5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

24 มกราคม 2561

 

มะเร็ง เป็นโรคร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยเมื่อตรวจสอบผลสำรวจต่างๆ พบว่า คนไทยเสียชีวิตเนื่องจากเป็นโรคมะเร็งมากเป็นอันดับที่ 1 โดยในแต่ละปี จะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 120,000 ราย ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก เสียชีวิตเนื่องจากไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่คิดว่าตัวเองจะป่วย รวมถึงไม่รู้วิธีสังเกตอาการของตัวเอง ว่าอาการแบบไหนถึงเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

แต่หลายคนไม่สะดวกเดินทางไปตรวจสุขภาพโปรแกรมคัดกรองมะเร็งโดยเฉพาะ ด้วยปัญหาที่แตกต่างกันไป หรือจะให้ตรวจคัดกรองมะเร็งทุกชนิดเลย หลายคนก็คงไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ และหลายคนมองว่า หากไม่เจออะไรเลยก็เหมือนเสียเงินฟรี งั้นจะดีกว่าไหม? ถ้าเรามาศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะที่เสี่ยงเป็นมะเร็งที่สุด เรียนรู้ว่าอาการเป็นยังไง พร้อมกับหาวิธีรักษา ป้องกัน เยียวยาไม่ให้มะเร็งในร่างกายเรามันร้ายแรง และลุกลามไปมากกว่านี้

อันดับที่ 5 ปากมดลูก

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ถึงแม้ว่าปากมดลูก จะเป็นอวัยวะที่มีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น แต่จากรายงานพบว่า เมื่อเทียบปริมาณแล้ว ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก มีมากถึงมะเร็งชนิดอื่นของเพศชายหลายเท่าตัวเลยทีเดียว มะเร็งปากมดลูก เป็นชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงเป็นอันดับที่ 2 และมักพบในเพศหญิงช่วงอายุตั้งแต่ 30 - 70 ปี เรียกได้ว่า ประชากรเพศหญิงเกินครึ่ง มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าอายุต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ จะไม่มีสิทธิ์เป็นเลย เพราะก็มีโอกาสเสี่ยงได้เหมือนกัน

ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มักจะรู้สึกถึงความปกติเมื่อสายเกินไป โดยอาการผิดปกติได้แก่ เลือดออกจากช่องคลอดมากผิดปกติ, ตกขาวมากผิดปกติ เป็นต้น สาเหตุมีหลากหลายมาก

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เข้ารับการตรวจสุขภาพ โปรแกรมตรวจสอบคัดกรองโรคมะเร็ง (ตรวจแปปสเมียร์ Pap Test) 1 ครั้งต่อปี ให้สม่ำเสมอและต่อเนื่องกัน เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นมาในร่างกาย จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

อันดับที่ 4 เต้านม

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

หากรู้จักเพียงผิวเผิน มะเร็งบริเวณเต้านม หลายคนเชื่อว่าสามารถเกิดได้แค่ในเพศหญิง แต่แท้จริงแล้ว เพศชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน เต้านมจึงเป็นอวัยวะที่มาแรงแซงโค้ง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูงสุดอวัยวะหนึ่งเลยล่ะ มาพูดถึงมะเร็งเต้านมในเพศชายกันก่อน มะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศชาย อันตรายกว่ามะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศหญิงมาก มักจะพบในเพศชายอายุ 60 - 70 ปี อาการของเพศชายที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จะคล้ายกับอาการของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศหญิง คือ มีก้อนบวมแข็งบริเวณหน้าอก แต่ก็โชคดีเล็กน้อย เพศชายจะสามารถสังเกตความผิดปกติได้ไวกว่าเพศหญิง เนื่องจากเพศชายไม่มีหน้าอกนั่นเอง

กลับมาที่เพศหญิง ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงมาก สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากพฤติกรรมของเราได้เช่นกัน เช่น ไม่ออกกำลังกาย, ดื่มแอลกออล์, มีไขมันในร่างกายสูงเกินไป ก็ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้

อย่างไรก็ตาม เราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ด้วยการนอนราบ คลำบริเวณเต้านมด้วยตัวเอง หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ปวดเต้านม, สัมผัสแล้วรู้สึกมีก้อนหนาๆ แข็งๆ ในเต้านมหรือใต้แขน, หัวนมบุ๋ม และมีผื่นแดงในบริเวณดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทันที

อันดับที่ 3 ลำไส้

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ส่วนลำไส้ มักเป็นอวัยวะที่เสี่ยงในการเกิดมะเร็งเป็นลำดับที่ 3 โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ มักจะเป็นวัยกลางคน พบได้ทั้งชายและหญิง สาเหตุที่ทำให้คนไทยจำนวนมากป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เนื่องมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิดกิจลักษณะ แน่นอนสาเหตุหนึ่งในการเกิดมะเร็งลำไส้นั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่พฤติกรรมในการกินที่ไม่ถูกต้อง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวกว่ากรรมพันธุ์หลายเท่าตัวนัก เช่น การกินอาหารไขมันสูง, ไม่ทานผักผลไม้, มีสารพิษตกค้างในลำไส้ ฯลฯ

อาการของมะเร็งลำไส้ คือ น้ำหนักลดลงจนผิดปกติ, ความอยากอาหารลดลง, อาเจียนอย่างไร้สาเหตุ, มักมีความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้เป็นประจำ เช่น ท้องเสีย, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ สลับกัน มะเร็งลำไส้มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ระยะ โดยหากพบในระยะที่ 1 - 3 นั้น ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากพบในช่วงระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามตามอวัยวะต่างๆ แล้ว ก็อาจจะสายเกินไป

วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ ได้แก่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก, ผลไม้, ปลา พยายามหลีกเลี่ยงของทอด อาหารปิ้งย่าง อาหารหมักดอง รวมถึงสิ่งบั่นทอนสุขภาพต่างๆ ที่พวกเราน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่ามีอะไรบ้าง

อันดับที่ 2 ปอด

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งปอด นับเป็นชนิดของมะเร็งที่น่ากลัวมากที่สุด โดยเป็นชนิดของมะเร็งที่มีการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด ไม่ได้มีเพียงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำเท่านั้น แต่ผู้ที่ได้รับสารพิษเป็นประจำ เช่น ได้รับควันบุหรี่, สูดดมสารเคมีชนิดต่างๆ เป็นประจำ หรือ คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งปอด (ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่เคยสูบบุหรี่ หรือมีประวัติเคยสูดดมมลพิษ) ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดได้

อาการของมะเร็งปอด ได้แก่ ไอเรื้อรัง, มีปัญหากับการหายใจ เช่น หายใจแล้วมีเสียง, เจ็บหน้าอก, รู้สึกเหนื่อยง่าย, ไอแล้วมีเลือดปน เป็นต้น

มะเร็งปอด เป็นมะเร็งอีกชนิดนี่คนส่วนใหญ่มักจะพบในช่วงเวลาที่สายไปแล้ว เนื่องจากคนไทยเคยชินกับการ 'ไอ' และเคยชินกับอาการผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับมะเร็งปอดโดยละเอียด เนื่องจาก มะเร็งปอดเป็นมะเร็งชนิดที่สามารถลุกลามได้ค่อนข้างเร็ว และส่งผลให้ร่างกายทรมานอย่างมาก

อันดับที่ 1 ตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับ เป็นชนิดของมะเร็งที่ถูกพบมากเป็นอันดับที่ 1 ของชายไทย และเป็นชนิดมะเร็งที่มีโอกาสเสี่ยงได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับมากกว่า 2 - 3 เท่า และผู้ที่พักอาศัยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักจะมีความเสี่ยงมากกว่าภาคอื่น เมื่อป่วยเป็นมะเร็งตับจะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ตับมีหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน จัดการสารอาหารต่างๆ และทำลายสารพิษ เมื่อเกิดมะเร็งตับ ความสามารถในการทำงานของตับในส่วนนี้จะหายไป

อาการของมะเร็งตับ มักไม่แสดงอาการให้เห็นอย่างเด่นชัด เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่อยู่ค่อนข้างลึก เมื่อเทียบกับอวัยวะอื่นที่เสี่ยงมะเร็ง เช่น หน้าอก รวมถึงเป็นอวัยวะที่ไม่ใช่อวัยวะที่ส่งผลโดยตรง เช่น ลำไส้ หรือปอด ผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับมักจะรู้ตัวว่าตัวเองป่วยในระยะที่สายเกินไป อาการได้แก่ ปวดท้องบริเวณส่วนขวาบน, ท้องบวม, อ่อนเพลีย, ตัวเหลือง ตาเหลือง

สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, ดื่มแอลกอฮอล์จัด, รับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนเป็นประจำ, สืบทอดทางพันธุกรรม หรือแม้แต่การทานยาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด ก็เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับเช่นเดียวกัน หากต้องลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งตับ ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งการเกิดมะเร็งตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม วิธีรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดที่ดีที่สุด คือการที่คนใกล้ตัวของผู้ป่วยให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ พาไปสูดอากาศ ชมโลกภายนอก ไม่พยายามพูดถึงการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ให้ผู้ป่วยอยู่เพียงลำพัง ให้กินแต่อาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายเจ็บป่วยแล้ว อย่าให้จิตใจป่วยตาม หากจิตมีความสุขแล้ว ร่างกายก็จะสามารถมีความสุขตามได้

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!