5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

19 พฤษภาคม 2561

 

สิ่งที่มีอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน คือ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์

และมีความสวยงามอ่อนช้อย ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองไทยเรา

ประเพณีไทยที่สวยงาม มีมากมายนับไม่ถ้วน

ถ้าเป็นประเพณีดัง ก็คงนึกออกอยู่ไม่กี่ประเพณี

แต่ถ้าเจาะลึกลงไปในแต่ละภูมิภาค

จะรู้เลยว่า ยังมีประเพณีอีกนับร้อยนับพันที่งดงาม แต่พวกเราไม่รู้จัก

สลอตก็ได้ทำการรวบรวมประเพณีที่สลอตมองว่า

สวยงามจนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเที่ยวเมืองไทยได้

เชื่อว่าหลายคนน่าจะหลงใหลกับความงดงามของประเพณีเหล่านี้เช่นกัน

 

1. ประเพณีไหลเรือไฟ

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

ประเพณีสุดแสนจะสวยงามของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่คนไทยทั้งประเทศมักจะรอคอยเพื่อชมความสวยงามของประเพณีนี้

ประเพณีไหลเรือไฟ มีหลายชื่อเรียก เช่น ล่องเรือไฟ, ลอยเรือไฟ, ปล่อยเรือไฟ, เฮือไฟ เป็นต้น

จุดมุ่งหมายของประเพณีนี้ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า

รวมถึงเพื่อบูชาพระรัตนตรัย, บูชาคุณพระแม่คงคา และ บูชาพญานาค

สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่สวยงามถูกใจสลอต

ก็คือ 'เรือไฟ'

ในทุกปี จะมีการนำเรือที่ทำขึ้นทุ่นลอยน้ำ สร้างโครงด้วยไม้ไผ่อันเล็กๆ ผูกติดกัน

จากนั้นก็นำเส้นลวดมาพันกับเส้นลวดจนเกิดเป็นลวดลายตามต้องการ

สมัยก่อนก็จะทำเป็นลวดลายเกี่ยวกับพุทธประวัติ

แต่ปัจจุบันได้ทำลวดลายให้เข้ากับสถานการณ์ของเมืองไทย เพื่อให้ดูทันสมัย

จากนั้น ก็นำผ้าชุบน้ำมันมาพันรอบเส้นลวดที่เป็นโครงเอาไว้

เมื่อถึงเวลา ก็จุดไฟ แล้วปล่อยไปตามแม่น้ำยามค่ำคืน

ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก

นอกจากจะสวยงามแล้ว ทุกครั้งที่มีประเพณีไหลเรือไฟ

จะมีการทำบุญ ฟังเทศน์ สวดมนต์ครั้งใหญ่

เรียกได้ว่า ทั้งอิ่มหัวใจและอิ่มบุญในเทศกาลเดียว

ใครที่สนใจอยากร่วมเทศกาลนี้ ก็เดินทางไป จ.นครพนม ในช่วงเดือน ตุลาคม กันได้เลย

 

2. ประเพณีแห่ผีตาโขน

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

สมัยเรายังเป็นเด็ก ส่วนใหญ่น่าจะกลัวประเพณีนี้

เพราะในสายตาเราสมัยก่อน เราเชื่อว่าเป็นผีจริงๆ มาเดินตามถนน แถมยังทำท่าทางแปลกๆ

(หรือสลอตเป็นคนเดียว?)

แต่เมื่อโตมา จึงได้รู้ว่า ประเพณีแห่ผีตาโขน เป็นประเพณีที่น่าสนใจอย่างมาก

ที่มาของประเพณีแห่ผีตาโขน หรือ เทศกาลผีตาโขนนั้น

มาจาก มหาเวสสันดรชาดก และเดิมมีชื่อว่า ผีตามคน

สาเหตุเพราะ เมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีเดินทางออกจากป่า

บรรดาผีป่าและสัตว์นานาชนิด ได้เกิดความอาลัยขึ้นมา

จึงปลอมตัวปะปนกับชาวบ้านเพื่อส่งทั้ง 2 พระองค์กลับเมือง

จนเกิดเป็น ผีตามคน และเพี้ยนเป็น ผีตาโขน จนถึงทุกวันนี้

ประเพณีแห่ผีตาโขน เป็นงานบุญครั้งใหญ่ของ จ.เลย

มีทั้งสิ้น 3 วันด้วยกัน การแห่ผีตาโขนนั้น จะเดินแห่กันในวันที่ 2 ของเทศกาล

โดยวันที่ 2 คือวันแห่พระเวส จึงมีการแต่งตัวเป็นผีตาโขนกันตามเนื้อเรื่องมหาเวสสันดรชาดก

หน้ากากของผีตาโขนนั้น ทำขึ้นจากกากมะพร้าวแกะสลัก

มีลวดลายสวยงาม สีสันสดใส เรียกเสียงฮือฮาจากชาวต่างชาติได้ดี

การแต่งเป็นผีตาโขนนั้น แต่งได้ทั้งชายและหญิง ไม่มีข้อห้ามอะไร

แต่เมื่อเดินแห่เสร็จแล้ว ให้ถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนไปทิ้งลงแม่น้ำหมัน

เนื่องจากมีความเชื่อว่า เป็นการทิ้งสิ่งเลวร้ายไป และห้ามนำเข้าบ้านเด็ดขาด!

ส่วนในวันที่ 3 ของเทศกาลผีตาโขนนั้น

จะเป็นการนำงานบุญประจำเดือนต่างๆ มาจัดรวมกันในงานนี้

และยังมีการฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย

ประเพณีแห่ผีตาโขน จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี ที่ จ.เลย

 

3. ประเพณีสงกรานต์

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

ถึงจะเป็นประเพณีที่ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว

จนหลายคนมองว่าเป็นประเพณีที่ควรจะยกเลิกไปซะ

แต่ในหลายที่ ก็ยังมีความสวยงามของประเพณีนี้อยู่นะ

ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่มีอายุเยอะมากๆ ของไทย

เอกลักษณ์เด่นของประเพณีนี้ คือการใช้ 'น้ำ' รดกันและกันเพื่อความชุ่มชิ้น เย็นสบาย

เนื่องจากในช่วงประเพณีสงกรานต์ ซึ่งก็คือเดือนเมษายาของทุกปี

จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนที่สุด

ตามปกติแล้ว จะรดน้ำกันและกันเพียงไม่กี่ขันเท่านั้น

บางคนก็ใช้กลิ่นหอมผสมกับน้ำ เพื่อให้มีความสดชื่นมากยิ่งขึ้นในอากาศร้อน

(แต่ปัจจุบันก็เปลี่ยนไปมากตามที่เราเห็นกันจนชินตา)

ประเพณีสงกรานต์ ไม่ได้มีเพียงการเล่นน้ำอย่างเดียวเท่านั้น

ยังเป็นประเพณีทำบุญเข้าวัดครั้งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย

ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ภาคไหน หรือทำงานยุ่งวุ่นวายขนาดไหน

ประเพณีสงกรานต์ จะเป็นประเพณีที่คนไทยได้ทำบุญเสริมบารมีให้กับตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ, รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่, สรงน้ำพระ, บังสุกุลอัฐิ ฯลฯ

รวมถึงยังเป็นการพบปะกับของญาติทั้งตระกูลในประเพณีนี้ด้วย

เรียกได้ว่า ในความเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม

ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนเดิม และเป็นสิ่งที่ดียังคงเหลืออยู่

สงกรานต์ครั้งหน้า อย่าลืมพบหน้าผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ และไปทำบุญกันทั้งครอบครัวนะ

 

4. ประเพณียี่เป็ง

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

ถ้าพูดว่าประเพณียี่เป็ง หลายคนอาจจะคิดภาพไม่ออกว่าคืออะไร

แต่ถ้าพูดว่าประเพณีการลอยโคม ทุกคนน่าจะร้องอ๋อ! กันทันที

ประเพณียี่เป็ง เปรียบเสมือนประเพณีลอยกระทง แต่เป็นการลอยกระทงฉบับล้านนา

ประเพณีดังกล่าวจะกินเวลา 3 วันด้วยกัน

โดยวันที่ 1 จะเป็นการเตรียมของทำบุญ วันที่ 2 เป็นวันทำบุญ

และวันที่ 3 จะเป็นวันที่นำกระทง หรือ โคม ไปลอยตามที่เราเห็นกันนั่นเอง

ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การลอยโคมขึ้นสู่ท้องฟ้า

ทำให้จิตใจรู้สึกราวกับว่าลอยสูงขึ้นไปอยู่บนสรวงสวรรค์

และความโชคร้ายต่างๆ ได้ถูกลอยไปพร้อมกับโคมหมดแล้ว

ประเพณียี่เป็ง ยังเป็นประเพณีที่สามารถดึงดูดคนต่างชาติได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากภาพบรรยากาศขณะที่โคมกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า เรียงทอดยาวกันเป็นแถวนั้น

เป็นภาพที่งดงามยากจะอธิบายได้

อย่างไรก็ตาม ประเพณียี่เป็ง เป็นประเพณีที่ใกล้จะถูกระงับ

เนื่องจากมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการลอยโคมมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน, บ้านที่โดนโคมลอยตกใส่จนไฟไหม้

จึงทำให้ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้จำกัดให้ปล่อยโคมลอยแค่เพียงบริเวณ ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เท่านั้น

และห้ามลอยโคมนอกเทศกาลยี่เป็งเด็ดขาด

ถึงจะสวยงาม แต่ส่งผลกระทบหลายฝ่ายเหมือนกัน

ใครสนใจอยากลองลอยโคมแบบไม่ผิดกฎหมายดูสักครั้ง

ก็ให้เดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน บริเวณประตูท่าแพ

 

5. ประเพณีลอยกระทง

5 ประเพณีไทยที่สวยงาม

เป็นอีกประเพณีหนึ่ง ที่ในปัจจุบัน ถูกมองว่าเป็นประเพณีที่ไม่ดีไปเสียแล้ว

เนื่องจากเป็นประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงกลางคืน

จึงทำให้มีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย

แต่ก็ยังเป็นประเพณีที่สวยงามของประเทศไทยอยู่ดี

ลอยกระทง เป็นไม่กี่ประเพณีที่ชาวต่างชาติรู้จักนอกเหนือจากสงกรานต์

เนื่องจากพวกเรามักจะใช้ภาพการลอยกระทง

เป็นภาพที่แสดงถึงความเป็นไทยอยู่บ่อยครั้ง

ประเพณีลอยกระทง จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

หรือในเดือนวันเพ็ญเดือน 12 ... แอบฮัมเพลงต่อใช่มั้ยล่ะ!!

ความเชื่อในวันลอยกระทง คนไทยเชื่อกันว่า

การลอยกระทงคือการแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ที่ให้ใช้แหล่งน้ำในการทำกิจกรรมต่างๆ

รวมถึงขอขมาสิ่งที่ล่วงเกิน เช่น ทิ้งขยะลงแม่น้ำ

หลายคนก็ถือโอกาสนี้ในการรำลึกถึงบรรพบุรุษ

สะเดาะเคราะห์ รวมไปถึงยังมีความเชื่อว่าเป็นการลอยทุกข์ให้พ้นตัว

คนไทยส่วนใหญ่ มักจะถือโอกาสประเพณีลอยกระทงในการอธิษฐานขอพรในสิ่งที่ต้องการ

ซึ่งส่วนใหญ่มักจะนก

ประเพณีลอยกระทง ยังเปิดโอกาสให้เหล่าเด็กวัยเรียนรู้

ได้ทำกระทงจากฝีมือตัวเอง ถือเป็นการพัฒนาความคิดเด็กอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ระยะหลังมานี้ คนเริ่มลอยกระทงน้อยลงทุกปี

เนื่องจากหลายคนมองว่า การลอยกระทงเป็นการทำให้แหล่งน้ำสกปรก

บางคนก็เลือกที่จะใช้ขนมปัง หรือ น้ำแข็ง ในการลอยกระทง

เพื่อไม่ให้เกิดขยะที่ย่อยสลายได้ยาก

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5ข้อเสียของการพนันบอล

ช่วงนี้เป็นเทศกาลบอลโลก เทศกาลที่คนทั้งโลกต่างรอคอย นอกจากบอลโลก จะเป็นสิ่งที่ให้ความความสนุกสนาน คึกคักพร้อมกันทั้งโลกแล้ว สิ่งที่มาพร้อมกับบอลโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การพนันบอล พูดกันตรงๆ การพนันบอลก็มีให้เราเห็นอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในเทศกาลบอลโลก การพนันจะคึกคัก มีผู้สนใจร่วมเล่นพนันมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ หลายคนมองว่า ก็แค่พนันเอาสนุกนิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แต่ความคิดแบบนี้แหละ ทำเสียมาหลายคนแล้ว เพราะการพนันมีข้อเสียมากมาย และเลวร้ายกว่าที่หลายคนคิด!   1. เสียเงินโดยใช่เหตุ เป็นสิ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว แม้หลายคนที่ชื่นชอบการเล่นพนันบอล จะเล่นเพราะได้เงินเยอะ ได้เงินไว ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนทำงาน และเรามักจะเห็นการรายงานข่าวเป็นประจำ ว่าบางคนลงพนันไว้แบบไม่ได้จริงจังอะไร แต่กลับได้เงินจากการชนะพนันมหาศาล ถึงจะลงทุนเงินไปนิดเดียวก็ตาม แต่ถ้าโชคดี ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนชนะพนัน แน่นอนว่าต้องมีคนแพ้พนัน แถมคนแพ้พนัน ยังเยอะกว่าคนชนะพนันเยอะด้วย เพราะจากการแข่งขันหลายทีม มีเพียงทีมเดียวที่จะชนะ และถ้าหากเราแพ้พนัน ก็เท่ากับว่าเราเสียตังไปเปล่าๆ ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลย ถ้าเราเอาเงินไปลงทุนอะไรสักอย่าง เราก็ได้กำไรกลับมา แต่การลงทุนไปกับการพนัน เสียแล้วเสียเลย ไม่ได้อะไรคืนมาสักนิด มีคนจำนวนมาก ถึงขั้นกลายเป็นบุคคลล้มละลายเนื่องจากแพ้พนัน เหมือนเราเอาเงินไปทิ้งเล่นเฉยๆ อ่ะ   2. เสี่ยงโดนจับ กฎหมายในประเทศไทย ได้ระบุว่า การพนัน ไม่ว่าจะเป็นการพนันประเภทใดก็ตาม เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย สำหรับคนที่เป็นผู้เล่น ก็จะได้รับโทษที่ไม่หนักมาก เช่น ปรับเป็นเงินจำนวนหลักพันบาท หรือโดนจำคุก 1 คืน แต่สำหรับคนที่เล่นพนันจนถลำลึก เล่นเป็นจำนวนเงินมากๆ หรือเป็นเจ้ามือในการพนันนั้นๆ ก็อาจจะโดนปรับหลักแสนบาท และจำคุกหลายสิบปี และไม่ว่าจะหนักหรือจะเบาแค่ไหน ก็ต้องขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีทุกราย เรียกได้ว่า ถึงแม้ว่าการพนันจะเป็นความสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ทำให้ประวัติของเราเสียไปตลอดกาล   3. ทำให้เสียนิสัย สลอตเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักคำว่า 'ผีพนัน' ผีพนัน เป็นคำสำหรับเรียกคนที่คลั่งไคล้ในการพนันมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิต อาการเบื้องต้นของผีพนันทุกคน จะมีความต้องการ อยากเล่นพนันจนเกินกว่าเหตุ เหมือนคนติดเหล้าที่ขาดเหล้า ถ้าไม่ได้เล่นพนันจะมีอาการกระวนกระวาย คิดมาก ต้องเล่นพนันอยู่ตลอด แน่นอนว่าความต้องการที่จะเล่นพนันตลอดเวลา เกมที่ต้องใช้เงินเป็นตัวกลาง ก็จะส่งผลให้เงินในกระเป๋าลดลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย เมื่อเงินหมด ผีพนันส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สำนึกว่าควรจะเลิกเล่นพนันได้แล้ว แต่กลับคิดหาวิธีหาเงินเพิ่มให้ได้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขายทรัพย์สินที่มี ขายมรดกที่พ่อแม่ให้ นำของมีค่าหายากที่เก็บไว้นานไปขาย และเมื่อทรัพย์สินที่มีหมดเกลี้ยง หมดเนื้อหมดตัวแล้ว แน่นอนว่า ขั้นตอนต่อไปที่พวกผีพนันจะทำ ก็คือการจี้ปล้น ชิงทรัพย์ ผีพนันจะทำทุกอย่างเพื่อขโมยของมีค่ามา และนำไปขาย หลายครั้ง ที่บรรดาผีพนันยอมฆ่าผู้เคราะห์ร้าย เพียงเพื่อที่จะเอาเงิน และของมีค่าเท่านั้น จากคนธรรมดา ที่นิสัยไม่ได้แย่อะไร กลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ได้ เอาทุกอย่าง ขโมยทุกอย่าง เพื่อเอาไปเล่นพนัน การพนันทำให้เสียนิสัยมานับหมื่นนับแสนชีวิตแล้ว หลายคนกว่าจะรู้ตัวก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว   4. คนใกล้ชิดตีตัวออกห่าง จากข้อที่แล้ว ผีพนันที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีเงินเล่นพนันต่อไป รวมถึงเอารัดเอาเปรียบคนรอบข้าง ทั้งสนิทและไม่สนิท เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง เช่น ขอยืมเงิน, แอบขโมยของ เป็นใครเขาก็ไม่อยากโดนเอาเปรียบ โดนยืมเงินตลอดเวลา ไม่อยากจะคบกับคนที่ไว้ใจไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ คนทุกคนก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเหมือนกันหมดนั่นแหละ หลายคนจึงเลือกที่จะตีตัวออกห่างพวกผีพนัน เพื่อความปลอดภัยของกระเป๋าเงินตัวเอง และอีกสาเหตุหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจตีตัวออกห่างพวกคนที่เล่นพนัน ก็คือกลัวโดนร่างแห ทั้งกลัวที่จะเผลอติดเล่นพนันไปด้วย เพราะผีพนันมักจะชอบชวนคนใกล้ตัวมาเล่นด้วย เพื่อเงินเดิมพันจะได้สูงขึ้น และหลายคนกลัวที่จะโดนเจ้าหน้าที่เข้าใจผิด เจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย เมื่อรู้ตัวว่าใครเป็นคนเล่นพนันประจำ ก็มักจะสาวประวัติของคนใกล้ตัว เผื่อว่าจะสามารถสืบสาวไปถึงบอสใหญ่ของโต๊ะพนันได้ แน่นอนว่าถ้าหากเราสนิทสนมกับคนที่เล่นพนันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เราจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 ทันที ไม่อยากให้คนรอบข้างตีตัวออกห่าง ก็เลิกเล่นพนันเถอะนะ   5. เสี่ยงโดนทำร้ายร่างกาย นอกจากจะมีข่าวว่า บรรดาผีพนันทำร้ายร่างการผู้เคราะห์ร้ายเพื่อหวังชิงทรัพย์แล้ว เราก็มักจะเห็นข่าวที่บรรดาผีพนันถูกทำร้ายร่างกายด้วยเช่นกัน โดยมันจะเกิดจากกรณีที่ผีพนันติดค้างเงินที่พนันเอาไว้ และไม่จ่ายเพราะไม่มีเงิน เจ้ามือโต๊ะพนันก็จะมาตามเก็บหนี้ทุกวิถีทาง เพื่อให้เราจ่ายเงินให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดดีๆ , ข่มขู่, บุกบ้านพักอาศัย หรือที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ คือการทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์สินมีค่าของพวกผีพนัน หนักที่สุดก็คือการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และถึงแม้ว่าเราจะไม่แพ้พนันจนไม่มีหนี้สินตกค้างใคร แต่เราก็อาจจะโดนหมั่นไส้จากพวกที่เล่นพนันเหมือนกัน จนอาจจะโดนซุ่มทำร้ายร่างกายได้ เห็นมั้ย การพนันไม่มีอะไรดีเลย เปลืองเงิน ไม่มีประโยชน์ แพ้ก็เงินหมดไว ชนะก็โดนเพ่งเล็ง โดนหมั่นไส้ ใครมีคนใกล้ตัวเล่นพนัน หรือมีแนวโน้มว่าจะสนใจการเล่นพนัน ก็ให้เขาเลิกซะนะ
บทความ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

พูดถึงกระแสหลักที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้นกับกระแสบอลโลก เพราะมันเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอยมานานถึง 4 ปี แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าจะมีคนรัก คนคลั่ง คนรอคอยมากขนาดไหน ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบกีฬาฟุตบอลอยู่ดี คนบางกลุ่ม มีความคิดเห็นว่า กีฬาฟุตบอลมีดีอะไร? ทำไมคนถึงต้องคลั่งกันขนาดนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเทศกาลบอลโลกก็ได้ แค่มีทีมดังแข่งขันกัน แฟนบอลก็พร้อมใจกันนอนอยู่บ้านเพื่อดูบอลแล้ว ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป แถมแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบลงแค่ดูบอล พวกเขามักจะเล่นบอลร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย จนทำให้หลายคน (โดยเฉพาะแฟนสาว) รู้สึกเอือมระอา ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น ฟุตบอลมันมีดีอะไร!!?? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กับสลอตดีกว่า 1. ได้ออกกำลังกาย เป็นที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอะไร ขึ้นชื่อว่า 'กีฬา' ก็ล้วนแต่มีส่วนช่วยในการออกกำลังกาย บางกีฬาก็ออกกำลังกายได้ไม่กี่ส่วนของร่างกาย บางกีฬาก็ได้ออกกำลังกายมันทุกส่วน จนเล่นกีฬาชนิดนั้นเสร็จแล้ว ผู้เล่นจะอยู่ในสภาพหอบจนดูไม่ได้ ฟุตบอล ก็จัดว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้มันทุกส่วน ตั้งแต่ร่างกายส่วนที่อยู่สูงที่สุด ด้วยการใช้มันสมองในการคิดว่าจะเล่นยังไงดี ไปจนถึงอวัยวะที่อยู่ล่างสุด ด้วยการใช้เท้าวิ่งให้เร็ว วิ่งตามลูกบอลให้ทัน แย่งลูกบอลให้ได้ ตลอดเวลา 90 นาที (พักครึ่งนิดหน่อย) ก็ต้องคอยวิ่ง คอยแย่งชิงเจ้าลูกบอลลูกกลมๆ กันตลอด เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่ทำให้คนสุขภาพปานกลาง หรือไม่ค่อยดีมาก กลายเป็นคนสุขภาพดีได้ภายในไม่กี่วัน แหม ก็วิ่งไม่หยุด วิ่งแทบไม่พักตลอด 90 นาที ถ้าไม่เรียกว่า ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว แถมการเตะบอลเป็นประจำ ยังทำให้เราออกกำลังกายเป็นกิจวัตรไปโดยปริยาย เพราะถ้าหากหยุดเว้นไปสักระยะหนึ่งล่ะก็ ร่างกายก็จะงอแง จนทำให้เมื่อกลับมาเล่นบอลอีกครั้ง ร่างกายจะล้าเจียนตายเลยล่ะ 2. มิตรภาพดีๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหน ก็ได้มิตรภาพได้ดีไม่เท่ากีฬาฟุตบอล เนื่องจากกติกาการแข่งขันกีฬาฟุตบอล แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน และอย่างมาก 11 คน (รวมผู้รักษาประตู) เรียกได้ว่า ถ้าเล่นกันในหมู่เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ ก็ไม่มีทางเล่นได้อย่างสนุกและเต็มที่แน่ การเล่นฟุตบอล ผู้เล่นจึงมักจะชักชวนทั้งคนที่สนิท และไม่สนิท มาร่วมเล่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของแฟน แฟนของเพื่อน จากคนที่เราไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก เราก็จะมีโอกาสรู้จักกันผ่านกีฬาฟุตบอลนี่แหละ ได้ร่วมแข่งขันไปด้วยกัน ร่วมเหนื่อย ร่วมแพ้ร่วมชนะไปด้วยกัน ก็จะทำให้มิตรภาพเบ่งบานอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ หลายคนก็ไม่ได้จบที่เล่นบอลเสร็จก็แยกย้าย ส่วนใหญ่ก็มักจะไปกินข้าวร่วมกัน หรือไปผ่อนคลายต่อ เช่น เดินห้างช็อปปิ้ง, นั่งร้านกาแฟ, นั่งส่องสาวกันต่อ ได้มิตรภาพ ได้คนรู้จักเพิ่มทีนึง ก็ได้เพิ่มหลายสิบชีวิตเลย คนที่เล่นบอลเป็นประจำจึงมักจะรู้จักคนมากหน้าหลายตานั่นเอง 3. ฝึกไหวพริบ เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด ก็จะสามารถขัดเกลาความสามารถด้านไหวพริบได้ทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น กีฬาแบดมินตัน เราต้องคิดภายในทันทีว่า คู่ต่อสู้จะตีให้ลูกขนไก่ลอยมาตรงไหน และเราควรจะตีให้ลูกขนไก่ตกไปบริเวณใด เพื่อที่จะได้ชนะคู่ต่อสู้ได้ สำหรับฟุตบอลแล้ว นอกจากเราจะต้องคิดเกี่ยวกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว เรายังต้องคิดด้วยว่า เราจะทำอย่างไรให้มีความสามัคคีเกิดขึ้นในทีมของเรา ฟุตบอลไม่เหมือนกีฬาอื่น คือจะไม่สามารถชนะได้ด้วยเพียงคนเดียว นักกีฬาทุกคนในทีมจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อคว้าชัยชนะ ฝั่งตรงข้ามก็มีจำนวนนักกีฬามากพอๆ กับเรา เราก็ต้องคิดวิธีหลบหลีก ไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมาแย่งบอลของเราไปได้อีก ต่างจากเกมกีฬาอื่นที่มักจะมีแค่เรากับคู่ต่อสู้ 2 คนบนสนาม และหลายต่อหลายครั้ง ฟุตบอลก็มักจะมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เราก็ต้องคิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ เช่น อาจจะโดนแย่งบอลรุนแรงจนทำให้บาดเจ็บสาหัส อาจจะโหม่งบอลพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เป็นต้น ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีไหวพริบก็ไม่ต้องคิดมาก ของแบบนี้มันฝึกกันได้ 4. มีความเคารพในกฎ กติกา และเคารพผู้อื่นมากขึ้น ปัญหาการไม่เคารพ กฎ กติกา มักเป็นปัญหาที่เราเจอเป็นประจำ โดยสาเหตุที่คนบางกลุ่มมีความคิดว่า กฎมีไว้แหกนั้น เนื่องจากพวกเขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่กฎ กติกา สำคัญมากๆ มาก่อน แต่เมื่อได้เล่นกีฬาฟุตบอลแล้ว การเคารพในกฎ กติกา เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากฝ่าฝืนกฎที่ตั้งเอาไว้ ก็จะทำให้เราถูกคาดโทษ โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ร้ายแรงที่สุดคือการถูกใบแดง ไล่ออกจากสนาม และไม่ได้ลงเล่นอีกเลย และนอกจากจะต้องเคารพกฎกติกาแล้ว ยังต้องเคารพเพื่อนร่วมทีม รวมถึงฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน สำหรับเพื่อนร่วมทีม ยังไงเราก็ต้องเคารพกันและกันอยู่แล้ว เพื่อที่จะคว้าชัยชนะให้ได้ แต่กับทีมฝั่งตรงข้าม หลายคนมีความคิดว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงลูกบอลมาให้ได้ บางคนถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างแรงเพื่อแย่งลูกบอลเลยทีเดียว และทันทีที่ทำอะไรอันตรายแบบนั้น คุณก็จะโดนใบแดง ไล่ออกจากสนามทันที เราจำเป็นจะต้องแย่งบอล แต่จะต้องแย่งบอลภายใต้กฎ กติกา และไม่ทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเรา (แต่ก็ไม่ใช่เป็นพ่อพระ ไม่แย่งบอลเลยสักครั้งนะ) และเมื่อเกมจบลง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องมีคือความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ซ้ำเติม ไม่เยาะเย้ย เมื่อชนะ ไม่อาฆาตแค้นเมื่อแพ้ คิดไว้เสมอว่าต้องเคารพผู้อื่น เมื่อเรามีความเป็นน้ำใจนักกีฬามากพอ นิสัยเราจะดีขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ 5. มีโอกาสได้ก้าวหน้า การเล่นฟุตบอล มีโอกาสทำให้เราได้ก้าวหน้าด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เล่นจนโดดเด่นผิดไปจากคนทั่วไป สำหรับคนที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยเรียน และมีฝีมือด้านการเล่นฟุตบอลสุดเทพ มีโอกาสที่จะก้าวหน้าไปไวมาก เนื่องจากโรงเรียนชั้นนำของประเทศหลายโรงเรียน มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล ซึ่งถ้าเราสามารถสมัครเข้าโรงเรียนดังกล่าวได้ด้วยโควต้านักฟุตบอลแล้ว เราก็จะมีโอกาสได้เป็นนักฟุตบอลตัวจริงของโรงเรียน ไปแข่งกับโรงเรียนต่างๆ ไปแข่งระดับเขต ระดับประเทศ ฯลฯ ส่วนใหญ่โรงเรียนที่มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล ก็มักจะมีการสนับสนุนเรื่องค่าเทอม ที่พัก ค่ากินอยู่ด้วย ถือเป็นการตอบแทนที่เหล่านักฟุตบอลสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ระดับมหาวิทยาลัยก็มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน มองในมุมหนึ่ง นักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับนักเรียนคนอื่นที่กำลังสอบเข้าตามปกติ เพราะมีโควต้าการเป็นนักกีฬาอยู่กับตัว ฟุตบอล ไม่ได้ช่วยเบิกทางด้านโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น ถ้าเรามีความสามารถที่โดดเด่น หรือมีแววที่จะพัฒนาต่อยอดไปได้อีกไกล ก็จะมีแมวมองจากสโมสรดังมาดึงตัวเราไป ไปฝึกซ้อม ปั้นจนให้เรากลายเป็นนักเตะแข้งทองให้ได้ ดีไม่ดีเราอาจจะกลายเป็นนักเตะระดับโลก ที่มีค่าตัวหลายล้านบาทเลยก็ได้ เห็นมั้ย กีฬาฟุตบอลไม่ใช่กีฬาไม่มีแก่นสารอย่างที่หลายคนคิด ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลมีตั้งมากมาย!
บทความ

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

นอกจากสิ่งที่หลายคนรอคอยมา 4 ปี ในเทศกาลบอลโลก คือการได้ดูนักเตะระดับเทพของแต่ละประเทศ มาฟาดแข้งฟาดขา โชว์ฝีไม้ลายมือกันแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอย โดยเฉพาะคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่มีลูกน้อย ก็คือรอลุ้นว่า มาสคอตของบอลโลกประจำปีนี้ คืออะไร!? ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลบอลโลก นอกจากบรรดาธงชาติจะขายดีแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขายดี คือพวกสินค้าที่เกี่ยวกับมาสคอตนั่นแหละ ทั้งนักสะสม ทั้งเด็ก ทั้งคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ ก็ต่างรอคอยกันทั้งนั้น สำหรับปีนี้ ก็เผยโฉมหน้ามาสคอตออกมาแล้ว มาทำความรู้จักเจ้าหมาป่าลากเลื่อน ซาบิวากา มาสคอตบอลโลกรัสเซียประจำปี 2018 กันดีกว่า! 1.ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมาป่าลากเลื่อน หลายต่อหลายคน เมื่อได้รู้ว่ารัสเซียเป็นเจ้าภาพในการจัดบอลโลก 2018 ก็มักจะคิดว่า มาสคอตปีนี้คงเป็นหมีขาวแน่ๆ เลย เพราะคิดถึงรัสเซีย ก็ตั้งคิดถึงหมีขาว แต่ผลออกมาปรากฎว่า มาสคอตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ คือ หมาป่าลากเลื่อน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ค็อกกี วูล์ฟ เจ้าหมาป่าลากเลื่อน ก็เป็นสัตว์ที่สำคัญ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายรองจากหมีขาว มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของรัสเซีย เพราะมีปริมาณมากเท่านั้น แต่ประชาชนชาวรัสเซียยังนิยมใช้หมาป่าลากเลื่อนสำหรับเดินทาง เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น พื้นที่มักจะปกคลุมไปด้วยหิมะตลอด เจ้าหมาป่าลากเลื่อนจึงเป็นสัตว์ที่สำคัญมาก ด้วยสาเหตุนี้ หมาป่าลากเลื่อน จึงได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตบอลโลกของรัสเซีย 2. ชื่อมีความหมายลึกซึ้ง แน่นอนว่า การเป็นมาสคอตต้องมีชื่อประจำตัว ถึงจะมีรูปลักษณ์เป็นหมาป่าลากเลื่อน แต่เราจะเรียกว่าไอ้เจ้าหมาป่าลากเลื่อนเฉยๆ ก็ดูจะไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ ชื่อเรียกเจ้าหมาป่าลากเลื่อนที่เป็นมาสคอตประจำบอลโลกปีนี้ คือ 'ซาบีวากา' (Zabivaka) ฟังผิวเผินอาจจะเหมือนยี่ห้อชุดชั้นใน หรือชื่อสายพันธุ์สุนัขขนยาว แต่ชื่อซาบีวากากลับมีความหมายที่ดีมากๆ อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ โดย ซาบีวากา มาจากคำกริยาคำว่า zabivat ที่แปลว่า ยิงประตู Zabivaka จึงแปลว่า ผู้ทำประตู หรือ The one who scores นั่นเอง และหมาป่า ยังเป็นสัตว์ที่ทำให้ผู้พบเห็น รู้สึกสนุกสนาน มีเสนห์ และมีความมั่นใจ ตามประสาหมาป่าอีกด้วย 3. ผู้ออกแบบเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การแข่งประกวดมาสคอต ไม่ว่าใครก็สามารถส่งมาสคอตที่ตัวเองคิดเข้าร่วมประกวดได้ แต่ไม่น่าเชื่อว่า มาสคอตที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศรัสเซียได้เป็นอย่างดี ผู้ออกแบบจะเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น! โดยผู้ออกแบบเจ้า ซาบีวากา มีนามว่า เยคาเทรินา โบซาโรวา (Ekaterina Bocharova) เธอมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น และเธอเป็นนักศึกษากราฟฟิกดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยทอมสก์ ผู้ออกแบบได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่เธอเลือกออกแบบให้หมาป่าเป็นมาสคอตบอลโลก อันเนื่องมาจาก สภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่หมาป่าลากเลื่อนจำเป็นมากในการเดินทาง และอยากให้ทั่วโลกรับรู้ว่า สัตว์ที่มีชื่อเสียงของประเทศรัสเซีย ไม่ได้มีเพียงแค่ หมีขาว เท่านั้น 4. มาสคอตที่ไม่ได้รับเลือก พูดถึงมาสคอตที่ได้รับเลือก จนกลายเป็นมาสคอตบอลโลกแล้ว เรามาพูดถึงมาสคอตที่ไม่ได้รับเลือกกันบ้าง การเลือกมาสคอตบอลโลกรัสเซีย มาจากคะแนนโหวตของประชาชน ซึ่งจะโหวตทั้งหมด 3 ช่องทาง ได้แก่ โซเชียลเน็ตเวิร์ค, เว็บไซต์ FIFA และให้โหวตทางทีวี มาสคอตที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ เจ้าหมาป่าลากเลื่อน ได้คะแนนโหวตอย่างท่วมท้นถึง 537,522 คะแนน หรือคิดเป็น 53% จากคะแนนโหวตทั้งหมด ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือ เสือ ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 272,012 คะแนน หรือคิดเป็น 27% จากคะแนนโหวตทั้งหมด และอันดับที่ 3 ก็คือ แมว ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 207,264 คะแนน หรือคิดเป็น 20% จากคะแนนโหวตทั้งหมด เรียกได้ว่า มาสคอตแต่ละตัวที่ได้เข้ารอบ รับคะแนนโหวตจากสาธารณะชน ล้วนแต่เป็นมาสคอตที่มองแล้วรู้สึกสนุกสนาน มีเสน่ห์ทั้งนั้น แต่สุดท้าย หมาป่าลากเลื่อนก็ได้ไป เพราะนำเสนอความเป็นประเทศรัสเซียได้ดีที่สุด 5. เอาใจคนรักสัตว์ อีกหนึ่งสาเหตุที่ผู้ออกแบบเลือกหมาป่าลากเลื่อนให้เป็นมาสคอต เพราะผู้ออกแบบเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข เธอเลยเลือกออกแบบให้เป็นหมาป่าซะเลย ซึ่งสอดคล้องกับช่วงนี้ ที่ปริมาณคนรักสัตว์มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การออกแบบให้มาสคอตเป็นหมาป่า จึงเป็นการเอาใจคนรักสัตว์ทั่วโลกนั่นเอง จะสังเกตว่า มาสคอตบอลโลกส่วนใหญ่ มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ก็มาจากสาเหตุเดียวกัน สัตว์แต่ละชนิด ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่สัตว์ทุกชนิดทำให้เรารู้สึกเหมือนกัน นั่นก็คือความน่ารัก ความน่าเอ็นดู อ่อนโยน ดูไม่แข็งกร้าว เข้าถึงง่าย ไม่ใช่เพียงแค่มาสคอตทั่วโลกเท่านั้น แต่มาสคอตทั่วไป ก็มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ด้วยเหตุผลที่สลอตพูดถึง
บทความ

โทษประหารชีวิตในประเทศไทย

การประหารชีวิตผู้ที่ทำผิด มีมานานแสนนานในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไร โทษตายมักจะเป็นโทษสูงสุด สำหรับนักโทษที่มีความผิดที่ยิ่งใหญ่ การประหารชีวิตอาจเป็นผลดีหรือหรือไม่ดี อันนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคลไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การประหารชีวิตในประเทศไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอะไรบ้างวันนี้ วันนี้สลอตจะลองหยิบยกมาให้ทุกคนได้ทราบกันนะครับ   1. การประหารชีวิตด้วยการตัดคอ เป็นการประหารที่มีมานานแล้ว เราอาจเคยได้เห็นมาบ้างในหนังไทยยุคเก่า ปัจจุบันคงไม่มีการประหารแบบนี้แล้ว ถูกยกเลิกไปในปี 2478   2. การประหารด้วยการยิงเป้า เป็นการประหารที่ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อย โดยเพชรฆาตจะยิงนักโทษ 7-8นัด เพื่อให้ตายในทันที แต่ถ้าไม่ตายก็จะยิงซ้ำไปอีก ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไม่นานมานี้ในปี 2552   3. การประหารด้วยการฉีดยา เป็นการประหารในปัจจุบัน โดยจะมียาสามเข็ม เข็มแรกให้นักโทษสลบ เข็มที่สอง เข็มที่สาม ก็จะทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดไป นับว่าเป็นการประหารที่ไม่ทรมาน เพราะนักโทษจะหลับไปก่อน   และยังมีการประหารที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เรียกกันไว้ว่าประหารชีวิต 21 สถาน ถ้าอยากอ่านต่อก็ไปอ่านได้ในเครดิตเลยขอรับ เครดิต : วิกิพีเดีย