5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

5 มิถุนายน 2561

การ์ตูนอนิเมชันจากญี่ปุ่น หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า อนิเมะ

เป็นสื่อบันเทิงในรูปแบบการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบ้านเรา

อนิเมะก็มีหลากหลายแนวต่างกันออกไป แล้วแต่คนจะชอบดู

มีทั้งแนวตลก, ดราม่า, คลายเครียด, สยองขวัญ หรือแม้แต่ให้ความรู้ก็มี

ส่วนใหญ่เราก็มักจะดูอนิเมะสนุกๆ ดูเอามันส์ ดูคลายเครียดกันใช่มั้ยล่ะ

ใครจะมาบ้านั่งดูอนิเมะแล้วเครียดกว่าเดิม

แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ชื่นชอบอนิเมะที่ดูแล้วเครียด

หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า อนิเมะแนวปวดตับ

ปวดตับ เกิดจากการรับรู้เรื่องราวสุดเหลือเชื่อที่ไม่น่าเป็นไปได้

ยกตัวอย่างเช่น แฟนเราที่เป็นผู้ชาย ดันนอกใจไปคบกับแฟนเก่าเราที่เป็นผู้ชาย

จะรู้สึกหน่วงๆ ปวดๆ ที่หัวใจกับบริเวณท้อง

จนเกิดเป็นคำว่า ปวดตับ ขึ้นมา ให้ดูน่ารักกว่าคำว่าปวดใจนิดหน่อย

แต่ความหมายก็คล้ายปวดใจนั่นแหละ

อนิเมะปวดตับ ถือเป็นแนวที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง

ถึงขนาดมีการโหวตด้วยว่า อนิเมะเรื่องใด

ที่ดูแล้วปวดตับมากที่สุด!?

สลอตได้ดึงเอาการจัดอันดับจริงๆ ผสมกับความรู้สึกของสลอตเอง

ว่า 5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด มันก็จะประมาณนี้

5. Kuzu No Honkai

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

เป็นสุดยอดอนิเมะที่ทำให้สลอตปวดตับจนนอยด์ไปเป็นสัปดาห์ได้

มันไม่ได้แค่ทำให้เราปวดตับธรรมดา

แต่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง

ถึงแม้ว่าลายเส้น การลงสีของอนิเมะเรื่องนี้

จะทำให้เรารู้สึกว่า มันน่าจะเป็นอนิเมะรักใสๆ ของเด็ก ม.ปลาย ธรรมดาทั่วไป

แต่เชื่อเถอะ

ถ้ามันธรรมดาขนาดนั้น คงไม่มีคนพูดถึงขนาดนี้หรอก

Kuzu No Honkai มีชื่อไทยคือ ความปรารถนาของเหล่าสวะ

ไม่ได้หยาบคายนะ ชื่อไทยคือชื่อนี้จริงๆ

เนื้อเรื่องหลักนั้นเกี่ยวกับ "ฮานาบิ" และ "มุกิ"

คู่รักชายหญิงที่คนในโรงเรียนต่างชื่นชมว่าเหมาะสมกัน

ทั้งหน้าตาดี สวีทหวานกันตลอด ไม่มีใครเคยเห็นว่าทะเลาะกัน

แต่ความเป็นจริงของความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้นั้น

ไม่ได้โรแมนติคอะไรเลย

ฮานาบิ แอบหลงรักพี่ชายข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก

จนกระทั่งเธอเรียน ม.ปลาย ก็พบว่า พี่ชายข้างบ้านมาสมัครเป็นครูที่โรงเรียนของเธอ

แถมยังเป็นครูประจำชั้นของเธออีกด้วย

ส่วน มุกิ ก็หลงรักครูสอนวิชาดนตรีในโรงเรียนที่เขากำลังเรียนอยู่

เรื่องราวเริ่มปวดตับ เมื่อพี่ชายข้างบ้านที่ฮานาบิแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก

ดันไปหลงรักครูสอนวิชาดนตรีที่มุกิแอบชอบอยู่

เมื่อฮานาบิและมุกิต่างรู้ความลับของกันและกัน

ทำให้พวกเขาตกลงกันว่า จะคบกันเพื่อสนองความต้องการที่ขาดหายไปเท่านั้น

ไม่ว่าจะสวีทกันขนาดไหน ฮานาบิก็คิดว่ามุกิคือพี่ชายที่ตัวเองแอบชอบ

และมุกิก็คิดว่าฮานาบิคือครูที่เขาแอบชอบเช่นกัน

โดยฮานาบิและมุกิ มีข้อตกลงกันว่า

คบกันเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของกันและกันเท่านั้น

ห้ามหลงรักกันเอง

หลายคนอาจจะคิดว่ายังไม่เท่าไหร่

เพราะความสัมพันธ์ของคนสมัยนี้มันสาหัสกว่านั้นเยอะ

แต่เมื่อเรื่องราวของอนิเมะเรื่องนี้ได้ดำเนินต่อไป ลงลึกเรื่อยๆ

ก็ได้พบว่า สิ่งที่เราเห็น มักพลิกแพลงได้ตลอด

คนที่เราคิดว่าโอเคที่สุดในเรื่อง กลับเป็นคนที่มีความสัมพันธ์อันปวดตับกว่าคู่หลัก

มีคนหลายสิบคนต้องเข้ามาพัวพันกับความสัมพันธ์ครั้งนี้!

ใครอยากดูอนิเมะที่จะตราตรึงไปตลอดกาล ก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลย

มันกลายเป็นแผลใจของสลอตไปแล้วจริงๆ T_T

4. School Days

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

ถึงแม้ว่าอนิเมะ School Days จะเป็นอนิเมะที่ค่อนข้างเก่าแล้ว

โดย School Days ออกอากาศในปี 2007 หรือสิบกว่าปีมาแล้ว

แต่ด้วยเนื้อเรื่องสุดปวดตับ

ทำให้มันกลายเป็นอนิเมะขึ้นหิ้งระดับตำนาน

พร้อมกับเป็นอนิเมะที่เป็นที่มาของคำว่า "เรือสวย" (Nice Boa t)

(ถ้าใครติดตามอ่านการ์ตูนประจำ คงจะคุ้นกับคำว่า เรือสวย หรือ Nice Boat ไม่มากก็น้อย)

School Days ก็เป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความรักของเด็กวัยรุ่น

มีทั้งหมด 12 ตอน โดยในตอนแรกๆ จะเป็นอนิเมะแนวหวานซึ้ง

หวานเลี่ยนจนหลายคนมองว่าเป็นอนิเมะแนวผ่อนคลายสมอง

แต่เมื่อดูต่อไปเรื่อยๆ แล้ว ก็จะพบว่า

เรื่องราวมันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และไปคนละทิศทางกับที่เราคิดไว้ตอนแรกเลย

ตอนแรกเราจะมีความรักที่เหมือนกับคู่พระนางอยู่หรอก

แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาโปรโมชันไปแล้วเท่านั้นแหละ

ก็เข้าสู่ช่วงเวลาสุดแสนจะปวดตับ

ที่หลายคนเลิกดูกลางคันก็เพราะเนื้อเรื่องช่วงกลางของอนิเมะเรื่องนี้นั่นแหละ

จู่ๆ มันก็ตัดอารมณ์ซะจนเราต้องอุทานว่า 'อะไรวะเนี่ย?'

แต่ก็ยังมีบางส่วนที่พยายามอดทนดูต่อ

เผื่อว่าตอนจบของ School Days จะช่วยเยียวยาอาการปวดตับที่เจอช่วงกลางเรื่อง

ทว่าตอนจบของอนิเมะเรื่องนี้

สามารถทำให้ตับของเราพังทลายไปได้เลย!

หลายคนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยก็มี

เพราะตอนจบของ School Days เป็นตอนจบที่แหกกฎจักรวาลอนิเมะเป็นอย่างมาก!!

ไม่งั้นคงไม่กลายเป็นอนิเมะระดับตำนานหรอก

สลอตเปิดเผยเนื้อเรื่องได้เท่านี้จริงๆ

แนะนำว่าให้ไปดูด้วยตัวเองเลย จะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'ปวดตับ' มันเป็นยังไง!?

3. Boku No Pico

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

มีอนิเมะหลายเรื่อง ที่มีคำว่า Boku no (แปลว่า ของผม) นำหน้า

ที่ดังที่สุดก็คงจะเป็นเรื่อง Boku No Hero Academia

แต่สำหรับ Boku No Pico ก็เป็นเรื่องที่ดังไม่แพ้กัน!

อนิเมะเรื่องดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะมีแค่ 3 ตอน

แต่ก็โด่งดังมากกก! ถึงขนาดที่ว่า

มี Youtuber คนหนึ่งโพสต์คลิปที่มีชื่อว่า "Don't Watch An Anime Called Boku" (ลองไปหาดูกันได้)

แปลเป็นไทยก็คือ อย่าไปดูอนิเมะที่มีชื่อว่า Boku นะ!

ในคลิปดังกล่าว เจ้าของแชแนลได้อธิบายว่า

Boku No Pico เป็นดังคอลเลคชันอนิเมะของซาตาน

ที่ใครดูครบทั้ง 3 ตอน ก็แปลว่าได้ขายวิญญาณให้ซาตานไปแล้ว!

หลังจากนี้จะดูอะไรโหดร้ายแค่ไหนก็ได้!!

สำหรับตอนแรกของ Boku No Pico

จะเป็นเพียงตอนที่ทดสอบจิตใจของเราเท่านั้น

ว่าเราสามารถเผชิญกับด่านต่อไป (ตอนต่อไป) ได้หรือไม่

ซึ่งพบว่า หลายต่อหลายคน โดยเฉพาะผู้ชาย เกิดอาการปวดตับขึ้นมากระทันหัน!

แต่แทนที่จะหยุดดู Boku No Pico ดันเป็นอนิเมะที่หยุดดูไม่ได้!!

ซึ่งแน่นอนว่า ในตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ของเรื่องนี้

มันทวีคูณความปวดตับขึ้นไปตามจำนวนตอนของมัน

และเมื่อดูครบทุกตอนแล้ว

คนที่ได้ดู ก็จะไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล

เรียกได้ว่า Boku No Pico เป็นอนิเมะเบิกเส้นทางสายปวดตับเลยก็ว่าได้

ใครไม่เคยดูอนิเมะแนวปวดตับ

แต่อยากลองดูสักครั้ง

แนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยจ้ะ สลอตยังไม่กล้าดูเล้ย

2. Higurashi

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

อนิเมะอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดูจากภายนอกแล้ว

น่าจะเป็นอนิเมะแนว School Life ใช้ชีวิตไปวันๆ กับเพื่อนที่โรงเรียน

เพราะประเมินจากภาพ จากลายเส้น และลักษณะของตัวละครในเรื่อง

ก็น่าจะไปแนวประมาณผ่อนคลายสมอง

แต่พอเปิดดูตอนแรก ยังไม่ทันมีเพลง Opening เลย

Higurashi ก็ทำให้เราช็อกซะแล้ว!

(ช็อกยังไงต้องดูกันเอาเอง สลอตตกใจเลย ฮือๆ)

Higurashi มีชื่อไทยว่า ยามเมื่อเหล่าจั๊กจั่นกรีดร้อง และ แว่วเสียงเรไร

เป็นอนิเมะแนวสยองขวัญ, ลึกลับ, จิตวิทยา, เหนือธรรมชาติ และระทึกขวัญ

คือมีทุกแนวที่ทำให้ทั้งปวดตับและรู้สึกน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

ไม่มีเนื้อหาสบายๆ ให้พักเลย

สิ่งที่สบายตาที่สุดก็คือลายเส้นที่ดูสบายตา น่ารัก ไม่ดูโหดจนเกินไปมั้ง

นอกจากความป่าเถื่อนเลือดสาดจะมีให้เห็นทุกตอนแล้ว

Higurashi ยังแฝงไปด้วยความลึกลับสยองขวัญที่พร้อมจะทำให้เราขวัญเสียได้ทุกเมื่อ

แล้วพอพ้นจากความน่ากลัวแล้ว

เรายังต้องติดตามอ่านต่อเพื่อตามหาคำตอบของปริศนาทั้งหมดด้วย

ขอบอกเลยว่า ยิ่งดู ยิ่งปวดตับ แต่ก็ยิ่งสนุก

หรือใครที่ชอบแนวนี้ สลอตแนะนำให้อ่านเป็นหนังสือจะสนุกกว่า

มีทั้งหมด 8 บทหลัก และ 4 บทย่อย

โดย 8 บทหลัก จะแบ่งเป็น ภาคปริศนา (4 บทแรก) และ ภาคเฉลย (4 บทท้าย)

4 บทย่อยที่เหลือเป็นเพียงเนื้อเรื่องเสริมเท่านั้น จะอ่านหรือไม่ก็ได้

สิ่งที่ทำให้ Higurashi เป็นเรื่องที่ปวดตับ แต่น่าสนุก

ก็คือเราจะได้อ่านในมุมมองของตัวละครหลักทุกตัวในเรื่อง

เนื้อเรื่อง Higurashi จะอยู่ในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น

แต่จะเล่าเรื่องด้วยตัวละครที่แตกต่างกันไปในแต่ละบท

เพื่อให้รู้ว่าทำไมตัวละครนี้ถึงทำแบบนี้ และกำลังคิดอะไรอยู่

พอถึงจุดไคลแมกซ์แล้ว จะต้องทึ่งเลยล่ะ

พูดได้เท่านี้จริงๆ

1. Evagelion

5 อนิเมะที่ปวดตับมากที่สุด

เป็นอนิเมะอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถูกยกให้เป็นอนิเมะปวดตับในตำนาน

แฟนอนิเมะพร้อมใจกันโหวตให้ Evagelion ปวดตับยิ่งกว่า School Day อีก!!

Evagelion (เอวาเกเลียน) เป็นอนิเมะที่ฉายตั้งแต่ปี พ.ศ.2538

แต่ด้วยเนื้อเรื่องสุดแหวกแนวของอนิเมะดังกล่าว

ทำให้ปัจจุบันก็ยังมีแฟนของอนิเมะเรื่องนี้อย่างหนาแน่น

และยังแนะนำให้หน้าใหม่ๆ ดูเรื่องนี้อีกด้วย

Evagelion เป็นอนิเมะที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นในสมัยนั้น

โดยแทนที่จะเป็นอนิเมะแนวดูแล้วผ่อนคลาย

หรือให้กำลังใจคนดู เหมือนอนิเมะแนวต่อสู้ทั่ไป

แต่ Evagelion กลับเป็นอนิเมะที่จะพาคนดูดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

ไปเจอกับความทุกข์ ความผิดพลาด ความเครียดของจิตใจ

พูดง่ายๆ ว่าเปรียบเสมือนอนิเมะที่สะท้อนเรื่องจริงของมนุษย์

สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ออกมาในรูปแบบอนิเมะ

ตัวละครแต่ละตัวของเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เป็นตัวละครพ่อพระ แม่พระ ร้ายสุดกู่เหมือนเรื่องอื่น

แต่เป็นตัวละครสีเทาๆ มีทั้งดีและร้ายในตัว

ทั้งเรื่องของการต่อสู้ และในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร

หลายคนมีความเชื่อว่า ดูๆ ไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นมาเองแหละน่า

คงไม่เครียดมากไปกว่านี้แล้วล่ะ

ถ้าคิดแบบนั้น ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า คิดผิดมหันต์มาก

เพราะ Evagelion จะพาคุณดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

จนกลายเป็นอนิเมะที่ปวดตับที่สุดในจักรวาลอนิเมะญี่ปุ่นแล้ว

สลอตก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดมาก

คือแบบว่า ทนดูไม่ไหวจริงๆ

ใครที่อยากปวดตับ จิตตกเล่นๆ ก็แนะนำอนิเมะเรื่องนี้เลย

แต่เพลงของอนิเมะเรื่องนี้ เพราะมากเลยนะ

ได้รับการโหวตให้เป็นเพลงอนิเมะที่ดีที่สุดจนถึงยุคปัจจุบัน

นั่นก็คือเพลง Zankoku na tenshi no Teeze

นอกจากจะปวดตับแล้ว แฟนอนิเมะรุ่นเก่า

ยังยกให้ Evagelion เป็นอนิเมะที่ดีที่สุดด้วย

แม้ว่าจะเก่าแล้ว แต่เนื้อหาของเรื่องนี้ก็ทันสมัย ไม่ตกยุคเลย

หาดูเถอะ ทั้งปวดตับที่สุด และไม่ควรพลาดที่สุด

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5อนิเมะเข้าใหม่netflixกรกฏาคม20219

เดือนกรกฎาคมนี้netflixขนอนิเมะมาให้ดูเพียบ มีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปต้องพูดร่ำทำเพลง ไปดูกันเลย Steins;Gate ชื่อไทยของอนิเมะเรื่องนี้คือ ฝ่าวิกฤต พิชิตกาลเวลา แค่ชื่อภาษาไทยก็พอรู้สึกถึงความ sci-fi ของเรื่องแล้ว เป็นเรื่องราวของ "โอคาเบะ รินทาโร่" หรือ "โอคาริน" นักประดิษฐ์หลุดโล่ง ที่มีนิสัยแสนจะสุดโต่ง เขามักจะคิดไปเองว่า เขาคือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกองค์กรลึกลับตามล่า เขา และเพื่อนอีก 2 คน ได้ร่วมกันสร้างห้องวิจัยสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไปลุ้นกันเองดีกว่า   Mirai Nikki หรือ Future Diary เรื่องราวของสงครามเกมส์คัดเลือกพระเจ้า ที่พระเอกของเรา หนุ่มน้อย ยุกกี้คุง ดันต้องมาเข้าร่วมอย่างไม่ตั้งใจ และสาวน้อยปริศนา กาไซ ยูโนะ เธอเป็นใคร หาคำตอบกันเองในเรื่องได้เลย   Haruhi เรื่องราวเบาสมอง ดราม่าเล็กน้อย ชีวิตในวัยเรียน ของพระเอกและเพื่อนๆที่ไม่ธรรมดาของเขา ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ไปสปอนตอนแรกของเรื่อง เอาเป็นว่าไปดูสักตอนสองละกัน จะเข้าใจเองว่าไม่ธรรมดาอย่างไร   Another เรื่องราวในโรงเรียนอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้มาอีกแบบ เกี่ยวกันปริศนาคำสาปของห้องเรียน ที่จะต้องมีนักเรียนในห้องนี้ตาย หรือไม่ก็ญาติของนักเรียนในห้องนี้ตายต่อไปเรื่อยๆ เพียงแค่ว่ามีวิญญาณที่ตายไปแล้ว ได้มาอยู่ในห้องเรียนนี้ ใครกันล่ะที่วิญญาณร้ายตัวนั้น   Deadman Wonderland เรื่องนี้สลอตอ่านจบไปนานมากๆแล้วชักจะลืม แต่จำได้ว่าตอนใกล้ๆจบสนุกมาก และจบอย่างสวยงาม เอาไงดี เอาเป็นว่า นางเอกน่ารักและแฮปปี้เอนดิ้งมั้ง
บทความ

5 เมนูอาหารที่เก่าแก่มากที่สุดในโลก

ยิ่งมีคนมากขึ้น ความต้องการก็ต้องหลากหลายมากขึ้น จึงมีการผลิตเมนูอาหารใหม่ๆ ออกมาทุกวัน ย้อนไปสัก 5 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักบิงซู แต่ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ร้านขายบิงซู ย้อนไปสัก 10 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักชาบู แต่ตอนนี้ร้านชาบูเปิดแข่งกันยิ่งกว่าเซเว่น แต่เคยสงสัยมั้ย ว่าอาหารอะไรล่ะ ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด มีการผลิตและกินอาหารชนิดนี้มานานมากแล้ว? บางอย่างก็ยังคงเป็นสิ่งที่เรากินทุกวันเหมือนเดิม ซึ่งเป็นระยะเวลาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่มันถูกคิดค้นขึ้นมา 1. ขนมปังเผา อารมณ์ประมาณขนมปังปิ้ง ขนมปังย่างในยุคสมัยนี้ แต่ในสมัยก่อนไม่มีเครื่องทำอาหารที่เหมาะสม จึงออกมาเป็นรูปแบบของขนมปังเผาแทน ขนมปังเผา พบบริเวณท่าเรืออ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าเมนูขนมปังเผามีมานานมากกว่า 5.500 ปีแล้ว มองจากภายนอกเราคงไม่รู้ว่ามันคือขนมปัง แต่นักโบราณคดีทราบว่าเจ้าก้อนกลมชิ้นสีดำนี้คือขนมปัง เนื่องจากมีข้าวบาเลย์อยู่ด้านในของชิ้นส่วน คาดว่าผู้ที่สร้างเมนูนี้ขึ้นมา คือชาวสหรัฐฯ กลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามายังเกาะอังกฤษ 2. ซุปต้มกระดูก เมนูโปรดของหลายคน เวลาได้ซดน้ำซุปต้มกระดูกร้อนๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีทุกครั้ง ซุปต้มกระดูกโบราณ มีอายุมากกว่า 2,400 ปี ถูกพบระหว่างคนงานกำลังขุดหาทองคำเหลวในประเทศจีน เรียกได้ว่ามันมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุซุปนั้นปิดสนิทอย่างดี ทำให้ด้านในนั้น ยังมีซุปหลงเหลืออยู่ ไม่แห้งหรือระเหยไปจนหมด อย่างไรก็ตาม ซุปได้กลายเป็นสีเขียวไปแล้ว เนื่องจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผลิตภัณฑ์นั่นเอง เลยอดชิมว่า ซุปต้มกระดูกเมื่อหลายพันปีที่แล้ว จะมีรสชาติเดียวกับปัจจุบันหรือไม่ 3. เนย มีการพบโถบรรจุเนยสภาพดีเยี่ยม ซึ่งคาดว่าเนยที่ค้นพบนั้นมีอายุมากกว่า 3,000 ปีแล้ว แม้ว่าตัวเนยอาจจะเสียอะไรหลายอย่างไปบ้าง เช่น ความสมบูรณ์ของตัวครีม ซึ่งแปรสภาพจากครีมกลายเป็นขี้ผึ้งแทน แต่อย่างอื่นก็คือว่า มองปราดเดียวรู้เลยว่าเป็นเนย ปัจจุบันเนยที่เก่าแก่ที่สุด ถูกรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศไอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมีสภาพดี แต่ก็ยังไม่มีใครเคยชิมหรอกนะ ว่ามันรสชาติดีตามสภาพรึเปล่า? 4. เส้นก๋วยเตี๋ยว ก่อนที่จะมีการสรุปได้ว่า ประเทศใดสร้างเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเป็นประเทศแรก หลายประเทศต่างถกเถียงกันว่าใครเป็นออริจินอล ทั้งประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งชาวอาหรับ สุดท้าย ก็ค้นพบหลักฐานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นประเทศแรกของโลก และสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การค้นพบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่ที่สุด พบเมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว บริเวณริมแม่น้ำเหลืองในประเทศจีน คาดว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยในบริเวณนี้ รีบร้อนอพยพเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้มีเส้นก๋วยเตี๋ยวตกตามพื้นในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์จนกระทั่งมีคนไปพบเข้า 5. เนื้ออบแห้ง ในสมัยก่อน ไม่มีวิธีการเก็บรักษาอาหารได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยนี้ ที่แค่โดนเข้าตู้เย็นอาหารก็อยู่ได้นานแล้ว มีการพบเนื้ออบแห้งในหลุมฝังศพแห่งหนึ่งในประเทศจีน คาดว่าเนื้ออบแห้งนั้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี สภาพของเนื้อวัวอบแห้งที่นักโบราณคดีพบ รูปร่างค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากพวกมันผ่านการตากแห้งมาแล้ว แต่สีของเนื้อวัวตากแห้งจะค่อนข้างเพี้ยนจากสีที่เราชินตาไปสักหน่อย เนื้อวัวอบแห้งในสมัยก่อน ถือเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับนักเดินทาง
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดในฤดูฝน

ฤดูฝน เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของคนส่วนมากสักเท่าไหร่นัก มันเป็นปัญหามากกว่าฤดูร้อนเสียอีก มันทั้งเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะหนะ ตัวเปียก เหม็นอับชื้นตลอดเวลา คนประกอบอาชีพจากหลายอาชีพ เหนื่อยที่สุดก็ฤดูฝนเนี่ยแหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูวัดใจเลย เรามาหาวิธีเอาตัวรอดจากฤดูสุดหฤโหดนี้ดีกว่า 1. พกร่มขนาดเล็กใส่กระเป๋าตลอดเวลา การพกร่มอาจจะเกะกะ และทำให้คุณต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากขึ้น จนส่งผลให้ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือไม่มีพื้นที่เก็บของอย่างอื่น แต่หลังๆ ก็มีการผลิตร่มขนาดเล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบพกอะไรไปไหนมาไหน มันอาจจะมีขนาดเล็กจนบังฝนได้คนเดียว หรือแม้แต่บังคนเดียวก็ยังไม่ได้ กางแล้วก็ยังเปียกอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถปกป้องคุณและของสำคัญจากน้ำฝนและความเปียกชื้นได้ ป้องกันได้สัก 50% ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันเลย 2. โหลดแอพฯ แจ้งเตือนสภาพอากาศ ถึงแม้ว่าการพยากรณ์อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความแม่นยำเลย อย่างน้อยเราก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าในพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงเกิดฝนตก เราจะได้หลีกเลี่ยง ป้องกันตัวเองไว้ดีกว่าการที่ต้องมาคิดได้ทีหลังว่า รู้แบบนี้เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกมาข้างนอกดีกว่า ถ้าหากมีนัดสำคัญหรืองานสำคัญ โดยที่ไม่เช็คสภาพอากาศก่อนละก็ ความเสี่ยงที่งานจะล่ม เกิดเหตุเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้น จะมีเยอะมาก 3. ใช้เครื่องอบผ้า ในช่วงฤดูฝน สิ่งที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด ใช้ชีวิตยากขึ้น ก็คือการตากผ้าเนี่ยแหละ ตากยังไงก็ไม่มีแห้งเพราะไม่มีแดด พอใกล้จะแห้งปุ๊บ ฝนตกซะงั้น! สลอตขอแนะนำให้ซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เลย หรือก็ไปใช้เครื่องอบผ้าตามร้านที่มีบริการซักผ้าอบผ้าก็ได้ มันอาจจะถูกมองว่าเปลืองเงิน แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีในฤดูฝน การตากผ้าในห้องไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะอาจทำให้ห้องชื้น และเหม็นอับไปด้วย ลองดูกันนะ 4. พกถุงพลาสติก การใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ควรลดละเลิก เพราะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม แต่ในฤดูฝน พกไว้บ้างก็ได้ รียูสใช้ในทุกวัน ถ้าเปียกก็เอาไปตากให้แห้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ถ้าเราลืมพกร่ม ลืมดูพยากรณ์อากาศ ถุงพลาสติกเนี่ยแหละที่พอจะรักษาชีวิตให้คุณได้ คลุมหัวได้เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินฝ่าฝน ใส่ของสำคัญอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ค แฟ้มเอกสารให้ไม่เปียก หรือแม้แต่สวมแทนรองเท้าตอนลุยน้ำ เพื่อป้องกันเท้าเปื่อย น้ำสกปรก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรคหรืออันตรายสะสม ประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม 5. ตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้อง/ ในบ้าน ก่อนออกไปข้างนอก เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และมักจะพลาดกับเรื่องนี้ ฤดูฝนเป็นอีกฤดูที่ควรดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เพราะจะมีทั้งปัญหาน้ำซึม น้ำรั่ว น้ำสาดเข้าบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น พื้นบวม, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด, ลมพัดเอกสารสูญหาย บางบ้านไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งฤดูฝน ทำให้รู้ว่าบ้านพักมีปัญหา ตรวจเช็คสภาพบ้านหรือที่พักให้ดี
บทความ

5แมลงที่ตัวใหญ่ที่สุด

แมลง เป็นสัตว์ที่มีคนรังเกียจ ขยะแขยง หวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ อย่าง ผึ้ง, แมลงสาบ, แมงมุม ฯลฯ ก็ตาม แต่คนก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ด้วยเหตุผลเช่น มันมีพิษ, มันส่งกลิ่นเหม็น, มันน่ารำคาญ แค่แมลงตัวเล็กจิ๋ว ขนาดไม่ถึงฝ่ามือก็จะช็อกตายแล้ว แต่ก็ยังมีแมลงที่ตัวใหญ่มากกว่าฝ่ามืออีกหลายสิบสายพันธุ์บนโลกนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบ มีขนาดเกือบเท่าแขนเลยทีเดียว! อันดับที่ 5 Titan beetle (Titanus giganteus)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.6 นิ้ว ด้วงไททันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดอันดับหลายโพล มีรายงานว่า ด้วงไททันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาความยาวมากกว่า 7 นิ้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน นักวิทยาศาสตร์จึงบันทึกสถิติจากด้วงไททันตัวใหญ่ที่สุดที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็คือ 6.6 นิ้วนั่นเอง ส่วนที่ยาวโดดเด่นของด้วงไททัน คือบริเวณลำตัว โดยความยาวของลำตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วงไททันเป็นสัตว์ที่หายากมาก เพราะมันอาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าฝนโซนอเมริกาใต้ ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมันได้อย่างง่ายๆ สักเท่าไหร่ อันดับที่ 4 ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส (Hercules beetle)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้ว หนึ่งในด้วงที่มีชื่อเสียง และมีคนนิยมเลี้ยงด้วงสายพันธุ์นี้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสตัวเมีย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ลำตัวจะสั้นกว่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ก็คือเขาที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั่นเอง บริเวณดังกล่าวก็ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในแมลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเลย และนอกจากมันจะเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ที่สุดแล้ว มันยังเป็นแมลงที่สามารถยกของที่มีขนาดใหญ่มากกว่ามันถึง 850 เท่าได้! อันดับที่ 3 Macrodontia cervicornis:ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้วขึ้นไป เป็นด้วงสายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบป่าฝนของประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย และบราซิล อวัยวะที่เป็นส่วนทำให้มันเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือขากรรไกรอันทรงพลังของมัน ชื่อของมันที่มีชื่อว่า Macrodontia ก็มีความหมายว่า ฟันยาว ตามลักษณะของมันนั่นเอง มันเป็นแมลงที่มีอายุยืนถึง 10 ปี และขนาดตัวอ่อนของด้วงสายพันธุ์นี้ ก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับวัยโตเต็มที่เลยล่ะ อันดับที่ 2 ตั๊กแตนตำข้าว (Praying Mantis)ความยาวโดยเฉลี่ย 7 นิ้ว แมลงที่เรารู้จักกันดี และพบได้ทั่วไป ตั๊กแตนตำข้าว เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1929 มีความยาวถึง 7.9 นิ้ว โดยพบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ยังมีรายงานว่า ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู ได้ แถมยังกินลูกนกได้อีกด้วย อันดับที่ 1 Phryganistria chinensis Zhaoความยาวโดยเฉลี่ย 24.6 นิ้ว ความยาวใหญ่ยักษ์ของเจ้าแมลงตัวนี้ เรียกได้ว่า แม้แต่คนไม่กลัวแมลงยังสยองเลย แมลงชนิดนี้ เป็นแมลงที่พบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และได้ยอมรับในปี ค.ศ. 2013 ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเจ้าแมลงตัวนี้ มันก็วางไข่ให้กำเนิดลูกอีก 6 ตัว แม้แต่แมลงชนิดนี้แรกเกิด ก็มีความยาวถึง 10.9 นิ้วแล้ว ถ้าเจอคงช็อกตายก่อน