5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

16 มิถุนายน 2561

นอกจากแฟนการ์ตูน จะเสพเนื้อหาหลักของการ์ตูนแต่ละเรื่องที่แตกต่างกันออกไปแล้ว

เช่น ถ้าเป็นแนวแอ็คชันก็เสพความสะใจ

ถ้าเป็นแนวดราม่าก็ต้องเตรียมทิชชู่ไว้ลังนึง เสพความปวดตับเข้าร่างกาย

แต่สิ่งที่บรรดาการ์ตูนมีคล้ายกันทุกเรื่องก็คือ

สงครามกองอวย

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามอ่านการ์ตูนคงจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

สลอตจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

การ์ตูน มังงะ อนิเมะแต่ละเรื่อง

ที่ยังไม่มีบทสรุปว่า สรุปแล้วพระเอกลงเอยกับใคร

แฟนการ์ตูนมักจะเชียร์ให้ตัวละครที่ชอบได้กับพระเอก

ซึ่งแต่ละคนจะเชียร์ไม่เหมือนกัน

เช่นเรื่องโคนัน บางคนก็เชียร์ให้โมริ รัน คู่กับโคนัน

บางคนก็เชียร์ให้ไฮบาระคู่กับโคนัน ประมาณนี้

เรื่องที่ยกตัวอย่างมา แฟนคลับก็ปะทะกันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่หรอก

แต่มีอนิเมะอีกหลายเรื่อง ที่มีแฟนคลับเชียร์ตัวละครที่ตัวเองชอบกันแรงมากก!!

ไปปะทะ ไปเถียงกับคนที่เชียร์คนอื่นรุนแรงมากกก

จนมีคนตั้งชื่อพฤติกรรมเหล่านี้ว่า "สงครามกองอวย" นั่นเอง

เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาที่เราดูซีรีส์แล้วเชียร์คู่จิ้นให้ได้กันจริงๆ นั่นแหละ!

มาดูกันว่า มีเรื่องอะไรที่กองอวยมีความรุนแรงถึงขั้นเป็นสงครามกันบ้าง

 

5. Ichigo 100%

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะแนวโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า

ที่ถึงแม้ว่ากองอวยจะมีตัวละครให้เลือกอวยเพียงแค่ 4 ตัวละคร

ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับอนิเมะสงครามกองอวยเรื่องอื่น

แต่เมื่อเทียบตอนจบของสงครามกับเรื่องอื่นแล้ว

ความรุนแรงของ Ichigo 100% นับว่าสร้างความเสียหายให้กับกองอวยได้มหาศาล

โดย Ichigo 100% มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเอกที่อยากทำความฝันตัวเอง คือการเป็นผู้กำกับ

สาวๆ ทั้ง 4 คนก็มีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันออกไป

คนหนึ่งมีความฝันเดียวกับพระเอก, คนหนึ่งเป็นสาวป็อบประจำโรงเรียน

คนหนึ่งหลงรักพระเอกหัวปักหัวปำ และคนสุดท้ายสนิทสนมกับพระเอกมากที่สุด

เรียกได้ว่าทุกตัวละครมีแนวโน้มที่จะคู่กับพระเอกได้หมด

แม้ว่าตอนช่วงท้ายของเรื่อง

ตัวละครจะโดนตัดโอกาส จนเหลือแค่นางเอกหลักให้เลือกเพียง 2 คน

แถมบทของเรื่องก็ส่งหนักมาก

จนเราคิดว่า คนนี้แหละ ที่จะได้คู่กับนางเอกในตอนจบ!

แต่เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึง ตอนสุดท้าย ฉากสุดท้าย

กองอวยกลับล้มตายกันระเนระนาด!

เพราะเนื้อเรื่องหักความรู้สึกคนดูแบบแหกโค้งไปเลย!

กระทั่งคนที่อวยชนะ ก็ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า

ยังรู้สึกปวดตับกับตอนจบเลย ถึงคนที่ตัวเองเชียร์จะได้กับพระเอกก็เถอะ

Ichigo 100% จึงเป็นอนิเมะสงครามกองอวย ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุด

ถึงแม้ว่าระหว่างสงคราม จะดูไม่ค่อยรุนแรงสักเท่าไหร่

แต่ดาเมจหลังจากจบเนื้อเรื่อง

กลับส่งผลจนไม่ว่าจะอวยคนไหน ก็ล้วนแต่ปวดตับกันทั้งสิ้น

แต่เรื่องนี้ตัวละครน่ารัก ลายเส้นน่ารักมาก

หลายคนน่าจะยังไม่เคยอ่านและไม่เคยดู

ถ้าเป็นมังงะ มีแค่ประมาณ 170 ตอนเท่านั้น อ่านวันเดียวก็จบแล้ว

ลองไปอ่านแล้วเลือกกองอวยดู ว่าจะเลือกอวยใคร

แล้วมาทายกันว่าใครจะได้คู่กับพระเอกในตอนสุดท้าย

 

4. Ore No Imouto ga Konnani Kawaii Wake go Nai

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อีกหนึ่งอนิเมะในตำนาน

โดยเรื่องนี้มีชื่อย่อคือ Oreimo และมีชื่อไทยคือ น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก!

เป็นอนิเมะเรื่องแรกๆ ที่บุกเบิกอนิเมะที่มีชื่อย๊าวยาว

และในช่วงที่ออกฉายแรกๆ เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก

พระเอกของเรื่องเป็นเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ธรรมดา

มีน้องสาวสุดสวยดีกรีเป็นนางแบบ เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน

แน่นอนว่าเขากับน้องสาวต่างกันมากในแง่ความเพอร์เฟคท์

ทั้งคู่จึงกัดกันตลอดเวลา

แต่น้องสาวดันมีความลับสุดประหลาด

คือน้องสาวของเขาเป็นโอตาคุเต็มขั้น!

จากที่พระเอกกับน้องสาวไม่ถูกกัน แต่เมื่อล่วงรู้ความลับดังกล่าว

ด้วยความที่เป็นพี่ชาย เขาก็ต้องพยายามหาสังคมที่เหมาะกับน้องสาวให้ได้

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว

ก็เปิดทางให้มีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าอวยให้เป็นนางเอกขึ้นมา

เมื่อรวมน้องสาวที่เป็นตัวละครหลักฝ่ายหญิงแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

มีทั้งหมด 5 ตัวละครด้วยกัน

ครบทุกคาแรคเตอร์ที่คนชอบดูการ์ตูนใฝ่ฝันเลยล่ะ

มีทั้งสาวซึนเดเระ, โลลิค่อน, ยันเดเระ

หรือแม้กระทั่งสาวที่แต่งหน้าแต่งตัวได้ราวกับเป็นคนละคน

รวมถึงสาวที่จริงจังกับชีวิต

ด้วยตัวละครที่ว่ามา ทำให้ Oreimo เป็นที่พูดถึงทั้งในแง่ของเนื้อหาและกองอวย

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เบิกทางให้อนิเมะสายกองอวยเริ่มมาแรงขขึ้นในยุคดังกล่าว

ใครที่ทันเรื่องนี้ออกอากาศแบบเรียลไทม์น่าจะเคยผ่านประสบการณ์ที่ว่า

เถียงกับเพื่อนว่าใครจะเป็นนางเอกดี

เพราะเรื่องนี้ เดานางเอกยากจริงๆ ในความคิดเห็นของสลอต

เพราะแต่ละคนไม่ได้เป็นคนที่ดูจะเข้ากับพระเอกได้

เนื่องจากแต่ละคนเข้ามาหาจากทางน้องสาวเสียมากกว่า

พูดง่ายๆ คือไม่มีใครมีแววเลยว่าจะคบหากับพระเอกของเราได้นั่นแหละ

แต่สุดท้ายก็มีนะ

(ปล. เรื่องนี้สลอตอวยถูกคู่ ชนะสงครามจ่ะ ฮรี่ๆ)

 

3. Naruto

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

หนึ่งในอนิเมะในตำนาน ที่มีคนติดตามทั่วโลกหลายล้านชีวิต

แม้ว่าจะเพิ่งจบบริบูรณ์ไปได้ไม่นาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังฮอตอยู่

ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นอนิเมะธรรมดา

ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเรื่องสงครามกองอวย

แบบว่า เนื้อเรื่องมันไม่ได้เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากเท่าเรื่องอื่น

แต่ดันเป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

เพราะพระเอกของเรา นารูโตะ น่าจับคู่ไปซะทุกคนเลย

คู่ที่คนนิยมจับคู่ที่สุดก็คือเป็น นารูโตะ x ซากุระ

(บางคนก็ นารูโตะ x ซาสึเกะ)

และเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีให้เลือกจับคู่แค่คู่เดียว

เพราะตัวละครชาย - หญิงทุกตัวละครในเรื่อง ดูสนิทสนมกันหมด

จะจับใครจิ้นกับใครก็สะดวก

บ้างก็รู้จักกันมาแต่เด็ก บ้างก็คู่กัดกัน บ้างก็แอบรักกันมาตลอด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สงครามกองอวย นารูโตะ รุนแรงกว่าที่คิด

นั่นก็เพราะนารูโตะเป็นอนิเมะที่อยู่เคียงข้างเราตั้งแต่สมัยเด็ก

คือแต่ละคนจะปักธงเชียร์คู่ของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก

ฝังลึกลงไปในจิตใจว่าคนนี้ต้องคู่กับคนนี้เซ่!

พอโตมา เจอเพื่อนที่ชอบนารูโตะเหมือนกัน

เพื่อนกลับเชียร์อีกคนให้มาคู่กับคนของเรา

ความชอบ การปักธงเชียร์ตั้งแต่ยังเด็กที่ฝังรากลึกไปแล้ว

ส่งผลให้หลายคนเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมา เถียงกับเพื่อนว่า ต้องคู่กับคนนี้วร้อยยย!!

นั่นแหละ..

แถมด้วยเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะยาวนาน

ยิ่งตอนเยอะ เนื้อหาหลักยิ่งเข้มข้นแล้ว

แต่สงครามกองอวยดันเข้มข้นกว่าซะงั้น

พอกลางเรื่อง อ้าว คู่เราดันทำท่าจะสนิทกับคนนี้มากกว่า

พอท้ายเรื่อง อ้าว ดันไปสนิทกับคนโน้นอีก

นั่นแหละ (อีกที) ....

นารูโตะจึงติดอันดับสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุดมาเป็นอันดับที่ 3

 

2. Bleach

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

อนิเมะอีกหนึ่งเรื่องในตำนาน

ที่สงครามกองอวยมีความรุนแรงพอๆ กับเรื่องนารูโตะ

ด้วยสาเหตุที่ใกล้เคียงกันคือ

มีเนื้อเรื่องที่ยาว อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก

จนความเป็นกองอวยมันฝังลึกลงไปในจิตใจ

แต่สาเหตุที่สลอตตัดสินใจให้ Bleach

เป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงกว่านารูโตะ

เพราะสลอตพ่ายแพ้ในสงครามกองอวยครั้งนี้

...

ล้อเล่น!

สลอตมองว่า คนเขียน Bleach จับคู่ให้ตัวละครอย่างชัดเจนมากกว่านารูโตะ

และมีโมเมนต์ระหว่างตัวละครที่สามารถคิดในแง่ชู้สาวมากกว่านารูโตะ

แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยดู Bleach ยังสงสัยเลยว่า คนนี้คู่กับคนนี้หรอ

เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ออกฉากคู่กันตลอด

อย่างนารูโตะมันยังเป็นเพื่อนพ้องใช่มั้ยล่ะ

แต่ Bleach เนี่ย มันนำเสนอให้ตัวละครชาย - หญิงอยู่ด้วยกันมากกว่า

อีกสาเหตุหนึ่งที่สลอตยกให้ Bleach มาเป็นอันดับที่ 2

เพราะบทมันโคตรจะส่งให้นางเอกที่แท้จริง.. เอ้ย

ตัวละครหญิงอีกคนหนึ่ง มันดูคู่ควรกับพระเอกมาก!

ทั้งเรื่องนิสัย การอยู่ร่วมกัน พลังที่โคตรจะคล้ายกัน

จนช่วงนั้นกองอวยฉลองรัวๆ ว่า คู่ที่ตรูเชียร์ชนะแล้ววร้อยยย!!

แต่สุดท้าย

กองอวยตายกันเป็นแถว เพราะผลสรุปแทบไม่ตรงกับที่หลายคนอวยเอาไว้เลย

ที่บอกว่าสลอตพ่ายแพ้ในศึกนี้น่ะ

เรื่องจริงนะ    ช้ำใจมาก

เดินทางมาถึงอันดับที่ 1 แล้ว

สลอตเชื่อว่า ใครที่ติดตามดูอนิเมะแบบเรียลไทม์

และมักจะเข้าเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อนั่งอ่านความคิดเห็นของแฟนการ์ตูนด้วยกันแล้ว

ต้องรับรู้ความรุนแรงของสงครามกองอวยเรื่องนี้เป็นแน่

เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Nisekoi

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

เมื่อเทียบกับอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3

Nisekoi ถือเป็นอนิเมะเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ เพิ่งฉายได้ไม่นานมาก

แต่เมื่อเทียบความรุนแรงแล้ว สงคราม Nisekoi โคตรจะรุนแรง!!

พูดถึงคนที่สามารถเป็นนางเอกได้ก่อนเลย

เรื่องอื่นอย่างมากก็มีประมาณ 4-5 คน ไม่เกินจากนี้

(ไม่นับแนวฮาเร็มอย่างพวกเนกิมะ ไรงี้นะ)

แต่สำหรับ Nisekoi รวมทั้งเรื่องแล้ว

ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ มีถึง 8 คนด้วยกัน!!

สำหรับคนที่ไม่เคยดู แต่อ่านถึงตรงนี้ก็น่าจะปวดหัวแล้ว

บางคนอาจจะคิดว่า มีตั้ง 8 คน บทของแต่ละคนก็น่าจะมีความสำคัญไม่เท่ากัน

น่าจะเดานางเอกง่ายสิ

ขอบอกว่า ไม่เลย!

ด้วยความที่ Nisekoi เป็นอนิเมะแนวเลิฟคอมเมดี้เน้นๆ

ตัวละครทุกตัวจึงมีโอกาสวนเวียนอยู่กับพระเอกเท่าเทียมกัน!

ถ้าซื้อหนังสือมาอ่าน จะรู้เลยว่า

ตัวละครหญิงทุกตัวที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้

สลับกันขึ้นหน้าปกแต่ละเล่มเลย! เล่มไหนใครมาแรง คนนั้นก็ได้ขึ้นหน้าปก!

ทุกตัวละครก็มักจะมีโมเมนต์น่ารักๆ

โดนพระเอกขโมยหัวใจทุกคน

รวมถึงแต่ละคนยังมีพันธะสัญญาที่ผูกพันกับพระเอกมาตั้งแต่สมัยเด็กเกือบทุกคน!!

บ้างก็เป็นคู่หมั้น บ้างก็สัญญาไว้แล้วว่าจะแต่งงาน บ้างก็แอบรักมาตั้งแต่เด็ก

แน่นอนว่าบทมันส่งมาขนาดนี้แล้ว

สงครามกองอวย Nisekoi โคตรจะดุเดือด!

ถึงขั้นมีการตัดต่อการ์ตูนเรื่อง 'สามก๊ก'

มาดัดแปลงให้เข้ากับสงครามกองอวยจากเรื่อง Nisekoi

ใครอวยคนไหน ก็ไปเลือกอยู่ก๊กนั้นๆ เป็นกองทัพ

พอตอนใหม่ของ Nesekoi ปล่อยออกมา

ก็จะรู้ว่าทัพไหนได้เปรียบ ทัพไหนพ่ายแพ้

อธิบายแบบนี้คงไม่เข้าใจ

แนะนำให้ลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลว่า 'Nisekoi สามก๊ก'

กระทู้จาก Pantip ที่ขึ้นมาอันแรกๆ นั่นแหละ กดเข้าไปดูได้เลย

แค่นั้นก็รับรู้ถึงความดุเดือดของสงครามครั้งนี้แล้ว

อีกหนึ่งเสน่ห์ของสงครามกองอวยเรื่อง Nisekoi

คือการที่แต่ละทีมไม่ยอมเรียกคนที่ตัวเองอวยตามชื่อตัวละคร

แต่จะใช้สีผมเป็นชื่อทีมแทน

เช่น เชียร์หัวเหลือง, หัวดำต้องชนะศึกครั้งนี้!!

หัวส้มต่างหากล่ะนางเอก!! , หัวน้ำเงินสิต้องชนะ!!

(อย่าถามว่าทำไมถึงอินจัด สลอตเคยอยู่ในสงครามนี้มาก่อน)

หลายคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเลย

ก็ยังพอรับรู้ถึงความรุนแรง

สลอตโดนเพื่อนถามบ่อยมาก ว่าหัวเหลือง หัวดำ มันคืออะไร? ละครหรอ?

และก็ไม่อยากจะอวดว่า

นี่เป็นอีกสงครามหนึ่งที่สลอตชนะ!!

(ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่อวด ไม่พูดถึง แปลว่าแพ้นะ ปล่อยมันๆ)

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5เกมที่เด็กๆห้ามเล่น

แม้ว่า เกม จะเป็นสื่อบันเทิงที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกในยุคปัจจุบัน เพราะมันเป็นเพียงไม่กี่สื่อบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็มีอยู่หลายเกมบนโลกนี้ ที่ไม่ได้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะเป็นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือไม่มีวิจารณญาณมากพอในการตัดสินถูกผิด ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ควรนำเสนอ เพราะอาจจะทำให้เด็กสนใจอยากรู้อยากลองเล่นเกมได้ แต่สลอตก็อยากให้รู้กันเอาไว้ ว่ายังมีเกมอีกมากมายที่ไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กเล่น ไม่ใช่ว่าเด็กงอแงอยากเล่นเกมอะไรก็เล่น อย่างน้อยที่สุด ก็จำภาพและลักษณะเกมทั้ง 5 เกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นที่สลอตรวบรวมมานี้ และพยายามสอดส่องว่าเด็กน้อยใกล้ตัวมีความสนใจเกี่ยวกับเกมพวกนี้รึเปล่า เพราะเนื้อหาบางอย่างอาจจะรุนแรงเกินไป ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้ลอกเลียนพฤติกรรม แต่อาจจะส่งผลให้เด็กมองโลก มองสังคมเปลี่ยนไป หรืออาจจะเกิดอาการกลัวโลกภายนอกเลยก็ได้... เพราะบางเกมมันโหดร้ายจริงๆ Bully หรือ Bully: Scholarship Edition เกมแนว Open World แอ็คชัน ผจญภัย บน PlayStation2 ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเกมหนึ่ง สำหรับเกมนี้ แค่เพียงเห็นชื่อเกมก็พอรู้แล้วว่าทำไมมันเป็นเกมที่เด็กอายุต่ำว่าอายุ 18 ปีไม่ควรเล่น (Bully แปลว่า การกลั่นแกล้ง ยกตัวอย่างเช่น Cyber Bully ก็คือ การกลั่นแกล้งบนสังคมอินเตอร์เน็ต) แม้ว่าในเกม Bully เราจะได้สวมบทบาทเป็นเด็ก ม.ต้น ที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมายังโรงเรียนที่เต็มไปด้วยอันธพาล แกล้งกันทุกหย่อมหญ้า ใครที่อ่อนแอก็จะกลายเป็นผู้ถูกแกล้ง ตัวละครที่เราสวมบทบาทจึงต้องทำตัวให้ก้าวร้าว เกเร ดุเดือด หัวแข็งมากที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องถูกกลั่นแกล้ง เกมนี้ก็มีภารกิจให้ทำเพื่อจบเกมแบบ Complete เหมือนเกมอื่น แต่ภารกิจแต่ละอย่างนั้นไม่ค่อยเหมาะสมกับเด็กเท่าไหร่นัก เช่น จับคนยัดถังขยะ, ทำลายข้าวของ, ขโมยรถ ฯลฯ แม้เกมนี้จะกำหนดไว้ว่า เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่เมื่อประเมินจากเนื้อหา ภารกิจที่เราต้องทำในเกมแล้ว ควรจะให้อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปเล่นดีกว่าเนอะ Man Hunt เห็นแค่เพียงชื่อเกม หลายคนอาจจะคิดในแง่ดีว่า อาจจะเป็นเกมแนวล่าสัตว์รึเปล่า แบบให้เราสวมบทบาทเป็นตัวละครแล้วออกล่าสัตว์ (Hunt) อะไรแบบนี้ แต่ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เกมนี้คงไม่ติดมาในบทความเกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นหรอก ฮ่าๆ ความเป็นจริงแล้ว เกมนี้มันก็เกี่ยวกับการไล่ล่านั่นแหละ แต่ไม่ใช่ล่าสัตว์ เพราะในเกมนี้ เราจะต้องไล่ล่าฆ่าคนด้วยกันเอง.. เกม Man Hunt เป็นเกมที่ถูกแบนในหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทยเราด้วย ในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็นชายคนหนึ่งที่โดนล้างสมอง ให้กลายเป็นนักฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเราจะต้องตามฆ่าบรรดาอริ รวมถึงศัตรูที่ได้รับหมอบหมายให้ช่วงชิงชีวิต ฟังอาจจะดูธรรมดา แต่การตามล่าฆ่าคนในเกมนี้ ถูกออกแบบมาให้โหดร้ายอย่างมาก เช่น เอาเลื่อยตัดชิ้นส่วนที่ละชิ้น, จับทรมานด้วยวิธีการสุดจะเลวร้าย, เลือดสาดทุกฉากทุกตอน ฯลฯ ขนาดที่ว่าผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะบางคนมาเล่นแล้ว ยังรู้สึกหวิวๆ เลย เรียกได้ว่าโชคดีเลยก็ว่าได้ ที่เกมนี้ถูกแบน และถูกตั้งเรทไว้สำหรับผู้เล่นอายุ 18 ปีขึ้นไป Postal เป็นเกมที่หลายคนไม่น่าจะรู้จัก และอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีแล้ว เพราะเกมๆ นี้ อาจจะเป็นเกมที่มีความโหดร้าย ป่าเถื่อน และ 'วิปริต' มากที่สุดจากทั้งหมด 5 เกมเลยก็ว่าได้ สำหรับเกมอื่น สาเหตุที่ไม่เหมาะสำหรับคนอายุต่ำกว่า 18 ปี มักจะเป็นเพราะมีภาพที่โหดร้ายป่าเถื่อนมากเกินไป เช่น ผู้เล่นต้องทรมานตัวละครในเกม, ผู้เล่นต้องขโมยของ, ผู้เล่นต้องฆ่าคน ฯลฯ แต่สำหรับเกมนี้ มันไม่ได้มีเพียงฉากการฆ่าสุดโหดร้ายเท่านั้น (สามารถใช้มีดฟันจนขาขาด แขนขาด และจับมาทรมานได้เหมือนเกมอื่น) แต่มันยังเต็มไปด้วยความวิปริต ไม่ว่าจะเป็น การนำเชื้ออสุจิยิงใส่ผู้หญิง, ฉีดยาให้แมวติดเชื้อ และพาแมวไปกัดมนุษย์, นำแมวที่ตายแล้วมาเสียบที่ปากปืนเพื่อความสวยงาม, เหยียดผิว เหยียดเพศ, ปัสสาวะใส่คนอื่น และยังสามารถใช้อาวุธทุกอย่างได้ในทุกสถานการณ์ แม้ว่าเกมจะห้ามก็ตาม แต่สุดท้ายเราก็สามารถใช้อาวุธเพื่อฆ่าคนได้ สรุปง่ายๆ คือเราจะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะวิปริตขนาดไหน เราสามารถทำมันได้ทั้งหมดในเกมนี้ The Godfather เป็นเกมที่ถูกสร้างจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather (ชื่อเดียวกัน) ที่โด่งดังอย่างมากในปี ค.ศ.1972 (พ.ศ. 2515) ถึงแม้ว่าตัวเกมจะไม่ได้เหมือนกับหนัง 100% ซึ่งอาจจะทำให้แฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ทีมงานผู้พัฒนาเกมได้เพิ่มความมันส์อีกรสชาติหนึ่งเข้าไปแทนที่ ซึ่งมันก็ออกมาโอเคเลยล่ะ แม้ว่าเกม The Godfather จะเป็นเกมที่ไม่ได้โหดร้ายวิปริตหวือหวาอะไรเมื่อเทียบกับเกมอื่น เพราะไม่ได้มีแต่การฆ่า ทำลายล้างอย่างเดียวเท่านั้น แต่ด้วยความที่เกมต้องใช้ชั้นเชิง เล่ห์กลในการเล่น เพื่อเราจะได้เลื่อนขั้นจากลูกสมุนของสังคมมาเฟีย ให้กลายเป็นมือโปรของสังคมมาเฟียให้ได้ เกมนี้ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมอยู่หลายอย่าง เช่น การติดสินบน, ช่วงชิงกันระหว่างตระกูล, ยึดสถานที่ต่างๆ เพื่อบังคับให้เจ้าของสถานที่นั้นจ่ายเงินเรา ฯลฯ หากให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมารับรู้เรื่องนี้ก่อนที่จะมีวิจารณญาณ อาจจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นก็ได้ GTA ถ้าไม่มีเกมนี้ ก็เรียกได้ว่ามันอาจจะไม่ใช่บทความที่รวบรวมเกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นเลยก็ว่าได้ GTA หรือชื่อเต็มคือ Grand Theft Auto เป็นเกมแนวแอ็คชัน ผจญภัย ที่เคยเป็นข่าวใหญ่ระดับออกโทรทัศน์มาแล้ว! เพื่อเตือนผู้ปกครองว่า ห้ามให้เด็กเล่นเกมนี้เด็ดขาด! เอาจริงๆ ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่า GTA เป็นเกมยังไง เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เคยเล่นเกมนี้จริงๆ ก็มักจะมีคนใกล้ตัวมาสาธยายถึงความมันส์ที่ได้เล่นเกมนี้ GTA เป็นเกมที่เราจะได้รับบทเป็นอันธพาล และทำทุกอย่างที่อันธพาลเขาทำกัน เช่น ขโมยรถ, ตีคนให้ตายแล้วขโมยเงิน, ปล้นธนาคาร, ฆ่าล้างผลาญคนที่เราไม่ชอบหน้า, ยกพวกตีคนอื่น, ค้าประเวณี ฯลฯ พูดง่ายๆ ก็คือ เกมนี้มีทุกอย่างที่เด็กอายุยังไม่ถึง 18 ปี ยังไม่สมควรที่จะรับรู้ และถึงแม้ว่าจะเป็นเกมต้องห้ามสำหรับหลายครอบครัว แต่ GTA ก็เป็นเกมที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบัน มีถึงภาคที่ 5 แล้ว และผู้ใหญ่หลายคนก็ยังคงเล่นอยู่ เพราะมันเป็นเกมหนึ่งที่เป็นเกมในความทรงจำสมัยเด็ก อย่างไรก็ตาม สลอตเชื่อว่า ถึงแม้ว่าเกมจะมีการเขียนคำเตือนเกี่ยวกับเรทอายุของผู้เล่นแล้ว ว่าเกมนี้เหมาะสำหรับคนอายุกี่ปีขึ้นไป แต่เด็กจำนวนมากก็อยากรู้อยากลอง สนใจอยากหาเกมต้องห้ามมาเล่นเสมอ สิ่งที่ดีที่สุด คือการคอยดูแลลูกหลานพี่น้องของเราอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงหรือลอกเลียนแบบ เพราะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ลอกเลียนพฤติกรรมก้าวร้าวมาจากเกม ซึ่งส่วนใหญ่พฤติกรรมก้าวร้าวนั้นเกิดจากการไม่ได้รับการเอาใจใส่เสียมากกว่า สลอตเชื่อนะ ไม่ว่าเราจะเล่นเกมที่โหดร้ายเพียงใด วิปริตเพียงใด แต่ถ้าเราได้รับการสอนอย่างถูกวิธีว่าอะไรควรไม่ควร ก็จะไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น อย่างที่ใครหลายคนเขาคิดกัน
บทความ

5โรคที่เกิดจากการกินอาหารไม่ถูก

การกินอาหารตามใจปาก บางคนมองว่าส่งผลดี เพราะจะทำให้สุขภาพจิตดี ได้กินแต่ของอร่อย กินอะไรก็ได้ ยัดๆ เข้าไป แต่ในทางกลับกัน ร่างกายของเราต้องรับภาระหนักมากจากพฤติกรรมการกินแบบนี้ เชื่อหรือไม่ว่า การกินอาหารตามใจปาก การกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้หลายโรคเลยล่ะ   1. โรคอ้วน หลายคนอาจจะคิดว่า อ้วนแล้วมันทำให้ใครเดือดร้อนไม่ มันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก แต่การกินมากเกินไปจนอ้วน และเป็นโรคอ้วน จะทำให้ตัวคุณเองเดือดร้อนมาก โรคอ้วน เป็นต้นเหตุทำให้โรคหลายอย่างตามมา เช่น ความดัน, โรคหัวใจ รวมถึงโรคร้ายอย่างมะเร็งอีกด้วย ควรทานอาหารแต่พอเหมาะ ไม่ตามใจปากมากเกินไป และควรวัดค่าดัชนีมวลกายเสมอ ว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ จะได้ไม่เสี่ยงเป็นโรคอื่น   2. โรคมะเร็งลำไส้   หนึ่งในปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ เกิดจากการไม่ออกกำลังกายและบริโภคมากเกินไปจนเข้าสู่ภาวะอ้วน ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็ง ย่อมอันตรายอยู่แล้ว ตอนแรกมันอาจเป็นเพียงแค่เนื้องอกธรรมดา แต่ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการกิน และอาหารที่กินล่ะก็ เนื้องอกนั่นจะลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ภายในพริบตาเดียว อาการของโรคนี้คือถ่ายเป็นเลือด ท้องอืด อ่อนเพลียตลอดเวลา และน้ำหนักลดลงผิดปกติ ใครที่สงสัยว่าเป็นหรือไม่ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาว่าเป็นอะไร เพราะอาจจะเป็นโรคร้ายที่เราคาดไม่ถึงก็ได้   3. โรคเบาหวาน หลายคนคงเคยได้ยินว่า ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเบาหวานมั้ย ให้ลองดูที่ปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะมีมดมาตอม แสดงว่าปัสสาวะหวาน มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน นั่นคือเรื่องจริง โรคเบาหวาน เกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน หรือพูดง่ายๆ กินแต่ของหวานบ่อยๆ นั่นแหละ ถึงแม้จะไม่อ้วน ก็มีสิทธิ์เป็นเบาหวานได้ และโรคเบาหวาน หากไม่รักษาจะมีโรคแทรกซ้อนมากมาย เช่น โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคไตวาย เป็นต้น   4. โรคกระเพาะ โรคนี้ เกิดจากระบบน้ำย่อย และกรดในกระเพาะอาหารทำงานอย่างผิดปกติ โดยสาเหตุเกิดจากการทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป, การทานอาหารไม่เป็นเวลา รวมถึงความเครียด และการดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน อาการของโรคกระเพาะ จะมีอาการแสบท้องอย่างผิดปกติเมื่อไม่ได้ทานข้าว อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพราะไม่ได้ทานข้าวเช้าเพราะไม่มีเวลา อย่างน้อยทานขนมปังสักแผ่นก็ยังดีนะ เสียเวลานิดหน่อย ดีกว่าเป็นโรคทรมาน   5. โรคไต สาเหตุของการเป็นโรคไต ไม่ได้เกิดจากการกินอาหารเค็มจัดเท่านั้น แต่เกิดจากการทานอาหารที่รสจัดมากเกินไป เช่น หวานมาก, เปรี้ยวมาก อาการของคนเป็นโรคไต จะค่อนข้างชัดเจน คือร่างกายจะบวม บวมผิดปกติไม่ใช่บวมอ้วน อาการบวมเกิดจากมีน้ำและเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีอาหารเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดหลัง พฤติกรรมการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะน้อย ควรเดินทางการกินสายกลาง ไม่กินเยอะไป ไม่กินน้อยไป กินรสพอดีๆ อย่าตามใจปากมากเกินไป เท่านั้นก็ลดปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้แล้ว
บทความ

5ที่น่าไปตอนปิดเทอม

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เหล่าเด็กวัยเรียนรอคอยกันมานาน นั่นก็คือช่วงปิดเทอมนั่นเอง หลังจากฝ่าฟันอุปสรรค การบ้าน โครงงานต่างๆ เมื่อตอนเปิดเทอมแล้ว ปิดเทอมก็ถึงเวลาพักผ่อนเสียที แต่จะไปเที่ยวที่ไหนดี? ที่ไม่ไกลมาก ครอบครัวไม่เป็นห่วง ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ไปเช้าเย็นกลับได้ยิ่งดี รับรองว่าถ้าได้ไป 5 สถานที่นี้แล้ว จะมีแรงกลับมาพร้อมสู้กับเทอมต่อไปอย่างแน่นอนเลยล่ะ   1. เกาะล้าน เกาะน่าเที่ยวกลางทะเล ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนชอบทะเลสถานที่แรกๆ ที่นึกถึง เดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ และนั่งเรือเข้าเกาะอีกแค่ไม่กี่อึดใจ ก็ได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีแทบทุกอย่าง ชอบชายหาดแบบไหน ก็มีให้เลือก ทั้งแบบมีคนเยอะและคนไม่เยอะ น้ำทะเลใสแจ๋วเพราะเป็นเกาะกลางทะเล น้ำพัดผ่านตลอดเวลา ร้านอาหาร ขึ้นชื่อของเกาะล้านก็มีมากมาย ราคาที่พักโดยรวมก็ถูกมาก จนวัยรุ่นวัยเรียนสามารถไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องเครียดเลย การสัญจรบนเกาะนี้ส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ไซค์ ก็ขี่รับลมชิลๆ กันไป   2. ชะอำ-หัวหิน สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่ถ้าหากว่ามีเวลาไม่มาก ก็สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ไปนั่งกินอาหารทะเลสดๆ ริมหาด ลงไปเล่นน้ำทะเลให้สดชื่น แล้วก็นอนตากลมทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด ไปเที่ยวแค่วันเดียว ไม่ค้างคืนก็ยังสนุกเลย จะไปกับเพื่อนหรือไปกับครอบครัวก็ได้ทั้งนั้น สำหรับสถานที่นี้   3. ล่องแพ กาญจนบุรี ที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นที่ชอบการท่องเที่ยวแบบสุดเหวี่ยง ถึงแม้จะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ก็ใช้เวลาสักหน่อย เพราะมีการขึ้นเขาลงเขาร่วมด้วย การลงแพ คือการอยู่บนแพที่อยู่กลางสายน้ำ ไร้ซึ่งผู้คนใกล้เคียง จะปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเสียงดังยังไงก็ทำได้ และยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้เล่น เช่น การลงแพเปียก, การล่องแม่น้ำ ตอนกลางคืนก็ทำอาหารกิน ร้องเพลง เต้นกันให้ยับ แก๊งไหนที่เป็นวัยรุ่นสายตื๊ดกันทั้งแก๊ง ต้องไปล่องแพเลย   4. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แหวกแนวกันไปที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันหน่อย อยู่ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี สวนสัตว์อาจไม่ใช่สถานที่ที่วัยรุ่นสนใจมากนัก แต่ถ้าไปแล้วจะติดใจ บอกเลย มีสัตว์น่ารัก และสัตว์แปลกมากมายให้เราได้เรียนรู้และให้อาหารมัน แถมยังป็นสวนสัตว์เปิด ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์แบบสุดๆ การเปิดหูเปิดตา ลองไปพักผ่อนที่สวนสัตว์ ก็อาจจะเจออะไรใหม่ๆ และความสุขที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ   5. บางกระเจ้า สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เพราะอยู่แค่สมุทรปราการนี่เอง ได้สมญานามว่าเป็น 'โอเอซิส' เพราะสภาพแวดล้อมสุดแสนจะธรรมชาติ บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนช่วงปิดเทอม หลังเหนื่อยจากการเรียนมาตลอด บางกะเจ้าเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เที่ยววันเดียวก็เก็บครบทุกอย่างแล้ว นิยมสัญจรกันด้วยจักรยาน ก็วิถีสโลว์ไลฟ์อะเนอะ ไปแล้วเหมือนอยู่คนละโลกกับโลกภายนอกเลยล่ะ ในบางกะเจ้าก็ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ เป็นต้น ไม่ต้องค้างคืน ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ได้พักผ่อนเต็มที่ ก็ต้องที่นี่เลย
บทความ

5เพลงแร็พที่เราแนะนำ

พูดถึงแนวเพลงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ คงเป็นเพลงแนวฮิปฮอป เพลงแร็พ ไม่ว่าจะหันไปฟังเพลงไหน ก็จะมีท่อนแร็พร่วมด้วย เรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคทองของเหล่าแร็พเปอร์ใต้ดิน ที่ต้องเก็บฝีมือตัวเองมานาน สำหรับใครที่อยากลองฟังเพลงแร็พบ้าง แต่ไม่เคยลองฟังเลย ก็ลองฟังตามที่สลอตแนะนำดูนะ   Rap God - Eminem   พูดถึงเพลงแร็พ เพลงแรกที่นึกถึงก็ต้องเพลงนี้เลย สุดยอดเพลงแร็พระดับตำนาน ของเจ้าพ่อเพลงแร็พ Eminem ที่ยังเป็นเพลงที่มีจำนวนคำมากที่สุดในโลกอีกด้วย (รับรองโดยกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด) เฉลี่ยความเร็วแร็พของเพลงนี้อยู่ที่ 6.6 คำต่อ 1 วินาทีเลยทีเดียว! การใช้คำ เล่นคำ ก็คล้องกันอย่างลื่นไหล ไม่ค่อยมีคำแสลง แร็พเร็วแต่แร็พได้ชัดถ้อยชัดคำ ฟังชัดทุกคำ แถมยังเป็นเพลงที่ถูกชาวเน็ตเอามาแซวบ่อยๆ ใครยังไม่เคยฟังนี่ต้องฟังเลยนะ ตำนานแล้วเพลงนี้   ธารารัตน์ - YOUNGOHM   เรียกได้ว่าเป็นเพลงแร็พของไทยที่โด่งดังที่สุดในเวลานี้เลยทีเดียว ด้วยทำนอง เสียงร้อง การใช้คำที่ร้องตามง่าย ฟังครั้งเดียวก็จำได้เลย ทำให้คนติดเพลงนี้กันงอมแงม แถมยังสงสัยด้วยว่าธารารัตน์คือใคร ยังโอมได้ออกมาโพสต์แล้วว่า ธารารัตน์คือชื่อของหญิงสาวที่หักอกเขา ไม่ได้แปลว่า เธออะแรด อย่างที่ลือกันบนอินเตอร์เน็ตตอนนี้ ว่าแล้วก็ รู้มั้ยว่าเธอน่ารักตอนเมา ธารารัตน์เบาเบา   Juicy - The Notorious BIG   เพลงแร็พตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. 2537 ถึงแม้ว่าจะเก่าแล้ว แต่ถ้าถามคนวัยทำงานว่าชอบเพลงแร็พเพลงไหนมากที่สุดในชีวิต จะต้องมีเพลง Juicy อยู่ในลิสต์กันแทบทุกคน ด้วยความเป็นเพลงแร็พในยุคแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันสักเท่าไหร่ จังหวะเพลงก็ฟังง่าย สบายหู ชวนโยกตาม มีท่อนฮุคไว้พักก่อนที่จะแร็พต่อแบบไม่ดุเดือดจนเกินไป ถ้าใครไม่เคยฟัง และเพิ่งมาฟังในยุคนี้ ก็คงคิดว่าเป็นเพลงใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกมา ฟังได้ทุกยุคสมัยจริงๆ เพลงนี้   Money - Cardi B   แรพเปอร์สาวที่ตอนนี้เบียดกับ Nicki Minaj ว่าใครจะเป็นตัวแม่ของวงการแรพเปอร์กันแน่ เพลง Money เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ทำให้ Cardi B เป็นที่รู้จัก และถูกยอมรับมากขึ้น พิสูจน์ได้จากการที่เพลงนี้ถูกเปิดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไปจนถึงทั่วทุกมุมโลก เธอเริ่มดังเป็นพลุแตกมาตั้งแต่เพลง Bodak Yellow และหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเพลงไหนที่เธอร่วมแจมด้วย เช่น Taki Taki ก็เป็นเพลงที่ดังระเบิดระเบ้อ เพราะมีเธอเป็นแรพเปอร์ในเพลงนั่นเอง แต่ที่สลอตแนะนำให้ฟังเพลง Money เพราะตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากที่สุด เชื่อว่าถ้าได้ฟังแล้ว จะไปหาฟังเพลงอื่นของ Cardi B ต่ออย่างแน่นอน   Sunflower - Post Malone, Swae Lee   เพลงประกอบภาพยนตร์จากเรื่อง Spider-Man: Into the Spider-Verse เพลงแร็พทำนองน่ารักฟังง่าย ที่ไม่ว่าใครได้ดูเรื่องนี้ ก็จะติดฟังเพลงนี้กันทุกคน เพิ่งหล่นมาจากอันดับ 1 เพลงแร็พของบิลบอร์ดมาหมาดๆ โดยเพลงนี้อยู่ในชาร์ตเพลงแร็พยอดฮิตของบิลบอร์ดมานานถึง 20 สัปดาห์แล้ว!! ยังได้แรพเปอร์ชื่อดังขณะนี้อย่าง Post Malone มาร่วมแจมด้วย จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงเป็นที่นิยม ติดหู และอยู่ในชาร์ตเพลงได้นาน ลองไปหาฟังกันดูนะ ฟังสบายมากเลย