5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

22 มีนาคม 2561

พูดถึงผัก หลายคนก็เริ่มทำหน้าขยะแขยงเบือนหน้าหนีแล้ว เพราะหลายคนมองว่าสีมันเขียวอื๋อไม่มีสีสันอื่นเลยจนไม่น่ารับประทาน ไหนจะรสชาติสุดขมติดลิ้นไปทั้งวัน แถมยังมีกลิ่นเหม็นหืนอีก

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

แต่เราก็ถูกบังคับมาตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าต้องกินผักนะ ถ้าแอบเขี่ยผักทิ้งจะโดนตี จะโดนดุ แต่ก็มักจะเลี่ยงไม่กินผักมาตลอด พอโตมาคิดว่าจะรอดแล้ว แต่ถ้าไม่กินผักก็จะโดนคนรอบข้างถามอยู่ดีว่าทำไมถึงไม่กินผัก นู่นนี่นั่น

จนเกิดความหงุดหงิดปนสงสัยใช่มั้ยล่ะ ว่า เอ๊ะ? ทำไมคนเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการกินผักมากมายขนาดนั้นด้วย มันมีดีอะไร อร่อยก็ไม่อร่อย สู้หมูกระทะชาบูไม่เห็นจะได้ แต่มีแต่คนรณรงค์ให้กินผักกัน

1. ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

ถ้าพูดให้ถูกก็คือ การรับประทานผักมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ เนื่องจากการทานผักอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เราขับถ่ายแบบไหลลื่นปรู๊ดๆ

เพราะไม่ใช่ผักทุกชนิดที่จะมีคุณสมบัติในด้านช่วยการขับถ่าย ผักที่ช่วยในการขับถ่ายได้แก่ บรรดาผักใบเขียว, แพงพวย, หัวไชเท้า, ขิง, กระเทียม, มะเขือเทศ เป็นต้น

และการทานผักที่ยกตัวอย่างมาแบบเพียวๆ ไม่ทานอะไรเพิ่มเลย ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะบรรดาสิ่งที่เราทานเข้าไปอาจจะจับตัวเป็นก้อนอยู่ในกระเพราะหรือลำไส้

การทานผักอย่างถูกวิธีคือการทานผักในปริมาณที่เหมาะสม ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และที่สำคัญที่สุดเลยคือ ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยในการขับถ่าย และการดื่มน้ำส่งผลให้ผักสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ ว่าเพียงแค่ผักต้นเล็กๆ ขนาดยาวไม่กี่เซนติเมตร จะสามารถป้องกันให้เราห่างไกลจากโรคต่างๆ ได้อย่างมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น การทานผักที่มีวิตามินเอสูง ได้แก่ ตำลึง, แครอท, ผักกาดหวาน เป็นต้น วิตามินเอที่อยู่ในผักเหล่านี้ มีส่วนช่วยในการมองเห็นเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาดวงตา ชะลอการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง ลดอาการพร่ามัวของดวงตา แถมยังช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก

ผักบางชนิดยังมีส่วนช่วยในการฟอกเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น ซึ่งมันจำเป็นมากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าในร่างกายของเรามีสารพิษ สารเคมีสะสมอยู่มากเท่าไหร่แล้ว การรับประทานผักที่มีส่วนช่วยในการฟอกเลือด เช่น ผักใบเขียว, แครอท, หัวบีท, บร็อคโคลี ฯลฯ จึงสำคัญเป็นอย่ามาก

3. ผักเต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

คงได้ยินมาบ่อยใช่ไหม? ว่าเราต้องกินผักเพราะในผักมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แล้วไอ้สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ว่านี่มันคืออะไรล่ะ? มันสำคัญขนาดจำเป็นต้องกินผักเลยหรอ? งั้นเรามาทำความเข้าใจกัน

'อนุมูลอิสระ' คือตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย หากเรามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ในร่างกายน้อย ก็จะส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรม เช่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย, อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเสื่อมเร็ว หรือที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ อาจจะทำให้เรามีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัว

แม้ว่าร่างกายของเราจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่มันสามารถลดน้อยลงได้เรื่อยๆ ด้วยหลายสาเหตุ เช่น ทานแต่อาหารปิ้งย่าง, ได้รับมลพิษมากเกินไป, ความเครียด รวมถึงการขาดวิตามิน ก็ทำให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระค่อยๆ น้อยลง

ผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ, หัวหอม, ข้าวโพด, ถั่วลันเตา, คะน้า, บร็อคโคลี เป็นต้น ถ้ามันไม่อร่อยก็ปรุงรสผสมกับอย่างอื่นก็ได้นะ อย่างน้อยได้นิดหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ได้กินเลย

4. ผักเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกาย

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

เรียนมาตั้งแต่ประถมแล้วว่า อาหารทั้ง 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, วิตามินจากผัก, วิตามินจากผลไม้ และ ไขมัน

ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินจากผักทุกวัน เพื่อนำสารอาหารที่ได้จากผักไปซ่อมแซ่มอวัยวะในร่างกาย รวมถึงเซลล์ต่างๆ ตามที่ได้เขียนเอาไว้ตามหัวข้อด้านบน

หากเราขาดสารอาหารเพียงข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป ร่างกายก็จะค่อยๆ ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น หากไม่ทานโปรตีน ก็จะทำให้ร่างกายซูบผอม, หากไม่ทานคาร์โบไฮเดรต ก็จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย

ดังนั้น นอกจากเราจำเป็นจะต้องทานผักเป็นประจำในปริมาณต่อเหมาะสมแล้ว (อย่างน้อยวันละ 400 กรัมเป้นอย่างต่ำ) ก็จำเป็นจะต้องทานสารอาหารอื่นให้ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการด้วยนะ

5. ผักมีคุณประโยชน์ครอบจักรวาล

5 เหตุผลที่ต้องกินผัก

แค่ได้อ่าน 4 ข้อข้างต้น ก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าผักมันมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ถ้าเราสามารถมองข้ามรสชาติ และกลิ่นเหม็นเขียวที่ใครหลายคนไม่ชอบไปได้ เราก็จะพบว่า ผักเนี่ย เปรียบเสมือนยาวิเศษที่ครอบจักรวาลจริงๆ

สมัยเราอายุยังน้อย เราจำเป็นต้องกินผักเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต, พออยู่ในช่วงวัยรุ่น วัยทำงาน ก็กินผักเพื่อให้ร่างกายมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ร่างกายไม่ทรุดโทรมเร็วก่อนวัย และพอเมื่อถึงช่วงอายุมาก 55 - 60 ปี ขึ้นไป ผักเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคนวัยนี้เป็นอย่างมาก เพื่อเยียวยาสุขภาพไม่ให้แย่ลงไปกว่าที่ควรจะเป็น และย่อยง่ายกว่าอาหารประเภทอื่น

รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมทานผักกันอย่างเป็นประจำและเหมาะสมกับที่ร่างกายของเราต้องการนะจ๊ะ

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!