5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

16 เมษายน 2561

วงจรชีวิตของคนไทยก็คล้ายคลึงกันหลายอย่าง

ตื่นมา กินข้าว เดินทาง ทำงาน/ เรียนหนังสือ เดินทาง นอนหลับ วนลูปอยู่แบบนี้

แต่ละคนก็มีภารกิจที่ต้องทำแตกต่างกัน บางคนก็เหนื่อยน้อยหน่อย บางคนก็ภาระเยอะหน่อย

แต่ที่คนไทยจะเหนื่อยไม่ต่างกันเลย คือความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

เพราะเราต้องเดินทางสัญจรบนถนนกันแทบทุกคน

แม้ว่าจะทำงานอยู่บ้าน แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ถนนสัญจรเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัวต่างๆ

มีคนใช้ถนนพร้อมกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ก็น่าเบื่อมากพอแล้ว

ในแทบจะทุกๆ วัน ยังเจอคนนิสัยเสียที่ทำให้ท้องถนนน่าเบื่อยิ่งขึ้นไปอีก

อยากจะประชดด้วยการเดินไปทำงานมันซะเลย!

แต่พอเจอแดดกับสภาพอากาศเมืองไทยแล้ว ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วเดินกลับขึ้นรถ

เผชิญหน้ากับความน่าเบื่อของท้องถนนกันต่อไป

เชื่อว่า 5 สิ่งเนี้ย เป็นสิ่งที่เราต้องเจอกันทุกวัน

โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในเมือง แทบจะเจอทุก 5 นาทีเลยก็ว่าได้

ก่อนอ่านก็ใจร่มๆ ก่อนนะ เพราะอาจจะอินตาม หัวร้อนตามก็ได้

1. ไม่เปิดไฟเลี้ยว

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

นอกจากจะน่าเบื่อแล้ว ยังอันตรายด้วย

เพราะคนที่ขับตามมาข้างหลังจะไม่รู้เลยว่า รถคันหน้าจะเลี้ยวไปในทิศทางไหน ถ้าไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว

เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ บนโลกโซเชียล

กับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

หลายคนประสบอุบัติเหตุเพราะลืมเปิดไฟเลี้ยว

นอกจากจะเป็นภาระให้คนที่ขับตามต้องเบรครถกระทันหันเพราะจู่ๆ จะเลี้ยวก็เลี้ยว

ถ้าคนที่ขับตามเป็นมอเตอร์ไซค์ ก็อาจจะเบาหน่อย

ส่วนมากก็เจ็บถลอกตามตัว ซ่อมรถครั้งใหญ่บ้าง บลาๆ

แต่ถ้ารถที่ตามหลังเป็นรถเก๋ง และขับมาด้วยความเร็ว

ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตกันทั้งคู่

รักชีวิต รักทรัพย์สิน ก็เปิดไฟเลี้ยวกันเถอะ

แล้วถ้าเปิดไฟเลี้ยว ก็เปิดให้ทุกทิศทางกันด้วยนะ

ไม่ใช่ว่าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายแต่เลี้ยวขวา หรือเปิดไฟเลี้ยวขวาแต่เลี้ยวซ้าย

นี่อันตรายหนักกว่าไม่เปิดไฟเลี้ยวอีก

2. แทรกแถว

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

เคยไหม? ขับรถต่อคิวเพื่อเข้าเส้นทางหนึ่ง

เช่นกำลังต่อคิวเพื่อขึ้นสะพาน แถวยาวเหยียดหลายกิโล หรือต่อแถวเพื่อกลับรถ

จู่ๆ มีรถยนต์ใจกล้าคันหนึ่ง

ขับมาเลนข้างๆ เราปกติ แต่จู่ๆ ดันหักหน้าเข้ามาแทรกแถวที่เรากำลังจะต่อ!!

เฮ้ย! ทำแบบนี้ได้ยังไง!

ถ้าเราให้ไป ก็เหมือนกับว่าเรายอมให้กับคนที่ไม่มีมารยาททางสังคม ไม่มีจิตสำนึก

แต่ถ้าเราไม่ให้ไป รถที่ตามหลังเรามาก็จะติดกันหนึบหนับกว่าเดิม ไปไหนไม่ได้เพราะเราไม่ยอมให้คันที่มาแทรกไปก่อน

สุดท้าย ทุกครั้งที่เราโดนแทรกคิว ก็มักจะจบลงด้วยการที่เราต้องยอมให้คนมักง่ายไปก่อน

สรุปคือ พฤติกรรมการแทรกแถวเนี่ย นอกจากจะทำให้คนรอบข้างหงุดหงิดแล้ว

ยังจะทำให้รถติดมากขึ้นอีกด้วย เพราะต่างคนต่างไม่ยอมไป

รีบแค่ไหน ก็ต้องเคารพคนอื่นนะจ๊ะ คนอื่นเขาก็มีธุระของเขาเหมือนกัน ไม่งั้นไม่มาอยู่บนถนนหรอก

3. ปาดหน้า

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

พฤติกรรมสุดน่าเบื่อ ที่เป็นหนทางสู่ความตายมาหลายรายแล้ว

เหตุการณ์ผิดใจ ยิงกัน ขับรถชนกัน ส่วนใหญ่มักเกิดจากเหตุการณ์ขับรถปาดหน้ากันก่อนเป็นส่วนใหญ่

แม้หลายคนที่โดนปาดหน้าจะพยายามใจเย็น ไม่ขับรถตามเพื่อเอาเรื่อง

แต่ก็มักจะโดนคนที่ปาดหน้า ขับรถปาดซ้ำเพื่อเยาะเย้ย หรืออะไรก็ตาม

จนทำให้สุดท้ายเรื่องบานปลายจนขึ้นโรงพัก ขึ้นศาล หรือแม้กระทั่งเข้าโรงพยาบาล

เป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าการขับรถต่อคิวแล้วโดนแทรกเสียอีก

เพราะการปาดหน้า ถึงแม้หลายๆ ครั้ง จะไม่มีการเอาเรื่องกัน การปะทะกัน

แต่ก็ส่งผลให้ผู้ที่ถูกปาดหน้าตกใจจนเสียหลัก

พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงจะไม่ปะทะ แต่การปาดหน้าก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่ดีนั่นแหละ

คนไทยด้วยกัน ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

อยู่บนท้องถนนก็ใจเย็นกันหน่อย อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย

อย่าอีโก้สูง เสียหน้าไม่ได้ โดนปาดต้องปาดกลับ ต้องเอาเรื่อง

เพราะสิ่งที่กำลังจะตามมามันไม่คุ้มกันหรอก ถ้าเกิดปะทะกันจนเสียชีวิต คนที่อยู่ข้างหลังจะเสียใจ

4. ขับไปเล่นโทรศัพท์ไป

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

ยุคนี้ เป็นยุคแห่งสังคมก้มหน้า

ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ไม่ค่อยมีใครคุยกัน มีแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือ

ก้มหน้ากดมันทุกที่ แม้แต่ระหว่างขับรถ!!

ถ้าคนที่นั่งโดยสารมาด้วยกดโทรศัพท์ก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก

แต่ที่เห็นกันส่วนใหญ่คือ คนที่เล่นโทรศัพท์ก็คือคนที่กำลังขับรถอยู่นั่นแหละ!

เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า ก้มหน้าเล่นสักหน่อยตอนรถติดไฟแดงก็ได้

แต่เราก็เจอกันมาหลายคันแล้ว ที่ไฟเขียวจนเกือบนาทีแต่ดันไม่ยอมขยับ เพราะก้มหน้าเล่นมือถืออยู่

ถ้าดู gps เพราะกำลังหลงทางก็ไม่ผิดอะไรหรอก

แต่ส่วนใหญ่ที่ก้มหน้าใช้มือถือกันจนเป็นปัญหา

ก็มัวแต่ตอบไลน์เช็คแจ้งเตือนเฟสบุ๊คกันทั้งนั้น

ขับรถแค่ไม่กี่นาที วางโทรศัพท์ไว้ห่างๆ หน่อยก็ได้นะ

สติอยู่กับพวงมาลัย สิ่งที่เราทำอยู่ในตอนนั้นดีกว่า

5. ขับจี้ท้ายรถ

5 สิ่งที่น่าเบื่อที่ในท้องถนน

พูดง่ายๆ ก็ การขับรถจี้ตูดนั่นแหละ

การขับรถจี้ตูด มีอยู่ 2 กรณี

กรณีแรก คือเราขับช้า และขับผิดที่ผิดทางเอง

จะเห็นได้บ่อยๆ ว่า คนขับรถช้าบางคนจะขับเลนขวาสุด ทั้งที่เลนขวาสุดมีไว้สำหรับรถขับเร็ว

คนที่ขับรถเร็ว ที่ขับเลนขวาสุดอย่างถูกต้อง ก็จะรู้สึกไม่พอใจ

ว่าทำไมขับมาถูกเลนแล้วต้องมาชะลอให้กับรถที่ขับช้า ขับผิดเลน

จะแซงซ้าย แซงไปแซงมาก็ไม่ใช่เรื่อง อาจจะไปปาดหน้าคนอื่นอีก

เลยตัดสินใจขับจี้ตูดคันที่ขับช้าเนี่ยแหละ

(แต่มันก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่สมควรนะ ควรบีบแตรหรือกะพริบไฟมากกว่า)

แต่ก็มีคนนิสัยเสียอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ชอบขับรถจี้ตูดคนอื่นไปทั่ว

ไม่ว่าจะขับรถดีหรือไม่ดี ก็มักจะมีคนนิสัยเสียมาขับรถไล่เสมอ

สาเหตุที่การขับรถจี้ตูดเป็นพฤติกรรมไม่สมควรมาก ไม่ว่าฝ่ายจี้ตูดจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม

เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เนื่องจากการขับจี้ตูด ถ้ารถไม่ว่าจะคันที่อยู่ข้างหน้า หรือคันที่อยู่ข้างหลังเกิดเสียจังหวะขึ้นมา

ก็จะส่งผลให้รถอีกคันที่อยู่ติดกันโดนร่างแหไปด้วย

เช่น รถที่โดนจี้ตูดเกิดเบรคกระทันหัน ก็จะเกิดอุบัติเหตุชนกัน

หรือถ้ารถที่เป็นฝ่ายจี้ตูดเกิดเสียหลัก ก็อาจจะเสียหลักไปชนคันข้างหน้าก็ได้

ถึงจะไม่เกิดอุบัติเหตุยังไง มันก็ทำให้คนที่พบเจอเหตุการณ์นี้รู้สึกไม่ดี

ขับรถให้ถูกต้องตามสมควรในเลนที่เหมาะสม และให้เกียรติเพื่อนร่วมถนนกันเยอะๆ เนอะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 ผลไม้ปีศาจที่เก่งที่สุดในโลกวันพีซ

วันพีช เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง ด้วยเนื้อเรื่องที่มีปมปริศนาที่รอคอยการเฉลยทั้งหมด ซึ่งก็ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม ตัวละครที่มีลักษณะนิสัย ความสามารถโดดเด่นกันออกไป สิ่งที่ทำให้วันพีชน่าสนใจ คือ ผลปีศาจ ผลปีศาจ เป็นสิ่งที่โจรสลัดทั่วโลกใฝ่ฝันหา อยากจะครอบครอง เพราะเมื่อกินผลปีศาจเข้าไป ผู้ที่กินนั้นจะได้รับพลังพิเศษ 1 อย่างที่แตกต่างกันออกไป (แต่ทุกคนที่กินผลปีศาจ จะไม่สามารถว่ายน้ำได้อีกต่อไป ทั้งที่เป็นโจรสลัด) ยิ่งเป็นผลปีศาจที่หายาก ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของเหล่าโจรสลัด แน่นอนว่า เมื่อมีผลปีศาจหลากหลาย ก็ต้องมีผลปีศาจที่ไร้ประโยชน์ที่สุด และต้องมีผลปีศาจที่แข็งแกร่งมากที่สุด มีการจัดอันดับโดยแฟนคลับวันพีชหลายครั้ง ว่าผลปีศาจผลใดคือผลที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง สลอตได้ทำการเก็บข้อมูลทั้งในการ์ตูน รวมถึงสอบถามแฟนวันพีชเรียบร้อยแล้ว ว่าผลปีศาจผลใดที่เก่งที่สุด ผลลัพธ์ก็ตามนี้เลย! 5. ผลอมตะฟินิกซ์ โทริโทริ เป็นผลปีศาจสายโซออนในตำนาน ที่หายากกว่าสายโรเกียหลายเท่าตัว ผลปีศาจสุดโหดนี้ ครอบครองโดย 'มัลโก้ ฟินิกซ์' โจรสลัดหนึ่งในแก๊งของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ผลปีศาจโทริโทริ หรือผลอมตะฟินิกซ์ ก็มีความสามารถตามชื่อของมันเลย โดยความสามารถที่โหดที่สุดของผลปีศาจนี้ก็คือ ทำให้มัลโก้ (ผู้ครอบครอง) แปลงกายเป็นนกฟินิกซ์ เพื่อฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าและฟื้นฟูบาดแผลได้ นั่นหมายความว่า ผู้ครอบครองจะมีร่างกายที่เป็นกึ่งอมตะ เพราะความสามารถนี้ และเมื่อแปลงกายเป็นนกฟินิกซ์เต็มตัวแล้ว ผู้ครอบครองจะมีความสามารถสุดโหดอย่างหลากหลาย เช่น ทำการโจมตีผ่านร่างกายได้ (เหมือนกับผลไม้ปีศาจสายโลเกีย) นอกจากนี้ ยังสามารถโจมตีร่างจริงของผู้ครอบครองผลปีศาจสายโรเกียได้อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ผู้ครอบครองยังสามารถเลือกแปลงกายเป็นฟินิกซ์เฉพาะส่วนได้ มาดูในแง่ของการป้องกันกันบ้าง เมื่อดูเพียงผิวเผิน เปลวเพลิงยามเมื่อแปลงกายเป็นฟินิกซ์นั้นดูค่อนข้างเป็นเปลวเพลิงที่ร้ายแรงพอตัว แต่ความเป็นจริงแล้ว เปลวเพลิงดังกล่าวไม่ได้มีความสามารถในการเผาไหม้เลย กลับกัน เปลวเพลิงนี้สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ แม็กมา หรือ ลำแสง รวมถึงพลังอื่นที่มีความสามารถในการทำลายล้างสูง โกงขนาดนี้ แต่ทำไมถึงมาอยู่อันดับที่ 5? เพราะข้อเสียของผลปีศาจโทริโทริ มันร้ายแรงมาก นั่นก็คือ ผู้ครอบครองสามารถแปลงกายเป็นนกฟินิกซ์ได้เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น! แปลว่า หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น ผู้ครอบครองผลปีศาจโทริโทริต้องชนะไฟท์ให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อถึงเวลาที่คืนร่างเดิม ก็จะถือว่าเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่หลวงที่สุด ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ถึงเวลาจะเทพก็เทพมาก จะง่อยก็ง่อยซะเดินไม่ได้เลย 4. ผลสั่นสะเทือน กุระกุระ ผลปีศาจกุระกุระ หรือผลสั่นสะเทือน เป็นผลปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในผลไม้ปีศาจสายพารามีเซีย! ผู้ครอบครองผลปีศาจนี้คือ เอ็ดเวิร์ด นิวเกต หรือ หนวดขาว สาเหตุที่มันได้ชื่อว่าเป็นผลปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากมันมีความสามารถในการสร้างแรงสั่นสะเทือน ถึงขั้นทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือ สึนามิ ได้! ไม่ใช่ว่าเป็นแค่แผ่นดินไหวธรรมดา หรือสึนามิระลอกเบาๆ แต่เป็นแผ่นดินไหวและสึนามิที่มีพลังทำลายล้างอย่างมหาศาล ผู้ที่ครอบครองผลปีศาจกุระกุระ มักจะได้ฉายา มนุษย์แผ่นดินไหว ด้วยความสามารถนี้ ความสามารถของผลปีศาจนี้ เมื่อรวมกับความสามารถของหนวดขาว ก็ทำให้เกิดปรากฎการณ์ครั้งใหญ่ในตอน สงครามที่มารีนฟอร์ด และสงครามครั้งนั้น ก็กลายเป็นฉากในตำนานที่ทำให้แฟนการ์ตูนวันพีชหลายคนขนลุกซู่ อย่างไรก็ตาม ความสามารถของผลปีศาจนี้ กลับไปตกอยู่ในมือของ หนวดดำ ทำไมถึงตกไปอยู่ในมือของหนวดดำได้? ทั้งที่ตามเนื้อเรื่องแล้ว หากกินผลปีศาจเกิน 1 ลูก จะเสียชีวิต คำตอบนั้น อยู่ในความสามารถของผลปีศาจอันดับที่ 3 ที่เรากำลังจะพูดถึง.. 3. ผลความมืด ยามิ ยามิ ผลยามิ ยามิ หรือผลความมืด เป็นผลปีศาจสายโรเกีย ที่มีพลังสุดชั่วร้าย โดยความสามารถของมันก็คือ พลังในการดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง เมืองที่มีขนาดใหญ่ ผลยามิ ยามิ ก็สามารถดูดกลืนเข้าไปได้ แม้แต่แสงสว่าง และความหวังของมนุษย์ ก็ถูกดูดกลืนด้วยผลปีศาจนี้ได้ด้วยเช่นกัน ผู้ครอบครองผลปีศาจผลนี้ก็คือ มาร์แชล ดี ทีช หรือ หนวดดำ แน่นอนว่าสาเหตุที่หนวดดำมีความสามารถของผลสั่นสะเทือน ที่แต่เดิมเป็นของหนวดขาว ก็มาจากความสามารถของผลปีศาจที่เขาครอบครองนั่นเอง ผลความมืด ยังเป็นผลปีศาจที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก เพราะนอกจากพลังของมันจะเป็นพลังที่น่าสะพรีงกลัวแล้ว มันยังส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองผลปีศาจนี้ กลายเป็นมนุษย์แห่งความมืดที่ชั่วร้าย ยิ่งผลปีศาจมีความชั่วร้ายอยู่แล้ว แถมไปตกอยู่ในมือหนวดดำ ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรสลัดที่ชั่วร้ายที่สุด บรรลัยสุดๆ เลยงานนี้ แม้จะเป็นผลปีศาจที่โกง แต่มันก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน จากความสามารถที่มันดูดกลืนได้ทุกอย่าง แน่นอนว่ามันสามารถดูดกลืนบรรดาอาวุธ เช่น ปืน, ดาบ, สายฟ้า หรือการโจมตีด้วยร่างกาย ซึ่งการดูดกลืนอาวุธ จะทำให้ผู้ที่ครอบครองต้องแบกรับภาระทุกอย่างที่ตัวเองเลือกจะดูดกลืนเข้ามา ส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองผลปีศาจนี้ ต้องรับผลกระทบความเจ็บปวดอย่างสาหัส 2. ผลลำแสง ปิกะปิกะ สุดยอดผลปีศาจที่แฟนวันพีชหลายคนยกย่องให้เป็นผลปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ผลลำแสง เป็นผลปีศาจสายโรเกีย ผู้ที่ครอบครองผลปีศาจนี้ คือ โบร์ซาลิโน่ หรือ คิซารุ พลเอกที่หลายคนเรียกว่า เป็นพลเอกที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง ความสามารถของผลลำแสงนั้น จะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองเป็นมนุษย์แสง ไม่ใช่ว่าไปไหนมาไหนแล้วมีแสงประกายสว่างวาบนะ แต่จะสามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยความเร็วแสงต่างหาก นอกจากความโกงที่ไปไหนมาไหนได้ด้วยความเร็วแสงแล้ว ผู้ที่ครอบครองผลลำแสง ยังสามารถใช้ลำแสงเพื่อโจมตีได้อีกด้วย เพียงแค่ลำแสงเปล่าๆ เมื่อยิงออกไป ก็มีพลังทำลายล้างที่สูงกว่าเรือรบรวมกัน 10 ลำ หรือแม้แต่แค่เตะขาออกไป ก็สามารถทำให้ตึกพังถล่มลงมาก็ได้ทั้งนั้น เท่านั้นยังไม่พอ ผู้ครองผลลำแสง ยังสามารถบังคับลำแสงให้กลายเป็นอาวุธได้ เช่น กระจกยาตะ สร้างลำแสงรวมเอาไว้ที่ด้านหน้า จากนั้นเล็งไปยังเป้าหมายด้วยการสะท้อนกับสิ่งต่างๆ จบด้วยการเคลื่อนย้ายไปตามแสงจุดสุดท้ายเพื่อโจมตี ดาบลำแสงยามะ คือการสร้างดาบจากลำแสงที่มีความยาว ทั้งความคม และความแข็งแกร่งของดาบนี้อยู่ในระดับสูงมาก สุดท้ายคือ สร้อยลูกปัดยาซาคานิ เป็นท่าไม้ตายของคิซารุ การโจมตีของสร้อยลูกปัดฯ คือการกระหน่ำยิงลำแสงนับไม่ถ้วนเพื่อโจมตีศัตรู! 1. ผลสายฟ้า โกโรโกโร แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยว่า ผลสายฟ้า เป็นผลที่เก่งที่สุดในโลกวันพีช ส่วนใหญ่เพราะหมั่นไส้ผู้ที่ครอบครองผลปีศาจนี้ แต่เมื่อเทียบความสามารถกับผลปีศาจอื่นแล้ว ก็พบว่า ผลสายฟ้าเนี่ยแหละ โกงสุดแล้ว ผลสายฟ้า (ผลสายฟ้าคำราม) เป็นผลปีศาจสายโรเกีย ที่โหดที่สุดในเรื่องวันพีช ผลครอบครองผลปีศาจนี้คือ ก็อด เอเนล หรือเรียกสั้นๆ ว่า เอเนล นั่นแหละ แต่เดิม เอเนล เป็นเพียงชาวท้องฟ้าธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่พิเศษอะไร ทว่าทันทีที่เขากินผลปีศาจโกโรโกโรเข้าไป ก็ทำให้เขากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดไปโดยปริยาย ความสามารถของผลสายฟ้า สามารถทำให้ผู้ครอบครองกลายเป็นมนุษย์สายฟ้าได้ แน่นอนว่าสามารถควบคุมสายฟ้าให้ผ่าที่ใดก็ได้ที่มีท้องฟ้าได้ตามต้องการ (ก็ทั่วโลกนั่นแหละ) ความแรงของไฟฟ้าของผลสายฟ้านั้นไม่ใช่ธรรมดา เพราะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 200 ล้านโวลต์! เรียกได้ว่ารุนแรงจนสามารถละลายทองคำได้ แถมยังเรียกสายฟ้าพุ่งเข้าหาศัตรูในแนวราบได้ สิ่งที่ทำให้ผลสายฟ้าเป็นผลปีศาจที่เก่งที่สุดในโลกวันพีช คือความสามารถในการใช้สายฟ้ากระตุ้นหัวใจตัวเองให้กลับมาทำงานได้! แปลว่า แม้จะถูกโค่นล้มไปกี่ครั้ง แต่ผู้ครอบครองผลสายฟ้าก็จะไม่ตาย เพราะความสามารถดังกล่าว แต่ข้อเสียอย่างใหญ่หลวงที่ทำให้ก็อดเอเนล ผู้ครอบครองผลสายฟ้าไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่คิด ทั้งที่เขาครอบครองผลปีศาจที่โหดที่สุดในเรื่อง เนื่องจากเขาไม่มีฮาคิเกราะ และฮาคิราชันย์ และถึงแม้ว่าเขาจะสามารถโค่นล้มได้ทุกคน ด้วยพลังสายฟ้าของเขา ที่ไม่ต้องขยับเนื้อขยับตัวมาก ก็บังคับสายฟ้าให้ผ่าใครจนตายก็ได้ แต่เขากลับไม่สามารถโค่นล้ม ลูฟี่ ตัวละครหลักของเรื่องได้ ก็เพราะลูฟี่กินผลปีศาจยางยืดเข้าไป จึงทำให้ก็อดเอเนลทำอะไรลูฟี่ไม่ได้เลย แถมยังโดนอัดสวนเละจนต้องหนีไปที่อื่น
บทความ

5 เกมออนไลน์สุดฮิตในอดีต

พูดถึงเกมออนไลน์แล้ว มันถือว่าเป็นสื่อให้ความบันเทิงชนิดหนึ่งที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเกมออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ จนปัจจุบัน มีเกมออนไลน์เปิดให้บริการมากมายไปหมด จนเราเล่นไม่ทัน แน่นอนว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ เกมออนไลน์ก็มีจุดเริ่มต้นของมันมาก่อน ทั้งเกมออนไลน์ที่บุกเบิก ทำให้คนรู้จักว่าเกมออนไลน์เป็นยังไง และเกมออนไลน์ที่ฮิตติดลมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่ ก็มักจะได้รับความนิยมในระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะเพอร์เฟคท์ขนาดไหน เกมออนไลน์ใหม่ที่เปิดให้บริการก็น่าลอง น่าเล่น และทันสมัยกว่าอยู่ดี เกมออนไลน์แต่ละเกมจึงมียุคทองของมัน เกมออนไลน์ที่สลอตกำลังพูดถึงต่อไปนี้ ล้วนแต่เป็นเกมที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขั้นเดินเข้าไปในร้านเกมร้านหนึ่ง ก็มีคนเล่นเกมนี้เกมเดียวทั้งร้านก็มี แต่ปัจจุบันเราจะเห็นปรากฎการณ์แบบนั้นไม่ค่อยได้แล้ว เพราะเกมออนไลน์มีให้เลือกเยอะมาก และถึงแม้บางเกมจะมีคนเล่นมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็นับว่าน้อยกว่าสมัยก่อนที่ฮิตสุดขีดอยู่ดี มาดูกันดีกว่าว่าจะมีเกมอะไรบ้างที่ติดอันดับเกมออนไลน์สุดฮิตในอดีตนี้ มาร่วมรำลึกความหลังไปด้วยกันเถอะ Ragnarok เกมแนว MMORPG ในตำนาน เกมเมอร์หลายคนเริ่มเล่นเกมนี้เป็นเกมแรก และติดเกมนี้เป็นเกมแรก แร็คนาร็อค เปิดให้บริการในไทยปี พ.ศ. 2545 ซึ่งในสมัยนั้น มีเกมออนไลน์เก็บเวลเพียงไม่กี่เกมเท่านั้น และแร็คนาร็อคเป็นเกมที่มีความหลากหลายมาก ทั้งเรื่องอาชีพ ระบบสกิล ระบบพูดคุย ไอเทมอาวุธเสื้อผ้าต่างๆ มอนสเตอร์ ระบบซื้อขาย ฯลฯ รวมถึงระบบภาพที่ปรับเปลี่ยนหมุนได้รอบทิศทาง (ในสมัยก่อน เกมส่วนใหญ่เป็นมุมข้างอย่างเดียว) ทั้งหมดนี้ ทำให้แร็คนาร็อคเป็นเกมที่เป็นที่ฮือฮาในยุคนั้นมาก ถ้าใครไม่เล่นเกมแนวยิงๆ ที่ฮอตในสมัยนั้น ส่วนใหญ่ก็เล่นแร็คนาร็อคกันเนี่ยแหละ ความฮอตของเกมแร็คนาร็อคสังเกตได้ตามคอมเมนท์บนเพจตต่างๆ ที่มักจะมีคนคอมเมนท์ว่า รับดีลล่างมอ, ชุบทีมีใบ, หักไม้ผี ข้อความเหล่านี้ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากเกมแร็คนาร็อคทั้งสิ้น และในปัจจุบัน ก็ยังมีคนเล่นเกมแร็คนาร็อคอยู่เป็นจำนวนมาก แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตามฃ ใครที่ไม่เคยเล่นถือว่าเอาท์มาก แต่ถ้าใครเคยเล่นสมัยบุกเบิก ก็ถือว่าแก่แล้วนะ! PangYa! แม้เกมแนวกีฬา จะเป็นเกมที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก (ส่วนใหญ่คนนิยมเล่นเกมเก็บเวล หรือเกม FPS มากกว่า) แต่เกม PangYa! เป็นเกมกีฬากอล์ฟที่พลาดไม่ได้จริงๆ ! ปังย่า เป็นเกมแนวกีฬาประเภทกอล์ฟ มีตัวละครให้เลือกเล่นหลากหลาย แต่ละตัวละครก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น Kooh ก็มี Power ที่สูงกว่าใครเพื่อน, Kaz ก็จะสามารถใช้ท่า Spin ได้ไกลกว่าตัวละครอื่น ยังมีระบบอื่นที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย ทั้งระบบแต่งตัว มีเสื้อผ้าที่สวยงามให้เลือกมากมาย ไม่ใช่แค่สวยนะ แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถ แคดดี้น่ารักๆ เต็มไปหมด ถ้าสนิทกับแคดดี้มาก แคดดี้ก็จะยิ่งพูดมาก เรียกได้ว่า เป็นเกมกีฬาที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้โฟกัสกับการตีกอล์ฟหรอก แต่โฟกัสกับการแต่งตัวของตัวละครที่เราเล่นต่างหาก เกมนี้ ก็มีคำพูดติดปากที่กลายเป็นคำสุดฮิตเหมือนกันนะ นั่นก็คือ คำว่า "ปังย่า!" ชื่อเดียวกับชื่อเกมนั่นเอง โดยคำว่า ปังย่า! มาจากเวลาที่เราตีได้ถูกจังหวะ ไม่แป้ก จะเรียกกันว่าตีติดปัง แล้วลูกกอล์ฟจะไปในทิศทางที่เราเล็งไว้ ไม่เบี้ยวนั่นเอง ตอนนี้มีเกมปังย่าให้เล่นกันบนมือถือแล้วนะ ใครที่คิดถึงก็ไปโหลดกันเล่นกันได้เลย Ray City เกมแนวแข่งรถสุดมันส์ ที่แม้ว่าทั้งเกมจะมีแต่รถ แต่เมื่อมองลึกๆ หรือเคยเล่นแล้ว จะรู้ว่า เกมนี้น่าสนใจมาก เรย์ซิตี้ เป็นเกมแนวแข่งรถ ประลองความเร็ว เราจะสามารถขับไปที่ไหนก็ได้ ซึ่งแมพของเกมนั้นมีเพียงแมพเดียว คือ กรุงโซล แม้จะมีเพียงแมพเดียว แต่อย่าลืมว่ากรุงโซลกว้างมาก ขับรถเล่นได้เพลินจนลืมวันลืมคืนก็มี แถมยังเป็นกรุงโซลที่ละเอียดทุกซอกทุกมุม กว่าจะสำรวจเสร็จก็เป็นวันแล้ว เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเกมนี้ ที่ทุกคนต้องเคยผ่านมาแล้ว นั่นก็คือการแต่งรถ (ซึ่งเสียเงินมหาศาลมาก) สำหรับเกมอื่น การแต่งรถนั้นแต่งได้ไม่กี่ส่วนเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนสีก็จะเปลี่ยนเป็นสีนั้นทั้งคันเลย แต่ไม่ใช่กับเกมเรย์ซิตี้ เพราะเราสามารถแต่งได้ยิบย่อยมากถึง 11 อย่าง! เช่น สปอยเลอร์หน้า-หลัง, ล้อ, ฝากระโปรง, กระจกหน้ารถ ฯลฯ ถ้าเทียบง่ายๆ ก็ ผู้หญิงจะใช้เวลาทั้งวันไปกับการแต่งตัวละครในเกมเก็บเวลต่างๆ ส่วนผู้ชายก็จะเสียเวลาเป็นวันไปกับการแต่งรถในเกมเรย์ซิตี้นั่นแหละ ระบบก็มีหลากหลาย ใครสายปะทะก็ประลองความเร็วกับคนอื่นได้ ใครสายชิลก็ไปหาห้องคุยกับคนอื่นได้สบายๆ อย่างไรก็ตาม เกมนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นตำนานที่ไม่มีวันหวนกลับเสียแล้ว เนื่องจากทางผู้พัฒนาเกมได้ทำการลบโค้ดของตัวเกมทั้งหมดแล้ว พูดง่ายๆ ว่าลบแบบถอนรากถอนโคน เกมนี้จึงเป็นแค่เพียงตำนานที่ถูกเล่ากันปากต่อปากเท่านั้น ว่ากันว่า ถ้าได้เจอใครที่เคยเล่นเรย์ซิตี้มาเหมือนกัน ก็เปรียบเสมือนเจอญาติมิตรที่พลัดพรากจากกันไปนาน Auditon มั่นใจว่าคู่รักหลายร้อยคู่ เจอกันครั้งแรกจากเกม Audition เนี่ยแหละ หลายคนไม่เคยรู้ว่า ออดิชัน มีชื่อเต็มคือ Audition Online Dance Battle เกมนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากแข่งเต้นกัน การเต้นของเกมนี้ คือการกดลูกศรให้ทันในแต่ละรอบ ถ้าเพลงช้าก็สบาย แต่ถ้าเลือกเพลงเร็วมาก็นรกเลยล่ะ มั่นใจคนไทยเกินล้านเคยคีย์บอร์ดพังเพราะเล่นออดิชัน และมั่นใจเด็กร้านเกมหลายคนรำคาญเวลามีคนเล่นออดิชันในร้านเกม เพราะมันจะเสียงดังมาก การเล่นออดิชัน ผู้เล่นจำเป็นต้องมีสมาธิและกดคีย์บอร์ดให้แม่น ไม่พลาด ไม่มือลั่นไปกดปุ่มอื่น เพราะการกดลูกศรพลาดเพียงหนึ่งรอบ ก็สามารถทำให้คะแนนลดลงอย่างมหาศาลได้ นอกจากนี้ ยังมีโหมดให้กดลูกศรฝั่งตรงข้าม รวมถึงลูกศรผสมอีกต่างหาก ถึงแม้ว่าเกมนี้จะเต้นเป็นหลัก แต่ก็มีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่เล่นเกมนี้เพราะหาเพื่อนคุย หากิ๊ก หาแฟน ซึ่งก็มีอยู่หลายคู่เหมือนกันนะ ที่สามารถหาแฟนจากเกมออดิชัน จนแต่งงานกันไปแล้วหลายคู่เลยล่ะ เนื่องจากเกมออดิชัน มีระบบให้ผู้เล่นแต่งงานกัน เราคงไม่แต่งงานกับใครก็ไม่รู้มั่วๆ หรอกเนาะ เหมือนเกมบังคับให้สนิทกับคนในเกมยังไงก็ไม่รู้ 5555 ดูผิวเผินอาจจะดูไม่มีอะไร แต่เกมออดิชัน เป็นเกมหนึ่งที่มีการแข่งขันบ่อยที่สุด ใครที่สามารถเข้ารอบลึกๆ ได้ ก็มักจะได้รับการซูฮกจากทั้งคนที่เล่นออดิชัน และคนที่ไม่ได้เล่น เพราะมันไม่ใช่ง่ายๆ เลย กับการกดลูกศรให้ทันและไม่พลาดเลย Special Force ไม่พูดถึงเกมนี้คงจะไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นเกม FPS ที่ดังระดับต้นของประเทศไทยแล้ว Special Force หรือที่เราเรียกติดปากกันว่าเกม SF ยังเป็นเกมแนว FPS เกมแรกของประเทศไทย! และถึงแม้ว่าจะเป็นเกมแรกที่ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดอะไรมากก็ได้ เพราะแค่เป็นเกมบุกเบิก ก็น่าตื่นตาตื่นใจพออยู่แล้ว แต่เกม SF กลับมีรายละเอียดที่แน่นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธในเกมที่มีชื่อและลักษณะเดียวกับอาวุธที่ใช้รบของจริง! สาเหตุที่เกม SF สมจริงขนาดนี้ เนื่องจาก ทางผู้ปรึกษาในการพัฒนาเกม คือทหารที่เคยรบสนามรบจริงๆ มาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีบางอย่างที่ไม่สมจริงบ้าง เช่น การกระโดด การวิ่ง เลือด แต่รายละเอียดที่เหลือจะสังเกตได้ว่าค่อนข้างสมจริงเป็นอย่างมาก ระบบเลเวลในเกม ก็อ้างอิงจากยศของทหารจริงๆ SF นี่ฮิตหรือไม่ฮิตก็อธิบายไม่ได้ แต่มันเป็นเกมที่บุกเบิกทำให้เกมแนว FPS เป็นที่ยอมรับในประเทศไทย มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แถมยังมีผู้เล่นเกม SF อย่างหนาตาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีเกมแนว FPS ที่สไตล์การเล่นทุกอย่างคล้าย SF ออกมาเกลื่อนไปหมด แต่สุดท้ายเกมเมอร์หลายคนก็ตายรัง กลับมาเล่นเกม SF ทุกครั้ง เพราะมันเป็นเกมที่เราชินมือกันที่สุดแล้ว (แต่โปรเยอะไปหน่อยเนาะ) เป็นไงกันบ้าง เคยเล่นเกมไหนกันมาบ้างเอ่ย? ใครเคยเล่นเกมไหนก็แชร์ประสบการณ์กันได้นะ เผื่อเจอเพื่อนในกิลด์ ในแคลน ที่เคยสนิทกันในโพสต์นี้
บทความ

5 เมนูอาหารที่ทานแล้วอ้วน (แต่ก็กินเพราะอร่อย)

  ช่วงนี้ คนไทยรักสุขภาพกันมากขึ้น เพราะหลายสิ่งหลายอย่างเริ่มแย่ลงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สภาพสังคม สภาพแวดล้อม เราจึงทำทุกอย่างเพื่อให้สุขภาพของเราดีขึ้น เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนอย่างเพียงพอ ที่สำคัญที่สุด คือ อาหารการกินในแต่ละวัน หลายคนเริ่มคุมอาหารกันมากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่กินแล้วอ้วน เช่น หมูกระทะ, ชาบู, เนื้อย่าง, บอนชอน แต่เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทุกอย่างหรอก เพราะมันมีอีกหลายเมนู ที่ทานเข้าไปจานเดียวก็อ้วนแล้ว แต่เราก็ยังทานกันทุกวัน เพราะมันอร่อย! บางเมนูก็ไม่รู้ว่าทานเข้าไปแล้วจะอ้วนด้วย! เชื่อว่าใน 5 เมนูที่ติด 5 เมนูอาหารที่ทานแล้วอ้วน สักหนึ่งเมนู ต้องมีเมนูโปรดของทุกคนอยู่ในรายการนี้ บางคนอาจจะโปรดปรานทุกเมนูเลยด้วยซ้ำ! แต่จำเอาไว้เลย ไม่ว่ามันจะอร่อยขนาดไหน แต่แค่กินจานเดียว เราก็อ้วนได้แล้ว! 1. ผัดไทย800 แคลอรีต่อ 1 จาน เมนูชื่อดังของประเทศไทย ที่นอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ร้านผัดไทยส่วนใหญ่ยังชอบเปิดตอนกลางคืนอี๊กก! ถ้าเราอยากกินผัดไทยตอนกลางวัน มันยากมากที่จะหาร้านกิน แต่พอตะวันเริ่มตกดินเท่านั้นแหละ ร้านผัดไทยก็แห่กันเปิดร้าน เหมือนกับการเปิดตอนกลางวันมันผิดกฎหมาย หลายคนกินกันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะตอนกลางคืนมันหากินง่ายมาก แล้วผัดไทยมันอ้วนตรงไหน? มีทั้งเต้าหู้, หัวปลี, ถั่วงอก ฯลฯ หลายคนคงลืมไปว่า เส้นผัดไทย หรือ เส้นจันทร์ อมน้ำมันมาก! แถมขั้นตอนการทำผัดไทยให้น่ากิน อร่อย ยังต้องใส่น้ำมันเยอะๆ อีก ถ้าเคยยืนดูคนทำผัดไทล่ะก็ จะรู้เลยว่า ใส่น้ำมันหลายรอบมาก แถมมีน้ำมันสำรองเป็นถัง บางร้านก็นานๆ จะขูดน้ำมันออกจากกระทะที น้ำมันก็วนเละเทะกันอยู่ในกระทะนั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สั่งผัดไทธรรมดา แต่สั่งเป็น ผัดไทกุ้งสด ถึงแม้ว่ากุ้ง จะไม่ได้ทำให้อ้วน แต่อย่าลืมว่า กุ้ง มีปริมาณโคเรสตอรอลค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความอ้วนตัวหนึ่งเลยล่ะ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงนะ เพราะมันไม่ค่อยดีกับสุขภาพเท่าไหร่เลย 2. ข้าวมันไก่600 แคลอรีต่อ 1 จาน เมนูสุดโปรดของใครหลายคน กินได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ แค่ตัวข้าวก็อ้วนแล้ว เพราะไม่ใช่ข้าวธรรมดา แต่เป็น 'ข้าวมัน' วิธีการทำข้าวมันก็คือ ใช้น้ำมันที่ได้จากการเจียวหนังไก่ มาหุงข้าว แทนที่จะเป็นน้ำเปล่าธรรมดา! ข้าวที่ดูดซึมไขมันจากหนังไก่ไปเต็มๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าอ้วนขนาดไหน ถ้าเปลี่ยนสูตรเป็นกินไก่กับข้าวธรรมดา มันก็จะสูญเสียจิตวิญญาณความเป็นข้าวมันไก่ ตัวเนื้อไก่ถ้าสั่งไม่เอาหนัง ก็เหมือนกินขนมจีนไม่ใส่น้ำยา รู้สึกเหมือนว่าขาดอะไรไปสักอย่าง ถ้ากินข้าวมันไก่ต้มก็จะไม่ค่อยหนักมาก เพราะหลายเจ้าไม่ได้ต้มไก่พร้อมข้าวมัน แต่หุงในน้ำสะอาด แต่ถ้าติดใจข้าวมันไก่ทอดเนี่ยสิ ของทอดก็ยิ่งทำให้อ้วนยิ่งขึ้นไปอีก กินแตงกวาฝานบางๆ ที่แถมมาด้วย ก็ไม่ได้ช่วยให้ผอมหรอกนะ 3. กะเพราไข่ดาว600 แคลอรีต่อ 1 จาน อาจจะตกใจว่า เฮ้ย! เมนูสิ้นคิดที่เรากินทุกวัน มันติดอันดับอาหารสุดอ้วนด้วยหรอเนี่ย! เมนูกะเพรา ไม่ว่าจะเป็นกะเพราหมู กะเพราไก่ กระเพราปลาหมึก ล้วนแล้วแต่อ้วนเท่านั้น! เพราะน้ำมันที่ใช้ผัดเนี่ย ตัวอ้วนเลย กะเพราก็ไม่ได้ถือว่าเป็นผักที่มีส่วนช่วยเรื่องการขับถ่ายเหมือนผักใบเขียวชนิดอื่น เนื้อล้วนๆ ผสมกับกะเพราน้ำมันเยิ้มๆ ยิ่งมีไข่ดาวหรือไข่เจียวโปะหน้าอีก ซึ่งการทอดไข่ดาว ทอดไข่เจียวให้ฟูน่ากิน ใช้น้ำมันเยอะยิ่งกว่าการผัดกะเพราอีก เรากินกะเพราไข่ดาว ก็เหมือนเรากินตัวที่ทำให้อ้วนเข้าไป 2 เมนูพร้อมกันในเวลาเดียวโดยไม่รู้ตัว ถือว่าน่ากลัวมาก สำหรับคนที่ติดเป็นเมนูประจำวันไปแล้ว แนะนำให้ลองเมนูต้มๆ นึ่งๆ ไม่ใช้น้ำมัน ดูบ้างดีกว่า เช่น สุกี้ ก๊วยเตี๋ยว อะไรพวกนี้ สุขภาพจะดีกว่าเดิมเยอะ 4. ข้าวผัดอเมริกัน800 แคลอรีต่อ 1 จาน หลายคนน่าจะพอรู้อยู่แล้วว่า ทำไมเมนู ข้าวผัดอเมริกัน ถึงให้พลังงานมากจนกินจานเดียวก็อ้วนเลย แค่ส่วนข้าวนั้น ก็เป็นข้าวผัดซอสมะเขือเทศ และผัดกับเนยเพื่อให้มีกลิ่นหอม ส่วนประกอบในข้าวผัด ได้แก่ ถั่วลันเตา, ข้าวโพด, แครอท, ลูกเกด ฯลฯ ตามใจชอบ เนื้อสัตว์ก็ตามใจชอบเช่นกัน ใส่ได้ทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอด เบคอน แฮม ไส้กรอกทอด สุดท้ายที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ไข่ดาว ยางมะตูมสวยๆ โปะบนหน้าข้าวผัด ...ขนลุกตั้งแต่รู้ว่าแค่ตัว "ข้าว" ของเมนูนี้ ได้ผสมตัวอ้วนไว้ 2 อย่างแล้ว (เนยกับซอสมะเขือ) ไหนจะเครื่องเคียงที่มาพร้อมกับข้าวผัดอเมริกันอีก อย่างพื้นฐานเลย เครื่องเคียงก็มีไส้กรอกทอด แฮม ประมาณนี้ นี่ก็เป็นอีกเมนูหนึ่ง ที่ถึงแม้ว่าจะมีผักหลายชนิดเป็นส่วนประกอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กินแล้วจะไม่อ้วน! น่าแปลกที่เมนูนี้ไม่มีขายที่อเมริกา 5. ข้าวไข่เจียว500 แคลอรีต่อ 1 จาน ใช่ ข้าวไข่เจียว ไข่เจียวเพียวๆ แบบไม่ใส่เนื้อสัตว์ ก็เป็นเมนูที่ทำให้เราอ้วนง่ายมาก! ปกติแล้ว การทอดไข่เจียวมักจะใช้น้ำมันค่อนข้างเยอะ ไปจนถึงเยอะมาก เนื่องจากไข่เจียวจะอร่อยได้ ก็ต่อเมื่อมันฟู สิ่งที่ทำให้มันฟูเหลืองกรอบดูน่ากิน ก็คือการใส่น้ำมันท่วมกระทะ พอทอดเสร็จ น้ำมันที่ใช้ทอดก็ไม่ได้ไปไหน ก็อยู่ในไข่เจียวนั่นแหละ เพราะไข่เจียวอมน้ำมันมาก ถ้าใครกินข้าวไข่เจียวในกล่องโฟมเป็นประจำ น่าจะรู้ถึงความสยองของมัน ว่าทุกครั้งที่เปิดกล่องโฟม จะมีคราบน้ำมันจากไข่เจียวเยิ้มเต็มกล่องไปหมด และเมื่อวิเคราะห์แล้ว ไข่เจียว ก็ให้ปริมาณแคลอรีมากถึง 215 แคลอรี ต่อการใช้ไข่ 1 ใบ และน้ำมันที่เหมาะสม นี่ยังไม่รวมข้าว กับพวกวัตถุดิบต่างๆ ที่ใส่กันตามใจชอบ เช่น หมูสับ, ปูอัด, เต้าหู้ อะไรพวกนี้อีกนะ ถ้าเพิ่มเข้าไปนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่า มันจะกลายเป็นกี่แคลอรีต่อ 1 จาน! พยายามลดของทอด ของมัน อาหารปิ้งย่าง แล้วมาทานผัก ผลไม้ กันให้เยอะกว่าเดิมกันดีกว่า ขอบคุณภาพประกอบจาก  Foodtravel.tv
บทความ

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

  โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกเพื่อให้สบายใจ การหลอกในแง่ดี แต่มันก็ล้วนแต่เป็นการหลอกทั้งนั้น ยิ่งโตก็ยิ่งเหนื่อยใจกับการหลอกกันไปหลอกกันมาของคนสมัยนี้ แต่เมื่อย้อนความจำกลับไปสมัยเด็ก ก็พบว่า เราโดนหลอกมาตั้งแต่เด็กเลยนี่นา ทั้งโดนหลอกเรื่องน่ารักๆ เรื่องหลอกเด็กทั่วไป เช่น เด็กเกิดจากกระบอกไม้ไผ่, ถ้าชี้สายรุ้งแล้วนิ้วจะกุด แต่นั่นเป็นเรื่องหลอกเด็กที่ไม่ว่าใครก็หลอกเราได้ มันจะมีอยู่บางเรื่อง ที่คนที่จะหลอกเราได้ เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น และกว่าเราจะรู้ความจริงว่า สิ่งที่พูดใหญ่พูด เป็นแค่การหลอกให้เราตายใจ ก็ตอนที่สายไปแล้ว สลอตเชื่อว่า ทุกคนเคยถูกหลอกแบบนี้มาก่อน 1. เรียนหนัก โตมาแล้วจะสบาย เป็นคำพูดที่ทุกคนต้องเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก ประมาณว่า ตั้งใจเรียนไปเถอะ เรียนเยอะๆ เรียนหนักๆ โตมาจะได้สบาย เก็บเกี่ยวความรู้ จากสมัยเรียนให้เยอะๆ เวลาจบมาจะได้หางานง่าย จนกระทั่งขึ้นมหาลัย ก็เริ่มลังเลแล้วว่า เป็นไปตามที่พ่อแม่พูดจริงหรอเนี่ย ขนาดยังไม่ทำงาน ยังต้องทำธีสิสจนถึงตี 3 ตี 4 ไม่ได้นอนแล้วตื่นไปพรีเซนต์งานเลย ไหนจะงานเดี่ยว งานกลุ่ม งานย่อย ที่ทำให้เราไม่มีเวลานอนเลยสักนิด แม้ว่าหลายคนจะมองในแง่ดี ว่าชีวิตมหาลัยเป็นเพียงบททดสอบขีดจำกัดของเรา ว่าเราไหวแค่ไหน ถ้าได้ทำงานแล้วจะสบาย แต่สุดท้ายเราหลายคนก็รู้ตัวว่า เราคิดผิดมาตลอด เพราะเมื่อเข้าสู่ชีวิตทำงาน ก็ทำให้เรารู้ว่า นรกมีจริง! สมัยมหาลัย ถึงจะงัวเงียไม่ได้นอนยังไง อย่างมากก็แค่ไปงัวเงียในคาบเรียน ต่อหน้าอาจารย์ แต่ถ้าตอนทำงาน งัวเงียต่อหน้าลูกค้านี่อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้างจนที่เราคิดไม่ถึง ไหนจะทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้เงิน, การเดินทางไป-กลับ ที่ทำงาน, สังคมเพื่อนฝูงในที่ทำงาน เรียกง่ายๆ ว่า ไม่ได้เป็นเหมือนที่ฝันไว้ตอนเด็กเลย ไหนว่าเรียนหนักแล้วโตมาจะได้ทำงานสบายไง! นี่มันหนักหนาสาหัสกว่าสมัยเรียนอีก! 2. ตั้งใจเรียน เดี๋ยวก็มีแฟน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเด็ก ว่าอย่าเพิ่งรีบมีแฟน เพราะอาจจะเสียการเรียน ใจแตก ออกนอกลู่นอกทางได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือ ตั้งใจเรียนให้ดี แล้วพอถึงเวลา เดี๋ยวก็มีแฟนเอง สมัยประถมนี่ไม่มีแน่ๆ อยู่แล้วล่ะ สมัยมัธยมก็อาจจะมีกุ๊กกิ๊กบ้าง แต่ถ้าทางบ้านรู้ก็อาจจะบ้านแตกได้เลย สมัยมหาลัย ก็โดนห้ามไม่ให้มีอีก เพราะใกล้จะเรียนจบอย่างเป็นทางการแล้ว กลัวเสียระบบ สุดท้าย ทำงานมาหลายปีแล้ว ก็ยังไม่มีแฟนจ้า.. ไหนว่าถึงเวลาแล้วจะมีไง! แล้วเวลาที่หมายถึงมันเมื่อไหร่! เท่านั้นยังไม่พอ พอเรียนจบได้ไม่กี่ปี ก็จะมาบ่นว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน อยากอุ้มหลานแล้ว เหมือนจะตอกย้ำความนกของเราอย่างไงอย่างนั้นนนนน จนเพื่อนร่วมรุ่นที่แอบพ่อแม่มีแฟนเขาแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว ตัดภาพมาที่เรา.. เดินเหยียบเล็บขบผู้ชาย ผู้ชายยังไม่มองหน้าเลย แต่สลอตไม่ได้จะให้ทุกคนรีบมีแฟนในสมัยเรียนนะ แค่วางตัวให้ถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา ถูกกาละเทศะก็พอ บางคนกว่าจะเจอเนื้อคู่ก็อายุ 40-50 ปีนู่น ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังตามหาความรักมาเติมเติมให้ชีวิตนะ <3 3. ทำตัวดี เดี๋ยวก็มีคนดีเข้ามาหาเอง คนดีๆ ในที่นี้ ไม่ได้มีความหมายแค่ คนรัก แฟน คู่ชีวิต เท่านั้น แต่ยังหมายถึง เพื่อนฝูง บริวารทั้งหลายที่จะมีส่วนร่วมในชีวิตเรา ผู้ใหญ่มักจะสอนเราว่า ให้ทำตัวดีเข้าไว้ อย่าไปเอาเปรียบใคร อย่าไปนินทา ทำตัวไม่ดีใส่ใคร จะได้มีคนดีๆ เข้ามา แต่พอโตมาก็ทำให้เราได้รู้ว่า การทำตัวดีมากเกินไปไม่ได้มีประโยชน์เลย สุดท้ายเราก็ตกเป็นขี้ปากของคนอยู่ดี ถึงเราไม่ได้ใส่ร้ายนินทาใคร สุดท้ายเราก็โดนใส่ร้าย โดนนินทาอยู่ดี เอาจริงๆ ก็เป็นความจริงนะ ที่ทำตัวดีแล้วจะมีคนดีเข้ามาหาเราเอง แต่กว่าคนอื่นจะรู้ว่า เราไม่ได้เป็นแบบที่คนอื่นเขาลือกัน เราก็เสียความรู้สึกไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม สลอตก็ไม่ได้อยากจะให้แฟนเพจของสลอตเลิกทำดีหรอกนะ แต่แค่อยากให้ทำดีกับคนที่สมควรจะได้รับก็พอ คนไหนที่เรารู้สึกไม่ดีด้วย ก็ไม่ใช่ว่าจะทำตัวไม่ดีใส่เขาไปเลย แต่ทำตามในสิ่งที่สมควรก็พอ วางตัวให้ถูกต้องตามสถานการณ์และบุคคล ไม่ใช่ว่าเป็นแบบเดิมตลอด อะไรๆ จะดีกว่าเดิมเยอะ 4. เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง เป็นคำพูดที่เราโดนกรอกหูมาตั้งแต่สมัยเด็กจนโต ว่าเงินน่ะซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอก ไม่ต้องไปเหนื่อยทำงานหาเงินมาก แต่พอได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่พึ่งใครเท่านั้นแหละ เงินนี่มันซื้อได้ทุกอย่างนี่หว่า! ทั้งหนี้ที่เราติดค้างไว้ รถที่เราอยากได้ กระเป๋าที่เล็งเอาไว้ตั้งนานแล้ว รองเท้าสวยๆ ก็ล้วนแต่ใช้เงินจ่ายเท่านั้น เอาง่ายๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ ล้วนแต่ต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนกันทั้งนั้น แล้วไหนว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างไงงงง! ขนาดหัวใจของคน ยังสามารถซื้อได้ด้วยเงินเลย แถมสมัยนี้ เงินยังซื้อคนได้ด้วย เพราะหลังๆ บริการให้เช่าคนไปเที่ยวด้วย ไปดูหนังด้วย เริ่มไปรับความนิยมมากขึ้นเรื่อย อำนาจเงินนี่มันน่ากลัวจริงๆ เรามารอดูกันดีกว่า ว่าในอนาคต เงิน จะสามารถซื้ออะไรได้อีกความดีชนะทุกอย่าง 5. ภาษีมีไว้บริหารประเทศ สลอตชอบกินข้าวหมูทอดกระเทียมมาก ซื้อมาเผื่อด้วยนะ