5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

13 มิถุนายน 2561

 

การคุมกำเนิด เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ไม่สนใจจะศึกษา

แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

แต่กลับเป็นสิ่งที่คนไม่สนใจจะศึกษามากที่สุด

จนทำให้หลายต่อหลายคนคุมกำเนิดด้วยวิธีการผิดๆ

และส่งผลเสียทั้งสุขภาพของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์

รวมถึงเกิดการผิดพลาดในอัตราที่สูงมาก

จนทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วสรุปการคุมกำเนิดเนี่ย

มันป้องกันได้จริงรึเปล่า

ทำไมหลายคนยังตั้งครรภ์อยู่ทั้งที่ใช้วิธีการคุมกำเนิดหลายต่อหลายวิธีแล้ว

มาหาคำตอบพร้อมๆ กับสลอตกันดีกว่า

 

1. การคุมกำเนิดคืออะไร

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

ก่อนจะมาตามหาข้อเท็จจริงว่า การคุมกำเนิดนั้นป้องกันได้ 100% มั้ย

เราต้องมารู้จักการคุมกำเนิดกันก่อน

ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับใครหลายคน

หรืออาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่า ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

แต่มีคนจำนวนมาก ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอยู่

การคุมกำเนิด คือการป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์

คนส่วนมากมีอารมณ์ทางเพศต้องการอยากจะมีเพศสัมพันธ์

แต่หลายคนก็ไม่อยากมีบุตร

ด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีทุนทรัพย์, ไม่อยากมีลูก, สภาพแวดล้อมไม่พร้อม ฯลฯ

ถ้าหากไม่มีการคุมกำเนิด ก็จะเกิดปัญหามากมาย

เช่น ประชากรมากเกินไป, ทรัพยากรไม่พอกับปริมาณคน ฯลฯ

การคุมกำเนิด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ด้วยความที่การคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่สำคัญ

จึงมีการคิดค้นการคุมกำเนิดด้วยวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกัน

ตามสะดวกของแต่ละคนว่าถนัดอะไร

ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือการสวมถุงยางอนามัย

เพราะมีขายแทบจะทุกที่ ทุกสาขาของร้านสะดวกซื้อ

ปั๊มน้ำมันบางปั๊มก็มีถุงยางอนามัยหยอดตู้ขาย

ส่วนสาวๆ ก็มีวิธีการป้องกัน นั่นก็คือ ยาคุมกำเนิด

แต่มีบางคนที่คุมกำเนิดระหว่างมีเพศสัมพันธ์แล้ว

ก็ยังพลาดตั้งครรภ์ได้

เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม

 

2. วิธีใดเสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

การคุมกำเนิดที่มีหลากหลาย

ย่อมมีวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

สลอตจะพูดถึงวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด

นั่นก็คือ วิธีการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ

หลายคนไม่ทราบว่ามีวิธีการคุมกำเนิดวิธีนี้

ไม่ทราบก็ดีแล้ว เพราะวิธีการป้องกันวิธีนี้ เป็นวิธีที่เสี่ยงที่สุด

โดยวิธีการใช้ คือการใส่ยาในช่องคลอดของเพศหญิง

ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์

เพื่อให้ตัวยาทำลายหรือฆ่าเชื้ออสุจิหลังจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง

ฟังดูอาจจะเข้าท่า

เพราะนอกจากจะง่ายแล้ว ยังเป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด

แต่จากการสำรวจ พบว่า มีโอกาสมากถึง 28% ที่การป้องกันล้มเหลวจนเกิดการตั้งครรภ์

หรือนับเป็น 1 ใน 3 คนจากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้เลยทีเดียว

นับว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงมาก

อีกวิธีหนึ่งที่คนนิยมทำกัน แต่อัตราเสี่ยงตั้งครรภ์สูงมาก

นั่นก็คือการหลั่งนอก

การหลั่งนอก คือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

ทั้งไม่สวมถุงยาง และไม่ทานยาคุม

เหมือนการมีเพศสัมพันธ์เพื่อที่จะมีลูกตามปกติ

แต่ตอนใกล้จะเสร็จกิจก็เลือกที่จะหลั่งข้างนอกแทนที่จะหลั่งข้างในเท่านั้น

หลายคนมีความเชื่อว่า ถ้าไม่หลั่งข้างในตอนเสร็จกิจ

ก็ไม่ท้องแล้ว เพราะน้ำอสุจิไม่ได้เข้าไป

แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์

เพราะระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ก็มีโอกาสที่อสุจิจะหลุดเข้าไปในช่องคลอด พร้อมกับน้ำหล่อลื่น

และบางคนก็หลั่งนอกไม่ทัน

ส่งผลให้การป้องกันโดยการหลั่งนอก

มีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์สูงถึง 22% หรือ 1 ใน 4 คนที่เลือกใช้วิธีนี้เลยทีเดียว

 

3. วิธีใดปลอดภัยมากที่สุด

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

มาถึงตรงนี้คงสงสัยแล้วว่า การป้องกันใดปลอดภัยมากที่สุด?

วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมาก มีโอกาสพลาดต่ำมาก มีทั้งหมด 6 วิธีด้วยกัน

วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมากที่สุด คือการฝังยาคุมกำเนิด

การฝังยาคุมกำเนิด จะต้องฝังในเพศหญิงเท่านั้น

โดยแพทย์จะทำการฝังยาคุมกำเนิดบริเวณต้นแขนด้านใน

ตัวยาที่ฝังลงไปจะค่อยๆ ทยอยปล่อยฮอร์โมนสำหรับคุมกำเนิดออกมาเรื่อยๆ

ระยะเวลาการใช้งานของยาฝังคุมกำเนิด ใช้ได้หลายปีเลยทีเดียว

และมีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์เพียง 0.05%

หรือ 1 ใน 2,000 คนที่เลือกใช้วิธีการฝังยาคุมเท่านั้นที่จะพลาดท้อง

ถือว่าเป็นวิธีการป้องกันที่มีความปลอดภัยสูงมาก

อีกวิธีหนึ่งที่ปลอดภัยมาก ที่สลอตจะแนะนำก็คือ

การทำหมันชาย

เป็นวิธีที่ผู้ชายหลายคนไม่อยากทำ แต่นี่เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด

วิธีการคือ แพทย์จะทำการตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ

เพื่อไม่ให้เชื้ออสุจิเดินทางออกมาจากอวัยวะเพศชาย

จนเดินทางเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิงได้

วิธีการนี้ไม่ได้ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างที่หลายคนเชื่อกัน

อสุจิยังมีเหมือนเดิม แต่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้เท่านั้นเอง

วิธีการนี้ มีโอกาสพลาดตั้งครรภ์เพียง 0.15%

หรือคนที่ทำหมันชาย มีเพียง 1 ใน 666 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสพลาดตั้งครรภ์

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีเปอร์เซนต์ความปลอดภัยสูงมาก

 

4. สรุปแล้วสามารถป้องกันได้ 100% หรือไม่

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

หากได้อ่านข้อมูลที่สลอตนำเสนอแล้ว

จะทราบเลยว่า ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันได้ 100%

จริงๆ มันก็มีนะ

โดยวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด คือการไม่มีเพศสัมพันธ์เลย

เมื่อไม่มีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าท้องไหม

ไม่ได้กวนนะ ก็มันปลอดภัยจริงๆ !

แม้แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด อย่างการฝังยาคุมกำเนิด

ก็มีโอกาสพลาด 0.05% ซึ่งก็แปลว่ามีโอกาสพลาดตั้งครรภ์อยู่ดี

หรือวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อย่างการให้เพศชายสวมถุงยางอนามัย

ก็มีโอกาสพลาดถึง 18% หรือ 1 ใน 5 คนที่ใช้วิธีสวมถุงยาง จะมีโอกาสตั้งครรภ์

รวมถึงวิธีการกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน

ก็มีโอกาสพลาดถึง 9% หรือ 1 ใน 11 คนที่ใช้กินยาคุมกำเนิดจะมีโอกาสตั้งครรภ์

รวมๆ แล้วก็แปลว่า ไม่ว่าเราจะคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ปลอดภัยมากแค่ไหน

แต่เมื่อเรามีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิดนั้นก็มีโอกาสที่จะผิดพลาด

จนสามารถตั้งครรภ์ได้ทุกวิธี

ฉะนั้น เวลามีข่าวว่ามีคนพลาดท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

อย่าไปว่าเขาว่าทำไมไม่ป้องกันเลย

เพราะไม่มีวิธีการคุมกำเนิดวิธีไหนที่จะสามารถป้องกันได้ 100%

ทุกวิธีมีโอกาสพลาดได้ไม่มากก็น้อย

อย่างที่สลอตบอกไปตอนแรกนั่นแหละ

ว่าถ้าไม่อยากมานั่งลุ้นว่าจะพลาดมั้ย

ถ้ายังไม่พร้อมทั้งเรื่องเงิน วุฒิภาวะ สภาพแวดล้อม

ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีเพศสัมพันธ์

ป้องกันไว้ตั้งแต่แรก ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่าเนาะ

 

5. แล้วเราควรคุมกำเนิดไหม

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

เชื่อว่ามาถึงตรงนี้

หลายคนอาจจะเริ่มลังเลใจว่าสรุปแล้วต้องคุมกำเนิดไหม

เพราะไม่ว่าจะวิธีการคุมกำเนิดไหนๆ ก็ไม่ได้ผล 100%

ยังไงก็มีโอกาสตั้งครรภ์อยู่แล้ว

ขอบอกเลยว่า ห้ามคิดที่จะไม่ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด!

เพราะการคุมกำเนิดบางวิธี ก็สามารถป้องกันโรคติดต่อได้ เช่น การสวมถุงยาง

การคุมกำเนิดด้วยวิธีทานยาคุม หรือฝังยาคุม ก็สามารถปรับฮอร์โมนให้คงที่ได้

และการป้องกัน ย่อมดีกว่าไม่ป้องกันอยู่แล้ว

เปรียบเสมือนเราที่กำลังจะข้ามแม่น้ำ

ถ้าเราคิดว่ายังไงก็มีโอกาสจม ว่ายๆ ไปเลยเถอะโดยไม่หาวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเองจมน้ำ

เราก็จะมีโอกาสจมสูงมาก

แต่ถ้าเราป้องกันหาความปลอดภัยให้ตัวเอง เช่น สวมห่วงยาง, สวมเสื้อชูชีพ

ก็จะลดโอกาสในการจมน้ำ มีความปลอดภัยมากขึ้น

นั่นแหละ เหมือนๆ กันนั่นแหละ เข้าใจสิ เข้าใจ

หรืออย่างน้อยที่สุด

ระหว่างมีเพศสัมพันธ์แบบมีการคุมกำเนิด

กับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีการคุมกำเนิดเลย

กรณีที่เราคุมกำเนิด เราก็จะกังวลน้อยกว่าไม่คุมกำเนิดเลยใชมั้ยล่ะ

นั่นแหละ

เลือกหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตัวเอง

และต้องเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด

สามารถเช็ควิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด และเสี่ยงที่สุด

ได้จากเว็บไซต์ medthai.com/การคุมกำเนิด

เว็บไซต์ดังกล่าว ได้นำเสนอประสิทธิภาพของ 34 วิธีการคุมกำเนิดทั้งหมดที่มี

ว่าวิธีไหนมีโอกาสเสี่ยงมากเท่าไหร่

และยังระบุวิธีการ ขั้นตอนของการคุมกำเนิดวิธีนั้นๆ ด้วย

มาคุมกำเนิดกันเถอะนะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5เกมที่เด็กๆห้ามเล่น

แม้ว่า เกม จะเป็นสื่อบันเทิงที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกในยุคปัจจุบัน เพราะมันเป็นเพียงไม่กี่สื่อบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็มีอยู่หลายเกมบนโลกนี้ ที่ไม่ได้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะเป็นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือไม่มีวิจารณญาณมากพอในการตัดสินถูกผิด ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ควรนำเสนอ เพราะอาจจะทำให้เด็กสนใจอยากรู้อยากลองเล่นเกมได้ แต่สลอตก็อยากให้รู้กันเอาไว้ ว่ายังมีเกมอีกมากมายที่ไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กเล่น ไม่ใช่ว่าเด็กงอแงอยากเล่นเกมอะไรก็เล่น อย่างน้อยที่สุด ก็จำภาพและลักษณะเกมทั้ง 5 เกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นที่สลอตรวบรวมมานี้ และพยายามสอดส่องว่าเด็กน้อยใกล้ตัวมีความสนใจเกี่ยวกับเกมพวกนี้รึเปล่า เพราะเนื้อหาบางอย่างอาจจะรุนแรงเกินไป ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้ลอกเลียนพฤติกรรม แต่อาจจะส่งผลให้เด็กมองโลก มองสังคมเปลี่ยนไป หรืออาจจะเกิดอาการกลัวโลกภายนอกเลยก็ได้... เพราะบางเกมมันโหดร้ายจริงๆ Bully หรือ Bully: Scholarship Edition เกมแนว Open World แอ็คชัน ผจญภัย บน PlayStation2 ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเกมหนึ่ง สำหรับเกมนี้ แค่เพียงเห็นชื่อเกมก็พอรู้แล้วว่าทำไมมันเป็นเกมที่เด็กอายุต่ำว่าอายุ 18 ปีไม่ควรเล่น (Bully แปลว่า การกลั่นแกล้ง ยกตัวอย่างเช่น Cyber Bully ก็คือ การกลั่นแกล้งบนสังคมอินเตอร์เน็ต) แม้ว่าในเกม Bully เราจะได้สวมบทบาทเป็นเด็ก ม.ต้น ที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมายังโรงเรียนที่เต็มไปด้วยอันธพาล แกล้งกันทุกหย่อมหญ้า ใครที่อ่อนแอก็จะกลายเป็นผู้ถูกแกล้ง ตัวละครที่เราสวมบทบาทจึงต้องทำตัวให้ก้าวร้าว เกเร ดุเดือด หัวแข็งมากที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องถูกกลั่นแกล้ง เกมนี้ก็มีภารกิจให้ทำเพื่อจบเกมแบบ Complete เหมือนเกมอื่น แต่ภารกิจแต่ละอย่างนั้นไม่ค่อยเหมาะสมกับเด็กเท่าไหร่นัก เช่น จับคนยัดถังขยะ, ทำลายข้าวของ, ขโมยรถ ฯลฯ แม้เกมนี้จะกำหนดไว้ว่า เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่เมื่อประเมินจากเนื้อหา ภารกิจที่เราต้องทำในเกมแล้ว ควรจะให้อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปเล่นดีกว่าเนอะ Man Hunt เห็นแค่เพียงชื่อเกม หลายคนอาจจะคิดในแง่ดีว่า อาจจะเป็นเกมแนวล่าสัตว์รึเปล่า แบบให้เราสวมบทบาทเป็นตัวละครแล้วออกล่าสัตว์ (Hunt) อะไรแบบนี้ แต่ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เกมนี้คงไม่ติดมาในบทความเกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นหรอก ฮ่าๆ ความเป็นจริงแล้ว เกมนี้มันก็เกี่ยวกับการไล่ล่านั่นแหละ แต่ไม่ใช่ล่าสัตว์ เพราะในเกมนี้ เราจะต้องไล่ล่าฆ่าคนด้วยกันเอง.. เกม Man Hunt เป็นเกมที่ถูกแบนในหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทยเราด้วย ในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็นชายคนหนึ่งที่โดนล้างสมอง ให้กลายเป็นนักฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเราจะต้องตามฆ่าบรรดาอริ รวมถึงศัตรูที่ได้รับหมอบหมายให้ช่วงชิงชีวิต ฟังอาจจะดูธรรมดา แต่การตามล่าฆ่าคนในเกมนี้ ถูกออกแบบมาให้โหดร้ายอย่างมาก เช่น เอาเลื่อยตัดชิ้นส่วนที่ละชิ้น, จับทรมานด้วยวิธีการสุดจะเลวร้าย, เลือดสาดทุกฉากทุกตอน ฯลฯ ขนาดที่ว่าผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะบางคนมาเล่นแล้ว ยังรู้สึกหวิวๆ เลย เรียกได้ว่าโชคดีเลยก็ว่าได้ ที่เกมนี้ถูกแบน และถูกตั้งเรทไว้สำหรับผู้เล่นอายุ 18 ปีขึ้นไป Postal เป็นเกมที่หลายคนไม่น่าจะรู้จัก และอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีแล้ว เพราะเกมๆ นี้ อาจจะเป็นเกมที่มีความโหดร้าย ป่าเถื่อน และ 'วิปริต' มากที่สุดจากทั้งหมด 5 เกมเลยก็ว่าได้ สำหรับเกมอื่น สาเหตุที่ไม่เหมาะสำหรับคนอายุต่ำกว่า 18 ปี มักจะเป็นเพราะมีภาพที่โหดร้ายป่าเถื่อนมากเกินไป เช่น ผู้เล่นต้องทรมานตัวละครในเกม, ผู้เล่นต้องขโมยของ, ผู้เล่นต้องฆ่าคน ฯลฯ แต่สำหรับเกมนี้ มันไม่ได้มีเพียงฉากการฆ่าสุดโหดร้ายเท่านั้น (สามารถใช้มีดฟันจนขาขาด แขนขาด และจับมาทรมานได้เหมือนเกมอื่น) แต่มันยังเต็มไปด้วยความวิปริต ไม่ว่าจะเป็น การนำเชื้ออสุจิยิงใส่ผู้หญิง, ฉีดยาให้แมวติดเชื้อ และพาแมวไปกัดมนุษย์, นำแมวที่ตายแล้วมาเสียบที่ปากปืนเพื่อความสวยงาม, เหยียดผิว เหยียดเพศ, ปัสสาวะใส่คนอื่น และยังสามารถใช้อาวุธทุกอย่างได้ในทุกสถานการณ์ แม้ว่าเกมจะห้ามก็ตาม แต่สุดท้ายเราก็สามารถใช้อาวุธเพื่อฆ่าคนได้ สรุปง่ายๆ คือเราจะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะวิปริตขนาดไหน เราสามารถทำมันได้ทั้งหมดในเกมนี้ The Godfather เป็นเกมที่ถูกสร้างจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather (ชื่อเดียวกัน) ที่โด่งดังอย่างมากในปี ค.ศ.1972 (พ.ศ. 2515) ถึงแม้ว่าตัวเกมจะไม่ได้เหมือนกับหนัง 100% ซึ่งอาจจะทำให้แฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ทีมงานผู้พัฒนาเกมได้เพิ่มความมันส์อีกรสชาติหนึ่งเข้าไปแทนที่ ซึ่งมันก็ออกมาโอเคเลยล่ะ แม้ว่าเกม The Godfather จะเป็นเกมที่ไม่ได้โหดร้ายวิปริตหวือหวาอะไรเมื่อเทียบกับเกมอื่น เพราะไม่ได้มีแต่การฆ่า ทำลายล้างอย่างเดียวเท่านั้น แต่ด้วยความที่เกมต้องใช้ชั้นเชิง เล่ห์กลในการเล่น เพื่อเราจะได้เลื่อนขั้นจากลูกสมุนของสังคมมาเฟีย ให้กลายเป็นมือโปรของสังคมมาเฟียให้ได้ เกมนี้ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมอยู่หลายอย่าง เช่น การติดสินบน, ช่วงชิงกันระหว่างตระกูล, ยึดสถานที่ต่างๆ เพื่อบังคับให้เจ้าของสถานที่นั้นจ่ายเงินเรา ฯลฯ หากให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมารับรู้เรื่องนี้ก่อนที่จะมีวิจารณญาณ อาจจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นก็ได้ GTA ถ้าไม่มีเกมนี้ ก็เรียกได้ว่ามันอาจจะไม่ใช่บทความที่รวบรวมเกมที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นเลยก็ว่าได้ GTA หรือชื่อเต็มคือ Grand Theft Auto เป็นเกมแนวแอ็คชัน ผจญภัย ที่เคยเป็นข่าวใหญ่ระดับออกโทรทัศน์มาแล้ว! เพื่อเตือนผู้ปกครองว่า ห้ามให้เด็กเล่นเกมนี้เด็ดขาด! เอาจริงๆ ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่า GTA เป็นเกมยังไง เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เคยเล่นเกมนี้จริงๆ ก็มักจะมีคนใกล้ตัวมาสาธยายถึงความมันส์ที่ได้เล่นเกมนี้ GTA เป็นเกมที่เราจะได้รับบทเป็นอันธพาล และทำทุกอย่างที่อันธพาลเขาทำกัน เช่น ขโมยรถ, ตีคนให้ตายแล้วขโมยเงิน, ปล้นธนาคาร, ฆ่าล้างผลาญคนที่เราไม่ชอบหน้า, ยกพวกตีคนอื่น, ค้าประเวณี ฯลฯ พูดง่ายๆ ก็คือ เกมนี้มีทุกอย่างที่เด็กอายุยังไม่ถึง 18 ปี ยังไม่สมควรที่จะรับรู้ และถึงแม้ว่าจะเป็นเกมต้องห้ามสำหรับหลายครอบครัว แต่ GTA ก็เป็นเกมที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบัน มีถึงภาคที่ 5 แล้ว และผู้ใหญ่หลายคนก็ยังคงเล่นอยู่ เพราะมันเป็นเกมหนึ่งที่เป็นเกมในความทรงจำสมัยเด็ก อย่างไรก็ตาม สลอตเชื่อว่า ถึงแม้ว่าเกมจะมีการเขียนคำเตือนเกี่ยวกับเรทอายุของผู้เล่นแล้ว ว่าเกมนี้เหมาะสำหรับคนอายุกี่ปีขึ้นไป แต่เด็กจำนวนมากก็อยากรู้อยากลอง สนใจอยากหาเกมต้องห้ามมาเล่นเสมอ สิ่งที่ดีที่สุด คือการคอยดูแลลูกหลานพี่น้องของเราอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงหรือลอกเลียนแบบ เพราะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ลอกเลียนพฤติกรรมก้าวร้าวมาจากเกม ซึ่งส่วนใหญ่พฤติกรรมก้าวร้าวนั้นเกิดจากการไม่ได้รับการเอาใจใส่เสียมากกว่า สลอตเชื่อนะ ไม่ว่าเราจะเล่นเกมที่โหดร้ายเพียงใด วิปริตเพียงใด แต่ถ้าเราได้รับการสอนอย่างถูกวิธีว่าอะไรควรไม่ควร ก็จะไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น อย่างที่ใครหลายคนเขาคิดกัน
บทความ

5โรคที่เกิดจากการกินอาหารไม่ถูก

การกินอาหารตามใจปาก บางคนมองว่าส่งผลดี เพราะจะทำให้สุขภาพจิตดี ได้กินแต่ของอร่อย กินอะไรก็ได้ ยัดๆ เข้าไป แต่ในทางกลับกัน ร่างกายของเราต้องรับภาระหนักมากจากพฤติกรรมการกินแบบนี้ เชื่อหรือไม่ว่า การกินอาหารตามใจปาก การกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้หลายโรคเลยล่ะ   1. โรคอ้วน หลายคนอาจจะคิดว่า อ้วนแล้วมันทำให้ใครเดือดร้อนไม่ มันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก แต่การกินมากเกินไปจนอ้วน และเป็นโรคอ้วน จะทำให้ตัวคุณเองเดือดร้อนมาก โรคอ้วน เป็นต้นเหตุทำให้โรคหลายอย่างตามมา เช่น ความดัน, โรคหัวใจ รวมถึงโรคร้ายอย่างมะเร็งอีกด้วย ควรทานอาหารแต่พอเหมาะ ไม่ตามใจปากมากเกินไป และควรวัดค่าดัชนีมวลกายเสมอ ว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ จะได้ไม่เสี่ยงเป็นโรคอื่น   2. โรคมะเร็งลำไส้   หนึ่งในปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ เกิดจากการไม่ออกกำลังกายและบริโภคมากเกินไปจนเข้าสู่ภาวะอ้วน ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็ง ย่อมอันตรายอยู่แล้ว ตอนแรกมันอาจเป็นเพียงแค่เนื้องอกธรรมดา แต่ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการกิน และอาหารที่กินล่ะก็ เนื้องอกนั่นจะลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ภายในพริบตาเดียว อาการของโรคนี้คือถ่ายเป็นเลือด ท้องอืด อ่อนเพลียตลอดเวลา และน้ำหนักลดลงผิดปกติ ใครที่สงสัยว่าเป็นหรือไม่ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาว่าเป็นอะไร เพราะอาจจะเป็นโรคร้ายที่เราคาดไม่ถึงก็ได้   3. โรคเบาหวาน หลายคนคงเคยได้ยินว่า ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเบาหวานมั้ย ให้ลองดูที่ปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะมีมดมาตอม แสดงว่าปัสสาวะหวาน มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน นั่นคือเรื่องจริง โรคเบาหวาน เกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน หรือพูดง่ายๆ กินแต่ของหวานบ่อยๆ นั่นแหละ ถึงแม้จะไม่อ้วน ก็มีสิทธิ์เป็นเบาหวานได้ และโรคเบาหวาน หากไม่รักษาจะมีโรคแทรกซ้อนมากมาย เช่น โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคไตวาย เป็นต้น   4. โรคกระเพาะ โรคนี้ เกิดจากระบบน้ำย่อย และกรดในกระเพาะอาหารทำงานอย่างผิดปกติ โดยสาเหตุเกิดจากการทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป, การทานอาหารไม่เป็นเวลา รวมถึงความเครียด และการดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน อาการของโรคกระเพาะ จะมีอาการแสบท้องอย่างผิดปกติเมื่อไม่ได้ทานข้าว อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพราะไม่ได้ทานข้าวเช้าเพราะไม่มีเวลา อย่างน้อยทานขนมปังสักแผ่นก็ยังดีนะ เสียเวลานิดหน่อย ดีกว่าเป็นโรคทรมาน   5. โรคไต สาเหตุของการเป็นโรคไต ไม่ได้เกิดจากการกินอาหารเค็มจัดเท่านั้น แต่เกิดจากการทานอาหารที่รสจัดมากเกินไป เช่น หวานมาก, เปรี้ยวมาก อาการของคนเป็นโรคไต จะค่อนข้างชัดเจน คือร่างกายจะบวม บวมผิดปกติไม่ใช่บวมอ้วน อาการบวมเกิดจากมีน้ำและเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีอาหารเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดหลัง พฤติกรรมการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะน้อย ควรเดินทางการกินสายกลาง ไม่กินเยอะไป ไม่กินน้อยไป กินรสพอดีๆ อย่าตามใจปากมากเกินไป เท่านั้นก็ลดปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้แล้ว
บทความ

5ที่น่าไปตอนปิดเทอม

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เหล่าเด็กวัยเรียนรอคอยกันมานาน นั่นก็คือช่วงปิดเทอมนั่นเอง หลังจากฝ่าฟันอุปสรรค การบ้าน โครงงานต่างๆ เมื่อตอนเปิดเทอมแล้ว ปิดเทอมก็ถึงเวลาพักผ่อนเสียที แต่จะไปเที่ยวที่ไหนดี? ที่ไม่ไกลมาก ครอบครัวไม่เป็นห่วง ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ไปเช้าเย็นกลับได้ยิ่งดี รับรองว่าถ้าได้ไป 5 สถานที่นี้แล้ว จะมีแรงกลับมาพร้อมสู้กับเทอมต่อไปอย่างแน่นอนเลยล่ะ   1. เกาะล้าน เกาะน่าเที่ยวกลางทะเล ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนชอบทะเลสถานที่แรกๆ ที่นึกถึง เดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ และนั่งเรือเข้าเกาะอีกแค่ไม่กี่อึดใจ ก็ได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีแทบทุกอย่าง ชอบชายหาดแบบไหน ก็มีให้เลือก ทั้งแบบมีคนเยอะและคนไม่เยอะ น้ำทะเลใสแจ๋วเพราะเป็นเกาะกลางทะเล น้ำพัดผ่านตลอดเวลา ร้านอาหาร ขึ้นชื่อของเกาะล้านก็มีมากมาย ราคาที่พักโดยรวมก็ถูกมาก จนวัยรุ่นวัยเรียนสามารถไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องเครียดเลย การสัญจรบนเกาะนี้ส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ไซค์ ก็ขี่รับลมชิลๆ กันไป   2. ชะอำ-หัวหิน สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่ถ้าหากว่ามีเวลาไม่มาก ก็สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ไปนั่งกินอาหารทะเลสดๆ ริมหาด ลงไปเล่นน้ำทะเลให้สดชื่น แล้วก็นอนตากลมทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด ไปเที่ยวแค่วันเดียว ไม่ค้างคืนก็ยังสนุกเลย จะไปกับเพื่อนหรือไปกับครอบครัวก็ได้ทั้งนั้น สำหรับสถานที่นี้   3. ล่องแพ กาญจนบุรี ที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นที่ชอบการท่องเที่ยวแบบสุดเหวี่ยง ถึงแม้จะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ก็ใช้เวลาสักหน่อย เพราะมีการขึ้นเขาลงเขาร่วมด้วย การลงแพ คือการอยู่บนแพที่อยู่กลางสายน้ำ ไร้ซึ่งผู้คนใกล้เคียง จะปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเสียงดังยังไงก็ทำได้ และยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้เล่น เช่น การลงแพเปียก, การล่องแม่น้ำ ตอนกลางคืนก็ทำอาหารกิน ร้องเพลง เต้นกันให้ยับ แก๊งไหนที่เป็นวัยรุ่นสายตื๊ดกันทั้งแก๊ง ต้องไปล่องแพเลย   4. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แหวกแนวกันไปที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันหน่อย อยู่ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี สวนสัตว์อาจไม่ใช่สถานที่ที่วัยรุ่นสนใจมากนัก แต่ถ้าไปแล้วจะติดใจ บอกเลย มีสัตว์น่ารัก และสัตว์แปลกมากมายให้เราได้เรียนรู้และให้อาหารมัน แถมยังป็นสวนสัตว์เปิด ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์แบบสุดๆ การเปิดหูเปิดตา ลองไปพักผ่อนที่สวนสัตว์ ก็อาจจะเจออะไรใหม่ๆ และความสุขที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ   5. บางกระเจ้า สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เพราะอยู่แค่สมุทรปราการนี่เอง ได้สมญานามว่าเป็น 'โอเอซิส' เพราะสภาพแวดล้อมสุดแสนจะธรรมชาติ บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนช่วงปิดเทอม หลังเหนื่อยจากการเรียนมาตลอด บางกะเจ้าเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เที่ยววันเดียวก็เก็บครบทุกอย่างแล้ว นิยมสัญจรกันด้วยจักรยาน ก็วิถีสโลว์ไลฟ์อะเนอะ ไปแล้วเหมือนอยู่คนละโลกกับโลกภายนอกเลยล่ะ ในบางกะเจ้าก็ยังมีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ เป็นต้น ไม่ต้องค้างคืน ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ได้พักผ่อนเต็มที่ ก็ต้องที่นี่เลย
บทความ

5เพลงแร็พที่เราแนะนำ

พูดถึงแนวเพลงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ คงเป็นเพลงแนวฮิปฮอป เพลงแร็พ ไม่ว่าจะหันไปฟังเพลงไหน ก็จะมีท่อนแร็พร่วมด้วย เรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคทองของเหล่าแร็พเปอร์ใต้ดิน ที่ต้องเก็บฝีมือตัวเองมานาน สำหรับใครที่อยากลองฟังเพลงแร็พบ้าง แต่ไม่เคยลองฟังเลย ก็ลองฟังตามที่สลอตแนะนำดูนะ   Rap God - Eminem   พูดถึงเพลงแร็พ เพลงแรกที่นึกถึงก็ต้องเพลงนี้เลย สุดยอดเพลงแร็พระดับตำนาน ของเจ้าพ่อเพลงแร็พ Eminem ที่ยังเป็นเพลงที่มีจำนวนคำมากที่สุดในโลกอีกด้วย (รับรองโดยกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด) เฉลี่ยความเร็วแร็พของเพลงนี้อยู่ที่ 6.6 คำต่อ 1 วินาทีเลยทีเดียว! การใช้คำ เล่นคำ ก็คล้องกันอย่างลื่นไหล ไม่ค่อยมีคำแสลง แร็พเร็วแต่แร็พได้ชัดถ้อยชัดคำ ฟังชัดทุกคำ แถมยังเป็นเพลงที่ถูกชาวเน็ตเอามาแซวบ่อยๆ ใครยังไม่เคยฟังนี่ต้องฟังเลยนะ ตำนานแล้วเพลงนี้   ธารารัตน์ - YOUNGOHM   เรียกได้ว่าเป็นเพลงแร็พของไทยที่โด่งดังที่สุดในเวลานี้เลยทีเดียว ด้วยทำนอง เสียงร้อง การใช้คำที่ร้องตามง่าย ฟังครั้งเดียวก็จำได้เลย ทำให้คนติดเพลงนี้กันงอมแงม แถมยังสงสัยด้วยว่าธารารัตน์คือใคร ยังโอมได้ออกมาโพสต์แล้วว่า ธารารัตน์คือชื่อของหญิงสาวที่หักอกเขา ไม่ได้แปลว่า เธออะแรด อย่างที่ลือกันบนอินเตอร์เน็ตตอนนี้ ว่าแล้วก็ รู้มั้ยว่าเธอน่ารักตอนเมา ธารารัตน์เบาเบา   Juicy - The Notorious BIG   เพลงแร็พตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. 2537 ถึงแม้ว่าจะเก่าแล้ว แต่ถ้าถามคนวัยทำงานว่าชอบเพลงแร็พเพลงไหนมากที่สุดในชีวิต จะต้องมีเพลง Juicy อยู่ในลิสต์กันแทบทุกคน ด้วยความเป็นเพลงแร็พในยุคแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันสักเท่าไหร่ จังหวะเพลงก็ฟังง่าย สบายหู ชวนโยกตาม มีท่อนฮุคไว้พักก่อนที่จะแร็พต่อแบบไม่ดุเดือดจนเกินไป ถ้าใครไม่เคยฟัง และเพิ่งมาฟังในยุคนี้ ก็คงคิดว่าเป็นเพลงใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกมา ฟังได้ทุกยุคสมัยจริงๆ เพลงนี้   Money - Cardi B   แรพเปอร์สาวที่ตอนนี้เบียดกับ Nicki Minaj ว่าใครจะเป็นตัวแม่ของวงการแรพเปอร์กันแน่ เพลง Money เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ทำให้ Cardi B เป็นที่รู้จัก และถูกยอมรับมากขึ้น พิสูจน์ได้จากการที่เพลงนี้ถูกเปิดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไปจนถึงทั่วทุกมุมโลก เธอเริ่มดังเป็นพลุแตกมาตั้งแต่เพลง Bodak Yellow และหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเพลงไหนที่เธอร่วมแจมด้วย เช่น Taki Taki ก็เป็นเพลงที่ดังระเบิดระเบ้อ เพราะมีเธอเป็นแรพเปอร์ในเพลงนั่นเอง แต่ที่สลอตแนะนำให้ฟังเพลง Money เพราะตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากที่สุด เชื่อว่าถ้าได้ฟังแล้ว จะไปหาฟังเพลงอื่นของ Cardi B ต่ออย่างแน่นอน   Sunflower - Post Malone, Swae Lee   เพลงประกอบภาพยนตร์จากเรื่อง Spider-Man: Into the Spider-Verse เพลงแร็พทำนองน่ารักฟังง่าย ที่ไม่ว่าใครได้ดูเรื่องนี้ ก็จะติดฟังเพลงนี้กันทุกคน เพิ่งหล่นมาจากอันดับ 1 เพลงแร็พของบิลบอร์ดมาหมาดๆ โดยเพลงนี้อยู่ในชาร์ตเพลงแร็พยอดฮิตของบิลบอร์ดมานานถึง 20 สัปดาห์แล้ว!! ยังได้แรพเปอร์ชื่อดังขณะนี้อย่าง Post Malone มาร่วมแจมด้วย จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงเป็นที่นิยม ติดหู และอยู่ในชาร์ตเพลงได้นาน ลองไปหาฟังกันดูนะ ฟังสบายมากเลย