5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

4 มิถุนายน 2561

ถ้าหากพูดถึงเกมบน PS4 ที่กำลังฮิตในช่วงเวลานี้แล้ว

ก็คงหนีไม่พ้นเกม Detroit become human ซึ่งสลอตจะเรียกย่อๆ ว่าเกม DBH

แม้ว่าเกม DBH จะเพิ่งเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการทั่วโลกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

แต่ความนิยมของเกมนี้ก็เรียกได้ว่า แซงหน้ารุ่นพี่ไปอย่างไม่เกรงใจ

เพราะไม่ว่าใครจะหยิบจับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกม DBH มาพูดถึง

ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบคลิป, บทความ หรือแค่เพียงพูดถึง

ก็จะมีคนกดเข้าชมเป็นจำนวนมาก

ยกตัวอย่างเช่น Heartrocker หรือ เอก HRK

ได้เล่นเกม DBH ไปทั้งหมด 8 ตอนแล้ว

รวมทั้งหมด 8 ตอน ก็มีผู้เข้าชมรวมมากถึง 7 ล้านครั้งเลยทีเดียว!

โดยคลิปที่คนเข้าชมเยอะที่สุดคือตอนแรก

ซึ่งมีผู้เข้าชมมากถึง 1.1 ล้านครั้งเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าการดูคนอื่นเล่นเกมมันจะสนุก

เพราะไม่ต้องมานั่งปวดหัวด้วยตัวเอง ดูคนอื่นเล่นเพลินๆ

จิ้นคนนู้นคนนี้ให้คู่กันแบบสบายใจ เช่นคอร์เนอร์กับแฮงค์

แต่เกมแบบนี้ มันต้องเล่นเอง!!!

มีหลายคนแย้งว่า ก็มีคนเล่นให้ดูแล้ว จะเล่นเองทำไม?

เล่นไปก็เหนื่อยเปล่า กว่าจะจบ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเคลียร์ได้มั้ย

แต่เชื่อเถอะ ว่าเล่นเองมันดีกว่าจริงๆ

1. ทุกการกระทำของเรา ส่งผลต่อฉากถัดไป

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

เป็นเสน่ห์ของเกม Detroit ที่ดึงดูดให้คนติดตาม

ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเล่นแบบไหน

เรื่องราวก็ต้องเดินทางเข้าสู่ฉากถัดไปอยู่ดี

แต่ทุกการกระทำของเราในเวลาปัจจุบัน ก็ส่งผลกระทบต่อฉากต่อไปเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็น การตามหาสิ่งของ, สำรวจสถานที่ต่างๆ

การตัดสินใจลงมือทำบางอย่าง หรือแม้กระทั่งคำพูดสั้นๆ ที่ทางเกมให้เลือก

ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อฉากถัดไป

เมื่อเล่นจบฉากหนึ่ง

ระบบจะแสดงผลว่าฉากดังกล่าว มีฉากจบทั้งหมดกี่แบบ

แต่จะไม่เฉลยว่าฉากจบแบบอื่นนั้นลงเอยอย่างไร

ที่น่าสนใจคือ บางอย่างก็จะส่งผลแค่ฉากถัดไปแบบเล็กๆ น้อยๆ

บางอย่างก็ส่งผลต่อตอนจบของเกมเลย

และบางอย่างก็ส่งผลต่อตัวละครอีกตัวหนึ่งที่เราควบคุมด้วย

ไม่มีทางย้อนกลับมาแก้ไขได้อีก

ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้ว่า สิ่งที่เรากำลังจะตัดสินใจทำ

ตัวหนังสือที่เราอ่าน มุมมืดที่เราลืมเดินไปสำรวจ

มันส่งผลยิ่งใหญ่มากเพียงใด

ทำให้การเล่นเกมนี้ เราจะเป็นที่จะต้องเตรียมตัวพร้อมในระดับหนึ่งเลยล่ะ

เพราะถ้าเราพลาดไปแม้แต่จุดเดียว

ก็อาจจะส่งผลให้เราต้องเจอกับฉากอันแสนเจ็บปวดก็เป็นได้

2. ตอนจบที่แสนจะหลากหลาย

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ด้านบน

ว่าทุกการกระทำของเราส่งผลต่อฉากถัดไป

แน่นอนว่าในเมื่อแต่ละฉากมีตอนจบที่แตกต่างกันออกไปแล้ว

ตอนจบที่แท้จริงของเกม ก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่น้อยหน้าฉากย่อยเลย

เกม Detroit become human เป็นเกมที่มีตอนจบหลายสิบแบบ

เนื่องจากการที่เราได้รับโอกาสให้ควบคุมตัวละครถึง 3 ตัวในเกมเดียว

แต่ควบคุมคนละช่วงเวลา

การกระทำบางอย่างของตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง

สามารถส่งผลกระทบไปถึงตอนจบของต่อตัวละครอีกตัวหนึ่งได้เลยล่ะ

ไม่เหมือนกับเกมอื่น

ที่ตอนจบจะมีแค่ Bad Ending กับ Happy Ending เท่านั้น

ด้วยความที่ตอนจบมีหลายสิบแบบ ไม่ตายตัว

ทำให้ผู้เล่นต้องคิดเอาเองว่า

ทางเลือกที่เราเลือกให้ฉากจบกลายเป็นแบบนี้ มันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี?

เพราะบางคนก็คิดว่า จบแบบนี้ดีกว่าจบอีกแบบหนึ่ง

ในขณะที่คนอื่นมองว่า จบแบบนี้ไม่ดี ต้องจบแบบโน้น

เป็นเรื่องที่เราต้องลุ้นเอาว่า ตัวละครเราจะจบลงแบบไหน

และเราจะตัดสินว่า มันดีแล้วหรือไม่?

ถกเถียงกับผู้เล่นเกม DBH คนอื่นได้อย่างสนุกสนานเลยล่ะ

3. ปริศนามากมายที่รอให้เราตามหาคำตอบ

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเกม

ไม่ได้มีเพียงแค่ฉากจบของแต่ละฉากที่แตกต่างกันออกไป

จนทำให้แต่ละคนเจอสถานการณ์ไม่เหมือนกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เล่นหลงใหลในเกมนี้

นั่นก็คือเหล่าปริศนาต่างๆ ที่รอการพิสูจน์

ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร มันมาจากไหน?

ไม่ว่าจะเป็นที่มาที่ไปของการสร้างแอนดรอยด์, รหัสลับที่ทุกคนต้องเจอ

คำพูดลับลมคมในของตัวละครในเกม

หรือแม้กระทั่งความลับของตัวละคร

สิ่งที่เป็นปริศนา และน่าค้นหามากกว่าปริศนาเชิงสัญลักษณ์ของเกม

คือปริศนาที่ว่า ตัวละครตัวนี้มีที่มาที่ไปยังไง

DBH ไม่ได้เป็นเกมที่จู่ๆ ใส่ตัวละครนี้เข้ามาอย่างไร้เหตุผล

ทุกตัวละครที่โผล่มา ล้วนมีที่มาที่ไปแทบทั้งหมด

โดยเฉพาะตัวละครที่เจอหน้าเป็นประจำกับตัวละครทั้ง 3 คน ที่เราควบคุม

สลอตจะไม่สปอยล์

แต่อยากจะแนะนำว่า ให้จับผิดตัวละครในเกม ที่เราต้องเจอหน้าประจำให้ดี

ว่ามีอะไรผิดปกติมั้ย การกระทำผิดแปลกไปไหม

รับรองว่า เมื่อเราจับจุดปริศนาถูก และค้นหาจนค้นพบเจอความจริง

เราจะอ้าปากค้างจนนกเข้าไปทำรังในปากได้เลยล่ะ

4. สะท้อนความเป็นตัวตนของเราเอง

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

แม้จะเป็นแค่เกม ที่หลายคนมองว่าเล่นๆ ไปเดี๋ยวก็จบ

แต่เมื่อสังเกตดูให้ดีแล้ว DBH เป็นเกมที่สะท้อนตัวตนของผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม

สังเกตได้จากการให้เราเลือกตัดสินใจว่า เราจะทำอะไรต่อไป

หรือจะพูดอะไรต่อไป

หลายคนอาจจะมองว่า เกมอื่นก็มีแบบนี้

แต่มีเพียงไม่กี่เกม ที่จะจับเวลาตอนเราเลือกว่าจะทำอะไรต่อไป

แถมหลายฉากที่เป็นสถานการณ์ตึงเครียด ก็ยังจับเวลาอีก!

เรียกได้ว่าเป็นการประเมินว่า

ธาตุแท้ของเราจะเป็นยังไงในสถานการณ์ฉุกเฉิน

หรือในสถานการณ์ที่ต้องใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

นอกจากต้องเลือกคำพูดในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกดดันแล้ว

ยังมีให้เลือกการกระทำในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินและกดดันด้วย

มันสะท้อนได้อย่างชัดเจนเลยว่า

คุณเป็นคนจิตใจดี, มีเมตตา, เด็ดขาด, ใช้เหตุผลเป็นหลัก, ใช้อารมณ์เป็นหลัก

หรือเห็นแก่ตัว, ไม่ไว้หน้าใคร, ไม่สนใจใคร, ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำเท่านั้น

มาลองเล่นแล้วลองย้อนดูการกระทำที่ตัวเองเลือกทำในเกมดูนะ

5. ได้ฝึกทักษะหลากหลายด้านในเกมเดียว

5 เหตุผลทำไมต้องซื้อ Detroit become human มาเล่นเอง

เรามักจะได้รับโอกาสฝึกภาษาในการเล่นเกมแต่ละเกม

โดยเฉพาะเกมเนื้อเรื่อง

แน่นอนว่า DBH ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะด้านภาษาของเรา

แม้ว่าเราจะเลือกได้ว่าจะเล่นภาษาอะไร

แต่ในเมื่อไม่มีภาษาไทย ภาษาที่สองก็คือภาษาอังกฤษ และยังมีภาษาอื่นอีก

อยากฝึกภาษาไหนก็เลือกตามใจชอบตอนเริ่มเกมได้เลย

นอกจากนี้ DBH ยังเป็นเกมที่ช่วยฝึกการตัดสินใจของเราด้วย

โดยมีหลายสถานการณ์ ที่เราจำเป็นจะต้องตัดสินใจในทันที

ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีแค่ 1 หรือ 2 ตัวเลือกเท่านั้น

แต่มีตัวเลือกให้เลือกที่จะทำ หรือ เลือกที่จะพูดมากมาย

ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราต้องเจอ

เรียกได้ว่าช่วยขัดเกลาทักษะด้านการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ บทพูดของตัวละครในเกม

ยังมีส่วนช่วยให้เรารู้ว่า ถ้าเราเลือกอยากจะพูดแบบนี้ ในสถานการณ์แบบนี้

เราควรจะใช้คำพูดว่าอะไร ถึงทำให้ผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อ

ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะปลอบใจเพื่อนที่กำลังเศร้า

แต่ดันเป็นคนที่ใช้คำพูดไม่ค่อยเป็น ผลเลยออกมาตรงข้าม

สำหรับเกม DBH เมื่อเราเลือกที่จะพูดแบบใดแบบหนึ่ง

ตัวละครก็จะพูดประโยคที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเช่นนั้น

และยังช่วยเพิ่มทักษะอื่นอีก เช่น ประเมินสถานการณ์, การสำรวจ, ความรอบคอบ, ความใจเย็น, การคิดก่อนทำ

ทั้งสนุก ทั้งเต็มไปด้วยข้อดี น่าระทึกใจแบบนี้ ห้ามพลาดแล้วล่ะ! ไปซื้อด่วนนนน!!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 อุบัติเหตุที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก

  สถิติที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากที่สุด เรามักจะรู้เพียงสถิติเกี่ยวกับโรคร้ายต่างๆ ว่าโรคอะไรทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด? ก็ได้แก่ มะเร็ง, เส้นเลือดในสมองแตก, เบาหวาน, โรคไต ฯลฯ แต่ถ้าถามว่า อุบัติเหตุอะไรทำให้คนเราเสียชีวิตมากที่สุดล่ะ? เราก็คงนึกไม่ออกใช่ไหมล่ะ สลอตได้ทำการรวบรวมข้อมูลคร่าวๆ ว่ามีอุบัติเหตุอะไรบ้าง ที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด ใครคิดว่ามีอุบัติเหตุอะไรอีก ก็ลองแสดงความคิดเห็นกับสลอตทีนะ อันดับที่ 5 อุบัติเหตุทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น โดนไฟช็อตจนเสียชีวิต,โดนลูกหลงจากเหตุการณ์อันตรายจนเสียชีวิต, โทรศัพท์ระเบิดใส่หน้า เป็นต้น อุบัติเหตุบางอย่าง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น หรือทำให้คนเสียชีวิตได้ ซึ่งไม่สามารถจัดประเภทได้เหมือนอุบัติเหตุอื่นที่เรากำลังจะกล่าวถึง อันดับที่ 4 จมน้ำ จมน้ำ ถือเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของทั่วทุกมุมโลก ในไทยมักจะเกิดเหตุการณ์เด็กจมน้ำในช่วงหน้าร้อน เพราะลงไปเล่นน้ำคลอง ส่วนในประเทศอื่น มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในทะเล โดนคลื่นซัดแรงจนจมน้ำหายไปจำนวนมาก หรือบางราย เพียงแค่ลงไปว่ายน้ำในสระน้ำสาธารณะ ก็มีโอกาสจมน้ำเสียชีวิตได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โดนคนใกล้ตัวกดหัวจนสมองขาดอ็อกซิเจนเป็นเวลานาน อันดับที่ 3 หกล้ม, พลัดตกจากที่สูง การหกล้ม การพลัดตกจากที่สูง เป็นอุบัติเหตุที่เกิดได้ทั้งในวัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงวัยชรา โดยเฉพาะวัยเด็กกับวัยชรา อุบัติเหตุหกล้มเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก ในวัยเด็ก การหกล้มอาจทำให้เสียชีวิตได้ในทันที เพราะเด็กไม่สามารถบังคับควบคุมร่างกายตัวเองได้ตามใจ ส่วนในวัยชรา การหกล้ม อาจทำให้อวัยวะสำคัญได้รับการกระทบกระเทือน ส่งผลให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ มีผู้คนจำนวนมากประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงจนเสียชีวิต เช่น เซลฟี่ในสถานที่หวาดเสียวจนเกิดอุบัติเหตุ, ลื่นตกบันได, หกล้มหัวฟาดพื้นขณะปีนเก้าอี้เพื่อเก็บของ เป็นต้น การหกล้ม การพลัดตกลงมา อาจเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทุกวันและเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็อันตรายมากเลยล่ะ อันดับที่ 2 อุบัติเหตุขณะทำงาน ทั่วโลก มีผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงานแทบทุกวัน แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก เพราะบริษัทหลายแห่งจำเป็นต้องปิดข่าว ที่เห็นได้ชัดคือ การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม, การทำงานกับเครื่องจักร, การทำงานในไซต์ก่อสร้าง คนงานเข้าไปติดในเครื่องจักรจนเสียชีวิตบ้าง ถูกอุปกรณ์ขนาดยักษ์ทับจนเสียชีวิตบ้าง ในการก่อสร้างแต่ละครั้ง มักจะมีคนงานเสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างแทบทุกครั้ง อันดับที่ 1 อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นอุบัติเหตุที่เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยแล้ว มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนประมาณ 2 คนต่อนาที และประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่ถูกร่ำลือว่า เป็นประเทศที่การจราจรอันตรายที่สุด อุบัติบนท้องถนน รวมทุกอย่างเอาไว้ ทั้งเมาแล้วขับ, หลับใน, คันเร่งค้าง, เบรคแตก ฯลฯ ผู้เสียชีวิตบนท้องถนน มีทุกเพศทุกวัย และมากกว่าอุบัติเหตุอื่นๆ เป็นเท่าตัว อุบัติเหตุบนท้องถนน ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 สาเหตุการเสียชีวิต ที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดของโลก (สาเหตุอื่นได้แก่ มะเร็ง, เส้นเลือดในสมองแตก ฯลฯ) เพราะบนท้องถนน เราไม่รู้เลยว่า ผู้ใช้ถนนร่วมกันกับเราเชี่ยวชาญมากแค่ไหน เมาหรือไม่ มีสติหรือไม่ ต่อให้เราระวัง คนอื่นก็อาจจะไม่ระวังอยู่ดี
บทความ

5อนิเมะแนวฮาเร็มชื่อดัง

พูดถึงอนิเมะแนวที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักอ่านผู้หญิงและผู้ชาย ก็คือแนวฮาเร็ม ฮาเร็มมีทั้งฮาเร็มสำหรับผู้หญิงอ่าน และฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน ตัวเอกของเรื่องมักจะล้อมรอบไปด้วยผู้ชายหรือผู้หญิงหน้าตาดี ที่มักจะมาพัวพันแบบที่ไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน มีตัวละครผู้หญิงเยอะกว่า แต่ผู้หญิงก็สามารถอ่านได้ และฟินเหมือนกัน เพราะตัวละครผู้หญิงในการ์ตูนฮาเร็มมักจะมีนิสัยที่น่ารัก น่าติดตาม การ์ตูนแนวฮาเร็มที่สลอตรวบรวมมาในวันนี้ บางเรื่องอาจจะไม่โด่งดังมาก แต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นการ์ตูนฮาเร็มขึ้นหิ้ง 1. Mahou Sensei Negima! ชื่อไทยของการ์ตูนเรื่องนี้คือ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! การ์ตูนแนวฮาเร็มรุ่นบุกเบิกเรื่องหนึ่งจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของคุณครูพ่อมด ที่ได้โอกาสไปสอนหนังสือในโรงเรียนหญิงล้วน ความฮาเร็มคือ เนกิมะได้ทำพันธสัญญากับนักเรียนหญิงทั้งห้อง โดยพันธสัญญาของแต่ละคนจะมีเอฟเฟคท์ที่ต่างกันไป และนักเรียนหลายคน มีความเกี่ยวข้องกับเนกิมะอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เนื้อเรื่องได้แทรกความตลก เฮฮา น่ารัก มีติดเรทบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มีฉากเครียด ฉากเลือดสาดมาให้ปวดหัวใจเลย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเฉลยในเนื้อเรื่อง ว่าสุดท้ายเนกิมะได้ลงเอยกับใคร แต่ในเรื่อง UQ Holder! ซึ่งเป็นการ์ตูนภาคต่อของเนกิมะ ได้เฉลยแล้วว่า สรุปแล้วเนกิมะแต่งงานกับใคร ในมังงะตอนที่ 140! แอบกระซิบว่า เป็นตัวละครที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ ว่าเนกิมะจะมาลงเอยกับคนนี้! 2. Nisekoi การ์ตูนเรื่องที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์สงครามนางเอกที่รุนแรงที่สุดเรื่องแรก พระเอกของเรื่องนี้จัดได้ว่าฮอตมาก มีสาวน่ารักมาแอบชอบ, มีคู่หมั้นที่สวยมาก, มีพี่สาวสุดน่ารัก, ต้องแกล้งเป็นแฟนกับสาวฮอตประจำโรงเรียน ฯลฯ ผู้หญิงแต่ละคนในเรื่องก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ดูยังไงก็สามารถเข้ากับพระเอกได้ทุกคน จนทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมขึ้นมา ทั้งในเว็บบอร์ดการ์ตูนและเว็บไซต์พันทิป เป็นเรื่องแรกๆ ที่มีการเรียกชื่อตัวละครด้วยสีผม เช่น ทีมหัวเหลือง, ทีมหัวดำ, ทีมหัวส้ม, ทีมหัวน้ำเงิน ฯลฯ Nisekoi เป็นการ์ตูนแนวความตลกเฮฮา ที่มีฉากต่อสู้เข้ามาเป็นระยะ เพราะตัวเอกของเราเป็นทายาทยากูซ่า และยังมีเนื้อเรื่องรองที่ชวนให้ติดตามอีกด้วย ถ้าใครไม่ชอบพระเอก ก็อาจจะชอบพระรองของเรื่องก็ได้นะ 3. School Days การ์ตูนแนวฮาเร็มที่แท้จริง ที่ค่อนข้างจะ.. ปวดตับเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าปวดตับในแง่ของการแอบชอบแล้วไม่สมหวังนะ แต่ตอนจบนี่ชวนปวดตับมาก จนอยากจะควักตับควักตาควักสมองออกมาล้าง ในตอนแรก มันก็ดูเป็นการ์ตูนแนว School life รักวัยรุ่นทั่วไปสดใส แต่ยิ่งดูไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ พระเอกเริ่มมีฮาเร็มเยอะขึ้น จนประมาณ 2-3 ตอนสุดท้าย ถือเป็นที่สุดอย่างแท้จริง ส่วนตัวสลอตคิดว่า ถ้าผู้ชายมีฮาเร็มในชีวิตจริง ก็คงมีจุดจบแบบการ์ตูนเรื่องนี้แหละ มีจุดจบยังไงน่ะหรอ? ต้องลองหาอ่าน หาดูกันเอาเองแล้วล่ะ 4. Love Hina นอกจากจะเป็นการ์ตูนแนวฮาเร็มแล้ว Love Hina ยังเป็นการ์ตูนให้กำลังใจเหล่าเด็กนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย ตัวเอกของเรื่องพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวที่มีชื่อเสียง ตามที่เขาได้เคยสัญญาเอาไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็พยายามมา 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังเตรียมตัวสอบใหม่อีกครั้งนั้น เขามีโอกาสได้ไปพักอาศัยในรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหอพักหญิงล้วนซะงั้น เขาต้องรับมือกับลูกบ้านผู้หญิง ที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการที่มีผู้ชายเข้ามาอยู่ในหอพัก และเขาต้องพยายามอ่านหนังสือ ต่อสู้เพื่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยตามที่หวังเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี การ์ตูนเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นการ์ตูนที่ตราตรึงผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้อ่านที่อยู่ในช่วงเตรียมสอบเข้า 5. Bakemonogatari หนึ่งในการ์ตูนจากซีรีส์ monogatari ที่สลอตยกให้ Bakemonogatari เป็นแนวฮาเร็ม เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องดูของซีรีส์นี้ สาวๆ แต่ละคนในฮาเร็มของพระเอกเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะพวกเธอทุกคนล้วนมีวิญญาณสัตว์เข้าสิงอยู่! มีทั้งน้องปู น้องทาก น้องลิง น้องงู น้องแมว เดือดร้อนเพราะเอก ที่มีร่างกายกึ่งอมตะเพราะถูกแวมไพร์กัด ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเธอ จนนั่นแหละ สาวๆ ก็ติดใจชื่นชอบเพราะเอกกันตามพล็อตเรื่องแนวฮาเร็ม ซีรีส์การ์ตูน monogatari เป็นการ์ตูนที่ใครจะชอบก็ชอบจนคลั่ง ถ้าใครจะเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ไปเลย เนื่องจากการ์ตูนมีการใช้คำพูดที่เยอะมาก มีการเล่นคำ ตีความหมายคำพูด แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดดูไม่ได้เลยนะ เพราะก็เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่มีกระแสค่อนข้างแรงเลย ลองเปิดใจดูสิ
บทความ

5 อนิเมะน่าดู 2019

ในแต่ละปี นอกจากจะต้องคอยตามเช็คว่าภาพยนตร์เรื่องไหนน่าดูแล้ว การตามเช็คว่าอนิเมะเรื่องไหนน่าดู ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเหมือนกัน ในแต่ละปี แต่ละสตูดิโอก็จะเข็นผลงานอนิเมะเรื่องใหม่ๆ เนื้อหาเด็ด ภาพสวย ออกมาแข่งขันกัน กว่าจะได้สักผลงาน ก็ไม่ใช่ว่าจะออกกันปีต่อปี บางเรื่อง กว่าจะออกภาคต่อมาได้ ก็ล่อไปเป็นปีเลย ปี 2019 เป็นปีที่มีการทำอนิเมะกลับมาฉายใหม่เยอะมาก แต่ก็มีอนิเมะที่ไม่มีภาคต่อมาสักพักแล้ว ฉายในปีนี้เช่นเดียวกัน มีเรื่องไหนน่าติดตามบ้างนะ? One Punch Man 2nd Seasonฉายช่วงเดือนเมษายน 2019 (กำลังฉาย)   การ์ตูนที่ดังมาตั้งแต่สมัยเป็นมังงะ ด้วยพลังสุดเทพของพระเอก สกิลหมัดเดียวจอด ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน โดนพระเอกต่อยทีเดียว ร่วงทุกราย! ในอนิเมะ One Punch Man ซีซันแรก ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทั้งเพลงประกอบ, การเคลื่อนไหว, ลายเส้น, ฉากแอ็คชัน ให้ความรู้สึกมันส์สะใจสมกับเป็นอนิเมะแนวแอ็คชัน ถึงแม้ว่าซีซัน 2 ของภาคนี้ อาจจะดรอปไปบ้างในเรื่องลายเส้น รวมถึงบางฉาก แต่รวมๆ แล้วก็ใช้ได้เลย เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ไม่ได้มีเนื้อหาแค่ต่อยหมัดเดียวจบไปเรื่อยๆ เหมือนที่หลายคนคิดนะ Dungeon ni Deai wo Motomeru no wa Machigatteiru Darou ka IIฉายช่วยเดือนกรกฎาคม 2019 ชื่อสั้นๆ ของอนิเมะเรื่องนี้คือ DanMachi ซึ่งสร้างจากไลท์โนเวลชื่อดังของญี่ปุ่น หลังจากประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมในวงกว้างจากการฉายภาคแรก (โดยเฉพาะคนคอสเพลย์จากตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก) ข่าวคราวของอนิเมะเรื่องนี้ก็เงียบหายไปเลย จนคิดว่าไม่น่าจะมีภาคต่อแล้ว กระทั่งล่าสุด ได้มีการรายงานว่า DanMachi เตรียมทำอนิเมะภาค 2 แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ภาค 2 ที่จะฉาย เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเวลาใด เอาเป็นว่ามารอดูกัน Dr. Stoneฉายช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 หนึ่งในการ์ตูนยอดนิยมจากโชเนนจัมป์ ที่แม้จะไม่มีคนรู้จักในวงกว้างเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น แต่ก็สามารถเบียดจนขึ้นเป็นการ์ตูนยอดนิยมติดอันดับของโชเนนจัมป์ได้ Dr. Stone เป็นเรื่องราวสุดลึกลับ ที่จู่ๆ มนุษย์ทั้งโลกก็กลายเป็นหิน? ผ่านไปหลายปี มีชายหนุ่มคนหนึ่งสามารถกลายร่างคืนเป็นมนุษย์ได้ เขาต้องตามหาผู้ที่สามารถคืนร่างเดิมของตัวเองได้ และตามหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา? ฟังดูอาจจะน่าเบื่อ แต่เป็นการ์ตูนแอ็คชันแนววิทยาศาสตร์ที่น่าติดตามมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ Boku no Hero Academia 4th Seasonฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 การ์ตูนที่ถูกตั้งฉายาว่า เป็นความหวังของโชเนนจัมป์ ที่จะช่วยชูโรงให้โชเนนจัมป์รุ่งเรือง หลังจากการ์ตูนชื่อดังของโชเนนจัมป์ค่อยๆ อวสานไปทีละเรื่อง ทั้งมังงะและอนิเมะ 3 ซีซันแรก ก็ได้รับความนิยมสูงมาก อนิเมะทั้ง 3 ซีซันก็ทำได้ดีมาก ทั้งเพลงประกอบ, ลายเส้น, การเคลื่อนไหว, เสียงพากย์, ฉากแอ็คชัน จึงทำให้แฟนการ์ตูนเรื่องนี้ต่างรอคอยการมาถึงของอนิเมะซีซันที่ 4 ในฐานะที่อ่านมังงะมาล่วงหน้าแล้ว ขอกระซิบเลยว่า เนื้อเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้มข้นมากแบบพลาดไม่ได้! Psycho-Pass 3ฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 เนื้อเรื่องของ Psycho-Pass เกี่ยวกับโลกที่จะตัดสินพลเมืองว่าใครเป็นคนดี หรือใครเป็นอาชญากร ด้วยระบบวัดค่าตัวเลข ถ้าหากใครที่มีค่าตัวเลข หรือค่า Psycho-Pass สูงเกินกำหนด คนพวกนั้นจะถูกจัดว่าเป็นอาชญากร และถูกกำจัดได้ทันที แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อระบบนี้ ก่อให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้น การกดขี่ข่มเหงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซีซัน 1 และซีซัน 2 ของอนิเมะเรื่องนี้ ฉายจบไปนานมากแล้ว (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014) กระทั่งล่าสุด ก็มีการประกาศว่า ได้ทำการสร้างซีซัน 3 เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาถึง 2 ตัว เพื่อให้เนื้อเรื่องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น! มารอดูกันได้เลย
บทความ

5 ข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

แต่ละประเทศ ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันคือ นิสัย พฤติกรรม การวางตัว ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจอคนเอเชียพูดจาเสียงดังเปิดเผย แสดงว่ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เวลาเจอคนที่ส่ายหัวทุกครั้งที่พูด แสดงว่ามาจากอินเดีย วันนี้เราจะมาดูกันว่า ระหว่างคนไทย กับคนญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จะมีข้อแตกต่างอะไรบ้าง 1. การแสดงออก คนญี่ปุ่น จะมีปฏิกิริยาที่ล้นกว่าคนไทย หรือที่พูดง่ายๆ ก็คือ โอเวอร์แอ็คติ้ง รีแอคชั่นของคนญี่ปุ่นที่เราเห็นกันในทีวี ชีวิตจริงพวกเขาก็เป็นกันแบบนั้นแหละ เจออะไรที่น่าแปลกใจ น่าตกใจอะไรนิดหน่อย ก็ฮือฮาเสียงดังลั่นแล้ว แตกต่างจากคนไทยที่ไม่ค่อยแสดงออกอะไรเท่าไหร่ ค่อนข้างคีพลุค ดูไม่ค่อยออกว่ารู้สึกอะไรอยู่ เจอคนญี่ปุ่นเข้าใจก็จะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของพวกเขานั่นแหละ 2. ความตรงต่อเวลา เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใครที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่น จะรู้เลยว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เรื่องเวลาเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมากๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะการรักษาเวลาส่งผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงตัวเราเองด้วย ส่วนคนไทย ก็มีทั้งคนที่รักษาเวลา และคนที่ไม่รักษาเวลา แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรักษาเวลากันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเวลานัดไปเที่ยวกับเพื่อน สายแล้วสายอีก 3. ความสะอาด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย บ้านเมืองญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีขยะ แม้กระทั่งงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ ก็มีขยะให้พบเห็นน้อยมาก นั่นเป็นเพราะข้อกฎหมายหลายอย่าง และการปลูกฝังความเป็นระเบียบ ความรับผิดชอบของคนญี่ปุ่น ส่วนคนไทยจะติดนิสัยมักง่าย กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น เวลามีงานอะไรสักที เช่น งานคอนเสิร์ต งานแข่งกีฬา พอจบงาน ก็ขยะล้นจนเดินไม่ได้ 4. การทำงาน คนญี่ปุ่นทั้งประเทศ มักจะทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน โหมทำงานอย่างหนัก จนมีข่าวพนักงานฆ่าตัวตายเพราะความเครียดเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังในญี่ปุ่น ยังมีหลายบริษัทที่มีการกดขี่พนักงานราวกับไม่ใช่มนุษย์ ส่วนประเทศไทย ต่อให้กดดันแค่ไหน คนไทยก็หาลู่ทางในการชิลได้ แอบเล่น Facebook twitter LINE ตอนทำงานถือเป็นเรื่องปกติในไทย ถ้าเป็นญี่ปุ่นนี่ไม่ได้เลยนะ 5. ความเคารพในกฎกติกา เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด การที่คนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีระเบียบ เรียบร้อย เป็นไปตามแบบแผนที่กำหนดไว้ เป็นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังให้เคารพในกฎกติกาที่ถูกสร้างขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การห้ามทิ้งขยะหน้าบ้านคนอื่น, ถ้าจะทิ้งขยะชนิดนี้ ต้องทิ้งในวันที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ฯลฯ แค่การทิ้งขยะก็มีการตั้งกฎอย่างชัดเจน และผู้คนก็ปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัดแล้ว ต่างจากประเทศไทย ที่ต่อให้กฎหมายหนักแค่ไหน ก็จะหาลู่ทาง เส้นสาย เพื่อให้ตัวเองพ้นจากความผิด หรือรับโทษอย่างเบาที่สุด อะไรแหกได้แหก คนไทยถูกปลูกฝังมาว่าการมีเส้นสาย หรือการแหกกฎได้ เป็นเรื่องเท่