5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

8 พฤษภาคม 2561

เชื่อว่าก่อนที่ทุกคนจะซื้อยานพาหนะสักคันหนึ่ง

สิ่งสำคัญที่เราจะต้องเช็ครายละเอียดก็คือ มันสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เท่าไหร่

เพราะถ้าหากเรารีบ หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอะไร

จะได้ไปถึงที่หมายได้ทัน

ส่วนใหญ่ก็จะเลือกกันประมาณหลัก 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นอย่างมาก

แต่ถ้ายานพาหนะของคุณ ทำความเร็วได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงล่ะ?

วันนี้ สลอตขอนำเสนอ ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

แต่ว่าแค่ยานพาหนะที่อยู่บนดินนะ เครื่องบิน เรือดำน้ำอะไรไม่เกี่ยว

ถึงจะอยู่บนดิน ไม่ได้ดูแปลกอะไร

แต่ถ้าได้รู้ว่า รถยนต์ที่มีความเร็วสูงสุด มันทำความเร็วได้เท่าไหร่

รับรองว่าอึ้งแน่นอนนนนนน

อันดับที่ 5 Buckeye Bullet 3
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 549 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

Buckeye Bullet 3 หรืออีกชื่อคือ Venturi VBB-3 Streamliner เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

สร้างขึ้นโดยนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าความเร็วสูงที่สร้างขึ้นโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนี้ มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

Buckeye Bullet 1, Buckeye Bullet 2, Buckeye Bullet 2.5

และ Buckeye Bullet 3 ซึ่งรุ่นสุดท้าย เป็นรุ่นที่เราจะพูดถึงกัน

Buckeye Bullet 3 เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของโปรเจคท์นี้
ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีเดียวกับ 3 รุ่นแรก

นั่นก็คือมีพลังมากถึง 400 แรงม้า บอดี้สร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์

สิ่งที่พิเศษคือ แยกแรงขับเคลื่อนสำหรับแต่ละเพลา

เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงแรงมาก รวมถึงในแต่ละเพลา ยังใช้แรงส่งไฟฟ้าถึง 2 เท่าในแต่ละอัน

ด้วยเหตุนี้ เพียงแค่เข้าเกียร์ 1 รถ Buckeye Bullet 3 ก็สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 442 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!

ในการเก็บสถิติครั้งแรก Buckeye Bullet 3 สามารถทำความเร็วได้ที่ 495 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็สามารถทุบสถิติตัวเองได้ ด้วยความเร็ว 549 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!

อันดับที่ 4 JCB DieselMax
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 564 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

JCB Dieselmax เป็นรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานดีเซล

โดยจุดมุ่งหมายของการสร้างรถคนนี้ คือการทำสถิติโลกรถที่เร็วที่สุดเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้

มันมีพลังมากถึง 750 แรงม้า ตามมาด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ

และยังมีเทอร์โบชาร์จเจอร์ถึง 2 ตัวด้วยกัน!

นอกจากเครื่องยนต์จะแรงจนหน้าสั่นแล้ว

ตัวรถยังดีไซน์ออกมาเป็นทรงลู่ลม เคลื่อนไหวได้ดี ไม่ต้านลม ไม่เทอะทะ

การทดสอบครั้งแรก JCB Dieselmax สามารถทำความเร็วได้เพียง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

แต่เมื่อต่อเติม ปรับปรุง พัฒนาอย่างไม่มีหยุดพัก

จึงทำให้ภายใน 1 เดือนต่อไป

มันสามารถขับเคลื่อนได้เร็วถึง 564 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!

จนทำให้มันกลายเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานดีเซล ที่เร็วที่สุดในโลก!

ถึงแม้ว่าจะมีวี่แววที่สามารถพัฒนาต่อได้อีก

แต่ผู้พัฒนาก็ได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่สามารถวิ่งได้เร็วกว่านี้อีกแล้ว

เนื่องจากพบปัญหาจุกจิกมากมาย เช่น ไม่สามารถหาล้อยางที่เหมาะสมได้

จึงทำให้ตอนนี้ ผู้พัฒนายังไม่มีแผนที่จะทำให้มันเร็วกว่านี้

และดูเหมือนพวกเขาจะพอใจในผลลัพธ์ปัจจุบันแล้วด้วย

อันดับที่ 3 Ack Attack
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 634 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

Ack Attack เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการบันทึกสถิติโดยกินเนสบุ๊คในปี 2012

ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก

และเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 เมื่อเทียบกับยานพาหนะทั้งหมด

ด้วยพลังที่มากกว่า 1,000 แรงม้า, ตัวเครื่อง 1,299 ซีซี, เทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ตัว

โดยได้เครื่องยนต์ของ ฮายาบูสะ มอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ขับได้จริง มาเป็นส่วนประกอบ

Ack Attack เป็นมอเตอร์ไซค์ที่จะมีรูปร่างที่ค่อนข้างแปลกประหลาดนิดหน่อย

โดยลักษณะของมันนั้นจะคล้ายกับลักษณะของ กระสุนปืน

ทำให้มันสามารถขับเคลื่อนได้อย่างคล่องแคล่ว

ถึงแม้ว่าโดยรวมมันจะเป็นยานพาหนะที่เพอร์เฟคท์ไปเสียทุกด้าน

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จจนติดสถิติโลกนั้น

ทีมงานต้องพบกับความล้มเหลวมากมาย

หลายครั้งถึงกับชนกับสิ่งกีดขวางจนถึงขั้นเครื่องยนต์เสียหายกันเลยทีเดียว

จนสุดท้าย พวกเขาก็ประสบความสำเร็จจนสามารถจารึกเป็นความสำเร็จระดับโลกได้

อันดับที่ 2 THE TURBINATOR By Don Vesco
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 737 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

The Turbinator (แค่ชื่อก็โหดแล้ว) เป็นยานพาหนะที่เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

โดยมันมีพลังมากมายถึง 3,750 แรงม้า

อัตราเครื่องเร่งได้สูงถึง 16,500 รอบต่อนาที

มันเป็นยานพาหนะขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีรูปร่างคล้ายกับกระสุนปืน

ยานพาหนะตัวนี้ ไม่ค่อยมีใครรู้จักสักเท่าไหร่

เนื่องจากมันสามารถขับเคลื่อนได้แค่ไม่กี่ครั้ง

เพราะ The Turbinator มีจุดบกพร่องใหญ่หลวง

นั่นก็คือ ระบบเกียร์ของเครื่องยนต์ไปขัดขวางทางไหลเวียนของอากาศ

จนทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการระบายความร้อนของตัวเครื่อง

ตั้งแต่สร้างเจ้ายานพาหนะตัวนี้ขึ้นมา

ทีมสร้างก็ขับมันเพียงแค่ 13 ครั้งเท่านั้น

ซึ่งก็สามารถทำลายสถิติได้ถึง 9 ครั้ง จากการขับขี่ทั้งหมด

จึงทำให้มันได้รับการบันทึกสถิติโลก

อีกสาเหตุหนึ่งที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นกับชื่อยานพาหนะตัวนี้

เนื่องจากมีการบันทึกสถิติตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2001

ซึ่งก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่แปลกเลยว่าทำไมหลายคนจึงไม่รู้จักมัน

อันดับที่ 1 ThrustSSC
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1,227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5 ยานพาหนะที่เร็วที่สุดในโลก

เห็นระดับความเร็วที่สามารถทำสถิติได้แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้ที่ 1

มันเป็นรถที่ได้การขนานนามว่า เร็วเหนือเสียง

สาเหตุหลักก็คือ มันขับเคลื่อนด้วยพลังเจ็ท!!

ThrustSSC เป็นรถยนต์พลังงานเจ็ท สัญชาติอังกฤษ

มันได้รับการบันทึกสถิติโลกว่า เร็วที่สุดในโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997

และจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่มีใครโค่นมันได้

มันยังเป็นยานพาหนะบนพื้นดินเพียงตัวเดียว

ที่สามารถทะลุกำแพงเสียง จนเกิด โซนิคบูม ได้!

ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าว จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาเครื่องบินเจ็ทขับด้วยความเร็วสูงเท่านั้น

(แต่ ThrustSSC ขับแล้วก็เกิดโซนิคบูมเลย คิดเอาว่าแรงขนาดไหน)

ThrustSSC มีพลังขับเคลื่อนสูงถึง 60,000 แรงม้าเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถขับบนถนนจริงได้ เนื่องจากแรงเกินไป

แต่สำหรับใครที่หลงใหลในความเร็ว และอยากเห็นตัวจริงของเจ้ารถคันนี้

ก็สามารถเดินทางไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ Coventry Transport Museum

ในเมือง Coventry ประเทศอังกฤษ

โดยในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว เราจะมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงรถ ThrustSSC ทุกรุ่นที่เคยสร้างขึ้น

 

ขอบคุณรูปจาก wikipedia

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!