลือกเพียง 2 คน

แถมบทของเรื่องก็ส่งหนักมาก

จนเราคิดว่า คนนี้แหละ ที่จะได้คู่กับนางเอกในตอนจบ!

แต่เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึง ตอนสุดท้าย ฉากสุดท้าย

กองอวยกลับล้มตายกันระเนระนาด!

เพราะเนื้อเรื่องหักความรู้สึกคนดูแบบแหกโค้งไปเลย!

กระทั่งคนที่อวยชนะ ก็ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า

ยังรู้สึกปวดตับกับตอนจบเลย ถึงคนที่ตัวเองเชียร์จะได้กับพระเอกก็เถอะ

Ichigo 100% จึงเป็นอนิเมะสงครามกองอวย ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุด

ถึงแม้ว่าระหว่างสงคราม จะดูไม่ค่อยรุนแรงสักเท่าไหร่

แต่ดาเมจหลังจากจบเนื้อเรื่อง

กลับส่งผลจนไม่ว่าจะอวยคนไหน ก็ล้วนแต่ปวดตับกันทั้งสิ้น

แต่เรื่องนี้ตัวละครน่ารัก ลายเส้นน่ารักมาก

หลายคนน่าจะยังไม่เคยอ่านและไม่เคยดู

ถ้าเป็นมังงะ มีแค่ประมาณ 170 ตอนเท่านั้น อ่านวันเดียวก็จบแล้ว

ลองไปอ่านแล้วเลือกกองอวยดู ว่าจะเลือกอวยใคร

แล้วมาทายกันว่าใครจะได้คู่กับพระเอกในตอนสุดท้าย

 

4. Ore No Imouto ga Konnani Kawaii Wake go Nai

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อีกหนึ่งอนิเมะในตำนาน

โดยเรื่องนี้มีชื่อย่อคือ Oreimo และมีชื่อไทยคือ น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก!

เป็นอนิเมะเรื่องแรกๆ ที่บุกเบิกอนิเมะที่มีชื่อย๊าวยาว

และในช่วงที่ออกฉายแรกๆ เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก

พระเอกของเรื่องเป็นเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ธรรมดา

มีน้องสาวสุดสวยดีกรีเป็นนางแบบ เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน

แน่นอนว่าเขากับน้องสาวต่างกันมากในแง่ความเพอร์เฟคท์

ทั้งคู่จึงกัดกันตลอดเวลา

แต่น้องสาวดันมีความลับสุดประหลาด

คือน้องสาวของเขาเป็นโอตาคุเต็มขั้น!

จากที่พระเอกกับน้องสาวไม่ถูกกัน แต่เมื่อล่วงรู้ความลับดังกล่าว

ด้วยความที่เป็นพี่ชาย เขาก็ต้องพยายามหาสังคมที่เหมาะกับน้องสาวให้ได้

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว

ก็เปิดทางให้มีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าอวยให้เป็นนางเอกขึ้นมา

เมื่อรวมน้องสาวที่เป็นตัวละครหลักฝ่ายหญิงแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

มีทั้งหมด 5 ตัวละครด้วยกัน

ครบทุกคาแรคเตอร์ที่คนชอบดูการ์ตูนใฝ่ฝันเลยล่ะ

มีทั้งสาวซึนเดเระ, โลลิค่อน, ยันเดเระ

หรือแม้กระทั่งสาวที่แต่งหน้าแต่งตัวได้ราวกับเป็นคนละคน

รวมถึงสาวที่จริงจังกับชีวิต

ด้วยตัวละครที่ว่ามา ทำให้ Oreimo เป็นที่พูดถึงทั้งในแง่ของเนื้อหาและกองอวย

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เบิกทางให้อนิเมะสายกองอวยเริ่มมาแรงขขึ้นในยุคดังกล่าว

ใครที่ทันเรื่องนี้ออกอากาศแบบเรียลไทม์น่าจะเคยผ่านประสบการณ์ที่ว่า

เถียงกับเพื่อนว่าใครจะเป็นนางเอกดี

เพราะเรื่องนี้ เดานางเอกยากจริงๆ ในความคิดเห็นของสลอต

เพราะแต่ละคนไม่ได้เป็นคนที่ดูจะเข้ากับพระเอกได้

เนื่องจากแต่ละคนเข้ามาหาจากทางน้องสาวเสียมากกว่า

พูดง่ายๆ คือไม่มีใครมีแววเลยว่าจะคบหากับพระเอกของเราได้นั่นแหละ

แต่สุดท้ายก็มีนะ

(ปล. เรื่องนี้สลอตอวยถูกคู่ ชนะสงครามจ่ะ ฮรี่ๆ)

 

3. Naruto

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

หนึ่งในอนิเมะในตำนาน ที่มีคนติดตามทั่วโลกหลายล้านชีวิต

แม้ว่าจะเพิ่งจบบริบูรณ์ไปได้ไม่นาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังฮอตอยู่

ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นอนิเมะธรรมดา

ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเรื่องสงครามกองอวย

แบบว่า เนื้อเรื่องมันไม่ได้เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากเท่าเรื่องอื่น

แต่ดันเป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

เพราะพระเอกของเรา นารูโตะ น่าจับคู่ไปซะทุกคนเลย

คู่ที่คนนิยมจับคู่ที่สุดก็คือเป็น นารูโตะ x ซากุระ

(บางคนก็ นารูโตะ x ซาสึเกะ)

และเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีให้เลือกจับคู่แค่คู่เดียว

เพราะตัวละครชาย - หญิงทุกตัวละครในเรื่อง ดูสนิทสนมกันหมด

จะจับใครจิ้นกับใครก็สะดวก

บ้างก็รู้จักกันมาแต่เด็ก บ้างก็คู่กัดกัน บ้างก็แอบรักกันมาตลอด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สงครามกองอวย นารูโตะ รุนแรงกว่าที่คิด

นั่นก็เพราะนารูโตะเป็นอนิเมะที่อยู่เคียงข้างเราตั้งแต่สมัยเด็ก

คือแต่ละคนจะปักธงเชียร์คู่ของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก

ฝังลึกลงไปในจิตใจว่าคนนี้ต้องคู่กับคนนี้เซ่!

พอโตมา เจอเพื่อนที่ชอบนารูโตะเหมือนกัน

เพื่อนกลับเชียร์อีกคนให้มาคู่กับคนของเรา

ความชอบ การปักธงเชียร์ตั้งแต่ยังเด็กที่ฝังรากลึกไปแล้ว

ส่งผลให้หลายคนเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมา เถียงกับเพื่อนว่า ต้องคู่กับคนนี้วร้อยยย!!

นั่นแหละ..

แถมด้วยเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะยาวนาน

ยิ่งตอนเยอะ เนื้อหาหลักยิ่งเข้มข้นแล้ว

แต่สงครามกองอวยดันเข้มข้นกว่าซะงั้น

พอกลางเรื่อง อ้าว คู่เราดันทำท่าจะสนิทกับคนนี้มากกว่า

พอท้ายเรื่อง อ้าว ดันไปสนิทกับคนโน้นอีก

นั่นแหละ (อีกที) ....

นารูโตะจึงติดอันดับสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุดมาเป็นอันดับที่ 3

 

2. Bleach

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะอีกหนึ่งเรื่องในตำนาน

ที่สงครามกองอวยมีความรุนแรงพอๆ กับเรื่องนารูโตะ

ด้วยสาเหตุที่ใกล้เคียงกันคือ

มีเนื้อเรื่องที่ยาว อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก

จนความเป็นกองอวยมันฝังลึกลงไปในจิตใจ

แต่สาเหตุที่สลอตตัดสินใจให้ Bleach

เป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงกว่านารูโตะ

เพราะสลอตพ่ายแพ้ในสงครามกองอวยครั้งนี้

...

ล้อเล่น!

สลอตมองว่า คนเขียน Bleach จับคู่ให้ตัวละครอย่างชัดเจนมากกว่านารูโตะ

และมีโมเมนต์ระหว่างตัวละครที่สามารถคิดในแง่ชู้สาวมากกว่านารูโตะ

แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยดู Bleach ยังสงสัยเลยว่า คนนี้คู่กับคนนี้หรอ

เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ออกฉากคู่กันตลอด

อย่างนารูโตะมันยังเป็นเพื่อนพ้องใช่มั้ยล่ะ

แต่ Bleach เนี่ย มันนำเสนอให้ตัวละครชาย - หญิงอยู่ด้วยกันมากกว่า

อีกสาเหตุหนึ่งที่สลอตยกให้ Bleach มาเป็นอันดับที่ 2

เพราะบทมันโคตรจะส่งให้นางเอกที่แท้จริง.. เอ้ย

ตัวละครหญิงอีกคนหนึ่ง มันดูคู่ควรกับพระเอกมาก!

ทั้งเรื่องนิสัย การอยู่ร่วมกัน พลังที่โคตรจะคล้ายกัน

จนช่วงนั้นกองอวยฉลองรัวๆ ว่า คู่ที่ตรูเชียร์ชนะแล้ววร้อยยย!!

แต่สุดท้าย

กองอวยตายกันเป็นแถว เพราะผลสรุปแทบไม่ตรงกับที่หลายคนอวยเอาไว้เลย

ที่บอกว่าสลอตพ่ายแพ้ในศึกนี้น่ะ

เรื่องจริงนะ    ช้ำใจมาก

เดินทางมาถึงอันดับที่ 1 แล้ว

สลอตเชื่อว่า ใครที่ติดตามดูอนิเมะแบบเรียลไทม์

และมักจะเข้าเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อนั่งอ่านความคิดเห็นของแฟนการ์ตูนด้วยกันแล้ว

ต้องรับรู้ความรุนแรงของสงครามกองอวยเรื่องนี้เป็นแน่

เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Nisekoi

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

เมื่อเทียบกับอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3

Nisekoi ถือเป็นอนิเมะเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ เพิ่งฉายได้ไม่นานมาก

แต่เมื่อเทียบความรุนแรงแล้ว สงคราม Nisekoi โคตรจะรุนแรง!!

พูดถึงคนที่สามารถเป็นนางเอกได้ก่อนเลย

เรื่องอื่นอย่างมากก็มีประมาณ 4-5 คน ไม่เกินจากนี้

(ไม่นับแนวฮาเร็มอย่างพวกเนกิมะ ไรงี้นะ)

แต่สำหรับ Nisekoi รวมทั้งเรื่องแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ มีถึง 8 คนด้วยกัน!!

สำหรับคนที่ไม่เคยดู แต่อ่านถึงตรงนี้ก็น่าจะปวดหัวแล้ว

บางคนอาจจะคิดว่า มีตั้ง 8 คน บทของแต่ละคนก็น่าจะมีความสำคัญไม่เท่ากัน

น่าจะเดานางเอกง่ายสิ

ขอบอกว่า ไม่เลย!

ด้วยความที่ Nisekoi เป็นอนิเมะแนวเลิฟคอมเมดี้เน้นๆ

ตัวละครทุกตัวจึงมีโอกาสวนเวียนอยู่กับพระเอกเท่าเทียมกัน!

ถ้าซื้อหนังสือมาอ่าน จะรู้เลยว่า

ตัวละครหญิงทุกตัวที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

สลับกันขึ้นหน้าปกแต่ละเล่มเลย! เล่มไหนใครมาแรง คนนั้นก็ได้ขึ้นหน้าปก!

ทุกตัวละครก็มักจะมีโมเมนต์น่ารักๆ

โดนพระเอกขโมยหัวใจทุกคน

รวมถึงแต่ละคนยังมีพันธะสัญญาที่ผูกพันกับพระเอกมาตั้งแต่สมัยเด็กเกือบทุกคน!!

บ้างก็เป็นคู่หมั้น บ้างก็สัญญาไว้แล้วว่าจะแต่งงาน บ้างก็แอบรักมาตั้งแต่เด็ก

แน่นอนว่าบทมันส่งมาขนาดนี้แล้ว

สงครามกองอวย Nisekoi โคตรจะดุเดือด!

ถึงขั้นมีการตัดต่อการ์ตูนเรื่อง 'สามก๊ก'

มาดัดแปลงให้เข้ากับสงครามกองอวยจากเรื่อง Nisekoi

ใครอวยคนไหน ก็ไปเลือกอยู่ก๊กนั้นๆ เป็นกองทัพ

พอตอนใหม่ของ Nesekoi ปล่อยออกมา

ก็จะรู้ว่าทัพไหนได้เปรียบ ทัพไหนพ่ายแพ้

อธิบายแบบนี้คงไม่เข้าใจ

แนะนำให้ลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลว่า 'Nisekoi สามก๊ก'

กระทู้จาก Pantip ที่ขึ้นมาอันแรกๆ นั่นแหละ กดเข้าไปดูได้เลย

แค่นั้นก็รับรู้ถึงความดุเดือดของสงครามครั้งนี้แล้ว

อีกหนึ่งเสน่ห์ของสงครามกองอวยเรื่อง Nisekoi

คือการที่แต่ละทีมไม่ยอมเรียกคนที่ตัวเองอวยตามชื่อตัวละคร

แต่จะใช้สีผมเป็นชื่อทีมแทน

เช่น เชียร์หัวเหลือง, หัวดำต้องชนะศึกครั้งนี้!!

หัวส้มต่างหากล่ะนางเอก!! , หัวน้ำเงินสิต้องชนะ!!

(อย่าถามว่าทำไมถึงอินจัด สลอตเคยอยู่ในสงครามนี้มาก่อน)

หลายคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเลย

ก็ยังพอรับรู้ถึงความรุนแรง

สลอตโดนเพื่อนถามบ่อยมาก ว่าหัวเหลือง หัวดำ มันคืออะไร? ละครหรอ?

และก็ไม่อยากจะอวดว่า

นี่เป็นอีกสงครามหนึ่งที่สลอตชนะ!!

(ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่อวด ไม่พูดถึง แปลว่าแพ้นะ ปล่อยมันๆ)

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา