5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

5 มิถุนายน 2561

การ์ตูนอนิเมชันจากญี่ปุ่น หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า อนิเมะ

เป็นสื่อบันเทิงในรูปแบบการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบ้านเรา

อนิเมะก็มีหลากหลายแนวต่างกันออกไป แล้วแต่คนจะชอบดู

มีทั้งแนวตลก, ดราม่า, คลายเครียด, สยองขวัญ หรือแม้แต่ให้ความรู้ก็มี

ส่วนใหญ่เราก็มักจะดูอนิเมะสนุกๆ ดูเอามันส์ ดูคลายเครียดกันใช่มั้ยล่ะ

ใครจะมาบ้านั่งดูอนิเมะแล้วเครียดกว่าเดิม

แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ชื่นชอบอนิเมะที่ดูแล้วเครียด

หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า อนิเมะแนวปวดตับ

ปวดตับ เกิดจากการรับรู้เรื่องราวสุดเหลือเชื่อที่ไม่น่าเป็นไปได้

ยกตัวอย่างเช่น แฟนเราที่เป็นผู้ชาย ดันนอกใจไปคบกับแฟนเก่าเราที่เป็นผู้ชาย

จะรู้สึกหน่วงๆ ปวดๆ ที่หัวใจกับบริเวณท้อง

จนเกิดเป็นคำว่า ปวดตับ ขึ้นมา ให้ดูน่ารักกว่าคำว่าปวดใจนิดหน่อย

แต่ความหมายก็คล้ายปวดใจนั่นแหละ

อนิเมะปวดตับ ถือเป็นแนวที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง

ถึงขนาดมีการโหวตด้วยว่า อนิเมะเรื่องใด

ที่ดูแล้วปวดตับมากที่สุด!?

สลอตได้ดึงเอาการจัดอันดับจริงๆ ผสมกับความรู้สึกของสลอตเอง

ว่า 5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด มันก็จะประมาณนี้

5. Kuzu No Honkai

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

เป็นสุดยอดอนิเมะที่ทำให้สลอตปวดตับจนนอยด์ไปเป็นสัปดาห์ได้

มันไม่ได้แค่ทำให้เราปวดตับธรรมดา

แต่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง

ถึงแม้ว่าลายเส้น การลงสีของอนิเมะเรื่องนี้

จะทำให้เรารู้สึกว่า มันน่าจะเป็นอนิเมะรักใสๆ ของเด็ก ม.ปลาย ธรรมดาทั่วไป

แต่เชื่อเถอะ

ถ้ามันธรรมดาขนาดนั้น คงไม่มีคนพูดถึงขนาดนี้หรอก

Kuzu No Honkai มีชื่อไทยคือ ความปรารถนาของเหล่าสวะ

ไม่ได้หยาบคายนะ ชื่อไทยคือชื่อนี้จริงๆ

เนื้อเรื่องหลักนั้นเกี่ยวกับ "ฮานาบิ" และ "มุกิ"

คู่รักชายหญิงที่คนในโรงเรียนต่างชื่นชมว่าเหมาะสมกัน

ทั้งหน้าตาดี สวีทหวานกันตลอด ไม่มีใครเคยเห็นว่าทะเลาะกัน

แต่ความเป็นจริงของความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้นั้น

ไม่ได้โรแมนติคอะไรเลย

ฮานาบิ แอบหลงรักพี่ชายข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก

จนกระทั่งเธอเรียน ม.ปลาย ก็พบว่า พี่ชายข้างบ้านมาสมัครเป็นครูที่โรงเรียนของเธอ

แถมยังเป็นครูประจำชั้นของเธออีกด้วย

ส่วน มุกิ ก็หลงรักครูสอนวิชาดนตรีในโรงเรียนที่เขากำลังเรียนอยู่

เรื่องราวเริ่มปวดตับ เมื่อพี่ชายข้างบ้านที่ฮานาบิแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก

ดันไปหลงรักครูสอนวิชาดนตรีที่มุกิแอบชอบอยู่

เมื่อฮานาบิและมุกิต่างรู้ความลับของกันและกัน

ทำให้พวกเขาตกลงกันว่า จะคบกันเพื่อสนองความต้องการที่ขาดหายไปเท่านั้น

ไม่ว่าจะสวีทกันขนาดไหน ฮานาบิก็คิดว่ามุกิคือพี่ชายที่ตัวเองแอบชอบ

และมุกิก็คิดว่าฮานาบิคือครูที่เขาแอบชอบเช่นกัน

โดยฮานาบิและมุกิ มีข้อตกลงกันว่า

คบกันเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของกันและกันเท่านั้น

ห้ามหลงรักกันเอง

หลายคนอาจจะคิดว่ายังไม่เท่าไหร่

เพราะความสัมพันธ์ของคนสมัยนี้มันสาหัสกว่านั้นเยอะ

แต่เมื่อเรื่องราวของอนิเมะเรื่องนี้ได้ดำเนินต่อไป ลงลึกเรื่อยๆ

ก็ได้พบว่า สิ่งที่เราเห็น มักพลิกแพลงได้ตลอด

คนที่เราคิดว่าโอเคที่สุดในเรื่อง กลับเป็นคนที่มีความสัมพันธ์อันปวดตับกว่าคู่หลัก

มีคนหลายสิบคนต้องเข้ามาพัวพันกับความสัมพันธ์ครั้งนี้!

ใครอยากดูอนิเมะที่จะตราตรึงไปตลอดกาล ก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลย

มันกลายเป็นแผลใจของสลอตไปแล้วจริงๆ T_T

4. School Days

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

ถึงแม้ว่าอนิเมะ School Days จะเป็นอนิเมะที่ค่อนข้างเก่าแล้ว

โดย School Days ออกอากาศในปี 2007 หรือสิบกว่าปีมาแล้ว

แต่ด้วยเนื้อเรื่องสุดปวดตับ

ทำให้มันกลายเป็นอนิเมะขึ้นหิ้งระดับตำนาน

พร้อมกับเป็นอนิเมะที่เป็นที่มาของคำว่า "เรือสวย" (Nice Boa t)

(ถ้าใครติดตามอ่านการ์ตูนประจำ คงจะคุ้นกับคำว่า เรือสวย หรือ Nice Boat ไม่มากก็น้อย)

School Days ก็เป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความรักของเด็กวัยรุ่น

มีทั้งหมด 12 ตอน โดยในตอนแรกๆ จะเป็นอนิเมะแนวหวานซึ้ง

หวานเลี่ยนจนหลายคนมองว่าเป็นอนิเมะแนวผ่อนคลายสมอง

แต่เมื่อดูต่อไปเรื่อยๆ แล้ว ก็จะพบว่า

เรื่องราวมันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และไปคนละทิศทางกับที่เราคิดไว้ตอนแรกเลย

ตอนแรกเราจะมีความรักที่เหมือนกับคู่พระนางอยู่หรอก

แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาโปรโมชันไปแล้วเท่านั้นแหละ

ก็เข้าสู่ช่วงเวลาสุดแสนจะปวดตับ

ที่หลายคนเลิกดูกลางคันก็เพราะเนื้อเรื่องช่วงกลางของอนิเมะเรื่องนี้นั่นแหละ

จู่ๆ มันก็ตัดอารมณ์ซะจนเราต้องอุทานว่า 'อะไรวะเนี่ย?'

แต่ก็ยังมีบางส่วนที่พยายามอดทนดูต่อ

เผื่อว่าตอนจบของ School Days จะช่วยเยียวยาอาการปวดตับที่เจอช่วงกลางเรื่อง

ทว่าตอนจบของอนิเมะเรื่องนี้

สามารถทำให้ตับของเราพังทลายไปได้เลย!

หลายคนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยก็มี

เพราะตอนจบของ School Days เป็นตอนจบที่แหกกฎจักรวาลอนิเมะเป็นอย่างมาก!!

ไม่งั้นคงไม่กลายเป็นอนิเมะระดับตำนานหรอก

สลอตเปิดเผยเนื้อเรื่องได้เท่านี้จริงๆ

แนะนำว่าให้ไปดูด้วยตัวเองเลย จะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'ปวดตับ' มันเป็นยังไง!?

3. Boku No Pico

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

มีอนิเมะหลายเรื่อง ที่มีคำว่า Boku no (แปลว่า ของผม) นำหน้า

ที่ดังที่สุดก็คงจะเป็นเรื่อง Boku No Hero Academia

แต่สำหรับ Boku No Pico ก็เป็นเรื่องที่ดังไม่แพ้กัน!

อนิเมะเรื่องดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะมีแค่ 3 ตอน

แต่ก็โด่งดังมากกก! ถึงขนาดที่ว่า

มี Youtuber คนหนึ่งโพสต์คลิปที่มีชื่อว่า "Don't Watch An Anime Called Boku" (ลองไปหาดูกันได้)

แปลเป็นไทยก็คือ อย่าไปดูอนิเมะที่มีชื่อว่า Boku นะ!

ในคลิปดังกล่าว เจ้าของแชแนลได้อธิบายว่า

Boku No Pico เป็นดังคอลเลคชันอนิเมะของซาตาน

ที่ใครดูครบทั้ง 3 ตอน ก็แปลว่าได้ขายวิญญาณให้ซาตานไปแล้ว!

หลังจากนี้จะดูอะไรโหดร้ายแค่ไหนก็ได้!!

สำหรับตอนแรกของ Boku No Pico

จะเป็นเพียงตอนที่ทดสอบจิตใจของเราเท่านั้น

ว่าเราสามารถเผชิญกับด่านต่อไป (ตอนต่อไป) ได้หรือไม่

ซึ่งพบว่า หลายต่อหลายคน โดยเฉพาะผู้ชาย เกิดอาการปวดตับขึ้นมากระทันหัน!

แต่แทนที่จะหยุดดู Boku No Pico ดันเป็นอนิเมะที่หยุดดูไม่ได้!!

ซึ่งแน่นอนว่า ในตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ของเรื่องนี้

มันทวีคูณความปวดตับขึ้นไปตามจำนวนตอนของมัน

และเมื่อดูครบทุกตอนแล้ว

คนที่ได้ดู ก็จะไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล

เรียกได้ว่า Boku No Pico เป็นอนิเมะเบิกเส้นทางสายปวดตับเลยก็ว่าได้

ใครไม่เคยดูอนิเมะแนวปวดตับ

แต่อยากลองดูสักครั้ง

แนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยจ้ะ สลอตยังไม่กล้าดูเล้ย

2. Higurashi

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

อนิเมะอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูจากภายนอกแล้ว

น่าจะเป็นอนิเมะแนว School Life ใช้ชีวิตไปวันๆ กับเพื่อนที่โรงเรียน

เพราะประเมินจากภาพ จากลายเส้น และลักษณะของตัวละครในเรื่อง

ก็น่าจะไปแนวประมาณผ่อนคลายสมอง

แต่พอเปิดดูตอนแรก ยังไม่ทันมีเพลง Opening เลย

Higurashi ก็ทำให้เราช็อกซะแล้ว!

(ช็อกยังไงต้องดูกันเอาเอง สลอตตกใจเลย ฮือๆ)

Higurashi มีชื่อไทยว่า ยามเมื่อเหล่าจั๊กจั่นกรีดร้อง และ แว่วเสียงเรไร

เป็นอนิเมะแนวสยองขวัญ, ลึกลับ, จิตวิทยา, เหนือธรรมชาติ และระทึกขวัญ

คือมีทุกแนวที่ทำให้ทั้งปวดตับและรู้สึกน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

ไม่มีเนื้อหาสบายๆ ให้พักเลย

สิ่งที่สบายตาที่สุดก็คือลายเส้นที่ดูสบายตา น่ารัก ไม่ดูโหดจนเกินไปมั้ง

นอกจากความป่าเถื่อนเลือดสาดจะมีให้เห็นทุกตอนแล้ว

Higurashi ยังแฝงไปด้วยความลึกลับสยองขวัญที่พร้อมจะทำให้เราขวัญเสียได้ทุกเมื่อ

แล้วพอพ้นจากความน่ากลัวแล้ว

เรายังต้องติดตามอ่านต่อเพื่อตามหาคำตอบของปริศนาทั้งหมดด้วย

ขอบอกเลยว่า ยิ่งดู ยิ่งปวดตับ แต่ก็ยิ่งสนุก

หรือใครที่ชอบแนวนี้ สลอตแนะนำให้อ่านเป็นหนังสือจะสนุกกว่า

มีทั้งหมด 8 บทหลัก และ 4 บทย่อย

โดย 8 บทหลัก จะแบ่งเป็น ภาคปริศนา (4 บทแรก) และ ภาคเฉลย (4 บทท้าย)

4 บทย่อยที่เหลือเป็นเพียงเนื้อเรื่องเสริมเท่านั้น จะอ่านหรือไม่ก็ได้

สิ่งที่ทำให้ Higurashi เป็นเรื่องที่ปวดตับ แต่น่าสนุก

ก็คือเราจะได้อ่านในมุมมองของตัวละครหลักทุกตัวในเรื่อง

เนื้อเรื่อง Higurashi จะอยู่ในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น

แต่จะเล่าเรื่องด้วยตัวละครที่แตกต่างกันไปในแต่ละบท

เพื่อให้รู้ว่าทำไมตัวละครนี้ถึงทำแบบนี้ และกำลังคิดอะไรอยู่

พอถึงจุดไคลแมกซ์แล้ว จะต้องทึ่งเลยล่ะ

พูดได้เท่านี้จริงๆ

1. Evagelion

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

เป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถูกยกให้เป็นอนิเมะปวดตับในตำนาน

แฟนอนิเมะพร้อมใจกันโหวตให้ Evagelion ปวดตับยิ่งกว่า School Day อีก!!

Evagelion (เอวาเกเลียน) เป็นอนิเมะที่ฉายตั้งแต่ปี พ.ศ.2538

แต่ด้วยเนื้อเรื่องสุดแหวกแนวของอนิเมะดังกล่าว

ทำให้ปัจจุบันก็ยังมีแฟนของอนิเมะเรื่องนี้อย่างหนาแน่น

และยังแนะนำให้หน้าใหม่ๆ ดูเรื่องนี้อีกด้วย

Evagelion เป็นอนิเมะที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นในสมัยนั้น

โดยแทนที่จะเป็นอนิเมะแนวดูแล้วผ่อนคลาย

หรือให้กำลังใจคนดู เหมือนอนิเมะแนวต่อสู้ทั่ไป

แต่ Evagelion กลับเป็นอนิเมะที่จะพาคนดูดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

ไปเจอกับความทุกข์ ความผิดพลาด ความเครียดของจิตใจ

พูดง่ายๆ ว่าเปรียบเสมือนอนิเมะที่สะท้อนเรื่องจริงของมนุษย์

สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ออกมาในรูปแบบอนิเมะ

ตัวละครแต่ละตัวของเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เป็นตัวละครพ่อพระ แม่พระ ร้ายสุดกู่เหมือนเรื่องอื่น

แต่เป็นตัวละครสีเทาๆ มีทั้งดีและร้ายในตัว

ทั้งเรื่องของการต่อสู้ และในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร

หลายคนมีความเชื่อว่า ดูๆ ไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นมาเองแหละน่า

คงไม่เครียดมากไปกว่านี้แล้วล่ะ

ถ้าคิดแบบนั้น ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า คิดผิดมหันต์มาก

เพราะ Evagelion จะพาคุณดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

จนกลายเป็นอนิเมะที่ปวดตับที่สุดในจักรวาลอนิเมะญี่ปุ่นแล้ว

สลอตก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดมาก

คือแบบว่า ทนดูไม่ไหวจริงๆ

ใครที่อยากปวดตับ จิตตกเล่นๆ ก็แนะนำอนิเมะเรื่องนี้เลย

แต่เพลงของอนิเมะเรื่องนี้ เพราะมากเลยนะ

ได้รับการโหวตให้เป็นเพลงอนิเมะที่ดีที่สุดจนถึงยุคปัจจุบัน

นั่นก็คือเพลง Zankoku na tenshi no Teeze

นอกจากจะปวดตับแล้ว แฟนอนิเมะรุ่นเก่า

ยังยกให้ Evagelion เป็นอนิเมะที่ดีที่สุดด้วย

แม้ว่าจะเก่าแล้ว แต่เนื้อหาของเรื่องนี้ก็ทันสมัย ไม่ตกยุคเลย

หาดูเถอะ ทั้งปวดตับที่สุด และไม่ควรพลาดที่สุด

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!