5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

13 มิถุนายน 2561

 

การคุมกำเนิด เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ไม่สนใจจะศึกษา

แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

แต่กลับเป็นสิ่งที่คนไม่สนใจจะศึกษามากที่สุด

จนทำให้หลายต่อหลายคนคุมกำเนิดด้วยวิธีการผิดๆ

และส่งผลเสียทั้งสุขภาพของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์

รวมถึงเกิดการผิดพลาดในอัตราที่สูงมาก

จนทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วสรุปการคุมกำเนิดเนี่ย

มันป้องกันได้จริงรึเปล่า

ทำไมหลายคนยังตั้งครรภ์อยู่ทั้งที่ใช้วิธีการคุมกำเนิดหลายต่อหลายวิธีแล้ว

มาหาคำตอบพร้อมๆ กับสลอตกันดีกว่า

 

1. การคุมกำเนิดคืออะไร

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

ก่อนจะมาตามหาข้อเท็จจริงว่า การคุมกำเนิดนั้นป้องกันได้ 100% มั้ย

เราต้องมารู้จักการคุมกำเนิดกันก่อน

ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับใครหลายคน

หรืออาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่า ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

แต่มีคนจำนวนมาก ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอยู่

การคุมกำเนิด คือการป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์

คนส่วนมากมีอารมณ์ทางเพศต้องการอยากจะมีเพศสัมพันธ์

แต่หลายคนก็ไม่อยากมีบุตร

ด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีทุนทรัพย์, ไม่อยากมีลูก, สภาพแวดล้อมไม่พร้อม ฯลฯ

ถ้าหากไม่มีการคุมกำเนิด ก็จะเกิดปัญหามากมาย

เช่น ประชากรมากเกินไป, ทรัพยากรไม่พอกับปริมาณคน ฯลฯ

การคุมกำเนิด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ด้วยความที่การคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่สำคัญ

จึงมีการคิดค้นการคุมกำเนิดด้วยวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกัน

ตามสะดวกของแต่ละคนว่าถนัดอะไร

ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือการสวมถุงยางอนามัย

เพราะมีขายแทบจะทุกที่ ทุกสาขาของร้านสะดวกซื้อ

ปั๊มน้ำมันบางปั๊มก็มีถุงยางอนามัยหยอดตู้ขาย

ส่วนสาวๆ ก็มีวิธีการป้องกัน นั่นก็คือ ยาคุมกำเนิด

แต่มีบางคนที่คุมกำเนิดระหว่างมีเพศสัมพันธ์แล้ว

ก็ยังพลาดตั้งครรภ์ได้

เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม

 

2. วิธีใดเสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

การคุมกำเนิดที่มีหลากหลาย

ย่อมมีวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

สลอตจะพูดถึงวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

นั่นก็คือ วิธีการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ

หลายคนไม่ทราบว่ามีวิธีการคุมกำเนิดวิธีนี้

ไม่ทราบก็ดีแล้ว เพราะวิธีการป้องกันวิธีนี้ เป็นวิธีที่เสี่ยงที่สุด

โดยวิธีการใช้ คือการใส่ยาในช่องคลอดของเพศหญิง

ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์

เพื่อให้ตัวยาทำลายหรือฆ่าเชื้ออสุจิหลังจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง

ฟังดูอาจจะเข้าท่า

เพราะนอกจากจะง่ายแล้ว ยังเป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด

แต่จากการสำรวจ พบว่า มีโอกาสมากถึง 28% ที่การป้องกันล้มเหลวจนเกิดการตั้งครรภ์

หรือนับเป็น 1 ใน 3 คนจากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้เลยทีเดียว

นับว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงมาก

อีกวิธีหนึ่งที่คนนิยมทำกัน แต่อัตราเสี่ยงตั้งครรภ์สูงมาก

นั่นก็คือการหลั่งนอก

การหลั่งนอก คือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

ทั้งไม่สวมถุงยาง และไม่ทานยาคุม

เหมือนการมีเพศสัมพันธ์เพื่อที่จะมีลูกตามปกติ

แต่ตอนใกล้จะเสร็จกิจก็เลือกที่จะหลั่งข้างนอกแทนที่จะหลั่งข้างในเท่านั้น

หลายคนมีความเชื่อว่า ถ้าไม่หลั่งข้างในตอนเสร็จกิจ

ก็ไม่ท้องแล้ว เพราะน้ำอสุจิไม่ได้เข้าไป

แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์

เพราะระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ก็มีโอกาสที่อสุจิจะหลุดเข้าไปในช่องคลอด พร้อมกับน้ำหล่อลื่น

และบางคนก็หลั่งนอกไม่ทัน

ส่งผลให้การป้องกันโดยการหลั่งนอก

มีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์สูงถึง 22% หรือ 1 ใน 4 คนที่เลือกใช้วิธีนี้เลยทีเดียว

 

3. วิธีใดปลอดภัยมากที่สุด

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

มาถึงตรงนี้คงสงสัยแล้วว่า การป้องกันใดปลอดภัยมากที่สุด?

วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมาก มีโอกาสพลาดต่ำมาก มีทั้งหมด 6 วิธีด้วยกัน

วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมากที่สุด คือการฝังยาคุมกำเนิด

การฝังยาคุมกำเนิด จะต้องฝังในเพศหญิงเท่านั้น

โดยแพทย์จะทำการฝังยาคุมกำเนิดบริเวณต้นแขนด้านใน

ตัวยาที่ฝังลงไปจะค่อยๆ ทยอยปล่อยฮอร์โมนสำหรับคุมกำเนิดออกมาเรื่อยๆ

ระยะเวลาการใช้งานของยาฝังคุมกำเนิด ใช้ได้หลายปีเลยทีเดียว

และมีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์เพียง 0.05%

หรือ 1 ใน 2,000 คนที่เลือกใช้วิธีการฝังยาคุมเท่านั้นที่จะพลาดท้อง

ถือว่าเป็นวิธีการป้องกันที่มีความปลอดภัยสูงมาก

อีกวิธีหนึ่งที่ปลอดภัยมาก ที่สลอตจะแนะนำก็คือ

การทำหมันชาย

เป็นวิธีที่ผู้ชายหลายคนไม่อยากทำ แต่นี่เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด

วิธีการคือ แพทย์จะทำการตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ

เพื่อไม่ให้เชื้ออสุจิเดินทางออกมาจากอวัยวะเพศชาย

จนเดินทางเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิงได้

วิธีการนี้ไม่ได้ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างที่หลายคนเชื่อกัน

อสุจิยังมีเหมือนเดิม แต่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้เท่านั้นเอง

วิธีการนี้ มีโอกาสพลาดตั้งครรภ์เพียง 0.15%

หรือคนที่ทำหมันชาย มีเพียง 1 ใน 666 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสพลาดตั้งครรภ์

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีเปอร์เซนต์ความปลอดภัยสูงมาก

 

4. สรุปแล้วสามารถป้องกันได้ 100% หรือไม่

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

หากได้อ่านข้อมูลที่สลอตนำเสนอแล้ว

จะทราบเลยว่า ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันได้ 100%

จริงๆ มันก็มีนะ

โดยวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด คือการไม่มีเพศสัมพันธ์เลย

เมื่อไม่มีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าท้องไหม

ไม่ได้กวนนะ ก็มันปลอดภัยจริงๆ !

แม้แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด อย่างการฝังยาคุมกำเนิด

ก็มีโอกาสพลาด 0.05% ซึ่งก็แปลว่ามีโอกาสพลาดตั้งครรภ์อยู่ดี

หรือวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อย่างการให้เพศชายสวมถุงยางอนามัย

ก็มีโอกาสพลาดถึง 18% หรือ 1 ใน 5 คนที่ใช้วิธีสวมถุงยาง จะมีโอกาสตั้งครรภ์

รวมถึงวิธีการกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน

ก็มีโอกาสพลาดถึง 9% หรือ 1 ใน 11 คนที่ใช้กินยาคุมกำเนิดจะมีโอกาสตั้งครรภ์

รวมๆ แล้วก็แปลว่า ไม่ว่าเราจะคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ปลอดภัยมากแค่ไหน

แต่เมื่อเรามีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิดนั้นก็มีโอกาสที่จะผิดพลาด

จนสามารถตั้งครรภ์ได้ทุกวิธี

ฉะนั้น เวลามีข่าวว่ามีคนพลาดท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

อย่าไปว่าเขาว่าทำไมไม่ป้องกันเลย

เพราะไม่มีวิธีการคุมกำเนิดวิธีไหนที่จะสามารถป้องกันได้ 100%

ทุกวิธีมีโอกาสพลาดได้ไม่มากก็น้อย

อย่างที่สลอตบอกไปตอนแรกนั่นแหละ

ว่าถ้าไม่อยากมานั่งลุ้นว่าจะพลาดมั้ย

ถ้ายังไม่พร้อมทั้งเรื่องเงิน วุฒิภาวะ สภาพแวดล้อม

ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีเพศสัมพันธ์

ป้องกันไว้ตั้งแต่แรก ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่าเนาะ

 

5. แล้วเราควรคุมกำเนิดไหม

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

เชื่อว่ามาถึงตรงนี้

หลายคนอาจจะเริ่มลังเลใจว่าสรุปแล้วต้องคุมกำเนิดไหม

เพราะไม่ว่าจะวิธีการคุมกำเนิดไหนๆ ก็ไม่ได้ผล 100%

ยังไงก็มีโอกาสตั้งครรภ์อยู่แล้ว

ขอบอกเลยว่า ห้ามคิดที่จะไม่ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด!

เพราะการคุมกำเนิดบางวิธี ก็สามารถป้องกันโรคติดต่อได้ เช่น การสวมถุงยาง

การคุมกำเนิดด้วยวิธีทานยาคุม หรือฝังยาคุม ก็สามารถปรับฮอร์โมนให้คงที่ได้

และการป้องกัน ย่อมดีกว่าไม่ป้องกันอยู่แล้ว

เปรียบเสมือนเราที่กำลังจะข้ามแม่น้ำ

ถ้าเราคิดว่ายังไงก็มีโอกาสจม ว่ายๆ ไปเลยเถอะโดยไม่หาวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเองจมน้ำ

เราก็จะมีโอกาสจมสูงมาก

แต่ถ้าเราป้องกันหาความปลอดภัยให้ตัวเอง เช่น สวมห่วงยาง, สวมเสื้อชูชีพ

ก็จะลดโอกาสในการจมน้ำ มีความปลอดภัยมากขึ้น

นั่นแหละ เหมือนๆ กันนั่นแหละ เข้าใจสิ เข้าใจ

หรืออย่างน้อยที่สุด

ระหว่างมีเพศสัมพันธ์แบบมีการคุมกำเนิด

กับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีการคุมกำเนิดเลย

กรณีที่เราคุมกำเนิด เราก็จะกังวลน้อยกว่าไม่คุมกำเนิดเลยใชมั้ยล่ะ

นั่นแหละ

เลือกหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตัวเอง

และต้องเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด

สามารถเช็ควิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด และเสี่ยงที่สุด

ได้จากเว็บไซต์ medthai.com/การคุมกำเนิด

เว็บไซต์ดังกล่าว ได้นำเสนอประสิทธิภาพของ 34 วิธีการคุมกำเนิดทั้งหมดที่มี

ว่าวิธีไหนมีโอกาสเสี่ยงมากเท่าไหร่

และยังระบุวิธีการ ขั้นตอนของการคุมกำเนิดวิธีนั้นๆ ด้วย

มาคุมกำเนิดกันเถอะนะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา