5 วิธีป้องกันไข้หวัด

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

8 มกราคม 2561

สภาพอากาศของประเทศไทยเราเปลี่ยนแปลงบ่อยได้อย่างโหดร้ายมาก ไม่ใช่แค่หนาวสลับร้อนสลับฝนอย่างละ 2 วัน ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศเดียวบนโลก ที่มีพร้อมกัน 3 ฤดูภายในวันเดียว! เช้าจะหนาว เที่ยงร้อน เย็นฝนตก! รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่หากพูดกันตรงๆ แล้ว คนไทยหลายคนไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเองกันเท่าไหร่นัก ส่งผลให้ป่วยกันงอมแงมไปหมด ป่วยทุกเทศกาล

ทุกครั้งที่ป่วยก็ต้องเสียเงินไปพบแพทย์ หรือซื้อยามารักษาร่างกายเป็นประจำ บวกลบคูณหารแล้ว ปีนึงเราเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยไปหลายบาทเหมือนกันนะ จะดีกว่ามั้ย? แทนที่จะเอาเงินที่หามาได้ ไปซื้อยามารักษาตัวเอง เราก็ดูแลรักษาตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้ร่างกายเป็นหวัด แถมยังเป็นวิธีการที่ฟรี ไม่เสียเงินมากเท่ากับที่ต้องจ่ายค่ายาด้วยนะ สลอตได้รวบรวมวิธีป้องกันไข้หวัดแบบง่ายๆ แต่ได้ผลจริงมาให้ทุกคนได้ทำตามกันแล้วจ้า

รับประทานวิตามินซีเป็นประจำ

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

หลายคนคงถูกผู้ใหญ่แนะนำว่า ให้ทานผลไม้ที่มีวิตามินซีหรือทานยาวิตามินซีเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยไข้ เชื่อว่าคงจะสงสัยกันแน่นอนว่าทำไมถึงต้องกินวิตามินซี? วิตามินซี เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากสำหรับมนุษย์ มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมทุกส่วนของร่างกาย ถ้าสมมติว่าร่างกายของเราขาดวิตามินซีล่ะก็ จะส่งผลให้ผิวหนังเกิดความผิดปกติ เลือดออกจากเหงือก ผิวซีด นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดความเครียดหากทานเป็นประจำด้วยนะ

วิตามินซีมักจะมีในผลไม้ทั่วไป เช่น ฝรั่ง, องุ่น, ส้ม, กีวี่ และอื่นๆ อีกมากมาย คนที่ไม่กินผักผลไม้ก็อาจจะยี๋หน่อย แต่ในปัจจุบันน มีการแปรรูปวิตามินซีหลากหลายรูปแบบเพื่อให้รับประทานกันได้ง่ายขึ้น แบบที่นิยมที่สุดก็คือ วิตามินซีอัดเม็ด รับประทานวันละครั้ง ครั้งละ 1-2 เม็ดติดต่อกัน สุขภาพจะดีขึ้นทันตาเห็นเลยล่ะ

พักผ่อนให้เพียงพอ

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

อาจจะฟังดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องสักเท่าไหร่นัก เพราะหลายคนอาจจะมองหาวิธีการป้องกันด้วยการกิน ดื่ม ใช้งาน เสียมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเราดูแลสุขภาพเราไม่ดีมากพอ ยาอะไรก็รักษาเราไม่ได้หรอก คิดภาพตามสิ ถ้าเรานอนวันละ 2-3 ชั่วโมงทุกวัน ทำงานหนักทั้งวัน แต่ฝันอยากมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ เหมือนคนอื่น มันก็เป็นไปได้ยากมากเลยนะ

ถึงตรงนี้ ในใจผู้อ่านคงจะเถียงอยู่ว่า ฉันก็นอนแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง สุขภาพยังดีไม่มีอะไรเสียหาย แล้วเรื่องพักผ่อนมันเกี่ยวอะไรล่ะ? ไม่เกี่ยวข้อง แต่สำคัญที่สุดเลยจ้า โดยในช่วงเวลาที่เรานอนหลับนั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของเราซ่อมแซมตัวเอง ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ก็ สาเหตุที่คนป่วยต้องนอนพักเยอะๆ ก็เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่นั่นเอง และหากนอนตรงต่อเวลา จะช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย, ลดความเครียด, ความจำดีขึ้นอีกด้วย เห็นมั้ยล่ะ แค่เพียงพักผ่อน ไม่ได้ยากอะไรเลย ก็ส่งผลดีขนาดนี้ หลายคนอาจจะไม่มีเวลาพักผ่อนยาวๆ ก็ลองเจียดเวลาว่างที่พอมี มานอนงีบทีละช่วงแทนก็ได้นะ ช่วยได้เหมือนกันจ้า

หมั่นออกกำลังกาย

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

เป็นสิ่งที่หลายคนไม่อยากทำมากที่สุด เพราะมันเหนื่อย ใช้เวลามาก คนส่วนใหญ่มักอ้างว่าไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะออกกำลังกายขนาดนั้น ไม่รู้จะออกกำลังกายที่ไหน รวมถึงขี้เกียจ เลยปล่อยตัวปล่อยตัวไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจากตรงนี้ นอกจากจะทำให้มีไขมันส่วนเกินตามร่างกายแล้ว ยังทำให้สุขภาพของเราทรุดโทรมอีกด้วย

เนื่องจากการออกกำลังกายนั้น จะทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีดเป็นอย่างดี ส่งผลให้ระบบเลือดในร่างกายไหลเวียนได้เป็นปกติ ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ การออกกำลังกายยังช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่สะสมตามจุดต่างๆ ของร่างกาย และถ้าออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ตามสถานที่ธรรมชาติ ก็จะทำให้ร่างกายเราได้รับอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น ส่งผลดีต่อร่างกายมากเลยละ รู้แบบนี้แล้วรีบมาออกกำลังกายกันเร็วเข้า!

ทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่การทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เราห่างไกลจากไข้หวัดจริงๆ โดยเฉพาะการล้างมือ ล้างเท้า หรือบริเวณที่ปนเปื้อนได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น หากเราไม่อาบน้ำเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ได้มาจาก เหงื่อ ฝุ่นสกปรกต่างๆ ขี้ไคล ซึ่งหากสะสมไปมากเข้า นอกจากจะทำให้ไม่สบายตัวแล้ว ยังทำให้ร่างกายของเราทรุดโทรมอีกด้วย

และถึงแม้ว่าจะอาบน้ำทุกวัน แต่ก็ควรล้างมือล้างเท้าบ่อยๆ ด้วย ล้างมือนี่ควรทำให้เป็นนิสัยเลย เพราะเราไม่รู้ว่า สิ่งที่มือเราสัมผัส เช่น ราวบันได, แก้วน้ำ, ช้อนส้อมของร้านอาหาร แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือของเรา มีสิ่งปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน ยิ่งสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ การไม่ล้างมือและเผลอนำมือไปขยี้ตา หรือสัมผัสใบหน้า จะทำให้ทรมานและอาจป่วยนอนซมไปหลายวันเลยล่ะ โรคที่เกิดจากการไม่ทำความสะอาดก็คือ โรคมือเท้าปาก ที่มักเกิดขึ้นในเด็กนั่นเอง ซึ่งมันน่ากลัวในระดับนึงเลยนะ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่าเนอะ

ดื่มน้ำให้เพียงพอที่ร่างกายต้องการ

5 วิธีป้องกันไข้หวัด

เคยสงสัยมั้ย? ว่าทำไมเรามีไข้ ไม่สบาย เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว แพทย์ถึงจะแนะนำให้เราดื่มน้ำให้เพียงพอที่ร่างกายต้องการ ทำไมถึงไม่จ่ายยามาให้จบๆ ไปเลย? สาเหตุเพราะ การดื่มน้ำเปล่าสะอาดนั้น จะมีส่วนช่วยชำระล้างสารพิษที่อยู่ในร่างกายได้เร็วขึ้นในรูปแบบของเสีย เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ และสามารถดื่มน้ำผลไม้ควบคู่ไปด้วยก็ได้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นที่เพียงพอ

ถ้าหากเราไม่ดื่มน้ำ ร่างกายของเราจะเริ่มเข้าสู่สภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเหงื่อออกตามร่างกายมากเกินไป และกินอะไรไม่ลง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ถึงขั้นช็อกจนเสียชีวิตได้ สลอตเชื่อว่าหลายคนไม่ชอบกินน้ำ วันนึงกินแบบนับอึกได้เลย การทำแบบนี้จะทำให้ร่างกายอ่อนแอผิดปกติ เนื่องจากร่างกายจะมีแต่สูญเสียน้ำ ไม่ได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายเพิ่มเลย แล้วจะรู้ได้ยังไง ว่าเราควรดื่มน้ำแค่ไหนถึงจะเพียงพอที่ร่างกายต้องการ? ความเชื่อที่ว่า ควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วนั้นไม่จริงเสมอไป วิธีการคำนวณที่ถูกต้องก็คือ การนำน้ำหนักตัว คูณด้วย 33 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นหน่วย cc เช่น หนัก 50 กิโลกรัม ก็เท่ากับ 50 x 33 = 1,650 cc แปรค่าเป็นลิตรก็เท่ากับประมาณ 1.7 ลิตรนั่นเองจ้า

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!