5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

19 พฤษภาคม 2561

ด้วยเศรษฐกิจที่ขึ้นๆ ลงๆ สมัยนี้

หลายอย่างก็มีราคาที่สูงขึ้น เช่น น้ำมัน, ค่าอาหาร, ค่าโทรศัพท์

จนทำให้หลายคนมีความคิดว่า

เก็บเงินไปอยู่ต่างประเทศดีกว่ามั้ย น่าจะใช้ชีวิตสบายกว่าเยอะ

อยู่ไทยไม่ไหวแล้ว ค่าใช้จ่ายแพงเกินไป สูงเกินไป

แต่ช้าก่อนนนน!!

ในการจัดอันดับประเทศที่ค่าครองชีพที่สูงที่สุดนั้น

ไทยอยู่อันดับที่ 51 จากทั้งหมด 108 ประเทศ!

ซึ่งถือว่าเป็นอันดับกลางๆ ค่อนไปทางถูกเลยล่ะ

ยังมีอีกหลายประเทศที่มีค่าครองชีพสูงกว่าเราเยอะ

คือถ้ารู้ว่าค่าครองชีพของประเทศอื่นเนี่ย มีราคาเท่าไหร่

หลายคนก็ล้มเลิกที่จะย้ายประเทศ แล้วก้มหน้าทำงานต่อไปอย่างสบายใจ

เพราะประเทศที่ค่าครองชีพสูงสุดๆ เนี่ย..

อาหาร 1 มื้อ ราคาเฉียด 1 พันบาทเลยนะ!!

ค่าเงินทั้งหมด สลอตได้แปลงให้เป็นค่าเงินไทยแล้วเพื่อความเข้าใจง่าย

ไม่ต้องเสียเวลาบวกลบคูณหารกับสกุลเงินของทางนู้น

มาลองดูกันดีกว่าว่าจะมีประเทศอะไรบ้าง ลองทายเอาไว้ในใจดูนะ

 

อันดับที่ 5 ฮ่องกง

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

แม้ ฮ่องกง จะเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในตอนนี้

แต่สำหรับชาวฮ่องกง และคนที่ใช้ชีวิตอยู่ฮ่องกงแล้ว

จะรู้เลยว่า การใช้เงินเพื่อมาเที่ยว กับ การใช้เงินเพื่ออยู่อาศัย

ปริมาณเงินที่ต้องจ่ายมันแตกต่างกันมาก

หรือแม้แต่คนที่ไปท่องเที่ยวฮ่องกงเป็นประจำ ก็จะพอรู้

ว่าระยะ 1-2 ปีให้หลังมานี้ ค่าเงินฮ่องกงเริ่มสูงขึ้นจนแทบจะจ่ายไม่ไหว

แต่ด้วยความที่เป็นประเทศท่องเที่ยวยอดฮิต นักท่องเที่ยวจึงยังเยอะอยู่

โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าอาหารในย่านธุรกิจของฮ่องกงนั้น

อยู่ที่ประมาณ 395 บาท ต่อ 1 มื้อ (รวมเครื่องดื่มแล้ว)

และค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารการกินทั่วไปของทุกย่านนั้น

นมปริมาณ 1 ลิตร ราคาประมาณ 100 บาท

น้ำอัดลม 2 ลิตร ราคาประมาณ 70 บาท

ส่วนค่าเช่าอพาร์ทเมนต์พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบนั้น

ห้องขนาด 480 ตารางฟุต ค่าเช่าอยู่ที่ 68,000 บาทต่อเดือน สำหรับย่านชุมชน

แต่สำหรับย่านธุรกิจนั้น ในขนาดห้องที่เท่ากัน แต่ราคาจะพุ่งไปสูงถึง 97,000 บาทต่อเดือน

ราคาตั๋วหนังสำหรับดู 2 คน ก็ราคาอยู่ที่ 790 บาท สำหรับที่นั่งปกติ

แต่ถ้าเป็นที่นั่ง VIP 2 ที่นั่ง ราคาจะพุ่งไปอยู่ที่ประมาณ 5,200 บาท

ท่องเที่ยวไม่กี่วันก็คงบอกว่าไม่แพงได้

แต่สำหรับคนอยู่อาศัย คงต้องทำงานกันตัวเป็นเกลียว

 

อันดับที่ 4 นอร์เวย์

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

เป็นประเทศที่คนแทบทั้งโลกใฝ่ฝันอยากจะไปอยู่อาศัย

เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่สวยงามมาก

วิวทิวทัศน์ราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย

ทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมลงตัวเข้ากันได้ดี ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

แต่เมื่ออยู่ในประเทศที่สวยงาม ดูเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านขนาดนี้

ย่อมมีค่าครองชีพที่สูงอย่างแน่นอน

โดยเฉลี่ยแล้ว นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวนอร์เวย์เป็นเวลา 7 - 10 วัน

จะต้องเตรียมเงินไปประมาณ 100,000 บาท (ไม่รวมเครื่องบิน)

บ้างก็ใช้น้อยกว่างบบ้าง บ้างก็ใช้งบบานปลายบ้าง

เพราะถ้าเผลอใจซื้อของตามใจในนอร์เวย์ ต้องจ่ายเยอะเลยทีเดียว

โดยเฉลี่ยค่าอาหารในย่านธุรกิจนั้นอยู่ที่ 838 บาทต่อ 1 มื้อ (รวมเครื่องดื่มแล้ว)

อกไก่ขนาด 500 กรัม ราคาอยู่ที่ประมาณ 300 บาท

นม 1 ลิตร ราคา 70 บาท น้ำอัดลม 2 ลิตร ราคา 150 บาท

เรียกได้ว่า เป็นราคาที่สูงพอตัวเลยทีเดียว

ส่วนราคาห้องเช่าพร้อมเฟอร์นิเจอร์ขนาด 480 ตารางฟุต ในย่านชุมชนทั่วไปนั้น

อยู่ที่ราคา 41,000 บาทต่อเดือน

และสำหรับห้องเช่าขนาดเดียวกัน แต่อยู่ในย่านธุรกิจ

จะอยู่ที่ 52,000 บาทต่อเดือน

มาดูราคาตั๋วหนังกันบ้าง

ราคาตั๋วหนังสำหรับ 2 ที่ ในที่นั่งธรรมดา ราคาจะอยู่ที่ 1,000 บาท หรือเฉลี่ยก็คนละ 500 บาท

ส่วนที่นั่ง VIP สำหรับ 2 คน จะอยู่ที่ 3,600 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 1,800 บาท!

เป็นประเทศที่แค่เที่ยวก็กระเป๋าตังสั่นแล้ว

 

อันดับที่ 3 สวิตเซอร์แลนด์

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศในฝัน

ทุกครั้งที่มีการลงคลิปการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ก็มักจะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า

อยากไปเที่ยวประเทศนี้ดูสักครั้ง

เพราะไม่ว่าจะถ่ายจากมุมไหน เมืองไหน ใช้กล้องดีหรือไม่ดี

ก็ได้ภาพที่ออกมางดงามราวกับเทพนิยายทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกประเทศที่น่าอยู่มากๆ

เพราะพลเมืองชาวสวิตเซอร์แลนด์ ต้องจ่ายค่ากินอยู่ที่สูงเอาเรื่องเลยล่ะ !


ค่าอาหาร 1 มื้อในย่านธุรกิจ นั้นอยู่ที่ประมาณ 800 บาทต่อ 1 คน (รวมเครื่องดื่มแล้ว)

อกไก่ 500 กรัม ราคา 430 บาท

นม 1 ลิตร ราคา 60 บาท และ น้ำอัดลม 2 ลิตร ราคา 90 บาท

บางอย่างก็ถูก บางอย่างก็แพงล่ะเนอะ

มาดูกันที่ราคาที่พักอาศัยกันบ้าง

อพาร์ทเมนต์ขนาด 480 ตารางฟุต เฟอร์นิเจอร์ครบ

ราคาอยู่ที่ 49,000 บาทต่อเดือน สำหรับย่านชุมชน

และจะอยู่ที่ 60,000 บาทต่อเดือน สำหรับย่านธุรกิจ

ส่วนราคาตั๋วหนังนั้น

ตั๋วหนังที่นั่งปกติสำหรับ 2 ที่ จะอยู่ที่ 1,200 บาท หรือประมาณคนละ 600 บาท

ส่วนที่นั่ง VIP สำหรับ 2 ที่ จะอยู่ที่ 4,300 บาท หรือประมาณคนละ 2,000 กว่าบาท

แต่สำหรับสลอต ถ้าจ่ายราคาแพงแล้วได้อยู่ในประเทศที่น่าอยู่แบบนี้

สลอตก็ยอมทำงานหนักเพื่อจ่าย แลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีนะ

เรามาขยันทำงานกันเถอะ!

 

อันดับที่ 2 ไอซ์แลนด์

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่โดดเด่นเท่า นอร์เวย์ กับ สวิตเซอร์แลนด์

แต่ไอซ์แลนด์ก็เป็นประเทศที่ บรรดานักท่องเที่ยวต้องไปให้ได้

ถ้าเราไปถามคนที่ชอบเที่ยวว่า ประเทศที่อยากไปมีอะไรบ้าง

แทบจะทุกคน ต้องมีประเทศไอซ์แลนด์อยู่ในคำตอบ

เพราะถึงแม้ว่าจะไม่โดดเด่นแบบน่าฮือฮา

แต่ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์

มีเสน่ห์ และส่วนใหญ่มีความคิดเห็นตรงกันว่า ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

แต่ราคาที่ต้องจ่าย

ก็ถือว่าสูงทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่อยู่อาศัย

ค่าอาหารสำหรับ 1 คนในย่านธุรกิจ จะอยู่ที่ 900 บาท ต่อ 1 มื้อ

อกไก่ขนาด 500 กรัม ราคา 360 บาท

นม 1 ลิตร ราคา 65 บาท และ น้ำอัดลม 2 ลิตร ราคา 90 บาท

ส่วนราคาของที่อยู่อาศัยในไอซ์แลนด์นั้น

อพาร์ทเมนต์ขนาด 480 ตารางฟุต เฟอร์นิเจอร์ครบ

ราคาอยู่ที่ 42,800 บาทต่อเดือน สำหรับย่านชุมชน

และจะอยู่ที่ 57,000 บาทต่อเดือน สำหรับย่านธุรกิจ

แล้วก็มาดูราคาตั๋วหนังอย่างที่เราเปรียบเทียบกับประเทศก่อนๆ

ตั๋วหนังที่นั่งปกติสำหรับ 2 ที่ จะอยู่ที่ 970 บาท หรือประมาณคนละ 490 บาท

ส่วนที่นั่ง VIP สำหรับ 2 ที่ จะอยู่ที่ 4,000 บาท หรือประมาณคนละ 2,000 บาท

ดูเพียงผิวเผินอาจจะไม่แพงสักเท่าไหร่

แต่เมืองไอซ์แลนด์มีค่าครองชีพสูงกว่าลอนดอนมากถึง 7%

และค่าครองชีพสูงกว่าเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ มากถึง 90% !

คิดคำนวณจากค่ากิน ค่าที่อยู่อาศัย รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในชีวิตประจำวัน

 

อันดับที่ 1 ประเทศเบอร์มิวดา

5 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด

อาจจะเรียกว่าเป็นประเทศได้ไม่เต็มปาก

เพราะเบอร์มิวดา เป็นอาณานิคมโพ้นทะเลของอังกฤษ

พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ห่างๆ ทว่าอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ

แม้กระทั่งธงชาติก็เป็นธงที่มีทั้งธงอังกฤษ และสัญลักษณ์เบอร์มิวดารวมกัน

แต่เรื่องค่าครองชีพของเบอร์มิวดา แตกต่างจากอังกฤษลิบลับ

หลายคนมองว่า ประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ค่าครองชีพน่าจะถูก

เพราะคงไม่มีอะไรมาก

แต่ไม่ใช่กับเบอร์มิวดา เพราะเบอร์มิวดาเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก!

ค่าอาหารสำหรับ 1 คนนั้นอยู่ที่ 800 บาท ต่อ 1 มื้อ

อกไก่ 500 กรัม ราคา 320 บาท

นม 1 ลิตร ราคา 125 บาท น้ำอัดลม 2 ลิตร ราคา 160 บาท

เนื่อจากเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก สลอตเลยจะเปิดเผยราคาอย่างอื่นด้วย

แอปเปิลปริมาณ 1 กิโลกรัมของที่นี่ จะอยู่ที่ 330 บาทโดยประมาณ

อินเตอร์เน็ตความเร็ว 8 Mbps มีค่าใช้จ่ายตลอด 1 เดือนอยู่ที่ 3,000 บาท! บ้านเราแค่ 500-600 บาทเท่านั้น

ส่วนด้านที่พักอาศัยนั้น

อพาร์ทเมนต์ขนาด 480 ตารางฟุต เฟอร์นิเจอร์ครบ

ราคาอยู่ที่ 55,450 บาทต่อเดือน สำหรับย่านชุมชน

และจะอยู่ที่ 76,800 บาทต่อเดือน สำหรับย่านธุรกิจ

ตั๋วหนังสำหรับ 2 คน อยู่ที่ 780 บาท หรือคนละประมาณเกือบ 400 บาท

บุหรี่ยี่ห้อมัลโบโร่ อยู่ที่ซองละ 400 บาทกันเลยทีเดียว!

และเมื่อเทียบค่าครองชีพทั้งหมดของเมืองในเบอร์มิวดา กับลอนดอน เมืองในอังกฤษแล้ว

เมืองในเบอร์มิวดา ค่าครองชีพสูงกว่าลอนดอนมากถึง 26%

สูงกว่าฮ่องกงมากถึง 37% และสูงกว่าเม็กซิโกถึง 218% เลยทีเดียว!!

เรียกได้ว่า เป็นอันดับที่ 1 ที่หลายคนคงคาดไม่ถึง

ว่าประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุด จะเป็นประเทศนี้

 

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5หนังน่าดูมกราคม2019

ไม่ต้องพูดร่ำทำเพลงมีเรื่องอะไรบ้างไปดูเลย   1.  Schindler's List 25th Anniversary ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม เข้าฉาย 10 มกราคม   เริ่มต้นด้วยหนังในตำนานก่อนเลย สำหรับคนชอบดูหนังรางวัล นี่คือหนึ่งในสุดยอดผลงานของสปีลเบิร์ก ในวันนี้ครบรอบ25ปี จึงได้กลับมาฉายใหม่ ไม่อยากเล่าเรื่องราว ไปสัมผัสเองละกันกับความยาวหนังสามชม.     2. Spider-Man: Into the Spider-Verse สไปเดอร์-แมน : ผงาดสู่จักรวาลแมงมุม เข้าฉาย 10 มกราคม   ต่อด้วยหนังการ์ตูนฮีโรยอดฮิตจากมาเวล สไปเดอร์แมน หลายคนคงเบื่อนหน้าหนี พร้อมตั้งคำถามว่า อีกแล้วหรอ  แต่เดี่ยวก่อน นี่ไม่ใช่สไปเดอร์แมนธรรมดา ที่ลุงเบนตาย แต่เป็นโลกคู่ขนานต่างของสไปเดอร์แมนต่างหาก เอาเป็นว่าสไปเดอร์แมนจากหลายจักรวาลเลยล่ะ การรันตีด้วยรางวัลอนิเมชันยอดเยี่ยม ใครไม่ดูอาจจะพลาดของดีๆไปก็ได้นะ   3. Glass คนเหนือมนุษย์ เข้าฉาย 16 มกราคม   หนังภาคต่อจาก Split และ Unbreakable ด้วยการร่วมมือกันจากสองสตูดิโอ ทั้งดิสนีย์และยูนิเวอร์แซล ใครที่เคยดูsplit และ unbreakable มาก่อนคงต้องไปดูให้จบอยู่แล้ว แต่ใครที่ยังไม่เคยดูมาก่อน ก็ไปดูสิ แล้วคุณจะเดินเข้าโรงไปดูเรื่องนี้เองโดยไม่ต้องโฆษณาเลยล่ะ   4. How to Train Your Dragon: The Hidden World อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร 3 เข้าฉาย 31 มกราคม   อนิเมชันมังกรไวกิ้งภาคต่อของเจ้าเขี้ยวกุด มังกรสีดำที่ภาคนี้จะมีแฟนด้วยอ่ะ เป็นมังกรสีขาวในหน้าปกนั่นแหละ ใครอยากดูมังกรจีบกันก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง   5. แช่ง เข้าฉาย 16 มกราคม   ปิดท้ายด้วยหนังไทย หนังสยองขวัญ ที่คนไทยทำได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก เรื่องราวเกี่ยวการแช่งแน่ๆ อาจจะแช่งทีมฟุตบอลที่เราไม่ชอบหรือเปล่า หรือจะแช่งบุพการีใคร คงต้องไปหาคำตอบใน แช่ง!!!  
บทความ

5 เครื่องเล่นเกมที่เกมเมอร์ต้องมี

  หากได้ติดตามข่าวสารทั้งในและต่างประเทศทุกหมวดหมู่อยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้เลยว่า หนึ่งในกระแสที่มาแรงคือกระแสของเหล่าเกมเมอร์ ที่สังคมทั่วโลกให้การยอมรับมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับเกมเริ่มมีอิทธิพล เกมเมอร์หลายคนก็กล้าที่จะเปิดตัวว่า เนี่ย เราเป็นเกมเมอร์นะ! กันมากขึ้น จากเดิมที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเพราะกลัวโดนผู้ใหญ่ตำหนิ แน่นอนว่าหลายคนที่สนใจในการเล่นเกม แต่ไม่มีโอกาสได้เล่นเกมดั่งใจหวังสักที ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตามคนอื่นช้าไปรึเปล่า? พอมาศึกษาเกี่ยวกับเกมตอนนี้ ก็มีเครื่องเล่นเกมอะไรไม่รู้โผล่มาเต็มไปหมด แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็ต่างกันแค่นิดเดียว แล้วเราควรจะมีอันไหนในครอบครองบ้างล่ะ ถึงจะคุ้ม ซื้อมาแล้วไม่เสียเปล่า? ได้เล่นแน่ๆ ไม่ใช่ว่าวางไว้ให้แม่ด่าเล่น   PlayStation 4 Pro เป็นเครื่องเล่นเกมในฝันของเกมเมอร์หลายคน PlayStation มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องของเครื่องเล่นเกมที่โดดเด่น สาเหตุที่สลอตแนะนำรุ่น PlayStation 4 Pro เครื่องเล่นที่ต้องอาศัยจอคมชัดระดับ 4K แทนที่จะเป็นตัวอื่น ธรรมดาๆ ก็เพราะ ไหนๆ ก็ "ของมันต้องมี" ก็ต้องเอาทีเดียวให้สุด! รวมถึงตัวการ์ดจอ, การแสดงผลของภาพ, เฟรมเรต ยังเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เล่นแล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์ชะงัก กระตุกให้กวนใจแน่นอน ความจุก็มากถึง 1TB เล่นจนลืมไปเลยว่ามีกี่เกมแล้ว พร้อมกับการันตีคุณภาพด้วยยอดขายกว่า 90ล้านเครื่องไปแล้ว   Nintendo Switch เครื่องเล่นเกมตัวใหม่ล่าสุด ที่มาแรงมาก! แม้ว่า Nintendo จะมีอายุมายาวนานแล้ว แต่ก็สามารถผลิตสิ่งแปลกใหม่ได้เสมอ จุดเด่นของ Nintendo Switch คือคอนเซปต์ของมัน ที่สามารถเล่นได้ทั้งแบบพกพา และแบบขึ้นจอทีวีใหญ่ได้ในเครื่องเดียว เพียงแค่เสียบเครื่องลงไปในตัว dock ภาพจากเครื่องพกพา ก็จะขึ้นจอใหญ่ทันที เล่นต่อได้เลยโดยไม่ต้องปิดเครื่อง หรือทำอะไรให้วุ่นวายทั้งนั้น! จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ "จอย" สองด้าน ที่ที่สามารถเล่นได้อย่างหลากหลาย ทั้งเสียบจอยข้างจอ, เสียบจอยกับอุปกรณ์เสริมที่ให้มา แล้ววางจอไว้ตรงไหนก็ได้ หรือแม้แต่ เล่นเกม 2 Players แล้วต่างคนต่างถือคนละจอย! นับว่าแหวกแนวสำหรับวงการเครื่องเล่นเกมมาก ของมันต้องมีแล้วอะอันนี้ ไม่มีก็ไม่ใช่เกมเมอร์แล้ว   คอมพิวเตอร์ PC คิดว่าเป็นเครื่องเล่นเกมคลาสสิค จุดเริ่มต้นของเกมเมอร์ทุกคนก็เริ่มมาจากการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์เนี่ยแหละ! คุณพ่อคุณแม่หลายบ้าน มักจะซื้อคอมพิวเตอร์หวังให้ลูกทำงาน ศึกษาหาความรู้ หรือปล่อยให้ลูกเข้าร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อทำงาน... แต่จะมีสักกี่คนกันเล่าที่ใช้ทำงานจริงๆ 100% แบบไม่แตะเกมเลย! เกมออนไลน์ยุคบุกเบิกที่เป็นที่รู้จัก เช่น แร็คนาร็อค, เมเปิ้ล, อีโค่, Flyff, เคาท์เตอร์สไตรค์ ฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นเกมที่เล่นบนคอมทั้งนั้น ถึงแม้ว่าสมัยนี้จะมีเครื่องเล่นเกมวางจำหน่ายมากมาย แต่ผู้ผลิตเกมจำนวนมากก็ยังผลิตเกมที่สามารถเล่นบนคอมได้อยู่ เพราะเกมเมอร์จำนวนมากไม่ค่อยชอบความยุ่งยาก เดี๋ยวย้ายไปเครื่องนู้นเครื่องนี้เท่าไหร่นัก คอมพิวเตอร์ก็ถือเป็นอุปกรณ์เล่นเกมมาตรฐานที่เกมเมอร์ทุกคนต้องมีเลยแหละ   XBOX One ถึงแม้ว่าล่าสุด XBOX จะปล่อยตัวใหม่ออกมาแล้วก็คือ XBOX ONE X ซึ่งปล่อยเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา   XBOX One เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นเกมที่เกมเมอร์ "ควรจะมี" ติดบ้านเอาไว้ ถึงแม้ว่าหลายคนจะแนะนำว่าถ้าจะซื้อ XBOX ให้ไปซื้อ PlayStation ดีกว่า แต่สลอตรู้สึกว่าเราอาจจะขาดฟีลลิงบางอย่างไปถ้าไม่มีตัวนี้ ยกตัวอย่างเช่น เกมที่เป็นจุดขายของ XBOX ONE ล้วนแต่เป็นเกมแนวบอยๆ แมนๆ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ชายทั้งนั้น ต่างจาก PlayStation ที่จะมีเกมคนละแนวกับ XBOX เลย ถ้างบถึงแนะนำว่าให้จัดมาทั้งสองตัวนั่นแหละ ครบรสชาติความเป็นเกมเมอร์   SmartPhone ไอโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนมีนั่นแหละ มันก็สามารถเล่นเกมส์ได้นะ มีเกมส์ดังๆตั้งมากมายเช่น เกมส์รู้หมือไร่2 ยังไงล่ะ ใครยังไม่โหลดก็ไปโหลดได้ที่ : คลิกตรงนี้เพื่อดาวโหลด  และนอกจากเกมนี้ก็ยังมีเกมอื่นอีก ก็ลองไปหาดูหาเล่นก็แล้วกัน อิอิ
บทความ

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่ารักของคุณไปไม่รอด

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้โลกนี้ดำเนินไป ก็คือ ความรัก ความรัก เป็นความรู้สึกที่มอบให้ได้กับทุกคน ทุกสถานะ เช่น ความรักของครอบครัว, ความรักของเพื่อน, ความรักระหว่างสัตว์เลี้ยง แต่ความรักที่สลอตจะกล่าวถึงในวันนี้ คือความรักในรูปแบบของแฟน มุ้งมิ้งหน่อยๆ การมีแฟน มีคนรัก เป็นสิ่งที่ทำให้โลกสวยงาม เป็นสีชมพู อะไรก็ดูรื่นเริงไปหมด มะระต้มยังว่าหวาน แต่เมื่อถึงคราวหมดรัก ทุกอย่างกลับตาลปัตร อะไรดีก็กลายเป็นแย่ อะไรที่แย่อยู่แล้วก็ดึงให้เราแย่ลงไปอีก หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก เพราะไม่รู้ว่าคนรักของเรา หมดรักไปตอนไหน มันไม่มีสัญญาณอะไรบอกเลย ว่าเขาจะไม่ได้รักเราแล้ว แต่ถ้าหากลองสังเกตในหลายคู่ที่เลิกกันให้ดี จะรู้เลยว่า ก่อนที่พวกเขาจะเลิกคบกัน มักจะมีสัญญาณอะไรหลายๆ อย่างบอกอยู่ ว่ากำลังจะไปไม่รอดแล้ว เรายังสังเกตและรับรู้เวลามีคนมาแอบชอบเราได้เลย ทำไมเราจะไม่รู้ล่ะว่า คนรักของเราน่ะ ไม่ได้รักเราแล้ว? เพราะเราไว้ใจเขามากจนเกินไปยังไงล่ะ ลองมาสังเกตพฤติกรรมตามนี้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับความรักที่ยังไงก็ไปกันไม่รอด 1. เขาไม่คิดว่าปัญหาของคุณเป็นเรื่องใหญ่ หนึ่งในสิ่งที่เราต้องการเวลามีความรัก คือการที่คนรักของเราคอยปลอบใจ ช่วยแก้ไขปัญหาเวลาคุณเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก หรือเพียงแค่คนรักของคุณอยู่ข้างกาย คอยอยู่เงียบๆ นั่งรับฟังปัญหาของคุณ ตอนที่คุณเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตมามาก มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีมากแล้ว การรับฟังปัญหาของคนรักเป็นเวลาหลายชั่วโมง และพยายามคิดช่วยหาทางแก้ไขปัญหา เป็นสิ่งที่คนรักกันจะทำ เพราะเขาไม่อยากเห็นคนที่เขารักเครียดและย่ำแย่ไปมากกว่านี้ กลับกัน ถ้าหากเขาเริ่มหมด passion เอ้ย หมดรักในตัวคุณแล้ว ไม่ว่าปัญหาของคุณจะเล็กน้อย เช่น เครียดที่เพื่อนไม่ยอมไปเที่ยวด้วยกัน หรือปัญหาของคุณจะหนักหนา เช่น เกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ เขาจะมองว่าปัญหาของคุณเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง และมองว่าคุณคิดมาก คิดในแง่ลบกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปเอง ในบางคู่ เมื่อหมดรักอาจจะแค่ไม่สนใจเวลาคนรักของตัวเองมีปัญหา แต่บางคู่ นอกจากจะไม่สนใจแล้ว ยังตอกย้ำปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรักให้แย่ลงไปอีก คนรักกัน ต้องช่วยทำให้ชีวิตจิตใจของเราดีขึ้นในทุกด้าน การไม่สนใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรัก เป็นสัญญาณแรกที่ทำให้รู้ตัวว่า เขากำลังจะหมดรักเราแล้ว   2. รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน คู่รักแทบทุกคู่ มักจะชอบไปไหนมาไหนด้วยกันแค่ 2 คน ด้วยเหตุผลที่ว่า เวลาไปเที่ยวกับคนรัก จะเป็นการไปเที่ยวที่สบายใจที่สุด หรือเมื่อถึงเวลาพักผ่อน ก็เลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับคนรัก เพราะคนรักกัน เวลาอยู่ด้วยกันจะสบายใจ การได้เห็นหน้าคนที่เรารัก คนที่เราใช้ชีวิตด้วย มันเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว ต่อให้ไม่มีอะไรทำ นอนเฉยๆ แต่ถ้ามีคนรักมานอนอยู่ด้วย ก็จะรู้สึกดีขึ้นมามากมาย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิดวันหนึ่ง ไม่เขาก็ตัวคุณเองเกิดอึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน แปลว่าความรักของคุณส่อแววไปไม่รอดเสียแล้วล่ะ สาเหตุของความอึดอัดนั้นเกิดได้จากหลายๆ อย่าง เช่น มีเรื่องผิดใจกันแล้วยังไม่คืนดี, มีความลับซ่อนอยู่ หรือที่เลวร้ายที่สุดคือ อยากจะไปอยู่กับคนอื่นมากกว่า ความสบายใจ เป็นพื้นฐานขั้นแรกสุดของการมีความรัก ถ้ามีความรักแล้วไม่สบายใจ นั่นก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นความรักหรอกนะ   3. เขาไม่ใช่คนแรกที่คุณคิดถึง สำหรับคู่ข้าวใหม่ปลามัน หรือคู่รักที่รักกันเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจอเรื่องอะไรสักอย่างมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี เช่น นกอึใส่หัว, เจอคนทำพฤติกรรมแย่ๆ ใส่, เจอดาราที่หลงใหลมานาน คนแรกที่เรานึกถึง อยากจะเล่าให้ฟัง ก็ต้องเป็นคนรักของเรา อยากจะแชร์ทั้งเรื่องดีๆ และบ่นกับเรื่องแย่ๆ ให้คนรักรู้เป็นคนแรก เพราะเขาเป็นคนสำคัญ พูดแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ แต่ลองจินตนาการว่า ถ้าเรามารู้เรื่องราวของคนรักทีหลังคนอื่น และคนรักของคุณอ้างว่า 'เออ เราลืมบอกเธอเลย' คุณจะยังรู้สึกไหมว่าเขารักคุณ ใส่ใจคุณเหมือนเดิม มันเป็นอีกหนึ่งสัญญาณ ว่าคุณไม่ใช่ที่ 1 ในใจเขาอีกต่อไป คุณไม่มีความสำคัญมากพอที่จะต้องเล่าเรื่องราวที่เขาเจอมาให้คุณฟัง   4. ไม่ให้เกียรติ เป็นสัญญาณที่เลวร้ายที่สุด ว่าคนรักของคุณ หมดรักไปเรียบร้อยแล้ว คำว่าให้เกียรติ ไม่จำเป็นว่าจะต้องถึงขั้นปรนิบัติให้ทุกอย่าง ต้องลงไปผูกเชือกรองเท้าให้, ต้องคอยดูแลรับใช้ตลอด แต่การให้เกียรติ มันหมายความว่า การที่คนรักทำสิ่งใดๆ ก็ตาม ให้คุณรู้สึกมีค่า ไม่ดูแย่ ทั้งในที่สาธารณะ และเวลาอยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 ยกตัวอย่างการไม่ให้เกียรติคนรักกัน เช่น การทะเลาะกันเสียงดังในที่สาธารณะ, ใช้วาจาพูดเสียดสีจนทำให้รู้สึกไม่ดี นินทาข้อเสียของคุณให้คนรอบข้างได้รู้ ถ้าคนรักของคุณยังรักคุณอยู่ สิ่งที่สลอตว่ามา เขาจะไม่มีวันทำเด็ดขาด คนที่รักกัน จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องกันและกัน และการให้เกียรติ ไม่ได้เป็นแค่สัญญาณว่า คนรักของเรากำลังจะหมดใจแล้วเท่านั้น ยังสามารถใช้เป็นตัวดูนิสัยของคนอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนเก่าที่ไม่เจอนาน, คนแปลกหน้า เพราะการให้เกียรติ เป็นการกระทำให้ทำให้คนรอบข้างรู้ว่า คุณเป็นคนที่ใส่ใจในสิ่งต่างๆ มากแค่ไหน เวลาเราเจอคนแปลกหน้า เรายังต้องรู้จักให้เกียรติคนแปลกหน้าเลย แต่นี่กับคนรัก ถ้าหากคนรักไม่ให้เกียรติเรา ก็ต้องคิดต่อเอาเองแล้วล่ะ ว่าจะเอายังไงกับความสัมพันธ์นี้   5. มองว่าสิ่งอื่นสำคัญกว่าคุณ สัญญาณนี้ มักจะเป็นสัญญาณสุดท้าย และสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ว่าคนรักของคุณ ไม่ได้มองว่าความรักที่มี สำคัญแต่อย่างใด สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ พ่อแม่ ครอบครัว หลายคนมองว่า คนรักไม่สำคัญ แต่คนรักกำลังจะเป็น 1 ในครอบครัวของคุณในอนาคต ดังนั้น การมีคนรัก แปลว่าเราต้องใส่ใจคนรักให้พอๆ กับที่เราใส่ใจครอบครัว หลายคนยังให้ความสำคัญผิดๆ เช่น ให้ความสำคัญกับอิสระของตัวเอง, เพื่อน, การเที่ยวกลางคืน, งานอดิเรก เพราะคิดว่า แฟนเลิกไปก็หาใหม่ได้ แต่เพื่อน, อิสระที่มี ยังไงก็หาใหม่ไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว คนรักเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เวลาคุณมีปัญหาไม่ว่าเรื่องไหน คนรักก็จะเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้าง เพื่อน อาจจะมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาก็จริง แต่คนที่ต้องอยู่กับปัญหาร่วมกับคุณ คือคนรัก คนที่ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ การใช้ชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เห็นเหมือนกันว่า มองสิ่งไหนสำคัญมากที่สุด คนรักกันจะพยายามหาอะไรทำร่วมกันกับคู่รัก แต่กับคนที่หมดรักแล้ว เขาจะแยกย้ายกันทำกิจกรรมโดยไม่สนใจอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น เล่นเกมทั้งวัน, หมกมุ่นอยู่กับการแต่งรถ, ช็อปปิ้งเป็นชั่วโมง ใช้ให้เราถือของหนักๆ ให้ กรณีที่จะทำให้เห็นชัดมากที่สุด ว่าเขามองเราสำคัญที่สุดรึเปล่า คือสถานการณ์ที่เราได้รับบาดเจ็บจากอะไรสักอย่าง สมมติเช่น เราเผลอเดินไปชนรถยนต์สุดรัก เราล้ม แต่รถเขาเป็นรอย เขาจะพุ่งตัวไปดูแลเราหรือรถก่อน หรือเราเผลอทำขวดน้ำหอมราคาแพงของเขาตกลงมาแตก เศษแก้วกระจายเต็มพื้น เขาจะวิ่งเข้ามาดูแลเราว่ามีบาดแผลตรงไหนก่อน หรือ ด่าเราที่เราทำของสำคัญของเขาเสียหายก่อน ยังมีสัญญาณอีกมากมาย ที่ทำให้รู้ว่า ความรักของคุณอยู่ในระดับไหน พยายามทำตัวของเราเองให้ดีที่สุด เมื่อมีความรัก เพราะ ถ้าได้เจอคนที่เหมาะสมกับเรา เราก็จะได้ไม่เสียใจ หรือถ้าเจอคนที่ไม่ดีกับเรา เวลาเลิกกัน เขาก็ตำหนินินทาเราได้ไม่เต็มปาก สุดท้ายนี้ สลอตรักทุกคนนะ เลิฟๆ
บทความ

5 ของขวัญปีใหม่ที่สุดแสนจะสิ้นคิด

ใกล้จะถึงวันสิ้นปีแล้ว เป็นวันสำคัญที่ทุกคนรอคอย เพราะ 1 ปีจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (แหงสิ ก็วันสิ้นปีนี่นา) หลายคนที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี มักจะใช้ช่วงเวลาของเทศกาลปีใหม่นี้ในการเฉลิมฉลองหรือพักผ่อนหย่อนใจ เอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทุกคนจำเป็นต้องมีส่วนร่วม คือกิจกรรม จับฉลากของขวัญ! ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือวัยทำงาน ก็ต้อง (โดนบังคับ) มีส่วนร่วมกับกิจกรรมจับฉลากของขวัญอยู่แล้ว สิ่งที่ลุ้นระทึกที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะได้ของแพงรึเปล่า แต่ว่า เราจะได้ของที่ซ้ำกับปีที่แล้วรึเปล่า? เพราะในแต่ละปี จะต้องมีพวกมักง่าย เอาของง่ายๆ มาร่วมจับฉลาก ไม่ว่าจะเทศกาลไหนก็เอาของชิ้นเดิมๆ มาจับ แทนที่จะได้ของขวัญเพื่อเอามาใช้งานได้ แต่ดันได้ของขวัญที่ต้องเอาไปวางทิ้งในห้องเก็บของแทน จนเมื่อเราโตขึ้น เราก็พอจะเดาของที่อยู่ภายในกล่องของขวัญได้เลยโดยที่ไม่ต้องแกะ เพราะมันมีไม่กี่อย่างจริงๆ ที่คนชอบเอามาใช้จับฉลากกันจนเรียกได้ว่า สิ้นคิด!!   ชุดถ้วยกาแฟ จะมาลักษณะของกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แนวนอนความหนาประมาณ 1 คืบ อาจจะใหญ่กว่านั้นเพราะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ยัดกันแก้วแตก ถึงแม้ว่าจะเป็นของรางวัลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ จะเอาไปใช้ที่บ้านก็ได้ หรือที่ออฟฟิศก็ได้ หรืออาจจะเป็นลวดลายน่ารักหายาก แต่มันก็คือแก้วน้ำ มันเอาท์ไปแล้วอ้ะ เปลี่ยนได้ไหม? ใช้ได้ก็จริงแต่แก้วล้นบ้านจนใช้ไม่ทันแล้ว   นาฬิกา พอได้ของขวัญชิ้นนี้มาก็ทำให้แอบรู้สึกผิดเล็กๆ ว่าเราดูเป็นคนไม่มีเวลา ไม่ตรงต่อเวลามากมายขนาดนั้นเลยหรอ ได้นาฬิกาสวมข้อมือนี่ไม่เท่าไหร่ เผื่อสวมเสื้อผ้าบางตัวแล้วไม่เข้ากับนาฬิกาเรือนที่เรามีอยู่ แต่ไอ้นาฬิกาติดฝาบ้านเนี่ยสิ! ได้ของขวัญเป็นนาฬิกาเยอะจนจะถมสร้างห้องใหม่ได้แล้ว สลอตแนะนำว่า ถ้าสิ้นคิด ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรนอกจากนาฬิกาจริงๆ น่าจะซื้อนาฬิกาสวมข้อมือที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิงดีกว่านะ อย่างน้อยก็ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า   เซ็ตผ้าเช็ดตัว พอแกะกล่องของขวัญ วินาทีแรกเชื่อว่าทุกคนรู้สึกดีใจ เพราะที่เราเห็นคือเค้กสีสันสดใส, ผ้าหลากสีที่เหมือนกำลังห่ออะไรอยู่ แต่พอได้แกะออกมาคลี่ดูแล้ว เจ้าเค้กที่เราเห็นในวินาทีแรก คือผ้าเช็ดตัวที่ถูกพับ ม้วนจนมีรูปทรงคล้ายเค้ก ส่วนผ้าที่เหมือนจะห่ออะไรอยู่ ก็ไม่ได้ห่ออะไรเลย เป็นแค่ผ้าเช็ดตัวจืดๆ บางของขวัญนี่หนักเลย เพราะผืนเล็กจนใช้งานอะไรแทบไม่ได้! เชื่อว่าพอหลายคนได้แล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ หรือไม่ก็เอาไปให้ป้าแม่บ้านสำหรับทำความสะอาด สลอตแนะนำว่าสิ้นคิดขนาดไหนก็อย่าเลย เพราะหาซื้อง่ายมากกก แถมใช้งานได้ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ เสียความรู้สึกเปล่าๆ   ตุ๊กตา ถ้าเป็นการจับฉลากสมัยเรียน การนำตุ๊กตามาร่วมจับฉลากก็ยังพอถูๆ ไถๆ ไปได้ เพราะยังมีเวลาสำหรับตุ๊กตา หยิบตุ๊กตามากอดเล่นได้เวลาเบื่อๆ ว่างๆ แต่พอถึงวัยทำงานแล้ว หลายคนที่เป็นพวกรักตุ๊กตาก็แทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองสะสมตุ๊กตาอะไรไว้บ้าง ทิ้งไว้จนฝุ่นเกาะ และตุ๊กตาก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก นอกจากเป็นของเก็บสะสมสำหรับคนที่ชื่นชอบจริงๆ ใครที่ไม่ชอบก็เสี่ยงโดนโยนทิ้งตรงนั้นเลยก็ได้นะ ส่วนใหญ่อาจจะเห่อแค่ในช่วงแรก แต่สุดท้าย ก็ทำได้แค่วางไว้ตามมุมห้อง เอาอย่างอื่นดีกว่าเนอะ   คุกกีกล่องแดง สุดยอดของขวัญจับฉลากที่ทุกคนต้องเจอไม่ว่าในเทศกาลไหนๆ ! คุกกี้ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ยี่ห้อ อิมพีเรียล และ อาร์เซนอล ถึงแม้ว่าจะเป็นของขวัญที่ใช้ประโยชน์ได้จริง คือสามารถบริโภคได้ แถมอร่อยด้วย โดยเฉพาะชิ้นตรงกลางที่จะแย่งกินกันจนหมดเป็นอย่างแรก หรือจะนำไปใส่ของจุกจิกได้ ช่น ใส่เข็มใส่ด้ายอย่างที่คุณแม่คุณยายหลายๆ คนชอบทำกัน แต่เชื่อว่าทุกคนก็เอียนแล้วจ้า แต่ถ้าเป็นคุกกี้เสี่ยงทายก็ว่าไปอย่างนะ แนบรูปน้องๆ BNK มาให้ด้วย จะชื่นใจและขอบคุณมาก <3