5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

27 ธันวาคม 2560

พูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว ส่วนใหญ่พวกเราก็มักจะคิดถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม, อาหารราคาถูก อร่อยโดนใจ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นภูเขา ทะเล หรือแม้แต่สถานที่เที่ยวกลางคืน แต่หลายคนคงลืมไปว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและชาวศาสนาพุทธควรไปมากที่สุด คือ วัด

ฟังดูอาจจะน่าเบื่อสำหรับวัยรุ่น แต่วัดในประเทศไทยมีอะไรให้เราตื่นตาตื่นใจนอกจากการทำบุญมากนัก เช่น วัดที่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายร้อยพันขั้น เพื่อสักการะพระพุทธรูป แต่ก็มีโอกาสได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้าง สวยงาม หากไม่มาที่วัดนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เห็น หรือวัดที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เป็น Unseen Thailand ไม่มีวัดใดบนโลกเหมือนกับวัดนี้อีกแล้ว การเข้าวัด นอกจากจะได้บุญ รู้สึกจิตใจสงบแล้ว ยังเป็นการเสริมดวงชะตา สร้างความมั่นใจให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองเราขณะเดินทางไปท่องเที่ยวตามภาคต่างๆ ซึ่งสลอตก็ได้รวบรวม 5 วัดดังจาก 4 ภาคมาให้ทุกคนได้เดินทางกันไปสักการะบูชากันแล้วจ้า เรียกได้ว่า ถ้าไปภาคนี้ ต้องไปวัดนี้เลย

วัดพระธาตุดอยสุเทพ - ภาคเหนือ

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

วัดชื่อดังและเป็นวัดที่สำคัญที่สุดทางภาคเหนือ อยู่ใน จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในสถานที่แลนด์มาร์คของจังหวัด ที่ว่าถ้ามาเชียงใหม่แต่ไม่ได้มาวัดพระธาตุดอยสุเทพ ก็เหมือนไม่ได้มาเชียงใหม่ มีความเชื่อว่า หากมาขอพรที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ล้วนแต่สำเร็จ สมหวังตามที่ได้ขอพรเอาไว้ ไม่ว่าจะขอพรขอให้ผ่านอุปสรรคแสนยากเย็นแค่ไหน ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ และควรเดินทางไปสักการะอนุเสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาเพื่อเสริมดวง สร้างสิริมงคลให้ชีวิต

ถึงแม้ว่าจะเป็นสายเที่ยว ไม่ใช่สายเข้าวัดทำบุญ แต่ก็ควรเดินทางมาวัดพระธาตุดอยสุเทพสักครั้งหากมาเชียงใหม่ เพราะนอกจากจะสามารถสักการะบูชา ทำบุญเสริมดวง สร้างความสบายใจให้ตัวเองในการเดินทางแล้ว บริเวณลานเจดีย์ยังนับว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ เพราะต้องเดินขึ้นบันไดสูงถึง 300 ขั้น สูงขนาดนี้ แน่นอนว่าวิวที่จะได้เห็นนั้นงดงามอย่างมาก นอกจากนี้ ถ้าหากไม่สะดวกเดินขึ้น - ลง บันได หรือมีคนสูงอายุร่วมเดินทาง ทางวัดก็ยังมีกระเช้าให้บริการ รวมถึงทางลาดสำหรับวีลแชร์, ราวเจ็บบันได และลิฟท์สำหรับคนพิการอีกด้วย

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

วัดพระอารามหลวงชั้นเอกบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงของ จ.นครพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเป็นศาสนสถานสำคัญของชาวตะวันออกเฉียงเหนือทุกจังหวัด รวมถึงเพื่อนบ้านจากประเทศลาว ไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดนครพนมเพียงจังหวัดเดียว เทศกาลสำคัญคือ งานนมัสการพระธาตุพนม ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของแต่ละปี ซึ่งจะกินระยะเวลานานถึง 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียว

มีความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาว่า ใครที่เกิดในจังหวัดนครพนม, ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครพนม รวมถึงได้มีโอกาสมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น 'ลูกพระธาตุ' วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารยังเป็นพระธาตุประจำปีวอก หากใครเกิดในปีวอกและมาทำบุญสักการะที่นี่ จะถือว่าเป็นการเสริมดวงให้ดียิ่งขึ้นไป พระธาตุพนมวรมหาวิหาร ยังเปิดพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุพนมให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมอีกด้วย โดยในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว จะจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ เช่น ผอบสำริด, ประวัติศาสตร์ของพระธาตุพนม ฯลฯ

วัดพนัญเชิงวรวิหาร - ภาคกลาง

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ ตั้งอยู่ใน จ. อยุธยา ด้วยความที่มีอายุมาก จึงทำให้ประวัติที่แท้จริงของวัดพนัญเชิงนั้นค่อนข้างคลุมเครือว่าแท้จริงแล้วใครเป็นผู้สร้าง สาเหตุที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศนิยมเดินทางมาทำบุญสักการะที่วัดพนัญเชิงแห่งนี้ เนื่องจากตั้งใจเดินทางมาเพื่อนมัสการหลวงพ่อโต รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนก็เดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมาสนักการะบูชาพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง พระพุทธรูปความสูงถึง 19.20 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับพระพุทธรูปอื่นในสมัยอยุธยา

วัดพนัญเชิงวรวิหาร มีสิ่งน่าสนใจมากมาย เหมาะทั้งสำบุญผู้ที่ชอบทำบุญ, ผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ และผู้ที่ชื่นชอบในศิลปะอีกด้วย โดยมีธรรมาสน์สลักลวดลายแบบรัตนโกสินทร์ ซึ่งถือว่าเป็นลวดลายที่งดงามมาก และวัดพนัญเชิงยังมีการจัดงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่มากถึง 4 ครั้งต่อปี ซึ่งได้แก่ งานมหาสงกรานต์, งานสรงน้ำห่มผ้าสมัย, งานทิ้งกระจาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือ งานตรุษจีน ซึ่งจะเปิดวิหารหลวงให้นมัสการหลวงพ่อโตเป็นระยะเวลานานถึง 5 วัน

วัดอรุณราชวราราม - กรุงเทพฯ

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

วัดอรุณราชวราราม เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในอีกชื่อหนึ่งก็คือ วัดแจ้ง ตั้งอยู่ใน จ. กรุงเทพฯ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของฝั่งธนบุรี วัดอรุณมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในตำนานเล่าขานที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ 'ตำนานยักษ์วัดแจ้ง' โดยเรื่องราวก็คือ ยักษ์วัดแจ้ง มีหน้าที่ดูแลวัดอรุณ มีเพื่อนรักคือยักษ์วัดโพธิ์ ซึ่งคอยดูแลวัดโพธิ์อยู่ฝั่งตรงข้ามกันของแม่น้ำ ยักษ์ทั้ง 2 ตนสนิทกันมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง ยักษ์ทั้ง 2 ตนทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ เนื่องจากผิดใจกันเรื่องเงิน ด้วยกำลังของยักษ์ที่ปะทะกัน ทำให้บริเวณที่ทั้งคู่ทะเลาะกันพังพินาศจนกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียน และส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบริเวณนั้นเดือดร้อน ยักษ์วัดพระแก้วจึงมาห้ามไม่ให้ทั้ง 2 ตนทะเลาะกัน และยังได้ความร่วมมือจากพระศิวะ หยุดการต่อสู้ครั้งนี้อย่างเด็ดขาดด้วยการสาปให้ยักษ์ทั้ง 2 ตนกลายเป็นหิน และยืนอยู่ในบริเวณของตนเองตลอดกาล ไม่ได้เจอหน้ากันอีก จากตำนานนี้ ก็เป็นตำนานที่มาของ 'ท่าเตียน' เช่นกัน บ้างก็ว่า ในยามวิกาล หากอยู่ใกล้วัดอรุณ จะได้ยินเสียงยักษ์กระทืบเท้าดังลั่น

นอกจากจะมีประวัติเล่าขาน เล่ายังไงก็ไม่หมดแล้ว วัดอรุณยังเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม (ถึงตอนนี้จะมีการบูรณะพระปรางค์ใหม่จนหลายคนไม่พอใจ) , ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติต้องมาสักครั้ง ด้วยการเดินขึ้นบันไดไปจุดยอดสุดเพื่อชมพระปรางค์ และชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางมายังวัดอรุณ มักจะเดินทางมาเพื่อชื่นชมความสวยงามของวัดรวมถึงวิวทิวทัศน์ในบริเวณนั้นเสียมากกว่า ทุกครั้งที่มีวัดสำคัญทางศาสนา วัดอรุณจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นวัดดัง ซึ่งคนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงก็จะนิยมแห่กันไปอย่างมืดฟ้ามัวดิน

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร - ภาคใต้

5 วัดที่น่าไปทำบุญช่วงปีใหม่

วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดชื่อดังที่ตั้งอยู่ใน จ. นครศรีธรรมราช เป็นศาสนสถานสำคัญของชาวนครศรีฯ เนื่องจากมีอายุเก่าแก่ อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานาน จึงทำให้วัดพระมหาธาตุมีความสำคัญทั้งในทางศาสนาและโบราณคดี จุดเด่นของวัดพระมหาธาตุคือ พระธาตุไร้เงา ที่ไม่ว่าแดดจะส่องจากมุมไหน เราก็ไม่มีทางได้เห็นเงาของพระธาตุ ซึ่งเป็นเรื่องจริง และจัดว่าเป็น Unseen Thailand และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเจดีย์องค์เล็กที่ล้อมรอบองค์พระธาตุ ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เจดีย์องค์เล็กเหล่านั้นคือ องค์เจดีย์บริวาร มีทั้งหมด 149 องค์เจดียร์บริวาร ที่มาที่ไปคือ ลูกหลานของบรรพบุรุษได้สร้างไว้เพื่อบรรจุอัฐิของญาติผู้ล่วงลับนั่นเอง

ประเพณีที่สำคัญและมีชื่อเสียงของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คือประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ โดยประเพณีดังกล่าวคือการนำผ้าผืนยาว ซึ่งก็คือผ้าพระบฎ ขึ้นไปห่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในวันสำคัญทางศาสนา มีความเชื่อว่า หากใครได้ร่วมนำผ้าขึ้นธาตุและบนขอพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ก็จะสมปรารถนา ทั้งเรี่องการเรียน, การงาน รวมถึงเรื่องสุขภาพที่ความหวังริบหรี่ ก็สามารถเป็นจริงได้ จึงทำให้ชาวนครศรีธรรมชาติ และชาวไทยจากหลายจังหวัดนิยมกันไปทำบุญสักการะที่วัดพระมหาธาตุแห่งนี้

 

ขอบคุณรูปประกอบจากวิกิพิเดีย

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 อุบัติเหตุที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก

  สถิติที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากที่สุด เรามักจะรู้เพียงสถิติเกี่ยวกับโรคร้ายต่างๆ ว่าโรคอะไรทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด? ก็ได้แก่ มะเร็ง, เส้นเลือดในสมองแตก, เบาหวาน, โรคไต ฯลฯ แต่ถ้าถามว่า อุบัติเหตุอะไรทำให้คนเราเสียชีวิตมากที่สุดล่ะ? เราก็คงนึกไม่ออกใช่ไหมล่ะ สลอตได้ทำการรวบรวมข้อมูลคร่าวๆ ว่ามีอุบัติเหตุอะไรบ้าง ที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด ใครคิดว่ามีอุบัติเหตุอะไรอีก ก็ลองแสดงความคิดเห็นกับสลอตทีนะ อันดับที่ 5 อุบัติเหตุทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น โดนไฟช็อตจนเสียชีวิต,โดนลูกหลงจากเหตุการณ์อันตรายจนเสียชีวิต, โทรศัพท์ระเบิดใส่หน้า เป็นต้น อุบัติเหตุบางอย่าง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น หรือทำให้คนเสียชีวิตได้ ซึ่งไม่สามารถจัดประเภทได้เหมือนอุบัติเหตุอื่นที่เรากำลังจะกล่าวถึง อันดับที่ 4 จมน้ำ จมน้ำ ถือเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของทั่วทุกมุมโลก ในไทยมักจะเกิดเหตุการณ์เด็กจมน้ำในช่วงหน้าร้อน เพราะลงไปเล่นน้ำคลอง ส่วนในประเทศอื่น มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในทะเล โดนคลื่นซัดแรงจนจมน้ำหายไปจำนวนมาก หรือบางราย เพียงแค่ลงไปว่ายน้ำในสระน้ำสาธารณะ ก็มีโอกาสจมน้ำเสียชีวิตได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โดนคนใกล้ตัวกดหัวจนสมองขาดอ็อกซิเจนเป็นเวลานาน อันดับที่ 3 หกล้ม, พลัดตกจากที่สูง การหกล้ม การพลัดตกจากที่สูง เป็นอุบัติเหตุที่เกิดได้ทั้งในวัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงวัยชรา โดยเฉพาะวัยเด็กกับวัยชรา อุบัติเหตุหกล้มเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก ในวัยเด็ก การหกล้มอาจทำให้เสียชีวิตได้ในทันที เพราะเด็กไม่สามารถบังคับควบคุมร่างกายตัวเองได้ตามใจ ส่วนในวัยชรา การหกล้ม อาจทำให้อวัยวะสำคัญได้รับการกระทบกระเทือน ส่งผลให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ มีผู้คนจำนวนมากประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงจนเสียชีวิต เช่น เซลฟี่ในสถานที่หวาดเสียวจนเกิดอุบัติเหตุ, ลื่นตกบันได, หกล้มหัวฟาดพื้นขณะปีนเก้าอี้เพื่อเก็บของ เป็นต้น การหกล้ม การพลัดตกลงมา อาจเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทุกวันและเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็อันตรายมากเลยล่ะ อันดับที่ 2 อุบัติเหตุขณะทำงาน ทั่วโลก มีผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงานแทบทุกวัน แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก เพราะบริษัทหลายแห่งจำเป็นต้องปิดข่าว ที่เห็นได้ชัดคือ การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม, การทำงานกับเครื่องจักร, การทำงานในไซต์ก่อสร้าง คนงานเข้าไปติดในเครื่องจักรจนเสียชีวิตบ้าง ถูกอุปกรณ์ขนาดยักษ์ทับจนเสียชีวิตบ้าง ในการก่อสร้างแต่ละครั้ง มักจะมีคนงานเสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างแทบทุกครั้ง อันดับที่ 1 อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นอุบัติเหตุที่เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยแล้ว มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนประมาณ 2 คนต่อนาที และประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่ถูกร่ำลือว่า เป็นประเทศที่การจราจรอันตรายที่สุด อุบัติบนท้องถนน รวมทุกอย่างเอาไว้ ทั้งเมาแล้วขับ, หลับใน, คันเร่งค้าง, เบรคแตก ฯลฯ ผู้เสียชีวิตบนท้องถนน มีทุกเพศทุกวัย และมากกว่าอุบัติเหตุอื่นๆ เป็นเท่าตัว อุบัติเหตุบนท้องถนน ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 สาเหตุการเสียชีวิต ที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดของโลก (สาเหตุอื่นได้แก่ มะเร็ง, เส้นเลือดในสมองแตก ฯลฯ) เพราะบนท้องถนน เราไม่รู้เลยว่า ผู้ใช้ถนนร่วมกันกับเราเชี่ยวชาญมากแค่ไหน เมาหรือไม่ มีสติหรือไม่ ต่อให้เราระวัง คนอื่นก็อาจจะไม่ระวังอยู่ดี
บทความ

5อนิเมะแนวฮาเร็มชื่อดัง

พูดถึงอนิเมะแนวที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักอ่านผู้หญิงและผู้ชาย ก็คือแนวฮาเร็ม ฮาเร็มมีทั้งฮาเร็มสำหรับผู้หญิงอ่าน และฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน ตัวเอกของเรื่องมักจะล้อมรอบไปด้วยผู้ชายหรือผู้หญิงหน้าตาดี ที่มักจะมาพัวพันแบบที่ไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฮาเร็มสำหรับผู้ชายอ่าน มีตัวละครผู้หญิงเยอะกว่า แต่ผู้หญิงก็สามารถอ่านได้ และฟินเหมือนกัน เพราะตัวละครผู้หญิงในการ์ตูนฮาเร็มมักจะมีนิสัยที่น่ารัก น่าติดตาม การ์ตูนแนวฮาเร็มที่สลอตรวบรวมมาในวันนี้ บางเรื่องอาจจะไม่โด่งดังมาก แต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นการ์ตูนฮาเร็มขึ้นหิ้ง 1. Mahou Sensei Negima! ชื่อไทยของการ์ตูนเรื่องนี้คือ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! การ์ตูนแนวฮาเร็มรุ่นบุกเบิกเรื่องหนึ่งจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของคุณครูพ่อมด ที่ได้โอกาสไปสอนหนังสือในโรงเรียนหญิงล้วน ความฮาเร็มคือ เนกิมะได้ทำพันธสัญญากับนักเรียนหญิงทั้งห้อง โดยพันธสัญญาของแต่ละคนจะมีเอฟเฟคท์ที่ต่างกันไป และนักเรียนหลายคน มีความเกี่ยวข้องกับเนกิมะอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เนื้อเรื่องได้แทรกความตลก เฮฮา น่ารัก มีติดเรทบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มีฉากเครียด ฉากเลือดสาดมาให้ปวดหัวใจเลย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเฉลยในเนื้อเรื่อง ว่าสุดท้ายเนกิมะได้ลงเอยกับใคร แต่ในเรื่อง UQ Holder! ซึ่งเป็นการ์ตูนภาคต่อของเนกิมะ ได้เฉลยแล้วว่า สรุปแล้วเนกิมะแต่งงานกับใคร ในมังงะตอนที่ 140! แอบกระซิบว่า เป็นตัวละครที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ ว่าเนกิมะจะมาลงเอยกับคนนี้! 2. Nisekoi การ์ตูนเรื่องที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์สงครามนางเอกที่รุนแรงที่สุดเรื่องแรก พระเอกของเรื่องนี้จัดได้ว่าฮอตมาก มีสาวน่ารักมาแอบชอบ, มีคู่หมั้นที่สวยมาก, มีพี่สาวสุดน่ารัก, ต้องแกล้งเป็นแฟนกับสาวฮอตประจำโรงเรียน ฯลฯ ผู้หญิงแต่ละคนในเรื่องก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ดูยังไงก็สามารถเข้ากับพระเอกได้ทุกคน จนทำให้เกิดสงครามขนาดย่อมขึ้นมา ทั้งในเว็บบอร์ดการ์ตูนและเว็บไซต์พันทิป เป็นเรื่องแรกๆ ที่มีการเรียกชื่อตัวละครด้วยสีผม เช่น ทีมหัวเหลือง, ทีมหัวดำ, ทีมหัวส้ม, ทีมหัวน้ำเงิน ฯลฯ Nisekoi เป็นการ์ตูนแนวความตลกเฮฮา ที่มีฉากต่อสู้เข้ามาเป็นระยะ เพราะตัวเอกของเราเป็นทายาทยากูซ่า และยังมีเนื้อเรื่องรองที่ชวนให้ติดตามอีกด้วย ถ้าใครไม่ชอบพระเอก ก็อาจจะชอบพระรองของเรื่องก็ได้นะ 3. School Days การ์ตูนแนวฮาเร็มที่แท้จริง ที่ค่อนข้างจะ.. ปวดตับเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าปวดตับในแง่ของการแอบชอบแล้วไม่สมหวังนะ แต่ตอนจบนี่ชวนปวดตับมาก จนอยากจะควักตับควักตาควักสมองออกมาล้าง ในตอนแรก มันก็ดูเป็นการ์ตูนแนว School life รักวัยรุ่นทั่วไปสดใส แต่ยิ่งดูไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ พระเอกเริ่มมีฮาเร็มเยอะขึ้น จนประมาณ 2-3 ตอนสุดท้าย ถือเป็นที่สุดอย่างแท้จริง ส่วนตัวสลอตคิดว่า ถ้าผู้ชายมีฮาเร็มในชีวิตจริง ก็คงมีจุดจบแบบการ์ตูนเรื่องนี้แหละ มีจุดจบยังไงน่ะหรอ? ต้องลองหาอ่าน หาดูกันเอาเองแล้วล่ะ 4. Love Hina นอกจากจะเป็นการ์ตูนแนวฮาเร็มแล้ว Love Hina ยังเป็นการ์ตูนให้กำลังใจเหล่าเด็กนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย ตัวเอกของเรื่องพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวที่มีชื่อเสียง ตามที่เขาได้เคยสัญญาเอาไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็พยายามมา 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังเตรียมตัวสอบใหม่อีกครั้งนั้น เขามีโอกาสได้ไปพักอาศัยในรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหอพักหญิงล้วนซะงั้น เขาต้องรับมือกับลูกบ้านผู้หญิง ที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการที่มีผู้ชายเข้ามาอยู่ในหอพัก และเขาต้องพยายามอ่านหนังสือ ต่อสู้เพื่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยตามที่หวังเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี การ์ตูนเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นการ์ตูนที่ตราตรึงผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะผู้อ่านที่อยู่ในช่วงเตรียมสอบเข้า 5. Bakemonogatari หนึ่งในการ์ตูนจากซีรีส์ monogatari ที่สลอตยกให้ Bakemonogatari เป็นแนวฮาเร็ม เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องดูของซีรีส์นี้ สาวๆ แต่ละคนในฮาเร็มของพระเอกเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะพวกเธอทุกคนล้วนมีวิญญาณสัตว์เข้าสิงอยู่! มีทั้งน้องปู น้องทาก น้องลิง น้องงู น้องแมว เดือดร้อนเพราะเอก ที่มีร่างกายกึ่งอมตะเพราะถูกแวมไพร์กัด ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเธอ จนนั่นแหละ สาวๆ ก็ติดใจชื่นชอบเพราะเอกกันตามพล็อตเรื่องแนวฮาเร็ม ซีรีส์การ์ตูน monogatari เป็นการ์ตูนที่ใครจะชอบก็ชอบจนคลั่ง ถ้าใครจะเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ไปเลย เนื่องจากการ์ตูนมีการใช้คำพูดที่เยอะมาก มีการเล่นคำ ตีความหมายคำพูด แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดดูไม่ได้เลยนะ เพราะก็เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่มีกระแสค่อนข้างแรงเลย ลองเปิดใจดูสิ
บทความ

5 อนิเมะน่าดู 2019

ในแต่ละปี นอกจากจะต้องคอยตามเช็คว่าภาพยนตร์เรื่องไหนน่าดูแล้ว การตามเช็คว่าอนิเมะเรื่องไหนน่าดู ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเหมือนกัน ในแต่ละปี แต่ละสตูดิโอก็จะเข็นผลงานอนิเมะเรื่องใหม่ๆ เนื้อหาเด็ด ภาพสวย ออกมาแข่งขันกัน กว่าจะได้สักผลงาน ก็ไม่ใช่ว่าจะออกกันปีต่อปี บางเรื่อง กว่าจะออกภาคต่อมาได้ ก็ล่อไปเป็นปีเลย ปี 2019 เป็นปีที่มีการทำอนิเมะกลับมาฉายใหม่เยอะมาก แต่ก็มีอนิเมะที่ไม่มีภาคต่อมาสักพักแล้ว ฉายในปีนี้เช่นเดียวกัน มีเรื่องไหนน่าติดตามบ้างนะ? One Punch Man 2nd Seasonฉายช่วงเดือนเมษายน 2019 (กำลังฉาย)   การ์ตูนที่ดังมาตั้งแต่สมัยเป็นมังงะ ด้วยพลังสุดเทพของพระเอก สกิลหมัดเดียวจอด ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน โดนพระเอกต่อยทีเดียว ร่วงทุกราย! ในอนิเมะ One Punch Man ซีซันแรก ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทั้งเพลงประกอบ, การเคลื่อนไหว, ลายเส้น, ฉากแอ็คชัน ให้ความรู้สึกมันส์สะใจสมกับเป็นอนิเมะแนวแอ็คชัน ถึงแม้ว่าซีซัน 2 ของภาคนี้ อาจจะดรอปไปบ้างในเรื่องลายเส้น รวมถึงบางฉาก แต่รวมๆ แล้วก็ใช้ได้เลย เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ไม่ได้มีเนื้อหาแค่ต่อยหมัดเดียวจบไปเรื่อยๆ เหมือนที่หลายคนคิดนะ Dungeon ni Deai wo Motomeru no wa Machigatteiru Darou ka IIฉายช่วยเดือนกรกฎาคม 2019 ชื่อสั้นๆ ของอนิเมะเรื่องนี้คือ DanMachi ซึ่งสร้างจากไลท์โนเวลชื่อดังของญี่ปุ่น หลังจากประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมในวงกว้างจากการฉายภาคแรก (โดยเฉพาะคนคอสเพลย์จากตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก) ข่าวคราวของอนิเมะเรื่องนี้ก็เงียบหายไปเลย จนคิดว่าไม่น่าจะมีภาคต่อแล้ว กระทั่งล่าสุด ได้มีการรายงานว่า DanMachi เตรียมทำอนิเมะภาค 2 แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ภาค 2 ที่จะฉาย เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงเวลาใด เอาเป็นว่ามารอดูกัน Dr. Stoneฉายช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 หนึ่งในการ์ตูนยอดนิยมจากโชเนนจัมป์ ที่แม้จะไม่มีคนรู้จักในวงกว้างเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น แต่ก็สามารถเบียดจนขึ้นเป็นการ์ตูนยอดนิยมติดอันดับของโชเนนจัมป์ได้ Dr. Stone เป็นเรื่องราวสุดลึกลับ ที่จู่ๆ มนุษย์ทั้งโลกก็กลายเป็นหิน? ผ่านไปหลายปี มีชายหนุ่มคนหนึ่งสามารถกลายร่างคืนเป็นมนุษย์ได้ เขาต้องตามหาผู้ที่สามารถคืนร่างเดิมของตัวเองได้ และตามหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา? ฟังดูอาจจะน่าเบื่อ แต่เป็นการ์ตูนแอ็คชันแนววิทยาศาสตร์ที่น่าติดตามมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ Boku no Hero Academia 4th Seasonฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 การ์ตูนที่ถูกตั้งฉายาว่า เป็นความหวังของโชเนนจัมป์ ที่จะช่วยชูโรงให้โชเนนจัมป์รุ่งเรือง หลังจากการ์ตูนชื่อดังของโชเนนจัมป์ค่อยๆ อวสานไปทีละเรื่อง ทั้งมังงะและอนิเมะ 3 ซีซันแรก ก็ได้รับความนิยมสูงมาก อนิเมะทั้ง 3 ซีซันก็ทำได้ดีมาก ทั้งเพลงประกอบ, ลายเส้น, การเคลื่อนไหว, เสียงพากย์, ฉากแอ็คชัน จึงทำให้แฟนการ์ตูนเรื่องนี้ต่างรอคอยการมาถึงของอนิเมะซีซันที่ 4 ในฐานะที่อ่านมังงะมาล่วงหน้าแล้ว ขอกระซิบเลยว่า เนื้อเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น เข้มข้นมากแบบพลาดไม่ได้! Psycho-Pass 3ฉายช่วงเดือนตุลาคม 2019 เนื้อเรื่องของ Psycho-Pass เกี่ยวกับโลกที่จะตัดสินพลเมืองว่าใครเป็นคนดี หรือใครเป็นอาชญากร ด้วยระบบวัดค่าตัวเลข ถ้าหากใครที่มีค่าตัวเลข หรือค่า Psycho-Pass สูงเกินกำหนด คนพวกนั้นจะถูกจัดว่าเป็นอาชญากร และถูกกำจัดได้ทันที แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อระบบนี้ ก่อให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้น การกดขี่ข่มเหงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซีซัน 1 และซีซัน 2 ของอนิเมะเรื่องนี้ ฉายจบไปนานมากแล้ว (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014) กระทั่งล่าสุด ก็มีการประกาศว่า ได้ทำการสร้างซีซัน 3 เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาถึง 2 ตัว เพื่อให้เนื้อเรื่องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น! มารอดูกันได้เลย
บทความ

5 ข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

แต่ละประเทศ ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันคือ นิสัย พฤติกรรม การวางตัว ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจอคนเอเชียพูดจาเสียงดังเปิดเผย แสดงว่ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เวลาเจอคนที่ส่ายหัวทุกครั้งที่พูด แสดงว่ามาจากอินเดีย วันนี้เราจะมาดูกันว่า ระหว่างคนไทย กับคนญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จะมีข้อแตกต่างอะไรบ้าง 1. การแสดงออก คนญี่ปุ่น จะมีปฏิกิริยาที่ล้นกว่าคนไทย หรือที่พูดง่ายๆ ก็คือ โอเวอร์แอ็คติ้ง รีแอคชั่นของคนญี่ปุ่นที่เราเห็นกันในทีวี ชีวิตจริงพวกเขาก็เป็นกันแบบนั้นแหละ เจออะไรที่น่าแปลกใจ น่าตกใจอะไรนิดหน่อย ก็ฮือฮาเสียงดังลั่นแล้ว แตกต่างจากคนไทยที่ไม่ค่อยแสดงออกอะไรเท่าไหร่ ค่อนข้างคีพลุค ดูไม่ค่อยออกว่ารู้สึกอะไรอยู่ เจอคนญี่ปุ่นเข้าใจก็จะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของพวกเขานั่นแหละ 2. ความตรงต่อเวลา เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใครที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่น จะรู้เลยว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เรื่องเวลาเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมากๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะการรักษาเวลาส่งผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงตัวเราเองด้วย ส่วนคนไทย ก็มีทั้งคนที่รักษาเวลา และคนที่ไม่รักษาเวลา แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรักษาเวลากันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเวลานัดไปเที่ยวกับเพื่อน สายแล้วสายอีก 3. ความสะอาด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย บ้านเมืองญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีขยะ แม้กระทั่งงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ ก็มีขยะให้พบเห็นน้อยมาก นั่นเป็นเพราะข้อกฎหมายหลายอย่าง และการปลูกฝังความเป็นระเบียบ ความรับผิดชอบของคนญี่ปุ่น ส่วนคนไทยจะติดนิสัยมักง่าย กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น เวลามีงานอะไรสักที เช่น งานคอนเสิร์ต งานแข่งกีฬา พอจบงาน ก็ขยะล้นจนเดินไม่ได้ 4. การทำงาน คนญี่ปุ่นทั้งประเทศ มักจะทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน โหมทำงานอย่างหนัก จนมีข่าวพนักงานฆ่าตัวตายเพราะความเครียดเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังในญี่ปุ่น ยังมีหลายบริษัทที่มีการกดขี่พนักงานราวกับไม่ใช่มนุษย์ ส่วนประเทศไทย ต่อให้กดดันแค่ไหน คนไทยก็หาลู่ทางในการชิลได้ แอบเล่น Facebook twitter LINE ตอนทำงานถือเป็นเรื่องปกติในไทย ถ้าเป็นญี่ปุ่นนี่ไม่ได้เลยนะ 5. ความเคารพในกฎกติกา เมื่อดูจากภาพรวมทั้งหมด การที่คนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีระเบียบ เรียบร้อย เป็นไปตามแบบแผนที่กำหนดไว้ เป็นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังให้เคารพในกฎกติกาที่ถูกสร้างขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การห้ามทิ้งขยะหน้าบ้านคนอื่น, ถ้าจะทิ้งขยะชนิดนี้ ต้องทิ้งในวันที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ฯลฯ แค่การทิ้งขยะก็มีการตั้งกฎอย่างชัดเจน และผู้คนก็ปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัดแล้ว ต่างจากประเทศไทย ที่ต่อให้กฎหมายหนักแค่ไหน ก็จะหาลู่ทาง เส้นสาย เพื่อให้ตัวเองพ้นจากความผิด หรือรับโทษอย่างเบาที่สุด อะไรแหกได้แหก คนไทยถูกปลูกฝังมาว่าการมีเส้นสาย หรือการแหกกฎได้ เป็นเรื่องเท่