5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

24 มกราคม 2561

 

มะเร็ง เป็นโรคร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยเมื่อตรวจสอบผลสำรวจต่างๆ พบว่า คนไทยเสียชีวิตเนื่องจากเป็นโรคมะเร็งมากเป็นอันดับที่ 1 โดยในแต่ละปี จะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 120,000 ราย ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก เสียชีวิตเนื่องจากไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่คิดว่าตัวเองจะป่วย รวมถึงไม่รู้วิธีสังเกตอาการของตัวเอง ว่าอาการแบบไหนถึงเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

แต่หลายคนไม่สะดวกเดินทางไปตรวจสุขภาพโปรแกรมคัดกรองมะเร็งโดยเฉพาะ ด้วยปัญหาที่แตกต่างกันไป หรือจะให้ตรวจคัดกรองมะเร็งทุกชนิดเลย หลายคนก็คงไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ และหลายคนมองว่า หากไม่เจออะไรเลยก็เหมือนเสียเงินฟรี งั้นจะดีกว่าไหม? ถ้าเรามาศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะที่เสี่ยงเป็นมะเร็งที่สุด เรียนรู้ว่าอาการเป็นยังไง พร้อมกับหาวิธีรักษา ป้องกัน เยียวยาไม่ให้มะเร็งในร่างกายเรามันร้ายแรง และลุกลามไปมากกว่านี้

อันดับที่ 5 ปากมดลูก

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ถึงแม้ว่าปากมดลูก จะเป็นอวัยวะที่มีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น แต่จากรายงานพบว่า เมื่อเทียบปริมาณแล้ว ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก มีมากถึงมะเร็งชนิดอื่นของเพศชายหลายเท่าตัวเลยทีเดียว มะเร็งปากมดลูก เป็นชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงเป็นอันดับที่ 2 และมักพบในเพศหญิงช่วงอายุตั้งแต่ 30 - 70 ปี เรียกได้ว่า ประชากรเพศหญิงเกินครึ่ง มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าอายุต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ จะไม่มีสิทธิ์เป็นเลย เพราะก็มีโอกาสเสี่ยงได้เหมือนกัน

ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มักจะรู้สึกถึงความปกติเมื่อสายเกินไป โดยอาการผิดปกติได้แก่ เลือดออกจากช่องคลอดมากผิดปกติ, ตกขาวมากผิดปกติ เป็นต้น สาเหตุมีหลากหลายมาก

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เข้ารับการตรวจสุขภาพ โปรแกรมตรวจสอบคัดกรองโรคมะเร็ง (ตรวจแปปสเมียร์ Pap Test) 1 ครั้งต่อปี ให้สม่ำเสมอและต่อเนื่องกัน เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นมาในร่างกาย จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

อันดับที่ 4 เต้านม

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

หากรู้จักเพียงผิวเผิน มะเร็งบริเวณเต้านม หลายคนเชื่อว่าสามารถเกิดได้แค่ในเพศหญิง แต่แท้จริงแล้ว เพศชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน เต้านมจึงเป็นอวัยวะที่มาแรงแซงโค้ง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูงสุดอวัยวะหนึ่งเลยล่ะ มาพูดถึงมะเร็งเต้านมในเพศชายกันก่อน มะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศชาย อันตรายกว่ามะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศหญิงมาก มักจะพบในเพศชายอายุ 60 - 70 ปี อาการของเพศชายที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จะคล้ายกับอาการของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศหญิง คือ มีก้อนบวมแข็งบริเวณหน้าอก แต่ก็โชคดีเล็กน้อย เพศชายจะสามารถสังเกตความผิดปกติได้ไวกว่าเพศหญิง เนื่องจากเพศชายไม่มีหน้าอกนั่นเอง

กลับมาที่เพศหญิง ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงมาก สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากพฤติกรรมของเราได้เช่นกัน เช่น ไม่ออกกำลังกาย, ดื่มแอลกออล์, มีไขมันในร่างกายสูงเกินไป ก็ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้

อย่างไรก็ตาม เราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ด้วยการนอนราบ คลำบริเวณเต้านมด้วยตัวเอง หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ปวดเต้านม, สัมผัสแล้วรู้สึกมีก้อนหนาๆ แข็งๆ ในเต้านมหรือใต้แขน, หัวนมบุ๋ม และมีผื่นแดงในบริเวณดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทันที

อันดับที่ 3 ลำไส้

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ส่วนลำไส้ มักเป็นอวัยวะที่เสี่ยงในการเกิดมะเร็งเป็นลำดับที่ 3 โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ มักจะเป็นวัยกลางคน พบได้ทั้งชายและหญิง สาเหตุที่ทำให้คนไทยจำนวนมากป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เนื่องมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิดกิจลักษณะ แน่นอนสาเหตุหนึ่งในการเกิดมะเร็งลำไส้นั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่พฤติกรรมในการกินที่ไม่ถูกต้อง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวกว่ากรรมพันธุ์หลายเท่าตัวนัก เช่น การกินอาหารไขมันสูง, ไม่ทานผักผลไม้, มีสารพิษตกค้างในลำไส้ ฯลฯ

อาการของมะเร็งลำไส้ คือ น้ำหนักลดลงจนผิดปกติ, ความอยากอาหารลดลง, อาเจียนอย่างไร้สาเหตุ, มักมีความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้เป็นประจำ เช่น ท้องเสีย, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ สลับกัน มะเร็งลำไส้มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ระยะ โดยหากพบในระยะที่ 1 - 3 นั้น ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากพบในช่วงระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามตามอวัยวะต่างๆ แล้ว ก็อาจจะสายเกินไป

วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ ได้แก่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก, ผลไม้, ปลา พยายามหลีกเลี่ยงของทอด อาหารปิ้งย่าง อาหารหมักดอง รวมถึงสิ่งบั่นทอนสุขภาพต่างๆ ที่พวกเราน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่ามีอะไรบ้าง

อันดับที่ 2 ปอด

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งปอด นับเป็นชนิดของมะเร็งที่น่ากลัวมากที่สุด โดยเป็นชนิดของมะเร็งที่มีการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด ไม่ได้มีเพียงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำเท่านั้น แต่ผู้ที่ได้รับสารพิษเป็นประจำ เช่น ได้รับควันบุหรี่, สูดดมสารเคมีชนิดต่างๆ เป็นประจำ หรือ คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งปอด (ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่เคยสูบบุหรี่ หรือมีประวัติเคยสูดดมมลพิษ) ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดได้

อาการของมะเร็งปอด ได้แก่ ไอเรื้อรัง, มีปัญหากับการหายใจ เช่น หายใจแล้วมีเสียง, เจ็บหน้าอก, รู้สึกเหนื่อยง่าย, ไอแล้วมีเลือดปน เป็นต้น

มะเร็งปอด เป็นมะเร็งอีกชนิดนี่คนส่วนใหญ่มักจะพบในช่วงเวลาที่สายไปแล้ว เนื่องจากคนไทยเคยชินกับการ 'ไอ' และเคยชินกับอาการผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับมะเร็งปอดโดยละเอียด เนื่องจาก มะเร็งปอดเป็นมะเร็งชนิดที่สามารถลุกลามได้ค่อนข้างเร็ว และส่งผลให้ร่างกายทรมานอย่างมาก

อันดับที่ 1 ตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับ เป็นชนิดของมะเร็งที่ถูกพบมากเป็นอันดับที่ 1 ของชายไทย และเป็นชนิดมะเร็งที่มีโอกาสเสี่ยงได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับมากกว่า 2 - 3 เท่า และผู้ที่พักอาศัยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักจะมีความเสี่ยงมากกว่าภาคอื่น เมื่อป่วยเป็นมะเร็งตับจะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ตับมีหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน จัดการสารอาหารต่างๆ และทำลายสารพิษ เมื่อเกิดมะเร็งตับ ความสามารถในการทำงานของตับในส่วนนี้จะหายไป

อาการของมะเร็งตับ มักไม่แสดงอาการให้เห็นอย่างเด่นชัด เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่อยู่ค่อนข้างลึก เมื่อเทียบกับอวัยวะอื่นที่เสี่ยงมะเร็ง เช่น หน้าอก รวมถึงเป็นอวัยวะที่ไม่ใช่อวัยวะที่ส่งผลโดยตรง เช่น ลำไส้ หรือปอด ผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับมักจะรู้ตัวว่าตัวเองป่วยในระยะที่สายเกินไป อาการได้แก่ ปวดท้องบริเวณส่วนขวาบน, ท้องบวม, อ่อนเพลีย, ตัวเหลือง ตาเหลือง

สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, ดื่มแอลกอฮอล์จัด, รับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนเป็นประจำ, สืบทอดทางพันธุกรรม หรือแม้แต่การทานยาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด ก็เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับเช่นเดียวกัน หากต้องลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งตับ ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งการเกิดมะเร็งตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม วิธีรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดที่ดีที่สุด คือการที่คนใกล้ตัวของผู้ป่วยให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ พาไปสูดอากาศ ชมโลกภายนอก ไม่พยายามพูดถึงการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ให้ผู้ป่วยอยู่เพียงลำพัง ให้กินแต่อาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายเจ็บป่วยแล้ว อย่าให้จิตใจป่วยตาม หากจิตมีความสุขแล้ว ร่างกายก็จะสามารถมีความสุขตามได้

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5ข้อเสียของการพนันบอล

ช่วงนี้เป็นเทศกาลบอลโลก เทศกาลที่คนทั้งโลกต่างรอคอย นอกจากบอลโลก จะเป็นสิ่งที่ให้ความความสนุกสนาน คึกคักพร้อมกันทั้งโลกแล้ว สิ่งที่มาพร้อมกับบอลโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การพนันบอล พูดกันตรงๆ การพนันบอลก็มีให้เราเห็นอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในเทศกาลบอลโลก การพนันจะคึกคัก มีผู้สนใจร่วมเล่นพนันมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ หลายคนมองว่า ก็แค่พนันเอาสนุกนิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แต่ความคิดแบบนี้แหละ ทำเสียมาหลายคนแล้ว เพราะการพนันมีข้อเสียมากมาย และเลวร้ายกว่าที่หลายคนคิด!   1. เสียเงินโดยใช่เหตุ เป็นสิ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว แม้หลายคนที่ชื่นชอบการเล่นพนันบอล จะเล่นเพราะได้เงินเยอะ ได้เงินไว ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนทำงาน และเรามักจะเห็นการรายงานข่าวเป็นประจำ ว่าบางคนลงพนันไว้แบบไม่ได้จริงจังอะไร แต่กลับได้เงินจากการชนะพนันมหาศาล ถึงจะลงทุนเงินไปนิดเดียวก็ตาม แต่ถ้าโชคดี ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนชนะพนัน แน่นอนว่าต้องมีคนแพ้พนัน แถมคนแพ้พนัน ยังเยอะกว่าคนชนะพนันเยอะด้วย เพราะจากการแข่งขันหลายทีม มีเพียงทีมเดียวที่จะชนะ และถ้าหากเราแพ้พนัน ก็เท่ากับว่าเราเสียตังไปเปล่าๆ ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลย ถ้าเราเอาเงินไปลงทุนอะไรสักอย่าง เราก็ได้กำไรกลับมา แต่การลงทุนไปกับการพนัน เสียแล้วเสียเลย ไม่ได้อะไรคืนมาสักนิด มีคนจำนวนมาก ถึงขั้นกลายเป็นบุคคลล้มละลายเนื่องจากแพ้พนัน เหมือนเราเอาเงินไปทิ้งเล่นเฉยๆ อ่ะ   2. เสี่ยงโดนจับ กฎหมายในประเทศไทย ได้ระบุว่า การพนัน ไม่ว่าจะเป็นการพนันประเภทใดก็ตาม เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย สำหรับคนที่เป็นผู้เล่น ก็จะได้รับโทษที่ไม่หนักมาก เช่น ปรับเป็นเงินจำนวนหลักพันบาท หรือโดนจำคุก 1 คืน แต่สำหรับคนที่เล่นพนันจนถลำลึก เล่นเป็นจำนวนเงินมากๆ หรือเป็นเจ้ามือในการพนันนั้นๆ ก็อาจจะโดนปรับหลักแสนบาท และจำคุกหลายสิบปี และไม่ว่าจะหนักหรือจะเบาแค่ไหน ก็ต้องขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีทุกราย เรียกได้ว่า ถึงแม้ว่าการพนันจะเป็นความสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ทำให้ประวัติของเราเสียไปตลอดกาล   3. ทำให้เสียนิสัย สลอตเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักคำว่า 'ผีพนัน' ผีพนัน เป็นคำสำหรับเรียกคนที่คลั่งไคล้ในการพนันมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิต อาการเบื้องต้นของผีพนันทุกคน จะมีความต้องการ อยากเล่นพนันจนเกินกว่าเหตุ เหมือนคนติดเหล้าที่ขาดเหล้า ถ้าไม่ได้เล่นพนันจะมีอาการกระวนกระวาย คิดมาก ต้องเล่นพนันอยู่ตลอด แน่นอนว่าความต้องการที่จะเล่นพนันตลอดเวลา เกมที่ต้องใช้เงินเป็นตัวกลาง ก็จะส่งผลให้เงินในกระเป๋าลดลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย เมื่อเงินหมด ผีพนันส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สำนึกว่าควรจะเลิกเล่นพนันได้แล้ว แต่กลับคิดหาวิธีหาเงินเพิ่มให้ได้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขายทรัพย์สินที่มี ขายมรดกที่พ่อแม่ให้ นำของมีค่าหายากที่เก็บไว้นานไปขาย และเมื่อทรัพย์สินที่มีหมดเกลี้ยง หมดเนื้อหมดตัวแล้ว แน่นอนว่า ขั้นตอนต่อไปที่พวกผีพนันจะทำ ก็คือการจี้ปล้น ชิงทรัพย์ ผีพนันจะทำทุกอย่างเพื่อขโมยของมีค่ามา และนำไปขาย หลายครั้ง ที่บรรดาผีพนันยอมฆ่าผู้เคราะห์ร้าย เพียงเพื่อที่จะเอาเงิน และของมีค่าเท่านั้น จากคนธรรมดา ที่นิสัยไม่ได้แย่อะไร กลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ได้ เอาทุกอย่าง ขโมยทุกอย่าง เพื่อเอาไปเล่นพนัน การพนันทำให้เสียนิสัยมานับหมื่นนับแสนชีวิตแล้ว หลายคนกว่าจะรู้ตัวก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว   4. คนใกล้ชิดตีตัวออกห่าง จากข้อที่แล้ว ผีพนันที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีเงินเล่นพนันต่อไป รวมถึงเอารัดเอาเปรียบคนรอบข้าง ทั้งสนิทและไม่สนิท เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง เช่น ขอยืมเงิน, แอบขโมยของ เป็นใครเขาก็ไม่อยากโดนเอาเปรียบ โดนยืมเงินตลอดเวลา ไม่อยากจะคบกับคนที่ไว้ใจไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ คนทุกคนก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเหมือนกันหมดนั่นแหละ หลายคนจึงเลือกที่จะตีตัวออกห่างพวกผีพนัน เพื่อความปลอดภัยของกระเป๋าเงินตัวเอง และอีกสาเหตุหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจตีตัวออกห่างพวกคนที่เล่นพนัน ก็คือกลัวโดนร่างแห ทั้งกลัวที่จะเผลอติดเล่นพนันไปด้วย เพราะผีพนันมักจะชอบชวนคนใกล้ตัวมาเล่นด้วย เพื่อเงินเดิมพันจะได้สูงขึ้น และหลายคนกลัวที่จะโดนเจ้าหน้าที่เข้าใจผิด เจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย เมื่อรู้ตัวว่าใครเป็นคนเล่นพนันประจำ ก็มักจะสาวประวัติของคนใกล้ตัว เผื่อว่าจะสามารถสืบสาวไปถึงบอสใหญ่ของโต๊ะพนันได้ แน่นอนว่าถ้าหากเราสนิทสนมกับคนที่เล่นพนันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เราจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 ทันที ไม่อยากให้คนรอบข้างตีตัวออกห่าง ก็เลิกเล่นพนันเถอะนะ   5. เสี่ยงโดนทำร้ายร่างกาย นอกจากจะมีข่าวว่า บรรดาผีพนันทำร้ายร่างการผู้เคราะห์ร้ายเพื่อหวังชิงทรัพย์แล้ว เราก็มักจะเห็นข่าวที่บรรดาผีพนันถูกทำร้ายร่างกายด้วยเช่นกัน โดยมันจะเกิดจากกรณีที่ผีพนันติดค้างเงินที่พนันเอาไว้ และไม่จ่ายเพราะไม่มีเงิน เจ้ามือโต๊ะพนันก็จะมาตามเก็บหนี้ทุกวิถีทาง เพื่อให้เราจ่ายเงินให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดดีๆ , ข่มขู่, บุกบ้านพักอาศัย หรือที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ คือการทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์สินมีค่าของพวกผีพนัน หนักที่สุดก็คือการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และถึงแม้ว่าเราจะไม่แพ้พนันจนไม่มีหนี้สินตกค้างใคร แต่เราก็อาจจะโดนหมั่นไส้จากพวกที่เล่นพนันเหมือนกัน จนอาจจะโดนซุ่มทำร้ายร่างกายได้ เห็นมั้ย การพนันไม่มีอะไรดีเลย เปลืองเงิน ไม่มีประโยชน์ แพ้ก็เงินหมดไว ชนะก็โดนเพ่งเล็ง โดนหมั่นไส้ ใครมีคนใกล้ตัวเล่นพนัน หรือมีแนวโน้มว่าจะสนใจการเล่นพนัน ก็ให้เขาเลิกซะนะ
บทความ

ประโยชน์ 5 อย่างที่ได้จากกีฬาบอล

พูดถึงกระแสหลักที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้นกับกระแสบอลโลก เพราะมันเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอยมานานถึง 4 ปี แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าจะมีคนรัก คนคลั่ง คนรอคอยมากขนาดไหน ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบกีฬาฟุตบอลอยู่ดี คนบางกลุ่ม มีความคิดเห็นว่า กีฬาฟุตบอลมีดีอะไร? ทำไมคนถึงต้องคลั่งกันขนาดนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเทศกาลบอลโลกก็ได้ แค่มีทีมดังแข่งขันกัน แฟนบอลก็พร้อมใจกันนอนอยู่บ้านเพื่อดูบอลแล้ว ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป แถมแฟนบอลส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบลงแค่ดูบอล พวกเขามักจะเล่นบอลร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย จนทำให้หลายคน (โดยเฉพาะแฟนสาว) รู้สึกเอือมระอา ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น ฟุตบอลมันมีดีอะไร!!?? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กับสลอตดีกว่า 1. ได้ออกกำลังกาย เป็นที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอะไร ขึ้นชื่อว่า 'กีฬา' ก็ล้วนแต่มีส่วนช่วยในการออกกำลังกาย บางกีฬาก็ออกกำลังกายได้ไม่กี่ส่วนของร่างกาย บางกีฬาก็ได้ออกกำลังกายมันทุกส่วน จนเล่นกีฬาชนิดนั้นเสร็จแล้ว ผู้เล่นจะอยู่ในสภาพหอบจนดูไม่ได้ ฟุตบอล ก็จัดว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้มันทุกส่วน ตั้งแต่ร่างกายส่วนที่อยู่สูงที่สุด ด้วยการใช้มันสมองในการคิดว่าจะเล่นยังไงดี ไปจนถึงอวัยวะที่อยู่ล่างสุด ด้วยการใช้เท้าวิ่งให้เร็ว วิ่งตามลูกบอลให้ทัน แย่งลูกบอลให้ได้ ตลอดเวลา 90 นาที (พักครึ่งนิดหน่อย) ก็ต้องคอยวิ่ง คอยแย่งชิงเจ้าลูกบอลลูกกลมๆ กันตลอด เรียกได้ว่า เป็นกีฬาที่ทำให้คนสุขภาพปานกลาง หรือไม่ค่อยดีมาก กลายเป็นคนสุขภาพดีได้ภายในไม่กี่วัน แหม ก็วิ่งไม่หยุด วิ่งแทบไม่พักตลอด 90 นาที ถ้าไม่เรียกว่า ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว แถมการเตะบอลเป็นประจำ ยังทำให้เราออกกำลังกายเป็นกิจวัตรไปโดยปริยาย เพราะถ้าหากหยุดเว้นไปสักระยะหนึ่งล่ะก็ ร่างกายก็จะงอแง จนทำให้เมื่อกลับมาเล่นบอลอีกครั้ง ร่างกายจะล้าเจียนตายเลยล่ะ 2. มิตรภาพดีๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหน ก็ได้มิตรภาพได้ดีไม่เท่ากีฬาฟุตบอล เนื่องจากกติกาการแข่งขันกีฬาฟุตบอล แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน และอย่างมาก 11 คน (รวมผู้รักษาประตู) เรียกได้ว่า ถ้าเล่นกันในหมู่เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ ก็ไม่มีทางเล่นได้อย่างสนุกและเต็มที่แน่ การเล่นฟุตบอล ผู้เล่นจึงมักจะชักชวนทั้งคนที่สนิท และไม่สนิท มาร่วมเล่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของแฟน แฟนของเพื่อน จากคนที่เราไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก เราก็จะมีโอกาสรู้จักกันผ่านกีฬาฟุตบอลนี่แหละ ได้ร่วมแข่งขันไปด้วยกัน ร่วมเหนื่อย ร่วมแพ้ร่วมชนะไปด้วยกัน ก็จะทำให้มิตรภาพเบ่งบานอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ หลายคนก็ไม่ได้จบที่เล่นบอลเสร็จก็แยกย้าย ส่วนใหญ่ก็มักจะไปกินข้าวร่วมกัน หรือไปผ่อนคลายต่อ เช่น เดินห้างช็อปปิ้ง, นั่งร้านกาแฟ, นั่งส่องสาวกันต่อ ได้มิตรภาพ ได้คนรู้จักเพิ่มทีนึง ก็ได้เพิ่มหลายสิบชีวิตเลย คนที่เล่นบอลเป็นประจำจึงมักจะรู้จักคนมากหน้าหลายตานั่นเอง 3. ฝึกไหวพริบ เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด ก็จะสามารถขัดเกลาความสามารถด้านไหวพริบได้ทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น กีฬาแบดมินตัน เราต้องคิดภายในทันทีว่า คู่ต่อสู้จะตีให้ลูกขนไก่ลอยมาตรงไหน และเราควรจะตีให้ลูกขนไก่ตกไปบริเวณใด เพื่อที่จะได้ชนะคู่ต่อสู้ได้ สำหรับฟุตบอลแล้ว นอกจากเราจะต้องคิดเกี่ยวกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามแล้ว เรายังต้องคิดด้วยว่า เราจะทำอย่างไรให้มีความสามัคคีเกิดขึ้นในทีมของเรา ฟุตบอลไม่เหมือนกีฬาอื่น คือจะไม่สามารถชนะได้ด้วยเพียงคนเดียว นักกีฬาทุกคนในทีมจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อคว้าชัยชนะ ฝั่งตรงข้ามก็มีจำนวนนักกีฬามากพอๆ กับเรา เราก็ต้องคิดวิธีหลบหลีก ไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมาแย่งบอลของเราไปได้อีก ต่างจากเกมกีฬาอื่นที่มักจะมีแค่เรากับคู่ต่อสู้ 2 คนบนสนาม และหลายต่อหลายครั้ง ฟุตบอลก็มักจะมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เราก็ต้องคิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ เช่น อาจจะโดนแย่งบอลรุนแรงจนทำให้บาดเจ็บสาหัส อาจจะโหม่งบอลพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เป็นต้น ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีไหวพริบก็ไม่ต้องคิดมาก ของแบบนี้มันฝึกกันได้ 4. มีความเคารพในกฎ กติกา และเคารพผู้อื่นมากขึ้น ปัญหาการไม่เคารพ กฎ กติกา มักเป็นปัญหาที่เราเจอเป็นประจำ โดยสาเหตุที่คนบางกลุ่มมีความคิดว่า กฎมีไว้แหกนั้น เนื่องจากพวกเขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่กฎ กติกา สำคัญมากๆ มาก่อน แต่เมื่อได้เล่นกีฬาฟุตบอลแล้ว การเคารพในกฎ กติกา เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากฝ่าฝืนกฎที่ตั้งเอาไว้ ก็จะทำให้เราถูกคาดโทษ โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ร้ายแรงที่สุดคือการถูกใบแดง ไล่ออกจากสนาม และไม่ได้ลงเล่นอีกเลย และนอกจากจะต้องเคารพกฎกติกาแล้ว ยังต้องเคารพเพื่อนร่วมทีม รวมถึงฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน สำหรับเพื่อนร่วมทีม ยังไงเราก็ต้องเคารพกันและกันอยู่แล้ว เพื่อที่จะคว้าชัยชนะให้ได้ แต่กับทีมฝั่งตรงข้าม หลายคนมีความคิดว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงลูกบอลมาให้ได้ บางคนถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างแรงเพื่อแย่งลูกบอลเลยทีเดียว และทันทีที่ทำอะไรอันตรายแบบนั้น คุณก็จะโดนใบแดง ไล่ออกจากสนามทันที เราจำเป็นจะต้องแย่งบอล แต่จะต้องแย่งบอลภายใต้กฎ กติกา และไม่ทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเรา (แต่ก็ไม่ใช่เป็นพ่อพระ ไม่แย่งบอลเลยสักครั้งนะ) และเมื่อเกมจบลง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องมีคือความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ซ้ำเติม ไม่เยาะเย้ย เมื่อชนะ ไม่อาฆาตแค้นเมื่อแพ้ คิดไว้เสมอว่าต้องเคารพผู้อื่น เมื่อเรามีความเป็นน้ำใจนักกีฬามากพอ นิสัยเราจะดีขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ 5. มีโอกาสได้ก้าวหน้า การเล่นฟุตบอล มีโอกาสทำให้เราได้ก้าวหน้าด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เล่นจนโดดเด่นผิดไปจากคนทั่วไป สำหรับคนที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยเรียน และมีฝีมือด้านการเล่นฟุตบอลสุดเทพ มีโอกาสที่จะก้าวหน้าไปไวมาก เนื่องจากโรงเรียนชั้นนำของประเทศหลายโรงเรียน มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล ซึ่งถ้าเราสามารถสมัครเข้าโรงเรียนดังกล่าวได้ด้วยโควต้านักฟุตบอลแล้ว เราก็จะมีโอกาสได้เป็นนักฟุตบอลตัวจริงของโรงเรียน ไปแข่งกับโรงเรียนต่างๆ ไปแข่งระดับเขต ระดับประเทศ ฯลฯ ส่วนใหญ่โรงเรียนที่มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอล ก็มักจะมีการสนับสนุนเรื่องค่าเทอม ที่พัก ค่ากินอยู่ด้วย ถือเป็นการตอบแทนที่เหล่านักฟุตบอลสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ระดับมหาวิทยาลัยก็มีโควต้าสำหรับนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน มองในมุมหนึ่ง นักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับนักเรียนคนอื่นที่กำลังสอบเข้าตามปกติ เพราะมีโควต้าการเป็นนักกีฬาอยู่กับตัว ฟุตบอล ไม่ได้ช่วยเบิกทางด้านโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น ถ้าเรามีความสามารถที่โดดเด่น หรือมีแววที่จะพัฒนาต่อยอดไปได้อีกไกล ก็จะมีแมวมองจากสโมสรดังมาดึงตัวเราไป ไปฝึกซ้อม ปั้นจนให้เรากลายเป็นนักเตะแข้งทองให้ได้ ดีไม่ดีเราอาจจะกลายเป็นนักเตะระดับโลก ที่มีค่าตัวหลายล้านบาทเลยก็ได้ เห็นมั้ย กีฬาฟุตบอลไม่ใช่กีฬาไม่มีแก่นสารอย่างที่หลายคนคิด ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลมีตั้งมากมาย!
บทความ

5 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับมาสคอตบอลโลก2018

นอกจากสิ่งที่หลายคนรอคอยมา 4 ปี ในเทศกาลบอลโลก คือการได้ดูนักเตะระดับเทพของแต่ละประเทศ มาฟาดแข้งฟาดขา โชว์ฝีไม้ลายมือกันแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลายต่อหลายคนรอคอย โดยเฉพาะคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่มีลูกน้อย ก็คือรอลุ้นว่า มาสคอตของบอลโลกประจำปีนี้ คืออะไร!? ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลบอลโลก นอกจากบรรดาธงชาติจะขายดีแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขายดี คือพวกสินค้าที่เกี่ยวกับมาสคอตนั่นแหละ ทั้งนักสะสม ทั้งเด็ก ทั้งคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ ก็ต่างรอคอยกันทั้งนั้น สำหรับปีนี้ ก็เผยโฉมหน้ามาสคอตออกมาแล้ว มาทำความรู้จักเจ้าหมาป่าลากเลื่อน ซาบิวากา มาสคอตบอลโลกรัสเซียประจำปี 2018 กันดีกว่า! 1.ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมาป่าลากเลื่อน หลายต่อหลายคน เมื่อได้รู้ว่ารัสเซียเป็นเจ้าภาพในการจัดบอลโลก 2018 ก็มักจะคิดว่า มาสคอตปีนี้คงเป็นหมีขาวแน่ๆ เลย เพราะคิดถึงรัสเซีย ก็ตั้งคิดถึงหมีขาว แต่ผลออกมาปรากฎว่า มาสคอตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ คือ หมาป่าลากเลื่อน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ค็อกกี วูล์ฟ เจ้าหมาป่าลากเลื่อน ก็เป็นสัตว์ที่สำคัญ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายรองจากหมีขาว มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของรัสเซีย เพราะมีปริมาณมากเท่านั้น แต่ประชาชนชาวรัสเซียยังนิยมใช้หมาป่าลากเลื่อนสำหรับเดินทาง เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น พื้นที่มักจะปกคลุมไปด้วยหิมะตลอด เจ้าหมาป่าลากเลื่อนจึงเป็นสัตว์ที่สำคัญมาก ด้วยสาเหตุนี้ หมาป่าลากเลื่อน จึงได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตบอลโลกของรัสเซีย 2. ชื่อมีความหมายลึกซึ้ง แน่นอนว่า การเป็นมาสคอตต้องมีชื่อประจำตัว ถึงจะมีรูปลักษณ์เป็นหมาป่าลากเลื่อน แต่เราจะเรียกว่าไอ้เจ้าหมาป่าลากเลื่อนเฉยๆ ก็ดูจะไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ ชื่อเรียกเจ้าหมาป่าลากเลื่อนที่เป็นมาสคอตประจำบอลโลกปีนี้ คือ 'ซาบีวากา' (Zabivaka) ฟังผิวเผินอาจจะเหมือนยี่ห้อชุดชั้นใน หรือชื่อสายพันธุ์สุนัขขนยาว แต่ชื่อซาบีวากากลับมีความหมายที่ดีมากๆ อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ โดย ซาบีวากา มาจากคำกริยาคำว่า zabivat ที่แปลว่า ยิงประตู Zabivaka จึงแปลว่า ผู้ทำประตู หรือ The one who scores นั่นเอง และหมาป่า ยังเป็นสัตว์ที่ทำให้ผู้พบเห็น รู้สึกสนุกสนาน มีเสนห์ และมีความมั่นใจ ตามประสาหมาป่าอีกด้วย 3. ผู้ออกแบบเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การแข่งประกวดมาสคอต ไม่ว่าใครก็สามารถส่งมาสคอตที่ตัวเองคิดเข้าร่วมประกวดได้ แต่ไม่น่าเชื่อว่า มาสคอตที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของประเทศรัสเซียได้เป็นอย่างดี ผู้ออกแบบจะเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น! โดยผู้ออกแบบเจ้า ซาบีวากา มีนามว่า เยคาเทรินา โบซาโรวา (Ekaterina Bocharova) เธอมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น และเธอเป็นนักศึกษากราฟฟิกดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยทอมสก์ ผู้ออกแบบได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่เธอเลือกออกแบบให้หมาป่าเป็นมาสคอตบอลโลก อันเนื่องมาจาก สภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่หมาป่าลากเลื่อนจำเป็นมากในการเดินทาง และอยากให้ทั่วโลกรับรู้ว่า สัตว์ที่มีชื่อเสียงของประเทศรัสเซีย ไม่ได้มีเพียงแค่ หมีขาว เท่านั้น 4. มาสคอตที่ไม่ได้รับเลือก พูดถึงมาสคอตที่ได้รับเลือก จนกลายเป็นมาสคอตบอลโลกแล้ว เรามาพูดถึงมาสคอตที่ไม่ได้รับเลือกกันบ้าง การเลือกมาสคอตบอลโลกรัสเซีย มาจากคะแนนโหวตของประชาชน ซึ่งจะโหวตทั้งหมด 3 ช่องทาง ได้แก่ โซเชียลเน็ตเวิร์ค, เว็บไซต์ FIFA และให้โหวตทางทีวี มาสคอตที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ เจ้าหมาป่าลากเลื่อน ได้คะแนนโหวตอย่างท่วมท้นถึง 537,522 คะแนน หรือคิดเป็น 53% จากคะแนนโหวตทั้งหมด ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือ เสือ ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 272,012 คะแนน หรือคิดเป็น 27% จากคะแนนโหวตทั้งหมด และอันดับที่ 3 ก็คือ แมว ได้คะแนนโหวตทั้งหมด 207,264 คะแนน หรือคิดเป็น 20% จากคะแนนโหวตทั้งหมด เรียกได้ว่า มาสคอตแต่ละตัวที่ได้เข้ารอบ รับคะแนนโหวตจากสาธารณะชน ล้วนแต่เป็นมาสคอตที่มองแล้วรู้สึกสนุกสนาน มีเสน่ห์ทั้งนั้น แต่สุดท้าย หมาป่าลากเลื่อนก็ได้ไป เพราะนำเสนอความเป็นประเทศรัสเซียได้ดีที่สุด 5. เอาใจคนรักสัตว์ อีกหนึ่งสาเหตุที่ผู้ออกแบบเลือกหมาป่าลากเลื่อนให้เป็นมาสคอต เพราะผู้ออกแบบเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข เธอเลยเลือกออกแบบให้เป็นหมาป่าซะเลย ซึ่งสอดคล้องกับช่วงนี้ ที่ปริมาณคนรักสัตว์มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การออกแบบให้มาสคอตเป็นหมาป่า จึงเป็นการเอาใจคนรักสัตว์ทั่วโลกนั่นเอง จะสังเกตว่า มาสคอตบอลโลกส่วนใหญ่ มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ก็มาจากสาเหตุเดียวกัน สัตว์แต่ละชนิด ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่สัตว์ทุกชนิดทำให้เรารู้สึกเหมือนกัน นั่นก็คือความน่ารัก ความน่าเอ็นดู อ่อนโยน ดูไม่แข็งกร้าว เข้าถึงง่าย ไม่ใช่เพียงแค่มาสคอตทั่วโลกเท่านั้น แต่มาสคอตทั่วไป ก็มักจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ด้วยเหตุผลที่สลอตพูดถึง
บทความ

โทษประหารชีวิตในประเทศไทย

การประหารชีวิตผู้ที่ทำผิด มีมานานแสนนานในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไร โทษตายมักจะเป็นโทษสูงสุด สำหรับนักโทษที่มีความผิดที่ยิ่งใหญ่ การประหารชีวิตอาจเป็นผลดีหรือหรือไม่ดี อันนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคลไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การประหารชีวิตในประเทศไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอะไรบ้างวันนี้ วันนี้สลอตจะลองหยิบยกมาให้ทุกคนได้ทราบกันนะครับ   1. การประหารชีวิตด้วยการตัดคอ เป็นการประหารที่มีมานานแล้ว เราอาจเคยได้เห็นมาบ้างในหนังไทยยุคเก่า ปัจจุบันคงไม่มีการประหารแบบนี้แล้ว ถูกยกเลิกไปในปี 2478   2. การประหารด้วยการยิงเป้า เป็นการประหารที่ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อย โดยเพชรฆาตจะยิงนักโทษ 7-8นัด เพื่อให้ตายในทันที แต่ถ้าไม่ตายก็จะยิงซ้ำไปอีก ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไม่นานมานี้ในปี 2552   3. การประหารด้วยการฉีดยา เป็นการประหารในปัจจุบัน โดยจะมียาสามเข็ม เข็มแรกให้นักโทษสลบ เข็มที่สอง เข็มที่สาม ก็จะทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดไป นับว่าเป็นการประหารที่ไม่ทรมาน เพราะนักโทษจะหลับไปก่อน   และยังมีการประหารที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เรียกกันไว้ว่าประหารชีวิต 21 สถาน ถ้าอยากอ่านต่อก็ไปอ่านได้ในเครดิตเลยขอรับ เครดิต : วิกิพีเดีย