5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

14 ธันวาคม 2560

แม้ว่าบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการแพทย์บนโลกใบนี้ จะเร่งพัฒนา คิดค้นยาหรือสารที่ทำให้มนุษย์ไม่ป่วย มีร่างกายแข็งแรง หรือคิดค้นยาที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยที่ไม่น่าจะรักษาหายได้ แต่อีกมุมหนึ่ง ก็ยังมีคนไม่ดีอยู่มาก ที่พัฒนายาหรือวัตถุดิบต่างๆ ให้กลายเป็นสารเสพติดได้ จนทำให้เกิดผู้ป่วยจากการเสพสารเสพติดมากขึ้นทุกปี

จริงๆ แล้ว เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวหรือทำความรู้จักกับสารเสพติดจะดีมาก เพราะตัวการหลักที่ทำให้คนติดยาเสพติดนั้นก็คือ การอยากรู้อยากเห็น อยากลอง จากข้อมูลที่ถูกแชร์กันตามเว็บไซต์หรือตามแหล่งข่าวต่างๆ แต่เราก็ควรจะรู้เอาไว้บ้าง ว่าสารเสพติดชนิดใดน่ากลัวที่สุด ออกฤทธิ์ยังไง เพื่อจะได้ทราบว่าควรรักษาอย่างไร และอาการแบบนี้นั้นมาจากสารเสพติดชนิดไหน? ก่อนจะอ่าน สัญญากับสลอตก่อนได้มั้ยว่าจะอ่านแค่เป็นความรู้เฉยๆ ไม่ได้อ่านเพราะอยากเสพ ถ้าผิดสัญญาขอให้สมองหาย (จริงๆ ก็หายไปตั้งแต่ติดตามสลอตแล้วล่ะ ใช่มั้ยใช่มั้ย)

อันดับที่ 5 AH-7921

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

เป็นสารเสพติดเสพติดที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยจะส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและระบบทางเดินอาหารโดยตรง น่าแปลกที่สารเสพติด AH-7921 นั้น ซื้อขายบนโลกออนไลน์ได้อย่างอิสระ ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เสพยาจนกลายเป็นสารเสพติดที่คนนิยมเสพกันมากที่สุดในช่วงปี 2015 จนได้รับฉายาว่า 'เฮโรอีนถูกกฎหมาย'

ถึงแม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากการเสพ AH-7921 เพียงน้อยนิด แต่มันก็ส่งผลอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากมันออกฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนมากถึง 80% สามารถทำให้ระบบทางเดินหายใจของผู้เสพขัดข้อง จนถึงขั้นไม่สามารถหายใจได้ รวมถึงยังทำให้เนื้อหนังมังสาของผู้เสพเน่าเปื่อย จนถึงขั้นเนื้อตาย ต้องตัดเนื้อนั่นทิ้ง

อันดับที่ 4 Bath Salts

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

สารเสพติดชนิดนี้ มีลักษณะใกล้เคียงกับ Flakka สารเสพติดที่ทำให้ผู้เสพออกอาการคล้ายซอมบี้อย่างมาก เนื่องจากสกัดมาจาก คานิโทน เช่นเดียวกัน แต่ Bath Salts จะออกฤทธิ์ที่ไม่ค่อยรุนแรงเท่า (แต่ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ) Bath Salts เป็นสารเสพติดชนิดกระตุ้นประสาทที่ค่อนข้างน่ากลัว

โดยผลข้างเคียงของสารเสพติดชนิดนี้ จะส่งผลโดยตรงกับระบบประสาทของผู้เสพ จนทำให้เกิดอาการทางจิตแบบอ่อนๆ เช่น เห็นภาพหลอน, คุ้มคลั่ง, หวาดระแวงอย่างหนัก จนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ผลเสียของการเสพสารเสพติดชนิดนี้ก็คือ จะทำให้หัวใจวาย และอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติจนอันตราย

อันดับที่ 3 Flakka

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

เป็นสารเสพติดที่ช่วงนี้กระแสโซเชียลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสาเหตุที่หลายคนรู้จักคือ การแชร์คลิปของมนุษย์ที่มีอาการคุ้มคลั่ง ไล่ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เราไม่สามารถห้ามปรามคนที่มีอาการแบบนั้นได้ ไม่ว่าจะห้ามด้วยความรุนแรงยังไงก็ไม่หยุด แถมยังถูกทำร้ายร่างกายกลับด้วยการกัดผู้ที่พยายามห้ามปรามจนเลือดตกยางออก จนทำให้ได้รับการกล่าวขานว่า ผู้ที่เสพยา Flakka เข้าไป จะมีลักษณะเหมือนซอมบี้ที่บ้าคลั่ง

สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เนื่องจาก Flakka จะส่งผลให้ผู้เสพมีอุณหภูมิร่างกายมากถึง 40 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิปกติเฉลี่ย 36.5) แน่นอนว่าจะส่งผลให้อดรีนาลีนในร่างกายหลั่งออกมามากจนผิดปกติ รวมถึงมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทของผู้เสพ จนเกิดอาการภาพหลอน, หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, อารมณ์ พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น จนไล่ทำร้ายผู้อื่นตามที่เห็นในคลิป Flakka นั้นสกัดมาจาก คานิโทน ยาชนิดหนึ่งที่มีใช้ในวงการแพทย์จริงๆ แต่พ่อค้ายากลับนำมาดัดแปลงให้เป็นสารเสพติด ผลเสียของมันอาจจะดูไม่น่ากลัวมากนัก (หลายคนอาจกำลังคิดว่า แค่ล็อคตัวเอาไว้ก็ไม่เป็นอันตรายแล้ว) แต่อาจจะทำให้หัวใจล้มเหลวได้ เนื่องจากตัวยาส่งผลต่อหัวใจนั่นเอง

อ่านถึงตรงนี้ อาจจะสงสัยว่า Bath Salts กับ Flakka นั้นแตกต่างกันยังไง?
ผู้ที่เสพ Bath Salts ไม่อันตรายเท่าผู้ที่เสพ Flakka เนื่องจากส่วนใหญ่ของผู้เสพ Bath Salts จะอาละวาดในวงแคบๆ เช่น วิ่งไปทั่วโดยไม่รู้จุดหมาย, ควบคุมตัวเองไม่ได้, คุยคนเดียว ส่วน Flakka นั้น นอกจากจะมีอาการเดียวกันกับ Bath Salts แล้ว ยังทำร้ายผู้อื่นตามที่เห็นในคลิปที่แชร์บนโลกออนไลน์อีกด้วย

อันดับที่ 2 Whoonga

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

แท้จริงแล้ว Whoonga เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาผู้ที่มีเชื้อ HIV ในแอฟริกาใต้ แต่ด้วยความที่ฤทธิ์ของมันนั้น นอกจากจะสามารถต่อต้านเชื้อ HIV แล้ว ยังส่งผลต่อระบบประสาทด้วย จึงทำให้ผู้ที่เสพสารเสพติดต้องการยาชนิดนี้ หลายครั้งที่มีข่าวว่า ผู้ป่วย HIV ถูกขโมยยา Whoonga ไป รวมถึงมีข่าวว่า คนธรรมดาบางคนยอมลงทุนฉีดหรือนำเชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ได้ใช้ยา Whoonga (สำหรับผู้ป่วย HIV ในแอฟริกาใต้ จะได้รับการรักษาด้วยยา Whoonga แบบฟรีๆ)

Whoonga นั้นเป็นยาที่ค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากมันเป็นยาที่ถูกกฎหมายแถมยังราคาถูกมากในแอฟริกาใต้ และสามารถเสพติดได้ จากการลองเสพเพียงครั้งเดียว จึงทำให้มันได้รับความนิยมอย่างมาก (แต่บางคนก็ไม่อยากเสียเงินล่ะนะ) ผลข้างเคียงของการใช้ยาชนิดนี้เกินขนาด จะส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร, เลือดตกภายในร่างกาย ก่อนจะเสียชีวิตอย่างทรมานในที่สุด

อันดับที่ 1 Krokodil

5 ยาเสพติดที่ให้โทษร้ายแรงที่สุด

เป็นสารเสพติดที่อันตรายมากที่สุด ต้นกำเนิดของสารเสพติดชนิดนี้มาจากประเทศรัสเซีย ผลของการเสพ Krokodil นั้น จะทำลายเนื้อเยื่อของผู้เสพ ส่งผลให้ผิวหนังมีลักษณะแห้งกรังคล้ายหนังจระเข้ (จึงเป็นที่มาของชื่อ Krokodil ที่คล้ายกับคำว่า Crocodile ที่แปลว่าจระเข้นั่นเอง) นอกจากนี้ มันยังทำลายหลอดเหลือ, ส่งผลโดยตรงถึงกระดูก ทำให้กระดูกพรุนอีกด้วย

ผลมันน่ากลัวขนาดนี้ แล้วทำไมคนถึงยังคิดจะเสพกัน? สาเหตุเป็นเพราะ Krokodil นั้นยังทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีความสุขราวกับตกอยู่ในภวังค์ จนต้องการเสพมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าผิวหนังจะถูกทำลายไปมากแค่ไหน นอกจากนี้ มันยังถูกกล่าวขานว่าเป็น 'เฮโรอีนราคาถูก' อีกด้วย เนื่องจากมันถูกซื้อขายในราคา 20 ปอนด์ต่อกรัม ส่วนเฮโรอีนจะอยู่ที่ 60 ปอนด์ต่อกรัมนั่นเอง จุดจบของผู้ที่เสพ Krokodil นั้น ล้วนจบลงที่ความตาย และมักจะมีชีวิตอยู่ได้นับจากเสพครั้งแรกไปเฉลี่ย 2-3 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าส่งผลถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็วจนน่ากลัว

 

ใครอยากรู้เรื่องเพิ่มเติม Googleเอาแล้วกัน

ขอบคุณรูปจากวิกิพิเดีย

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 เมนูอาหารที่เก่าแก่มากที่สุดในโลก

ยิ่งมีคนมากขึ้น ความต้องการก็ต้องหลากหลายมากขึ้น จึงมีการผลิตเมนูอาหารใหม่ๆ ออกมาทุกวัน ย้อนไปสัก 5 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักบิงซู แต่ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ร้านขายบิงซู ย้อนไปสัก 10 ปีก่อน เราคงไม่รู้จักชาบู แต่ตอนนี้ร้านชาบูเปิดแข่งกันยิ่งกว่าเซเว่น แต่เคยสงสัยมั้ย ว่าอาหารอะไรล่ะ ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด มีการผลิตและกินอาหารชนิดนี้มานานมากแล้ว? บางอย่างก็ยังคงเป็นสิ่งที่เรากินทุกวันเหมือนเดิม ซึ่งเป็นระยะเวลาหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่มันถูกคิดค้นขึ้นมา 1. ขนมปังเผา อารมณ์ประมาณขนมปังปิ้ง ขนมปังย่างในยุคสมัยนี้ แต่ในสมัยก่อนไม่มีเครื่องทำอาหารที่เหมาะสม จึงออกมาเป็นรูปแบบของขนมปังเผาแทน ขนมปังเผา พบบริเวณท่าเรืออ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าเมนูขนมปังเผามีมานานมากกว่า 5.500 ปีแล้ว มองจากภายนอกเราคงไม่รู้ว่ามันคือขนมปัง แต่นักโบราณคดีทราบว่าเจ้าก้อนกลมชิ้นสีดำนี้คือขนมปัง เนื่องจากมีข้าวบาเลย์อยู่ด้านในของชิ้นส่วน คาดว่าผู้ที่สร้างเมนูนี้ขึ้นมา คือชาวสหรัฐฯ กลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามายังเกาะอังกฤษ 2. ซุปต้มกระดูก เมนูโปรดของหลายคน เวลาได้ซดน้ำซุปต้มกระดูกร้อนๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีทุกครั้ง ซุปต้มกระดูกโบราณ มีอายุมากกว่า 2,400 ปี ถูกพบระหว่างคนงานกำลังขุดหาทองคำเหลวในประเทศจีน เรียกได้ว่ามันมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุซุปนั้นปิดสนิทอย่างดี ทำให้ด้านในนั้น ยังมีซุปหลงเหลืออยู่ ไม่แห้งหรือระเหยไปจนหมด อย่างไรก็ตาม ซุปได้กลายเป็นสีเขียวไปแล้ว เนื่องจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผลิตภัณฑ์นั่นเอง เลยอดชิมว่า ซุปต้มกระดูกเมื่อหลายพันปีที่แล้ว จะมีรสชาติเดียวกับปัจจุบันหรือไม่ 3. เนย มีการพบโถบรรจุเนยสภาพดีเยี่ยม ซึ่งคาดว่าเนยที่ค้นพบนั้นมีอายุมากกว่า 3,000 ปีแล้ว แม้ว่าตัวเนยอาจจะเสียอะไรหลายอย่างไปบ้าง เช่น ความสมบูรณ์ของตัวครีม ซึ่งแปรสภาพจากครีมกลายเป็นขี้ผึ้งแทน แต่อย่างอื่นก็คือว่า มองปราดเดียวรู้เลยว่าเป็นเนย ปัจจุบันเนยที่เก่าแก่ที่สุด ถูกรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศไอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมีสภาพดี แต่ก็ยังไม่มีใครเคยชิมหรอกนะ ว่ามันรสชาติดีตามสภาพรึเปล่า? 4. เส้นก๋วยเตี๋ยว ก่อนที่จะมีการสรุปได้ว่า ประเทศใดสร้างเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเป็นประเทศแรก หลายประเทศต่างถกเถียงกันว่าใครเป็นออริจินอล ทั้งประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งชาวอาหรับ สุดท้าย ก็ค้นพบหลักฐานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นประเทศแรกของโลก และสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การค้นพบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่ที่สุด พบเมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว บริเวณริมแม่น้ำเหลืองในประเทศจีน คาดว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยในบริเวณนี้ รีบร้อนอพยพเพื่อหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้มีเส้นก๋วยเตี๋ยวตกตามพื้นในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์จนกระทั่งมีคนไปพบเข้า 5. เนื้ออบแห้ง ในสมัยก่อน ไม่มีวิธีการเก็บรักษาอาหารได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยนี้ ที่แค่โดนเข้าตู้เย็นอาหารก็อยู่ได้นานแล้ว มีการพบเนื้ออบแห้งในหลุมฝังศพแห่งหนึ่งในประเทศจีน คาดว่าเนื้ออบแห้งนั้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี สภาพของเนื้อวัวอบแห้งที่นักโบราณคดีพบ รูปร่างค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากพวกมันผ่านการตากแห้งมาแล้ว แต่สีของเนื้อวัวตากแห้งจะค่อนข้างเพี้ยนจากสีที่เราชินตาไปสักหน่อย เนื้อวัวอบแห้งในสมัยก่อน ถือเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับนักเดินทาง
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดในฤดูฝน

ฤดูฝน เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของคนส่วนมากสักเท่าไหร่นัก มันเป็นปัญหามากกว่าฤดูร้อนเสียอีก มันทั้งเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะหนะ ตัวเปียก เหม็นอับชื้นตลอดเวลา คนประกอบอาชีพจากหลายอาชีพ เหนื่อยที่สุดก็ฤดูฝนเนี่ยแหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูวัดใจเลย เรามาหาวิธีเอาตัวรอดจากฤดูสุดหฤโหดนี้ดีกว่า 1. พกร่มขนาดเล็กใส่กระเป๋าตลอดเวลา การพกร่มอาจจะเกะกะ และทำให้คุณต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากขึ้น จนส่งผลให้ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือไม่มีพื้นที่เก็บของอย่างอื่น แต่หลังๆ ก็มีการผลิตร่มขนาดเล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบพกอะไรไปไหนมาไหน มันอาจจะมีขนาดเล็กจนบังฝนได้คนเดียว หรือแม้แต่บังคนเดียวก็ยังไม่ได้ กางแล้วก็ยังเปียกอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถปกป้องคุณและของสำคัญจากน้ำฝนและความเปียกชื้นได้ ป้องกันได้สัก 50% ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันเลย 2. โหลดแอพฯ แจ้งเตือนสภาพอากาศ ถึงแม้ว่าการพยากรณ์อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความแม่นยำเลย อย่างน้อยเราก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าในพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงเกิดฝนตก เราจะได้หลีกเลี่ยง ป้องกันตัวเองไว้ดีกว่าการที่ต้องมาคิดได้ทีหลังว่า รู้แบบนี้เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกมาข้างนอกดีกว่า ถ้าหากมีนัดสำคัญหรืองานสำคัญ โดยที่ไม่เช็คสภาพอากาศก่อนละก็ ความเสี่ยงที่งานจะล่ม เกิดเหตุเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้น จะมีเยอะมาก 3. ใช้เครื่องอบผ้า ในช่วงฤดูฝน สิ่งที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด ใช้ชีวิตยากขึ้น ก็คือการตากผ้าเนี่ยแหละ ตากยังไงก็ไม่มีแห้งเพราะไม่มีแดด พอใกล้จะแห้งปุ๊บ ฝนตกซะงั้น! สลอตขอแนะนำให้ซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เลย หรือก็ไปใช้เครื่องอบผ้าตามร้านที่มีบริการซักผ้าอบผ้าก็ได้ มันอาจจะถูกมองว่าเปลืองเงิน แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีในฤดูฝน การตากผ้าในห้องไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะอาจทำให้ห้องชื้น และเหม็นอับไปด้วย ลองดูกันนะ 4. พกถุงพลาสติก การใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ควรลดละเลิก เพราะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม แต่ในฤดูฝน พกไว้บ้างก็ได้ รียูสใช้ในทุกวัน ถ้าเปียกก็เอาไปตากให้แห้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ถ้าเราลืมพกร่ม ลืมดูพยากรณ์อากาศ ถุงพลาสติกเนี่ยแหละที่พอจะรักษาชีวิตให้คุณได้ คลุมหัวได้เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินฝ่าฝน ใส่ของสำคัญอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ค แฟ้มเอกสารให้ไม่เปียก หรือแม้แต่สวมแทนรองเท้าตอนลุยน้ำ เพื่อป้องกันเท้าเปื่อย น้ำสกปรก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรคหรืออันตรายสะสม ประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม 5. ตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้อง/ ในบ้าน ก่อนออกไปข้างนอก เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และมักจะพลาดกับเรื่องนี้ ฤดูฝนเป็นอีกฤดูที่ควรดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เพราะจะมีทั้งปัญหาน้ำซึม น้ำรั่ว น้ำสาดเข้าบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น พื้นบวม, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด, ลมพัดเอกสารสูญหาย บางบ้านไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งฤดูฝน ทำให้รู้ว่าบ้านพักมีปัญหา ตรวจเช็คสภาพบ้านหรือที่พักให้ดี
บทความ

5แมลงที่ตัวใหญ่ที่สุด

แมลง เป็นสัตว์ที่มีคนรังเกียจ ขยะแขยง หวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ อย่าง ผึ้ง, แมลงสาบ, แมงมุม ฯลฯ ก็ตาม แต่คนก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ด้วยเหตุผลเช่น มันมีพิษ, มันส่งกลิ่นเหม็น, มันน่ารำคาญ แค่แมลงตัวเล็กจิ๋ว ขนาดไม่ถึงฝ่ามือก็จะช็อกตายแล้ว แต่ก็ยังมีแมลงที่ตัวใหญ่มากกว่าฝ่ามืออีกหลายสิบสายพันธุ์บนโลกนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบ มีขนาดเกือบเท่าแขนเลยทีเดียว! อันดับที่ 5 Titan beetle (Titanus giganteus)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.6 นิ้ว ด้วงไททันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดอันดับหลายโพล มีรายงานว่า ด้วงไททันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาความยาวมากกว่า 7 นิ้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน นักวิทยาศาสตร์จึงบันทึกสถิติจากด้วงไททันตัวใหญ่ที่สุดที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็คือ 6.6 นิ้วนั่นเอง ส่วนที่ยาวโดดเด่นของด้วงไททัน คือบริเวณลำตัว โดยความยาวของลำตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วงไททันเป็นสัตว์ที่หายากมาก เพราะมันอาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าฝนโซนอเมริกาใต้ ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมันได้อย่างง่ายๆ สักเท่าไหร่ อันดับที่ 4 ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส (Hercules beetle)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้ว หนึ่งในด้วงที่มีชื่อเสียง และมีคนนิยมเลี้ยงด้วงสายพันธุ์นี้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสตัวเมีย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ลำตัวจะสั้นกว่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ก็คือเขาที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั่นเอง บริเวณดังกล่าวก็ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในแมลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเลย และนอกจากมันจะเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ที่สุดแล้ว มันยังเป็นแมลงที่สามารถยกของที่มีขนาดใหญ่มากกว่ามันถึง 850 เท่าได้! อันดับที่ 3 Macrodontia cervicornis:ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้วขึ้นไป เป็นด้วงสายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบป่าฝนของประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย และบราซิล อวัยวะที่เป็นส่วนทำให้มันเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือขากรรไกรอันทรงพลังของมัน ชื่อของมันที่มีชื่อว่า Macrodontia ก็มีความหมายว่า ฟันยาว ตามลักษณะของมันนั่นเอง มันเป็นแมลงที่มีอายุยืนถึง 10 ปี และขนาดตัวอ่อนของด้วงสายพันธุ์นี้ ก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับวัยโตเต็มที่เลยล่ะ อันดับที่ 2 ตั๊กแตนตำข้าว (Praying Mantis)ความยาวโดยเฉลี่ย 7 นิ้ว แมลงที่เรารู้จักกันดี และพบได้ทั่วไป ตั๊กแตนตำข้าว เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1929 มีความยาวถึง 7.9 นิ้ว โดยพบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ยังมีรายงานว่า ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู ได้ แถมยังกินลูกนกได้อีกด้วย อันดับที่ 1 Phryganistria chinensis Zhaoความยาวโดยเฉลี่ย 24.6 นิ้ว ความยาวใหญ่ยักษ์ของเจ้าแมลงตัวนี้ เรียกได้ว่า แม้แต่คนไม่กลัวแมลงยังสยองเลย แมลงชนิดนี้ เป็นแมลงที่พบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และได้ยอมรับในปี ค.ศ. 2013 ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเจ้าแมลงตัวนี้ มันก็วางไข่ให้กำเนิดลูกอีก 6 ตัว แม้แต่แมลงชนิดนี้แรกเกิด ก็มีความยาวถึง 10.9 นิ้วแล้ว ถ้าเจอคงช็อกตายก่อน
บทความ

5สิ่งที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุนัข

  สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจของคนทั่วโลกมาเป็นระยะนาน ทำให้เราคิดว่า เราเลี้ยงพวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงมานานขนาดนี้แล้ว ความรู้ที่ถูกส่งต่อกันมาก็น่าจะถูกต้อง สามารถเลี้ยงน้องหมาได้อย่างปลอดภัย สุขภาพดี แต่ไม่ใช่น่ะสิ ทุกวันนี้ ยังมีหลายเรื่องเกี่ยวกับสุนัขที่เรายังคงเข้าใจผิดอยู่ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ความจริงด้วยซ้ำ มาดูกันดีกว่า ว่าเรามักเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับน้องหมากันบ้าง 1. มนุษย์กินอะไรได้ สุนัขก็กินได้ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้น้องหมาลาโลกไปดาวหมามาหลายตัวแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า อาหารสำหรับมนุษย์ เป็นอาหารที่ปลอดภัย ดังนั้น ไม่ว่าสัตว์ชนิดไหนก็กินได้ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด สุนัขไม่ได้กินอาหารแบบเดียวกับมนุษย์ได้ทั้งหมด อาหารและเครื่องดื่มที่มนุษย์กินได้หลายๆ อย่าง มีโทษต่อสุนัข เช่น นมวัว สุนัขส่วนใหญ่ไม่สามารถย่อยแลคโทสในนมวัวได้ กินแล้วท้องจะอืด, กินช็อคโกแลตแล้วจะมีอาการเกร็ง อาจหัวใจวายได้ ฯลฯ สุนัขยังไม่เหมาะกับการกินอาหารปรุงรสเหมือนคน การที่สุนัขกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมา จะเสี่ยงทำให้น้องหมาเกิดโรคอันตรายหลายอย่าง เช่น เบาหวาน ไตวาย 2. สุนัขเห่า แปลว่าสุนัขจะไม่กัด ที่มาของคำๆ นี้ มาจากสุภาษิตคำพังเพยที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน แต่ในความจริงแล้ว สุนัขเห่า ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่กัด! หลายคนต้องเคยชะล่าใจบ้างล่ะ โดนสุนัขเห่าแล้วคิดว่า ยังไงมันก็ไม่กัดหร๊อก เพราะโดนสอนมาว่าสุนัขเห่าไม่กัด แต่สรุปโดนกัดจนขาเหวอะ สุนัขเห่า มีสาเหตุได้หลายอย่าง หนึ่งในสาเหตุคือเห่าเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามหรือป้องกันตัว ถ้าเกิดสุนัขเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเริ่มไม่น่าไว้วางใจ ทำท่าจะมาบุกรุกอาณาเขตมันล่ะก็ โดนงั่มๆ แน่นอน เพราะฉะนั้น เจอสุนัขเห่าให้รีบอยู่ห่างๆ ก่อนนะ 3. สุนัขชอบกินกระดูก ไม่รู้ว่าความเชื่อนี้มาจากไหน ว่าถ้ากินไก่ กินหมูเหลือแล้ว ให้สุนัขกินเศษกระดูกต่อได้ ความเป็นจริงแล้ว กระดูกที่ได้จากสัตว์ต่างๆ เมื่อผ่านกรรมวิธีทำให้สุก เช่น การต้ม กระดูกจะแข็งมากจนไม่สามารถย่อยด้วยน้ำย่อยในกระเพาะได้ รวมถึงน้ำย่อยในกระเพาะน้องหมาเช่นกัน สุนัขหลายตัวต้องกลับดาวหมาไป เพราะไม่สามารถย่อยกระดูกได้ หรือถูกกระดูกแทงลำไส้ แทงคอ แทงกระเพาะ กระดูกที่สุนัขสามารถแทะเล่นได้อย่างปลอดภัย คือกระดูกดิบที่ยังไม่ผ่านการทำให้สุก การแทะกระดูกดิบยังช่วยขัดฟันน้องหมา ทำให้ฟันน้องหมาสะอาด แข็งแรงอีกด้วย 4. ควรตัดขนสุนัขพันธุ์ขนยาว เมื่ออากาศร้อน สุนัขพันธุ์ขนยาว เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้, อลาสกันไจแอนท์ เป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักน้องหมามาก ทำให้มีคนเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เทรนด์ของคนเลี้ยงสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะต่างกันไป เช่น เลี้ยงหมาพันธุ์เล็กก็จะชอบจับแต่งตัวน่ารักๆ เทรนด์ของคนเลี้ยงสุนัขขนยาวคือการตัดขนสุนัขให้เกรียน ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องตลกเลย ชั้นขนของสุนัขพันธุ์ขนยาว มีกลไกที่เรียกว่า Double-Coated หรือมีขน 2 ชั้น ซึ่งจะทำหน้าที่ปกป้องผิวหนังจากแสงแดด สามารถปรับความหนาของขนได้ตามสภาพอากาศ เหมือนกับการทำงานของรูขุมขนมนุษย์ การโกนขนสุนัขพันธุ์ขนยาวจนเตียน นอกจากจะทำให้ผิวหนังของสุนัขถูกทำร้ายโดยแสงแดดโดยตรงแล้ว ยังทำให้เสี่ยงโรคฮีทสโตรคมากกว่าเดิมด้วย 5. ไม่ออกไปเจอสุนัขตัวอื่น ก็ไม่มีเห็บแล้ว เห็บ หมัด เป็นศัตรูตัวร้ายของทั้งน้องหมาและคนเลี้ยงสุนัข นอกจากเห็บ หมัด จะทำให้สุนัขและบ้านพักสกปรกแล้ว มันยังเป็นพาหะนำโรคต่างๆ มาทำให้สุนัขเจ็บป่วยอีก หลายคนจึงคิดแก้ปัญหาด้วยการ ไม่ให้สุนัขที่เลี้ยงเอาไว้ไปเจอกับสุนัขตัวอื่น ก็หมดห่วงเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณคิดผิด ดูถูกเจ้าเห็บหมามากเกินไปแล้ว!! เห็บ หมัด มีสายพันธุ์ที่สามารถกระโดดได้ แน่นอนว่ามันสามารถกระโดดได้ไกลหลายเมตร ต่อให้คุณจะดูแลน้องหมาดียังไง ก็มีโอกาสที่จะติดเห็บอยู่ดี เห็บ ยังอาศัยอยู่ตามดิน ตามหญ้าอีกด้วย ถ้าปล่อยให้น้องหมาไปเล่นคลุกดินล่ะก็ เห็บมาเยือนแน่นอน หมั่นเช็คผิวหนังของสุนัขที่เรารัก และให้ยาขจัดเห็บเป็นประจำตามที่สัตวแพทย์แนะนำล่ะ