5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

16 เมษายน 2561

 

โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความหลอกลวง

ไม่ว่าจะเป็นการหลอกเพื่อให้สบายใจ การหลอกในแง่ดี แต่มันก็ล้วนแต่เป็นการหลอกทั้งนั้น

ยิ่งโตก็ยิ่งเหนื่อยใจกับการหลอกกันไปหลอกกันมาของคนสมัยนี้

แต่เมื่อย้อนความจำกลับไปสมัยเด็ก

ก็พบว่า เราโดนหลอกมาตั้งแต่เด็กเลยนี่นา

ทั้งโดนหลอกเรื่องน่ารักๆ เรื่องหลอกเด็กทั่วไป

เช่น เด็กเกิดจากกระบอกไม้ไผ่, ถ้าชี้สายรุ้งแล้วนิ้วจะกุด

แต่นั่นเป็นเรื่องหลอกเด็กที่ไม่ว่าใครก็หลอกเราได้

มันจะมีอยู่บางเรื่อง ที่คนที่จะหลอกเราได้ เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น

และกว่าเราจะรู้ความจริงว่า สิ่งที่พูดใหญ่พูด เป็นแค่การหลอกให้เราตายใจ ก็ตอนที่สายไปแล้ว

สลอตเชื่อว่า ทุกคนเคยถูกหลอกแบบนี้มาก่อน

1. เรียนหนัก โตมาแล้วจะสบาย

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

เป็นคำพูดที่ทุกคนต้องเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก

ประมาณว่า ตั้งใจเรียนไปเถอะ เรียนเยอะๆ เรียนหนักๆ โตมาจะได้สบาย

เก็บเกี่ยวความรู้ จากสมัยเรียนให้เยอะๆ เวลาจบมาจะได้หางานง่าย

จนกระทั่งขึ้นมหาลัย ก็เริ่มลังเลแล้วว่า เป็นไปตามที่พ่อแม่พูดจริงหรอเนี่ย

ขนาดยังไม่ทำงาน ยังต้องทำธีสิสจนถึงตี 3 ตี 4 ไม่ได้นอนแล้วตื่นไปพรีเซนต์งานเลย

ไหนจะงานเดี่ยว งานกลุ่ม งานย่อย ที่ทำให้เราไม่มีเวลานอนเลยสักนิด

แม้ว่าหลายคนจะมองในแง่ดี ว่าชีวิตมหาลัยเป็นเพียงบททดสอบขีดจำกัดของเรา ว่าเราไหวแค่ไหน

ถ้าได้ทำงานแล้วจะสบาย

แต่สุดท้ายเราหลายคนก็รู้ตัวว่า เราคิดผิดมาตลอด

เพราะเมื่อเข้าสู่ชีวิตทำงาน ก็ทำให้เรารู้ว่า นรกมีจริง!

สมัยมหาลัย ถึงจะงัวเงียไม่ได้นอนยังไง อย่างมากก็แค่ไปงัวเงียในคาบเรียน ต่อหน้าอาจารย์

แต่ถ้าตอนทำงาน งัวเงียต่อหน้าลูกค้านี่อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้างจนที่เราคิดไม่ถึง

ไหนจะทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้เงิน, การเดินทางไป-กลับ ที่ทำงาน, สังคมเพื่อนฝูงในที่ทำงาน

เรียกง่ายๆ ว่า ไม่ได้เป็นเหมือนที่ฝันไว้ตอนเด็กเลย

ไหนว่าเรียนหนักแล้วโตมาจะได้ทำงานสบายไง!

นี่มันหนักหนาสาหัสกว่าสมัยเรียนอีก!

2. ตั้งใจเรียน เดี๋ยวก็มีแฟน

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเด็ก

ว่าอย่าเพิ่งรีบมีแฟน เพราะอาจจะเสียการเรียน ใจแตก ออกนอกลู่นอกทางได้

สิ่งที่ดีที่สุดคือ ตั้งใจเรียนให้ดี แล้วพอถึงเวลา เดี๋ยวก็มีแฟนเอง

สมัยประถมนี่ไม่มีแน่ๆ อยู่แล้วล่ะ

สมัยมัธยมก็อาจจะมีกุ๊กกิ๊กบ้าง แต่ถ้าทางบ้านรู้ก็อาจจะบ้านแตกได้เลย

สมัยมหาลัย ก็โดนห้ามไม่ให้มีอีก เพราะใกล้จะเรียนจบอย่างเป็นทางการแล้ว กลัวเสียระบบ

สุดท้าย ทำงานมาหลายปีแล้ว ก็ยังไม่มีแฟนจ้า..

ไหนว่าถึงเวลาแล้วจะมีไง! แล้วเวลาที่หมายถึงมันเมื่อไหร่!

เท่านั้นยังไม่พอ พอเรียนจบได้ไม่กี่ปี ก็จะมาบ่นว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน อยากอุ้มหลานแล้ว

เหมือนจะตอกย้ำความนกของเราอย่างไงอย่างนั้นนนนน

จนเพื่อนร่วมรุ่นที่แอบพ่อแม่มีแฟนเขาแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว

ตัดภาพมาที่เรา.. เดินเหยียบเล็บขบผู้ชาย ผู้ชายยังไม่มองหน้าเลย

แต่สลอตไม่ได้จะให้ทุกคนรีบมีแฟนในสมัยเรียนนะ

แค่วางตัวให้ถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา ถูกกาละเทศะก็พอ

บางคนกว่าจะเจอเนื้อคู่ก็อายุ 40-50 ปีนู่น

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังตามหาความรักมาเติมเติมให้ชีวิตนะ <3

3. ทำตัวดี เดี๋ยวก็มีคนดีเข้ามาหาเอง

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

คนดีๆ ในที่นี้ ไม่ได้มีความหมายแค่ คนรัก แฟน คู่ชีวิต เท่านั้น

แต่ยังหมายถึง เพื่อนฝูง บริวารทั้งหลายที่จะมีส่วนร่วมในชีวิตเรา

ผู้ใหญ่มักจะสอนเราว่า ให้ทำตัวดีเข้าไว้ อย่าไปเอาเปรียบใคร อย่าไปนินทา ทำตัวไม่ดีใส่ใคร

จะได้มีคนดีๆ เข้ามา

แต่พอโตมาก็ทำให้เราได้รู้ว่า การทำตัวดีมากเกินไปไม่ได้มีประโยชน์เลย

สุดท้ายเราก็ตกเป็นขี้ปากของคนอยู่ดี

ถึงเราไม่ได้ใส่ร้ายนินทาใคร สุดท้ายเราก็โดนใส่ร้าย โดนนินทาอยู่ดี

เอาจริงๆ ก็เป็นความจริงนะ ที่ทำตัวดีแล้วจะมีคนดีเข้ามาหาเราเอง

แต่กว่าคนอื่นจะรู้ว่า เราไม่ได้เป็นแบบที่คนอื่นเขาลือกัน เราก็เสียความรู้สึกไปมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม สลอตก็ไม่ได้อยากจะให้แฟนเพจของสลอตเลิกทำดีหรอกนะ

แต่แค่อยากให้ทำดีกับคนที่สมควรจะได้รับก็พอ

คนไหนที่เรารู้สึกไม่ดีด้วย ก็ไม่ใช่ว่าจะทำตัวไม่ดีใส่เขาไปเลย แต่ทำตามในสิ่งที่สมควรก็พอ

วางตัวให้ถูกต้องตามสถานการณ์และบุคคล ไม่ใช่ว่าเป็นแบบเดิมตลอด อะไรๆ จะดีกว่าเดิมเยอะ

4. เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

เป็นคำพูดที่เราโดนกรอกหูมาตั้งแต่สมัยเด็กจนโต

ว่าเงินน่ะซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอก ไม่ต้องไปเหนื่อยทำงานหาเงินมาก

แต่พอได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่พึ่งใครเท่านั้นแหละ

เงินนี่มันซื้อได้ทุกอย่างนี่หว่า!

ทั้งหนี้ที่เราติดค้างไว้ รถที่เราอยากได้ กระเป๋าที่เล็งเอาไว้ตั้งนานแล้ว รองเท้าสวยๆ ก็ล้วนแต่ใช้เงินจ่ายเท่านั้น

เอาง่ายๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ ล้วนแต่ต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนกันทั้งนั้น

แล้วไหนว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างไงงงง!

ขนาดหัวใจของคน ยังสามารถซื้อได้ด้วยเงินเลย

แถมสมัยนี้ เงินยังซื้อคนได้ด้วย

เพราะหลังๆ บริการให้เช่าคนไปเที่ยวด้วย ไปดูหนังด้วย เริ่มไปรับความนิยมมากขึ้นเรื่อย

อำนาจเงินนี่มันน่ากลัวจริงๆ

เรามารอดูกันดีกว่า ว่าในอนาคต เงิน จะสามารถซื้ออะไรได้อีก
ความดีชนะทุกอย่าง

5. ภาษีมีไว้บริหารประเทศ

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

สลอตชอบกินข้าวหมูทอดกระเทียมมาก ซื้อมาเผื่อด้วยนะ

5 สิ่งที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็ก

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5อนิเมะแนวฮาเร็มชื่อดัง

พูดถึงอนิเมะแนวที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักอ่านผู้หญิงและผู้ชาย ก็คือแนวฮาเร็ม ฮาเร็มมีทั้งฮาเร็มสำหรับผู้หญิงอ่าน และฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน ตัวเอกของเรื่องมักจะล้อมรอบไปด้วยผู้ชายหรือผู้หญิงหน้าตาดี ที่มักจะมาพัวพันแบบที่ไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน มีตัวละครผู้หญิงเยอะกว่า แต่ผู้หญิงก็สามารถอ่านได้ และฟินเหมือนกัน เพราะตัวละครผู้หญิงในการ์ตูนฮาเร็มมักจะมีนิสัยที่น่ารัก น่าติดตาม การ์ตูนแนวฮาเร็มที่สลอตรวบรวมมาในวันนี้ บางเรื่องอาจจะไม่โด่งดังมาก แต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นการ์ตูนฮาเร็มขึ้นหิ้ง 1. Mahou Sensei Negima! ชื่อไทยของการ์ตูนเรื่องนี้คือ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! การ์ตูนแนวฮาเร็มรุ่นบุกเบิกเรื่องหนึ่งจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของคุณครูพ่อมด ที่ได้โอกาสไปสอนหนังสือในโรงเรียนหญิงล้วน ความฮาเร็มคือ เนกิมะได้ทำพันธสัญญากับนักเรียนหญิงทั้งห้อง โดยพันธสัญญาของแต่ละคนจะมีเอฟเฟคท์ที่ต่างกันไป และนักเรียนหลายคน มีความเกี่ยวข้องกับเนกิมะอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เนื้อเรื่องได้แทรกความตลก เฮฮา น่ารัก มีติดเรทบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มีฉากเครียด ฉากเลือดสาดมาให้ปวดหัวใจเลย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเฉลยในเนื้อเรื่อง ว่าสุดท้ายเนกิมะได้ลงเอยกับใคร แต่ในเรื่อง UQ Holder! ซึ่งเป็นการ์ตูนภาคต่อของเนกิมะ ได้เฉลยแล้วว่า สรุปแล้วเนกิมะแต่งงานกับใคร ในมังงะตอนที่ 140! แอบกระซิบว่า เป็นตัวละครที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ ว่าเนกิมะจะมาลงเอยกับคนนี้! 2. Nisekoi การ์ตูนเรื่องที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์สงครามนางเอกที่รุนแรงที่สุดเรื่องแรก พระเอกของเรื่องนี้จัดได้ว่าฮอตมาก มีสาวน่ารักมาแอบชอบ, มีคู่หมั้นที่สวยมาก, มีพี่สาวสุดน่ารัก, ต้องแกล้งเป็นแฟนกับสาวฮอตประจำโรงเรียน ฯลฯ ผู้หญิงแต่ละคนในเรื่องก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ดูยังไงก็สามารถเข้ากับพระเอกได้ทุกคน จนทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมขึ้นมา ทั้งในเว็บบอร์ดการ์ตูนและเว็บไซต์พันทิป เป็นเรื่องแรกๆ ที่มีการเรียกชื่อตัวละครด้วยสีผม เช่น ทีมหัวเหลือง, ทีมหัวดำ, ทีมหัวส้ม, ทีมหัวน้ำเงิน ฯลฯ Nisekoi เป็นการ์ตูนแนวความตลกเฮฮา ที่มีฉากต่อสู้เข้ามาเป็นระยะ เพราะตัวเอกของเราเป็นทายาทยากูซ่า และยังมีเนื้อเรื่องรองที่ชวนให้ติดตามอีกด้วย ถ้าใครไม่ชอบพระเอก ก็อาจจะชอบพระรองของเรื่องก็ได้นะ 3. School Days การ์ตูนแนวฮาเร็มที่แท้จริง ที่ค่อนข้างจะ.. ปวดตับเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าปวดตับในแง่ของการแอบชอบแล้วไม่สมหวังนะ แต่ตอนจบนี่ชวนปวดตับมาก จนอยากจะควักตับควักตาควักสมองออกมาล้าง ในตอนแรก มันก็ดูเป็นการ์ตูนแนว School life รักวัยรุ่นทั่วไปสดใส แต่ยิ่งดูไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ พระเอกเริ่มมีฮาเร็มเยอะขึ้น จนประมาณ 2-3 ตอนสุดท้าย ถือเป็นที่สุดอย่างแท้จริง ส่วนตัวสลอตคิดว่า ถ้าผู้ชายมีฮาเร็มในชีวิตจริง ก็คงมีจุดจบแบบการ์ตูนเรื่องนี้แหละ มีจุดจบยังไงน่ะหรอ? ต้องลองหาอ่าน หาดูกันเอาเองแล้วล่ะ 4. Love Hina นอกจากจะเป็นการ์ตูนแนวฮาเร็มแล้ว Love Hina ยังเป็นการ์ตูนให้กำลังใจเหล่าเด็กนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย ตัวเอกของเรื่องพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวที่มีชื่อเสียง ตามที่เขาได้เคยสัญญาเอาไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็พยายามมา 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังเตรียมตัวสอบใหม่อีกครั้งนั้น เขามีโอกาสได้ไปพักอาศัยในรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหอพักหญิงล้วนซะงั้น เขาต้องรับมือกับลูกบ้านผู้หญิง ที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการที่มีผู้ชายเข้ามาอยู่ในหอพัก และเขาต้องพยายามอ่านหนังสือ ต่อสู้เพื่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยตามที่หวังเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี การ์ตูนเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นการ์ตูนที่ตราตรึงผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้อ่านที่อยู่ในช่วงเตรียมสอบเข้า 5. Bakemonogatari หนึ่งในการ์ตูนจากซีรีส์ monogatari ที่สลอตยกให้ Bakemonogatari เป็นแนวฮาเร็ม เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องดูของซีรีส์นี้ สาวๆ แต่ละคนในฮาเร็มของพระเอกเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะพวกเธอทุกคนล้วนมีวิญญาณสัตว์เข้าสิงอยู่! มีทั้งน้องปู น้องทาก น้องลิง น้องงู น้องแมว เดือดร้อนเพราะเอก ที่มีร่างกายกึ่งอมตะเพราะถูกแวมไพร์กัด ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเธอ จนนั่นแหละ สาวๆ ก็ติดใจชื่นชอบเพราะเอกกันตามพล็อตเรื่องแนวฮาเร็ม ซีรีส์การ์ตูน monogatari เป็นการ์ตูนที่ใครจะชอบก็ชอบจนคลั่ง ถ้าใครจะเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ไปเลย เนื่องจากการ์ตูนมีการใช้คำพูดที่เยอะมาก มีการเล่นคำ ตีความหมายคำพูด แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดดูไม่ได้เลยนะ เพราะก็เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่มีกระแสค่อนข้างแรงเลย ลองเปิดใจดูสิ
บทความ

5 อนิเมะน่าดู 2019

ในแต่ละปี นอกจากจะต้องคอยตามเช็คว่าภาพยนตร์เรื่องไหนน่าดูแล้ว การตามเช็คว่าอนิเมะเรื่องไหนน่าดู ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเหมือนกัน ในแต่ละปี แต่ละสตูดิโอก็จะเข็นผลงานอนิเมะเรื่องใหม่ๆ เนื้อหาเด็ด ภาพสวย ออกมาแข่งขันกัน กว่าจะได้สักผลงาน ก็ไม่ใช่ว่าจะออกกันปีต่อปี บางเรื่อง กว่าจะออกภาคต่อมาได้ ก็ล่อไปเป็นปีเลย ปี 2019 เป็นปีที่มีการทำอนิเมะกลับมาฉายใหม่เยอะมาก แต่ก็มีอนิเมะที่ไม่มีภาคต่อมาสักพักแล้ว ฉายในปีนี้เช่นเดียวกัน มีเรื่องไหนน่าติดตามบ้างนะ? One Punch Man 2nd Seasonฉายช่วงเดือนเมษายน 2019 (กำลังฉาย)   การ์ตูนที่ดังมาตั้งแต่สมัยเป็นมังงะ ด้วยพลังสุดเทพของพระเอก สกิลหมัดเดียวจอด ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน โดนพระเอกต่อยทีเดียว ร่วงทุกราย! ในอนิเมะ One Punch Man ซีซันแรก ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทั้งเพลงประกอบ, การเคลื่อนไหว, ลายเส้น, ฉากแอ็คชัน ให้ความรู้สึกมันส์สะใจสมกับเป็นอนิเมะแนวแอ็คชัน ถึงแม้ว่าซีซัน 2 ของภาคนี้ อาจจะดรอปไปบ้างในเรื่องลายเส้น รวมถึงบางฉาก แต่รวมๆ แล้วก็ใช้ได้เลย เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ไม่ได้มีเนื้อหาแค่ต่อยหมัดเดียวจบไปเรื่อยๆ เหมือนที่หลายคนคิดนะ Dungeon ni Deai wo Motomeru no wa Machigatteiru Darou ka IIฉายช่วยเดือนกรกฎาคม 2019 ชื่อสั้นๆ ของอนิเมะเรื่องนี้คือ DanMachi ซึ่งสร้างจากไลท์โนเวลชื่อดังของญี่ปุ่น หลังจากประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมในวงกว้างจากการฉายภาคแรก (โดยเฉพาะคนคอสเพลย์จากตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก) ข่าวคราวของอนิเมะเรื่องนี้ก็เงียบหายไปเลย จนคิดว่าไม่น่าจะมีภาคต่อแล้ว กระทั่งล่าสุด ได้มีการรายงานว่า DanMachi เตรียมทำอนิเมะภาค 2 แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ภาค 2 ที่จะฉาย เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเวลาใด เอาเป็นว่ามารอดูกัน Dr. Stoneฉายช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 หนึ่งในการ์ตูนยอดนิยมจากโชเนนจัมป์ ที่แม้จะไม่มีคนรู้จักในวงกว้างเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น แต่ก็สามารถเบียดจนขึ้นเป็นการ์ตูนยอดนิยมติดอันดับของโชเนนจัมป์ได้ Dr. Stone เป็นเรื่องราวสุดลึกลับ ที่จู่ๆ มนุษย์ทั้งโลกก็กลายเป็นหิน? ผ่านไปหลายปี มีชายหนุ่มคนหนึ่งสามารถกลายร่างคืนเป็นมนุษย์ได้ เขาต้องตามหาผู้ที่สามารถคืนร่างเดิมของตัวเองได้ และตามหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา? ฟังดูอาจจะน่าเบื่อ แต่เป็นการ์ตูนแอ็คชันแนววิทยาศาสตร์ที่น่าติดตามมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ Boku no Hero Academia 4th Seasonฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 การ์ตูนที่ถูกตั้งฉายาว่า เป็นความหวังของโชเนนจัมป์ ที่จะช่วยชูโรงให้โชเนนจัมป์รุ่งเรือง หลังจากการ์ตูนชื่อดังของโชเนนจัมป์ค่อยๆ อวสานไปทีละเรื่อง ทั้งมังงะและอนิเมะ 3 ซีซันแรก ก็ได้รับความนิยมสูงมาก อนิเมะทั้ง 3 ซีซันก็ทำได้ดีมาก ทั้งเพลงประกอบ, ลายเส้น, การเคลื่อนไหว, เสียงพากย์, ฉากแอ็คชัน จึงทำให้แฟนการ์ตูนเรื่องนี้ต่างรอคอยการมาถึงของอนิเมะซีซันที่ 4 ในฐานะที่อ่านมังงะมาล่วงหน้าแล้ว ขอกระซิบเลยว่า เนื้อเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้มข้นมากแบบพลาดไม่ได้! Psycho-Pass 3ฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 เนื้อเรื่องของ Psycho-Pass เกี่ยวกับโลกที่จะตัดสินพลเมืองว่าใครเป็นคนดี หรือใครเป็นอาชญากร ด้วยระบบวัดค่าตัวเลข ถ้าหากใครที่มีค่าตัวเลข หรือค่า Psycho-Pass สูงเกินกำหนด คนพวกนั้นจะถูกจัดว่าเป็นอาชญากร และถูกกำจัดได้ทันที แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อระบบนี้ ก่อให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้น การกดขี่ข่มเหงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซีซัน 1 และซีซัน 2 ของอนิเมะเรื่องนี้ ฉายจบไปนานมากแล้ว (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014) กระทั่งล่าสุด ก็มีการประกาศว่า ได้ทำการสร้างซีซัน 3 เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาถึง 2 ตัว เพื่อให้เนื้อเรื่องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น! มารอดูกันได้เลย
บทความ

5 ข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

แต่ละประเทศ ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันคือ นิสัย พฤติกรรม การวางตัว ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจอคนเอเชียพูดจาเสียงดังเปิดเผย แสดงว่ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เวลาเจอคนที่ส่ายหัวทุกครั้งที่พูด แสดงว่ามาจากอินเดีย วันนี้เราจะมาดูกันว่า ระหว่างคนไทย กับคนญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จะมีข้อแตกต่างอะไรบ้าง 1. การแสดงออก คนญี่ปุ่น จะมีปฏิกิริยาที่ล้นกว่าคนไทย หรือที่พูดง่ายๆ ก็คือ โอเวอร์แอ็คติ้ง รีแอคชั่นของคนญี่ปุ่นที่เราเห็นกันในทีวี ชีวิตจริงพวกเขาก็เป็นกันแบบนั้นแหละ เจออะไรที่น่าแปลกใจ น่าตกใจอะไรนิดหน่อย ก็ฮือฮาเสียงดังลั่นแล้ว แตกต่างจากคนไทยที่ไม่ค่อยแสดงออกอะไรเท่าไหร่ ค่อนข้างคีพลุค ดูไม่ค่อยออกว่ารู้สึกอะไรอยู่ เจอคนญี่ปุ่นเข้าใจก็จะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของพวกเขานั่นแหละ 2. ความตรงต่อเวลา เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใครที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่น จะรู้เลยว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เรื่องเวลาเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมากๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะการรักษาเวลาส่งผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงตัวเราเองด้วย ส่วนคนไทย ก็มีทั้งคนที่รักษาเวลา และคนที่ไม่รักษาเวลา แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรักษาเวลากันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเวลานัดไปเที่ยวกับเพื่อน สายแล้วสายอีก 3. ความสะอาด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย บ้านเมืองญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีขยะ แม้กระทั่งงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ ก็มีขยะให้พบเห็นน้อยมาก นั่นเป็นเพราะข้อกฎหมายหลายอย่าง และการปลูกฝังความเป็นระเบียบ ความรับผิดชอบของคนญี่ปุ่น ส่วนคนไทยจะติดนิสัยมักง่าย กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น เวลามีงานอะไรสักที เช่น งานคอนเสิร์ต งานแข่งกีฬา พอจบงาน ก็ขยะล้นจนเดินไม่ได้ 4. การทำงาน คนญี่ปุ่นทั้งประเทศ มักจะทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน โหมทำงานอย่างหนัก จนมีข่าวพนักงานฆ่าตัวตายเพราะความเครียดเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังในญี่ปุ่น ยังมีหลายบริษัทที่มีการกดขี่พนักงานราวกับไม่ใช่มนุษย์ ส่วนประเทศไทย ต่อให้กดดันแค่ไหน คนไทยก็หาลู่ทางในการชิลได้ แอบเล่น Facebook twitter LINE ตอนทำงานถือเป็นเรื่องปกติในไทย ถ้าเป็นญี่ปุ่นนี่ไม่ได้เลยนะ 5. ความเคารพในกฎกติกา เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด การที่คนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีระเบียบ เรียบร้อย เป็นไปตามแบบแผนที่กำหนดไว้ เป็นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังให้เคารพในกฎกติกาที่ถูกสร้างขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การห้ามทิ้งขยะหน้าบ้านคนอื่น, ถ้าจะทิ้งขยะชนิดนี้ ต้องทิ้งในวันที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ฯลฯ แค่การทิ้งขยะก็มีการตั้งกฎอย่างชัดเจน และผู้คนก็ปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัดแล้ว ต่างจากประเทศไทย ที่ต่อให้กฎหมายหนักแค่ไหน ก็จะหาลู่ทาง เส้นสาย เพื่อให้ตัวเองพ้นจากความผิด หรือรับโทษอย่างเบาที่สุด อะไรแหกได้แหก คนไทยถูกปลูกฝังมาว่าการมีเส้นสาย หรือการแหกกฎได้ เป็นเรื่องเท่
บทความ

วิชาอะไรบ้างที่คุณไม่ชอบ

ในห้องเรียนของเราทุกคน จะมีหลากหลายวิชาที่เราต้องเรียนตั้งแต่เด็ก มันก็มีทั้งวิชาที่เราชอบ และวิชาที่เราไม่ชอบ จึงไม่แปลกหากเราจะเรียนวิชาบางวิชาได้ดีกว่าอีกวิชา ถ้าเราเจอสิ่งที่เราชอบแล้วละก็ อย่าลืมที่ทุ่มเทและเต็มที่กับมัน เราจะมาพูดถึงวิชาต่างๆที่เราไม่ชอบกันบ้างดีกว่า คุณรู้ไหมว่าเด็กไทยไม่ชอบวิชาอะไรกันบ้าง วันนี้สลอตจะมาบอกคุณเองว่า เด็กๆเค้าไม่ชอบวิชาอะไร ใครที่คิดเห็นไม่ตรงกันก็บอกกันได้นะครับ   1. คณิตศาสตร์ วิชาแรกๆที่หลายคนไม่ชอบ เพราะเรียนไม่เข้าใจหรือคนอะไรก็ตามแต่ เป็นวิชาที่เด็กๆมักจะเรียนพิเศษกันมากที่สุด มีที่สอนพิเศษมากมายสำหรับวิชานี้ ไม่ชอบแล้วยังไปเรียนพิเศษอีกแปลกจริงๆ   2. วิทยาศาสตร์ ขอควบรวมทั้ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะเลยก็แล้วกัน อาจจะมีดาราศาตร์และวิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆด้วย บางคนก็ไม่ได้อยากทำงานสายวิทยาศาสตร์เลยสักนิด ไม่ผิดที่เค้าจะไม่ชอบ แต่ดันเรียนสายวิทย์นี่นะสิ แปลกๆอีกแล้วเด็กไทย   3. ภาษาอังกฤษ จริงอยู่ที่ภาษาที่สองก็สำคัญ และภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาสากลเสียด้วย แต่ไม่ผิดหรอกที่คุณจะไม่ชอบภาษาอังกฤษ คุณอาจะชอบภาษาอื่นมากกว่าก็ได้ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส บาลี รัสเซีย อาหรับ หรืออีกมากมาย แต่ภาษาที่สองสำคัญจริงๆนะครับ   4. ภาษาไทย ติดโพลมาด้วยกับวิชานี้ ทำไมล่ะเราคนไทยไม่ชอบวิชาภาษาไทยไดอย่างไรกัน หลายคนไม่ชอบเพราะลักษณะและรายละเอียดในการเรียน ไม่ว่าจะโคลง กลอน กาพย์ที่ต้องเขียน ยังมีเรียงความอีกที่ต้องเขียนจบปวดมือ และสถิติที่รู้มาคือครูภาษาไทยดุมาก ใครที่เรียนไทยอยู่ก็ต้องตั้งใจให้ดีนะครับ   5. สังคม อีกหนึ่งวิชาที่หลายคนอาจจะไม่ชอบตั้งแต่เด็ก ในหมวดหมู่สังคมก็จะมีวิชาย่อยไปอีกเช่น กฏหมาย ศาสนา ประวัติศาสตร์ และอื่นๆอีกเล็กน้อย จากที่เห็นวิชาที่มักจะต้องใช้การจำ  ท่องจำเป็นหลักก่อน และจะวิเคราะห์อีกครั้งภายหลัง ดังนั้นหลายคนก็มักจะไม่ชอบจำ จะเกลียดวิชานี้ก็คงไม่แปลกใจเลย     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย แล้วคุณล่ะไม่ชอบวิชาไหน ลองเม้นให้พวกเรารู้ได้เลย