5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

24 มกราคม 2561

 

มะเร็ง เป็นโรคร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยเมื่อตรวจสอบผลสำรวจต่างๆ พบว่า คนไทยเสียชีวิตเนื่องจากเป็นโรคมะเร็งมากเป็นอันดับที่ 1 โดยในแต่ละปี จะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 120,000 ราย ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก เสียชีวิตเนื่องจากไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่คิดว่าตัวเองจะป่วย รวมถึงไม่รู้วิธีสังเกตอาการของตัวเอง ว่าอาการแบบไหนถึงเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

แต่หลายคนไม่สะดวกเดินทางไปตรวจสุขภาพโปรแกรมคัดกรองมะเร็งโดยเฉพาะ ด้วยปัญหาที่แตกต่างกันไป หรือจะให้ตรวจคัดกรองมะเร็งทุกชนิดเลย หลายคนก็คงไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ และหลายคนมองว่า หากไม่เจออะไรเลยก็เหมือนเสียเงินฟรี งั้นจะดีกว่าไหม? ถ้าเรามาศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะที่เสี่ยงเป็นมะเร็งที่สุด เรียนรู้ว่าอาการเป็นยังไง พร้อมกับหาวิธีรักษา ป้องกัน เยียวยาไม่ให้มะเร็งในร่างกายเรามันร้ายแรง และลุกลามไปมากกว่านี้

อันดับที่ 5 ปากมดลูก

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ถึงแม้ว่าปากมดลูก จะเป็นอวัยวะที่มีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น แต่จากรายงานพบว่า เมื่อเทียบปริมาณแล้ว ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก มีมากถึงมะเร็งชนิดอื่นของเพศชายหลายเท่าตัวเลยทีเดียว มะเร็งปากมดลูก เป็นชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงเป็นอันดับที่ 2 และมักพบในเพศหญิงช่วงอายุตั้งแต่ 30 - 70 ปี เรียกได้ว่า ประชากรเพศหญิงเกินครึ่ง มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าอายุต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ จะไม่มีสิทธิ์เป็นเลย เพราะก็มีโอกาสเสี่ยงได้เหมือนกัน

ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มักจะรู้สึกถึงความปกติเมื่อสายเกินไป โดยอาการผิดปกติได้แก่ เลือดออกจากช่องคลอดมากผิดปกติ, ตกขาวมากผิดปกติ เป็นต้น สาเหตุมีหลากหลายมาก

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เข้ารับการตรวจสุขภาพ โปรแกรมตรวจสอบคัดกรองโรคมะเร็ง (ตรวจแปปสเมียร์ Pap Test) 1 ครั้งต่อปี ให้สม่ำเสมอและต่อเนื่องกัน เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นมาในร่างกาย จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

อันดับที่ 4 เต้านม

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

หากรู้จักเพียงผิวเผิน มะเร็งบริเวณเต้านม หลายคนเชื่อว่าสามารถเกิดได้แค่ในเพศหญิง แต่แท้จริงแล้ว เพศชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน เต้านมจึงเป็นอวัยวะที่มาแรงแซงโค้ง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูงสุดอวัยวะหนึ่งเลยล่ะ มาพูดถึงมะเร็งเต้านมในเพศชายกันก่อน มะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศชาย อันตรายกว่ามะเร็งเต้านมที่เกิดในเพศหญิงมาก มักจะพบในเพศชายอายุ 60 - 70 ปี อาการของเพศชายที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จะคล้ายกับอาการของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพศหญิง คือ มีก้อนบวมแข็งบริเวณหน้าอก แต่ก็โชคดีเล็กน้อย เพศชายจะสามารถสังเกตความผิดปกติได้ไวกว่าเพศหญิง เนื่องจากเพศชายไม่มีหน้าอกนั่นเอง

กลับมาที่เพศหญิง ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงมาก สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากพฤติกรรมของเราได้เช่นกัน เช่น ไม่ออกกำลังกาย, ดื่มแอลกออล์, มีไขมันในร่างกายสูงเกินไป ก็ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้

อย่างไรก็ตาม เราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ด้วยการนอนราบ คลำบริเวณเต้านมด้วยตัวเอง หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ปวดเต้านม, สัมผัสแล้วรู้สึกมีก้อนหนาๆ แข็งๆ ในเต้านมหรือใต้แขน, หัวนมบุ๋ม และมีผื่นแดงในบริเวณดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทันที

อันดับที่ 3 ลำไส้

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ส่วนลำไส้ มักเป็นอวัยวะที่เสี่ยงในการเกิดมะเร็งเป็นลำดับที่ 3 โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ มักจะเป็นวัยกลางคน พบได้ทั้งชายและหญิง สาเหตุที่ทำให้คนไทยจำนวนมากป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เนื่องมาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ผิดกิจลักษณะ แน่นอนสาเหตุหนึ่งในการเกิดมะเร็งลำไส้นั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่พฤติกรรมในการกินที่ไม่ถูกต้อง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวกว่ากรรมพันธุ์หลายเท่าตัวนัก เช่น การกินอาหารไขมันสูง, ไม่ทานผักผลไม้, มีสารพิษตกค้างในลำไส้ ฯลฯ

อาการของมะเร็งลำไส้ คือ น้ำหนักลดลงจนผิดปกติ, ความอยากอาหารลดลง, อาเจียนอย่างไร้สาเหตุ, มักมีความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้เป็นประจำ เช่น ท้องเสีย, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ สลับกัน มะเร็งลำไส้มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ระยะ โดยหากพบในระยะที่ 1 - 3 นั้น ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากพบในช่วงระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามตามอวัยวะต่างๆ แล้ว ก็อาจจะสายเกินไป

วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ ได้แก่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก, ผลไม้, ปลา พยายามหลีกเลี่ยงของทอด อาหารปิ้งย่าง อาหารหมักดอง รวมถึงสิ่งบั่นทอนสุขภาพต่างๆ ที่พวกเราน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่ามีอะไรบ้าง

อันดับที่ 2 ปอด

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งปอด นับเป็นชนิดของมะเร็งที่น่ากลัวมากที่สุด โดยเป็นชนิดของมะเร็งที่มีการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด ไม่ได้มีเพียงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำเท่านั้น แต่ผู้ที่ได้รับสารพิษเป็นประจำ เช่น ได้รับควันบุหรี่, สูดดมสารเคมีชนิดต่างๆ เป็นประจำ หรือ คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งปอด (ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่เคยสูบบุหรี่ หรือมีประวัติเคยสูดดมมลพิษ) ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดได้

อาการของมะเร็งปอด ได้แก่ ไอเรื้อรัง, มีปัญหากับการหายใจ เช่น หายใจแล้วมีเสียง, เจ็บหน้าอก, รู้สึกเหนื่อยง่าย, ไอแล้วมีเลือดปน เป็นต้น

มะเร็งปอด เป็นมะเร็งอีกชนิดนี่คนส่วนใหญ่มักจะพบในช่วงเวลาที่สายไปแล้ว เนื่องจากคนไทยเคยชินกับการ 'ไอ' และเคยชินกับอาการผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับมะเร็งปอดโดยละเอียด เนื่องจาก มะเร็งปอดเป็นมะเร็งชนิดที่สามารถลุกลามได้ค่อนข้างเร็ว และส่งผลให้ร่างกายทรมานอย่างมาก

อันดับที่ 1 ตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับ เป็นชนิดของมะเร็งที่ถูกพบมากเป็นอันดับที่ 1 ของชายไทย และเป็นชนิดมะเร็งที่มีโอกาสเสี่ยงได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับมากกว่า 2 - 3 เท่า และผู้ที่พักอาศัยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักจะมีความเสี่ยงมากกว่าภาคอื่น เมื่อป่วยเป็นมะเร็งตับจะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ตับมีหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน จัดการสารอาหารต่างๆ และทำลายสารพิษ เมื่อเกิดมะเร็งตับ ความสามารถในการทำงานของตับในส่วนนี้จะหายไป

อาการของมะเร็งตับ มักไม่แสดงอาการให้เห็นอย่างเด่นชัด เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่อยู่ค่อนข้างลึก เมื่อเทียบกับอวัยวะอื่นที่เสี่ยงมะเร็ง เช่น หน้าอก รวมถึงเป็นอวัยวะที่ไม่ใช่อวัยวะที่ส่งผลโดยตรง เช่น ลำไส้ หรือปอด ผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับมักจะรู้ตัวว่าตัวเองป่วยในระยะที่สายเกินไป อาการได้แก่ ปวดท้องบริเวณส่วนขวาบน, ท้องบวม, อ่อนเพลีย, ตัวเหลือง ตาเหลือง

สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, ดื่มแอลกอฮอล์จัด, รับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนเป็นประจำ, สืบทอดทางพันธุกรรม หรือแม้แต่การทานยาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด ก็เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับเช่นเดียวกัน หากต้องลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งตับ ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งการเกิดมะเร็งตับ

5 อวัยวะที่มักเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม วิธีรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดที่ดีที่สุด คือการที่คนใกล้ตัวของผู้ป่วยให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ พาไปสูดอากาศ ชมโลกภายนอก ไม่พยายามพูดถึงการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ให้ผู้ป่วยอยู่เพียงลำพัง ให้กินแต่อาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายเจ็บป่วยแล้ว อย่าให้จิตใจป่วยตาม หากจิตมีความสุขแล้ว ร่างกายก็จะสามารถมีความสุขตามได้

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา