5 ประเทศที่หนาวที่สุด

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

14 พฤษภาคม 2561

คนที่อยู่ประเทศไทยซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ไปไหน

หรือนานๆ จะไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง

มักจะมีความคิดว่า อยากย้ายไปอยู่ประเทศที่อากาศมันเย็นสบายกว่านี้

เพราะสภาพอากาศส่วนใหญ่มันร้อนอบอ้าวซะเหลือเกิน

แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จอย่างเป๊ะ เดินออกจากบ้านได้ 5 นาทีก็เละเทะหมดแล้ว

แถมช่วงนี้สภาพอากาศยังแปรปรวนอีก

ฤดูร้อนแต่อากาศดันเย็นยะเยือกยิ่งกว่าฤดูหนาว

แถมยังฝนตกน้ำท่วมทุกวัน ไปไหนมาไหนลำบาก

ไม่ได้เป็น 1 ฤดูต่อ 4 เดือนแล้ว แต่เป็น 3 ฤดูใน 1 วันแทน

เลยมีความคิดว่าอยากจะไปอยู่ประเทศที่มันอากาศเย็นกว่านี้จะดีมาก

งั้นมาลองนี่!

5 ประเทศที่ติดอันดับว่า หนาวที่สุดในโลก!

ถ้าไปอยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่มีคำว่า 'ร้อน' หลุดออกจากปากอย่างแน่นอน

อันดับที่ 5 จีน

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

หลายคนอาจจะคิดว่า ประเทศจีน ก็อยู่ใกล้เคียงกับประเทศไทย

อากาศก็ไม่น่าจะหนาวกว่าไทยมาก ถึงจะอยู่เหนือกว่าประเทศเรานิดหน่อย

แต่ถึงขั้นหนาวติดอันดับหนาวที่สุดเลยหรอ?

ถึงแม้ประเทศจีนจะอยู่ห่างเราไม่มาก

แต่อย่าลืมว่า อาณาเขตของประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก

อาณาเขตส่วนหนึ่งของจีน นั้นอยู่ติดกับรัสเซีย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่หนาวที่สุดในโลก

จึงไม่แปลกเลยว่า ทำไมจีนถึงเป็นหนึ่งในประเทศที่หนาวที่สุด

โดยเมืองที่หนาวที่สุดในประเทศจีนนั้น

คือบริเวณแม่น้ำ Ituri ซึ่งอยู่บริเวณมองโกเลียใน (หนึ่งในพื้นที่ปกครองของจีน)

ด้วยความที่บริเวณนี้ อยู่สูงกว่าน้ำทะเลถึง 2,400 ฟุต

ทำให้มันมีอุณหภูมิเฉลี่ย -31 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี

และอุณหภูมิที่หนาวเย็นที่สุดที่เคยวัดได้นั้นอยู่ที่ -52 องศาเซลเซียส!

บริเวณนี้ จะมีอุณหภูมิติดลบตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในฤดูอะไรก็ตาม

และช่วงเช้าตรู่จะเป็นช่วงที่อากาศหนาวที่สุด

เนื่องจากจะเป็นช่วงที่มีหมอกปกคลุมนั่นเอง

อันดับที่ 4 แคนาดา

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

ประเทศที่มีทั้งความหลากหลายทางเชื้อชาติ

รวมถึงยังมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย

ตั้งแต่อบอุ่นไปจนหนาวจัดเลยทีเดียว

โดยบริเวณที่หนาวเย็นที่สุดในแคนาดา คือหมู่บ้าน Mayo

หมู่บ้านดังกล่าวนั้นอยู่ในเมือง Yukon ของแคนาดา

ถึงแม้ว่าเมืองดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ใกล้กับกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่

แต่หมู่บ้าน Mayo กลับได้รับการบันทึกสถิติว่า เป็นบริเวณที่หนาวเย็นที่สุดในแคนาดา!

ในปี ค.ศ. 1947 อุณหภูมิของหมู่บ้านแห่งนี้นั้นอยู่ที่ -62.2 องศาเซลเซียส

ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิที่หนาวเย็น จนเข้าขั้นน่ากลัวเลยล่ะ

ถึงแม้ว่า Mayo จะเป็นหมู่บ้านที่เคยหนาวเย็นที่สุด

แต่ปัจจุบัน มันกลายเป็นหมู่บ้านที่มีอากาศอบอุ่นที่สุดในเมือง Yukon

โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดหน้าร้อนคือ 14.5 องศาเซลเซียส

(นี่คืออบอุ่นของเขาแล้วนะ)

แต่อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีของที่นี่อยู่ที่ 3.4 องศาเซลเซียส

ถ้าใครอยากจะลองของ ก็อย่าไปลองของช่วงหน้าร้อน

เพราะช่วงหน้าร้อนของหมู่บ้านแห่งนี้ อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ประมาณ -10 องศาเซลเซียสเท่านั้น

แต่หน้าไปช่วงฤดูกาลอื่นๆ

อุณหภูมิจะลดลงได้เรื่อยๆ จนต่ำสุดอยู่ที่ -62.2 องศาเซลเซียสนั่นแหละ!!

อันดับที่ 3 กรีนแลนด์

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

เป็นอีกหนึ่งประเทศที่หลอกลวงคนทั้งโลกได้

เพราะถึงแม้ว่าชื่อประเทศคือ 'กรีนแลนด์'

ที่เราจินตนาการว่า มันต้องปกคลุมด้วยหญ้าเขียวชอุ่มแน่นอน

แต่ความเป็นจริงแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศกรีนแลนด์นั้น

เป็นหิมะและน้ำแข็งซะงั้นอ่ะ!?

แน่นอนว่าด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นแบบนี้

ก็ต้องติดอันดับประเทศที่หนาวที่สุดอย่างแน่นอน

ซึ่งบริเวณที่หนาวเย็นที่สุดในกรีนแลนด์นั้น

คือ Klinck research station โดยเป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณน้ำแข็ง

และอยู่สูงกว่าน้ำทะเลถึง 10,187 ฟุต (ประมาณ 3,105 เมตร)

อุณหภูมิที่ต่ำที่สุดที่เคยวัดได้นั้นอยู่ที่ -69.4 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีนั้นอยู่ที่ -30.2 องศาเซลเซียส

และอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดที่เคยวัดได้นั้นอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ถ้าสมมติหน้าร้อนไปเล่นสงกรานต์ที่นี่ ก็ไม่อยากจะคิดสภาพล่ะนะ

อันดับที่ 2 รัสเซีย

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

ถ้าขาดประเทศนี้ไปก็คงจะไม่ใช่การจัดอันดับประเทศที่หนาวที่สุด

สำหรับใครที่ชอบอ่านบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในรัสเซีย

จะสังเกตได้ว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับอากาศหนาว

แม้จะไม่ได้ไปในบริเวณที่หนาวติดอันดับโลกก็ตาม

เมืองในรัสเซีย ติดอันดับเมืองที่หนาวที่สุดในโลกประมาณ 3-4 เมืองเลยทีเดียว

แต่วันนี้ สลอตจะแนะนำให้รู้จักกับเมืองที่หนาวที่สุดเพียงเมืองเดียว

(เมืองอื่นก็ต่างกันไม่ถึง 10 องศาเซลเซียสหรอก)

เมืองที่หนาวที่สุดคือ Verkhoyansk อยู่ในสาธารณรัฐซาฮา (ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย)

เมือง Verkhoyansk เป็นเมืองที่มีอุณหภูมิที่ต่างกันมาก ในหน้าร้อน กับ หน้าหนาว

ในช่วงฤดูร้อนนั้น อุณหภูมิของเมืองนี้จะพุ่งสูงที่สุดถึง 37.3 องศาเซลเซียส

ซึ่งเป็นอากาศที่ร้อนใกล้เคียงกับประเทศไทยเรา

แต่ทันทีที่เป็นฤดูหนาว

อุณหภูมิจะต่ำได้มากถึง -69.8 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว!

คิดว่าบ้านเราสภาพอากาศแปรปรวนแล้ว

แต่เมืองนี้แปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงมีประจำเดือนที่ยังไม่ได้กินข้าวซะอีก

ส่วนอุณภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีนั้นอยู่ที่ -14.5 องศาเซลเซียส

อยากไปรัสเซียแล้วลองรี้อตู้เสื้อผ้าของครอบครัวไหนก็ได้ดูสักครั้ง

ว่าเขามีเสื้อผ้าสำหรับกันหนาวกี่ตัว ใส่กันกี่ชั้น

อันดับที่ 1 สหรัฐอเมริกา

5 ประเทศที่หนาวที่สุด

ประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวบ่อยมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

เพราะเป็นสถานที่ที่น่าสนใจในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ผู้คน ฯลฯ

คนที่ไปเที่ยวอเมริกาส่วนใหญ่ จะพกของไปคล้ายๆ กัน

นั่นก็คือ บรรดาเสื้อผ้าสำหรับกันหนาว

เนื่องจากอุณภูมิปกติของสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศไทย

หลายคนก็มองว่า มันไม่น่าจะต่ำ จนหนาวมาเป็นอันดับ 1 มั้ย?

อย่าลืมว่า สหรัฐอเมริกานั้นปกครองหลายรัฐชื่อดังทั่วโลก

รวมถึง "รัฐอลาสก้า" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งขั้วโลกเหนือ!!

แม้อุณหภูมิเฉลี่ยของอลาสก้าจะจัดอยู่ในระดับที่หนาวเย็นอยู่แล้ว

แต่เมื่อได้รู้ข้อมูลว่า บริเวณที่หนาวที่สุดมีอุณหภูมิเท่าไหร่ ก็ต้องช็อกเลย!

โดยบริเวณที่หนาวเย็นที่สุดก็คือ Mount McKinley หรือ ยอดเขาเดนาลี

ยอดเขาแห่งนี้นั้นสูงเหนือกว่าระดับน้ำทะเลถึง 6,194 เมตร

อุณหภูมิที่ต่ำที่สุดที่เคยวัดได้นั้นอยู่ที่ -73.8 องศาเซลเซียส!!

และถ้าหากเป็นช่วงเดียวกับที่มีลมล่ะก็

จะส่งผลให้อุณหภูมิลดลงไปอีก ถึง -83.4 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว

ถึงแม้จะทั้งสูงทั้งหนาว เรียกได้ว่าเป็นยอดเขาปราบเซียน

แต่ก็มีนักพิชิตยอดเขามากถึง 22 ทีม สามารถปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของยอดเขาที่หนาวที่สุดในโลกได้!!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา