5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

12 กุมภาพันธ์ 2561

หนึ่งในวิชาที่เชื่อว่าเด็กไทยหลายคนเกลียดมาก จนโตมาเป็นผู้ใหญ่ ทำงานแล้ว เกษียณแล้วก็ยังเกลียดอยู่ ก็คือวิชา 'คณิตศาสตร์' โดยส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ทั้งยากและซับซ้อนมากที่สุดในบรรดาหลักสูตรการเรียนการสอน ความยากขนาดนั้น ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า เราจะเรียนกันไปทำไม? เรียนไปแล้วไม่ได้อะไร

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

แม้ความเป็นจริงแล้ว คณิตศาสตร์จะสำคัญกับมนุษย์มาก เพราะมีส่วนช่วยในการฝึกสมองด้านการคิดคำนวณ การไตร่ตรอง ช่วยฝึกสมองด้านการคิด แต่อีกหลายๆ คนก็มองว่า มันฝึกด้านการคิดเยอะเกินไปจนคิดไม่ไหวแล้วจ้า หลายๆ เรื่องในวิชาคณิตศาสตร์ก็มีความจำเป็นจริงๆ สามารถใช้ความรู้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ เช่น การบวกลบคูณหาร, การหาพื้นที่ ฯลฯ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่เข้าใจว่า.. เราจะเรียนกันไปทำไม?

ตรีโกณมิติ

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

เนื้อหาของตรีโกณมิตินั้นเกี่ยวกับการหาค่าที่ได้มาจากสูตร sin, cos และ tan ในตำนาน ที่แม้ว่าจะเลือกเรียนสายศิลป์เพราะไม่อยากเรียนเลขก็ต้องเรียนเรื่องนี้กันอย่างถ้วนหน้า ตอนเรียนนี่ท่องไปสิ! ข้าม ฉาก ชิด ชิดข้ามฉาก แถมไม่ได้เรียนแปปเดียวขึ้นบทใหม่ เรายังคงต้องโดนตรีโกณมิติหลอกหลอนไปเรื่อยๆ ตลอดการเรียนมัธยม เพราะมันเป็นสูตรพื้นฐานในการคำนวณของหลักสูตร ม.ปลาย ไม่รู้ว่ามันจะมาใช้อะไรในชีวิตประจำวันได้

จำนวนเต็ม จำนวนตรรกยะ บรรดาจำนวนทั้งหลาย

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

เอาจริงๆ พอโตมาลืมไปแล้วว่าเรื่องนี้ครูสอนเกี่ยวกับอะไรบ้าง แล้วเนื้อหาเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอะไร? (พูดตรงๆ คือลืมตั้งแต่สอบเสร็จ) แต่เรื่องจำนวนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นในวิชาคณิตศาสตร์ ถึงแม้ว่าจะง่าย ทว่าสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่า เราจะใช้ชีวิตประจำวันยังไงให้เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ยิ่งเรื่องที่ค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้นอย่าง จำนวนเชิงซ้อน จำนวนอตรรกยะ (ออกเสียงยังยากเลย) ก็ทำให้ไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ ว่าเรียนแล้วได้อะไรขึ้นมา

แคลคูลัส

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

แค่ได้ยินชื่อ หลายคนก็สยดสยอง อยากวิ่งหนีไปให้ไกล ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น เพียงแค่แคลคูลัสพื้นฐานที่ยังไม่ได้ลงลึกอะไรมากมาย ก็นรกมากสำหรับคนที่ไม่ถนัดวิชาคณิตแล้ว เพราะเพียงแค่แคลคูลัสเพียงเรื่องเดียว ก็เหมือนกับเรียนหลายๆ เรื่องพร้อมกับ เพราะแคลคูลัสต้องเรียนทั้งเรื่อง อนุพันธ์, ฟังก์ชันต่างๆ , ลิมิตของฟังก์ชัน, การหาจุดต่ำสุด จุดสูงสุด ฯลฯ มั่นใจว่าหลายคนลืมไปแล้ว และหลายคนตกคณิตเพราะเรื่องแคลคูลัสเนี่ยแหละ แต่พอจบมาหลายคนก็ไม่ได้ใช้อะไรเลย เคว้งคว้างมากๆ ว่าตอนเรียนจะเรียนไปทำไม.. (ฟะ)

อนุกรม

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการหาลำดับของเลขคณิต โดยก่อนจะเรียนเรื่องอนุกรมนั้น เราจะต้องเรียนเรื่องการเรียงลำดับก่อน .. สลอตมองว่า ในบางโอกาส อาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้วิชาคณิตศาสตร์ก็ต้องใช้เรื่อง ลำดับ บ้างในบางที แต่เรื่อง 'อนุกรม' เนี่ยสิ มานั่งอ่านอีกทีก็ลืมไปแล้วว่าเราเคยเรียนอะไรแบบนี้ด้วยหรอ ซับซ้อนขนาดนี้ สมัยเรียนเราทำไปได้ยังไง หรือเราโง่กว่าแต่ก่อน ยิ่งลองพยายามย้อนกลับไปเรียนก็ยิ่งอ่านไม่ออก รู้สึกว่าไม่ได้เรียนเลขแล้ว เรียนอนุกรมนี่เหมือนเรียนภาษาอังกฤษกับภาษามนุษย์ต่างดาวอยู่อะ ฮือๆ

ทุกเรื่องนั่นแหละ!

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

พาล!! เรียนกี่ปีก็ตกมันทุกปี!! ตอนประถม กับตอน ม.ต้น ยังง่ายๆ แบบปอกกล้วยเข้าปากอยู่เลยอะ พอขึ้น ม.ปลาย มานี่อะไร? นรกชัดๆ สาบานว่านี่กำลังเรียนเลขอยู่ นี่คาบคณิตหรือคาบเรียนนรกคะ? คนที่เก่งก็เก่งเหลือเกิน อยากจะขูดขี้ไคลมากินสักนิดเผื่อจะฉลาดขึ้นบ้าง แต่ปรากฎว่า ถึงกินครูสอนคณิตเข้าไปก็ยังไม่ฉลาดขึ้น (ร้องไห้)

สำหรับหลายๆ คนที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์ ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปว่าตัวเองไม่มีอะไรดี โลกนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่คนเก่งคณิต คิดคำนวณเท่านั้น แต่ยังต้องการคนเก่งภาษา คนเก่งด้านการออกแบบวาดภาพ คนเก่งด้านดนตรี และอีกมากมาย อย่ากดดันตัวเองว่า สอบตกวิชาใดวิชาหนึ่งแล้วจะหมายความว่าเราเรียนไม่เก่ง เราแค่ไม่ถนัดวิชานั้นเท่านั้นเอง (แต่ไม่ใช่ไม่ถนัดไปทุกวิชานะ) ทุกอาชีพ ทุกความสามารถมีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด ถ้าไม่มีนักคณิตศาสตร์ก็คงไม่มีแอพพลิเคชัน ไม่มีเกมให้เล่น แต่ถ้าไม่มีนักออกแบบ ก็ไม่มีอะไรสวยๆ ให้เราชื่นชมเช่นเดียวกันนะ

5 เรื่องในวิชาคณิตสาสตร์ที่ไม่รู้เรียนไปทำไม

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!