5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

4 มกราคม 2561

 

อาหารสัญชาติไทย เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากมีครบทุกรสชาติและมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เมนูอาหารไทยที่ชาวต่างชาติต้องลองเมื่อมาเยือนเมืองไทยก็ได้แก่ ผัดไท, ต้มยำกุ้ง, ส้มตำ ฯลฯ และนอกจากอาหารไทยจะน่าสนใจแล้ว อาหารของประเทศอื่นก็น่าสนใจไม่แพ้ของเราเลย

หนึ่งในประเทศที่มีอาหารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติใดก็คือ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะมีวัฒนธรรมที่น่ารักแล้ว อาหารญี่ปุ่นก็ยังมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกไม่แพ้ของประเทศไทยเลย สลอตเชื่อว่าหลายคนคงเคยกินอาหารญี่ปุ่น และชื่นชอบจนถึงขั้นกินเป็นประจำแล้วล่ะ แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยกล้ากินเท่าไหร่นัก และไม่รู้ว่าควรจะลองอาหารญี่ปุ่นชนิดใดก่อนดี? ถ้าอยากลองอาหารญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และควรลองล่ะก็ ก็ตามรายชื่อเมนูด้านล่างนี้เลย

นาเบะ

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู ว่านาเบะคืออะไร? มานี่ ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วสลอตจะอธิบายให้ฟังว่ามันคืออะไร แล้วทำไมถึงไม่ควรพลาด

นาเบะ อธิบายง่ายๆ มันก็คือ หม้อไฟ นั่นแหละ แต่เป็นหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น แล้วทำไมถึงไม่ควรพลาดล่ะ? ไทยเราก็มีเมนูหม้อไฟ แถมยังอร่อยด้วย นาเบะจะแตกต่างตรงที่จะต้มทุกอย่างรวมกันในหม้อเดียว ต่างจากหม้อไฟของไทย ที่ส่วนใหญ่ต้องตักไปราดข้าวเพื่อรับประทานอีกที นาเบะนั้น จะต้มทั้งเนื้อสัตว์ ผัก เส้น รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ รวมกันในหม้อเดียว ไม่ต้องหาอะไรมาแจมเพิ่ม

แท้จริงแล้ว นาเบะในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่นนั้นจะใส่วัตถุดิบที่แตกต่างกัน เช่น นาเบะของฮอกไกโดจะเน้นไปที่อาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน กุ้ง หอย หรือแล้วแต่คนทานชอบ พูดกันตรงๆ ก็คล้ายกับสุกี้ยากี้นั่นแหละ นาเบะที่คนไทยคุ้นเคยก็คงจะเป็นนาเบะที่ปรุงน้ำซุปด้วยมิริน, สาเก, สาหร่ายคอมบุ, โชยุ และปลาอบแห้ง ส่วนวัตถุดิบก็ทั่วไป เช่น ผักต่างๆ เนื้อหมู, ลูกชิ้น, เต้าหู้ หรือใส่ลงไปตามใจฉันได้เลยจ้า

โอโคโนมิยากิ

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

หรือที่คนทั่วไปจะรู้จักกันในชื่อ พิซซ่าญี่ปุ่น (เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้เหมือนพิซซ่าที่เราคุ้นตากันหรอก แค่กลมๆ และส่วนประกอบหลักคือแป้งเหมือนกัน เลยเรียกว่าพิซซ่า) โอโคโนมิยากิ อาจจะฟังดูเป็นเมนูอาหารที่ทำค่อนข้างยาก แต่แท้จริงแล้วมันง่ายมากเลย

โดยโอโคโนมิยากิ ก็คือการนำแป้งและไข่ผสมให้เข้ากัน คลุกเคล้ากับกะหล่ำปลีจนเข้าเนื้อ จากนั้น ก็เทลงไปบนเตาร้อนๆ จัดรูปทรงให้เป็นทรงกลม แล้วอยากจะใส่อะไรเพิ่มก็ใส่ได้เลยตามใจชอบ เพราะโอโคโนมิยากินั้น แปลว่า 'ทำอาหารที่คุณชอบ' ก็ใส่ลงไปตามใจฉันเช่น เบคอน, เนื้อสัตว์, ไข่, เส้นยากิโซบะ ฯลฯ แต่ก่อนจะรับประทานนั้น ให้พลิกด้านที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาด้านบน ทาซอสโอโคโนมิยากิลงบนฝั่งที่พลิกขึ้นมา ตามด้วยมายองเนสและปลาโอแห้ง เท่านี้ความอร่อยของโอโคโนมิยากิก็พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า เห็นมั้ย ไม่อยากเลย ทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปร้านอาหารก็ได้

แกงกะหรี่

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่สลอตชอบมาก ถึงแม้ว่าประเทศอื่นก็มีเมนูแกงกะหรี่ เช่น ประเทศอินเดีย รวมถึงประเทศไทยเรา แต่สลอตอยากบอกว่า แกงกะหรี่ของญี่ปุ่นเด็ดมากก! ตรงที่น้ำแกงกะหรี่นั่นเอง โดยแกงกะหรี่ของญี่ปุ่นนั้น จะใช้วัตถุดิบหลายอย่างในการเคี่ยว เช่น หอมใหญ่, มันฝรั่ง, แอปเปิ้ล, ช็อคโกแลต บางสูตรมีการใส่มะม่วงหรือน้ำผึ้ง เพื่อทำให้น้ำแกงกะหรี่หอมหวานเข้มข้น แต่ถ้าไม่เชี่ยวชาญก็อย่าลองใส่นะ เดี๋ยวพังหมด คนส่วนใหญ่มักทานแกงกะหรี่คู่กับเนื้อสัตว์ ที่นิยมที่สุดก็คือ การทานแกงกะหรี่คู่กับหมูชุบแป้งทอด

และในปัจจุบัน เมนูแกงกะหรี่ก็ไม่ได้หาทานยากมากนัก ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปก็มีขาย แต่ถ้าอยากได้แกงกะหรี่ที่อร่อย สูตรต้นตำหรับ ให้ลองหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก่อนว่าร้านไหนเด็ดร้านไหนดัง แล้วตามไปกินได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มีช่วงนึงสลอตกินแทบทุกวันเลยนะ

ราเม็ง

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

ถือว่าเป็นเมนูที่หลายคนเคยลิ้มลองมาแล้ว เพราะหาทานได้ง่ายมาก และราคาค่อนข้างถูก ร้านขายราเม็งชื่อดังอย่าง ฮาจิบัง ก็มีหลายสาขาให้เลือก (รู้สึกว่ามีสาขาเยอะกว่าเซเว่นอีก) แต่หลายคนก็ไม่ยอมเปิดรับ ไม่ยอมลองทานราเม็ง เนื่องจากคิดว่าราเม็งก็น่าจะคล้ายกับก๊วยเตี๋ยวบ้านเราเนี่ยแหละ แต่ถ้าได้ลองแล้วจะรู้ว่า ราเม็งกับก๊วยเตี๋ยวบ้านเราค่อนข้างจะมีความแตกต่างกันมาก

ราเม็ง มีหลากหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยก็คือ ทงคตสึราเม็ง ซึ่งก็คือราเม็งที่เคี่ยวน้ำซุปจากกระดูกหมู ราเม็งประเภทนี้จะมีน้ำซุปสีขาว ข้น และมัน อีกประเภทหนึ่งก็คือ มิโสะราเม็ง น้ำซุปของราเม็งประเภทนี้จะทำจากเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น (มิโสะ) เป็นหลัก จะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับราเม็งก็คือ หมูชาชู หมูชิ้นโตที่ประดับอยู่ในชามราเม็ง กินราเม็บแบบไม่มีหมูชาชู ก็เหมือนกินกะเพราแต่ไม่มีใบกะเพรานั่นแหละ

ซาชิมิ

5 เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ต้องลอง

เรียกได้ว่า ซาชิมิเป็นอาหารซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นไปเสียแล้ว เหมือนกับต้มยำกุ้งของไทย พิซซ่าของอิตาลีนั่นแหละ ถึงแม้ว่าหลายคนจะรู้อยู่แล้วว่า เมนูซาชิมิคือ ปลาดิบ แต่คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ซาชิมิ นั้นมาจากคำว่า ซาชิ (sashi) แปลว่า เจาะ, ทิ่มแทง ส่วนคำว่า มิ (mi) จะแปลว่า เนื้อสัตว์ รวมแล้วจะมีความหมายว่า การแล่เนื้อสัตว์กินแบบสดๆ นั่นเอง ซึ่งเนื้อสัตว์ที่นิยมกับก็คือ ปลา เช่น ปลาแซลมอน, ปลาทูนา, ปลาฮามาจิ

หลายคนสับสนระหว่างซาชิมิกับซูชิ คิดว่ามันคืออาหารประเภทเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะ ซาชิมิคือเนื้อสัตว์ดิบมาแล่ทานเปล่าๆ คู่กับเครื่องเคียง ส่วนซูชิจะทานร่วมกับข้าว ซึ่งทั้งซาชิมิและซูชิได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จนทำให้เกิดเมนูซาชิมิแบบดัดแปลงผุดขึ้นมากมาย หลายคนก็ท้องเสียหรือไม่ประทับใจจากการทานซาชิมิไม่แท้ สลอตอยากให้ลองลงทุนสักครั้งเพื่อทานซาชิมิฝีมือเชฟญี่ปุ่น ที่ต้องใช้ของสดจริงๆ และฝีมือในการแล่ บอกเลยว่า ประทับใจไม่รู้ลืม

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สิทธิประโยชน์พิเศษของผู้บริจาคเลือด

เลือดถือเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เป็นตัวกลางนำออกซิเจนและแร่ธาตุๆต่างไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั้งหมด และหากเราสูญเสียเลือดไปมากนั้น การรับนำเลือดคนอื่นเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตเรา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในปัจจุบันประเทศไทยเรายังถือว่ามีเลือดสำรองไม่เพียงพอ เลือดที่บริจาคไปทั้งหมดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วทั้วประเทศ พวกเราสลอตจึงขอทำบทความนี้ เพื่อเป็นการเชิญชวนพวกเราคนไทย ให้ไปบริจาคเลิอดกันเยอะๆ วันนี้เราจะมาพูดถึง สิทธิประโยชน์พิเศษที่คุณสามารถได้จากการบริจาคเลือด ว่ามีอะไรบ้างไปรับชมกันได้เลย   อ้างอิง : http://www.bcnr.ac.th/article/st.pdf   1. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่  7 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้   ไม่เกินร้อยละ  50 2. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ  50 3. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์    ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล  100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร   ได้ร้อยละ 50 4. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   "ขอพระราชทานเพลิงศพ "    ได้เป็นกรณีพิเศษ   ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น  ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้   5. ผู้บริจาคโลหิต   ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป   สามารถขอใช้สิทธิ์   ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้    เช่น   ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน  , การทำงานของตับ  , การทำงานของไต   ฯลฯ    โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้   ปีละ  1 ครั้ง   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราจะได้จากการบริจาคเลือด นั่นก็คือ เราจะได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ด้วยการทำสิ่งง่ายๆ แค่การบริจาคเลือดนั่นเอง อย่าลืมไปบริจาคเลือดกันนะ
บทความ

5ปัญหาทางเท้าที่ควรแก้ไข

ทางเท้าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเอาให้ให้เท้าเดิน มันมีประโยชน์สำหรับเหล่าผู้คนที่ใช้เท้าเดินตามหาความฝัน ในยุคที่หลายคนเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ยังคงต้องมีทางเท้าไว้สำหรับเดินกันต่อไป แต่ในปัจจุบันทางเท้านั้น กลับไม่ได้ถูกดูแลให้ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เราเจอเกี่ยวกับทางเท้า ว่ามีอะไรบ้างที่สมควรได้รับการแก้ไข ถ้าะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย   1. ปัญหามอเตอร์ไซต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ชื่อก็บอกว่าทางเท้า แต่กลับมีรถขึ้นมาได้ไง   2. ปัญหาร้านขายของตามทางเท้า หลายคนก็ค้องเคยเจออีกแหละ พี่เล่นมาขายของจนต้องเดินบนถนนหลบร้านพี่ ทำแบบนี้ต้องทำไงดีอ่ะ   3. ปัญหาเรื่องน้ำขังบนทางเท้า ทำไมทางเท้าถึงมีน้ำขัง แถมอยู่ใต้ก้อนอิฐอีกตะหาก ต้องมานั่งเดาก้อนไหนมีน้ำ   4. รถยนต์จอดบนทางเท้า มอไซต์ว่าหนักแล้ว เจอรถจอดขวางทางเดินเป็นไงล่ะ เราก็ต้องหลบไปเดินบนถนนอีกตามเคย   5. ขี้บนทางเท้า อาจะฟังดูไร้สาระ ถ้าคุณเหยียบเข้าล่ะ หลายคนก็ค้องเคยแหละ เหยียบขี้บนทางเท้าอ่ะ ล้างลำบากนะเห้ยยย
บทความ

5คำพูดบอกเลิกที่ยอดฮิตของคนไทย

การจีบกันในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย แต่ที่งดงดามไม่แพ้กัน ก็คือศิลปะการบอกเลิก หลายคนมักประสบปัญหาบอกเลิกไม่ขาด หรือไม่ก็ไม่รู้จะบอกเลิกอย่างไรให้อีกฝ่ายไม่เจ็บ หรือบางคนก็อยากบอกเลิกทีให้อีกฝ่ายเจ็บจนตายไปเลย ทีนี้เรามาดูกันว่า คำบอกเลิกแบบไหน ที่ยอดฮิตที่สุดในสังคมไทยกันบ้าง     1. เธอดีเกินไป คำบอกเลิกยอดฮิตสมัยพระเจ้าเหา ในสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็น อะไรคือดีเกินไป อยากได้คนเลวๆทำไมไม่บอก คบๆกันก็บอกสิ อยากได้เลวกว่านี้ เดี๋ยวสลอตจัดให้   2. เราไปกันไม่ได้ เราไปกันไม่ได้ เราจะไปไหนกันอ่ะ เอาจริงๆ เราจะไปไหนกันยังไม่รู้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเราไปกันไม่ได้ รถที่เต็มหรืออะไรก็บอกกันหน่อย มันต้องมีวิธีแก้สิน่า   3. เราคิดกับเธอแค่เพื่อน เห้ย!!! ทำไมคิดแค่เพื่อน ทั้งเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไปรับไปส่งขนาดนี้ ได้แค่เพื่อน คิดแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันมันต้องชวนไปกินหมูกระทะงี้ ชวนกันไปฟิตเนสนี่ แล้วก็จบปึ้ง เค้าไม่มาคุยไลน์ส่งสติกเกอร์ฝันดีทุกวันกันหรอก(โว้ย)   4. เป็นพี่น้องกันเถอะ พอๆกะข้อที่แล้ว พี่น้องอะไร อยากได้พี่น้องไปปรึกษาพ่อแม่ของเธอ ไม่ใช่มาบอกกันแบบนี้ พี่น้องกันจริงๆต้องนามสกุลเดียวกันนะ เธอจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเราไหมล่ะ   5.เราท้อง จริงๆข้อนี้ไม่ใช้คำบอกเลิกหรอก แต่เห็นหลายคู่พอพูดแบบนี้ปุ๊บ รุ่งขึ้นฝ่ายผู้ชายหายวับไปหลายรายละ ได้ผลถึงขนาดลบเบอร์ ลบไลน์ ลบเฟสหนีไปเลย ใครอยากลองใช้ก็ลองดูได้นะครับ     สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนจะบอกรักใครสักคน และคิดให้มากๆๆๆก่อนจะบอกเลิกใครสักคน เพราะการบอกเลิกมันอาจทำให้บางคนเจ็บเจียนตายได้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกบอกเลิกหรอกที่เจ็บ วันนึงแฟนเก่าเรามีแฟนไหมที่แซ่บกว่า กลับเป็นเราตะหากที่เจ็บกว่าก็เป็นได้ ทุกการจากลาเจ็บปวดเสมอ จงมีสติกับความรักกันนะครับ   อย่าลืมว่า ใครไม่รัก แต่สมรักนะครับ
บทความ

5Cameoที่น่าประทับใจของ Stan Lee

Stan lee สแตนลี บก.ในยุคบุกเบิกของของคอมมิคมาเวล ผู้ร่วมออกแบบตัวละครมากมายของจักรวาลมาเวล ไม่ว่าจะเป็น สไปรเดอร์แมน ฮัลค์ ธอร์  ไอรอนแมน และอื่นๆอีกมากมาย เราคงจดจำเขาในฐานะหัวหอกสำคัญในงานสร้างการ์ตูนในยุคเก่า แต่มีอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่า เป็นสีสันและจุดเด่นของหนังฮีโรมาเวลก็คือ การมาปรากฏตัวให้เห็นในหนังหรือที่เรียกว่า Cameo ซึ่งมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ที่แสตนลีได้ไปปรากฎตัว ทั้งหนังจากมาเวลเอง และก็ไม่ใช่ก็มี และก็ไม่ใช่ว่าหนังจากการ์ตูนมาเวลทุกเรื่องจะมีแสตนลี บางเรื่องก็ไม่มี บางเรื่องก็มี โดยมักจะเป็นฉากเล็กๆที่เรียกรอยยิ้มเราได้ วันนี้สลอตจะขออณุญาติหยิบยก 5ฉากCameoของStan lee ที่น่าจดจำ มาย้อนดูกันดีกว่า   1. X-men (2000) นับเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างจากคอมมิคมาเวลล์ ที่สแตนลีได้ไปปรากฎตัว โดยก่อนหน้านี้จะเป็นซีรีส์ ไม่ก็การ์ตูน โดยสแตนลีรับบทเป็นคนขายฮอทด็อก   2. Spider-man (2002) เป็นฉากที่สแตนลีได้คุยกับปีเตอร์ปารคเกอร์ ส่วนจะพูดอะไรนั้น กลับไปดูทีกทีกันเองละกัน   3. THOR (2011) เป็นฉากที่ทุกคนพยายามดึงค้อนธอร์ สแตนลีของเราก็ใช้รถกระบะลากค้อนธอร์หวังเพื่อจะเอาขึ้นมาให้ได้ ส่วนผลเป้นยังไงนั้นหลายคนคงยังจำกันได้อยู่   4. Guardians of the Galaxy vol.2 (2016)   เป็นฉากที่แฟนๆหลายคนเชื่อว่านี่คือบทบาทที่แท้จริงของสแตนลี บางคนก็ว่าจริงแล้วสแตนลีเป็น OAA บางคนก็ว่าเป็น the Watcher  5. Dead Pool 2 teaser Trailer (2018) เป็นแค่ตัวอย่างหนังที่นับว่าน่าประทับใจ เพราะเดดพูลได้คุยเรียกชื่อสแตนลี และยังสั่งให้สแตนลีหุบปากอีกตะหาก เดดพูลนี่มันเดดพูลจริง   และจริงๆมีอีกหลายเรื่องที่น่าประทับใจ และถ้าอยากรู้ว่ามีฉากไหนอีก ก็ลองย้อนกลับไปดู แล้วคุณจะพบว่าชายคนนี้มอบความสุขให้เราเสมอมา RIP Stan Lee ขอบคุณที่สร้างความสุขให้แก่ผู้คนบนโลกเสมอมา