5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

28 พฤศจิกายน 2560

นอกจากเด็กไทยจะมีอาชีพในฝัน คณะที่อยากเรียนในฝันแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เด็กวัยรุ่นไปสู่ผู้ใหญ่วัยทำงานนั่นก็คือ 'มหาวิทยาลัย' หรือการศึกษาระดับอุดมศึกษานั่นเอง ก่อนเราจะเข้ามหาวิทยาลัย สถานภาพของเราจะเป็นเพียงเด็กมัธยมวัยก๋ากั่นเท่านั้น แต่ระยะเวลาเพียง 4 ปี ในการอยู่ภายใต้รั้วมหาลัย พอจบออกมาปุ๊บ เราก็ต้องกลายเป็นวัยทำงานทันที! การเลือกมหาลัยฯ ที่เหมาะสมกับตัวเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

การเลือกมหาวิทยาลัยของเด็กแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มักจะเลือกจาก คณะที่ตัวเองอยากเรียนของมหาวิทยาลัยนี้มีคุณภาพไหม ดังรึเปล่า จบไปแล้วมีงานทำแน่ๆ ไหม? ส่วนเหตุผลอื่นได้แก่ มหาลัยใกล้บ้าน, มหาลัยที่เพื่อนเรียนกันเยอะ, มหาลัยไกลๆ บ้าน จะได้อยู่หอ ฯลฯ ซึ่งก็มีมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ที่เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของเด็กไทยหลายคน นี่คือมหาลัยที่ได้รับการโหวตจากเด็กไทยว่า อยากเข้ามากที่สุด!!

อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยขอนแก่น

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในภาคอีสาน โด่งดังด้านคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ โดยคณะวิศวะของที่นี่ ถือว่าเป็นวิศวะที่โหดหินมาก เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่มีคณะวิศวะนั่นเอง

มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ที่ค่อนข้างมีความเจริญกว่าจังหวัดอื่นในละแวกนั้น จึงทำให้ไม่ลำบากมากนัก ไม่ค่อยมีภัยธรรมชาติ นักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่มาจากต่างถิ่น นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัย ที่ทุกคนต้องเริ่มต้นใหม่ที่นี่

อันดับที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทวิโรฒ

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร (อโศก) รอบล้อมไปด้วยสิ่งทันสมัย สะดวกสบายต่างๆ เช่น BTS, MRT รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังเช่น Terminal 21 เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยในฝันของหลายๆ คนที่ไม่อยากไปต่างจังหวัด (ยกเว้นบางคณะที่ไปเรียนไกลถึงนครนายก)

คณะที่มีชื่อเสียงของ มศว ได้แก่ หลักสูตรวิชาทางด้านการกีฬาและออกกำลังกาย, แฟชัน และศิลปกรรม สังเกตว่าคนที่ชื่นชอบด้านกีฬาส่วนใหญ่มักจะมาเรียนต่อที่นี่ และสังคมของ มศว ค่อนข้างอบอุ่น เป็นกันเอง ไม่เครียดมากเท่าไหร่นัก

อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีวิทยาเขตตั้งในกรุงเทพฯ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในเมืองหลวง แต่พอได้เหยียบเข้าไปในรั้วมหาลัย ก็จะเหมือนเราอยู่อีกโลกหนึ่งเลยล่ะ เพราะมหาวิทยาลัยนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ แถมพื้นที่กว้างจนไม่สามารถเดินรอบๆ ได้ นิสิตส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยนี้ นิยมปั่นจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ในการสัญจร

คณะที่โดดเด่นที่สุดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ลือกันว่า ข้อสอบคณะวิศวะของ ม.เกษตร นั้น โหดหินกว่ามหาวิทยาลัยอื่นหลายเท่าตัว แถมคณะอื่นก็มีชื่อเสียงอย่างเท่าเทียมกันด้วย

อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบมหาวิทยาลัยนี้ ไม่ได้ชอบเพราะมีคณะที่ถูกใจ แต่ชอบเพราะบรรยากาศที่สวยงาม ร่มรื่น อากาศดี ตั้งอยู่ในจังหวัดที่โด่งดังที่สุดในภาคเหนือ นอกจากจะมีดีด้านความสวยงามแล้ว ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้ก็ไม่ได้เป็นสองรองใครเลย

กิตติศัพท์ของมหาวิทยาลัยนี้ คือ นักศึกษาที่จบออกมาส่วนใหญ่นั้นจะมีความอดทนสูง (ก็แหม ขึ้นดอยกันทุกปี) เป็นมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรมเยอะ ส่งผลให้เด็ก มช. มีวิสัยทัศน์ที่กว้าง มีความคิดที่แปลก สร้างสรรค์ ทุ่มเทให้กับงานและกิจกรรมได้เต็มเหนี่ยวทั้งคู่! สเปคผู้ว่าจ้างเลยล่ะ

อันดับที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5 มหาลัยที่เด็กไทยอยากเข้ามากที่สุด

เป็นมหาวิทยาลัยที่หลายคนถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ว่าอยากให้สอบเข้าให้ได้ โดยนอกจากจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวได้แล้ว เมื่อจบจุฬาฯ จะมีโอกาสได้งานทำมากกว่ามหาวิทยาลัยอื่นค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาอย่างช้านาน

ทุกคณะของมหาวิทยาลัยนี้ ได้รับการการันตีว่ามีคุณภาพทั้งสิ้น นักศึกษาที่จบจากจุฬาฯ สามารถลงมือทำงานได้จริงอย่างแน่นอน และยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ล้อมรอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าดังมากมาย เนื่องจากอยู่ใจกลางเมือง ที่สำคัญที่สุด (สยาม) เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของเด็กไทยตลอดกาลเลยก็ว่าได้!

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5 วิธีเอาตัวรอดในฤดูฝน

ฤดูฝน เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของคนส่วนมากสักเท่าไหร่นัก มันเป็นปัญหามากกว่าฤดูร้อนเสียอีก มันทั้งเฉอะแฉะ เหนียวเหนอะหนะ ตัวเปียก เหม็นอับชื้นตลอดเวลา คนประกอบอาชีพจากหลายอาชีพ เหนื่อยที่สุดก็ฤดูฝนเนี่ยแหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูวัดใจเลย เรามาหาวิธีเอาตัวรอดจากฤดูสุดหฤโหดนี้ดีกว่า 1. พกร่มขนาดเล็กใส่กระเป๋าตลอดเวลา การพกร่มอาจจะเกะกะ และทำให้คุณต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากขึ้น จนส่งผลให้ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือไม่มีพื้นที่เก็บของอย่างอื่น แต่หลังๆ ก็มีการผลิตร่มขนาดเล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบพกอะไรไปไหนมาไหน มันอาจจะมีขนาดเล็กจนบังฝนได้คนเดียว หรือแม้แต่บังคนเดียวก็ยังไม่ได้ กางแล้วก็ยังเปียกอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถปกป้องคุณและของสำคัญจากน้ำฝนและความเปียกชื้นได้ ป้องกันได้สัก 50% ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันเลย 2. โหลดแอพฯ แจ้งเตือนสภาพอากาศ ถึงแม้ว่าการพยากรณ์อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความแม่นยำเลย อย่างน้อยเราก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าในพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงเกิดฝนตก เราจะได้หลีกเลี่ยง ป้องกันตัวเองไว้ดีกว่าการที่ต้องมาคิดได้ทีหลังว่า รู้แบบนี้เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกมาข้างนอกดีกว่า ถ้าหากมีนัดสำคัญหรืองานสำคัญ โดยที่ไม่เช็คสภาพอากาศก่อนละก็ ความเสี่ยงที่งานจะล่ม เกิดเหตุเลวร้ายไม่คาดฝันขึ้น จะมีเยอะมาก 3. ใช้เครื่องอบผ้า ในช่วงฤดูฝน สิ่งที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด ใช้ชีวิตยากขึ้น ก็คือการตากผ้าเนี่ยแหละ ตากยังไงก็ไม่มีแห้งเพราะไม่มีแดด พอใกล้จะแห้งปุ๊บ ฝนตกซะงั้น! สลอตขอแนะนำให้ซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เลย หรือก็ไปใช้เครื่องอบผ้าตามร้านที่มีบริการซักผ้าอบผ้าก็ได้ มันอาจจะถูกมองว่าเปลืองเงิน แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีในฤดูฝน การตากผ้าในห้องไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะอาจทำให้ห้องชื้น และเหม็นอับไปด้วย ลองดูกันนะ 4. พกถุงพลาสติก การใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ควรลดละเลิก เพราะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม แต่ในฤดูฝน พกไว้บ้างก็ได้ รียูสใช้ในทุกวัน ถ้าเปียกก็เอาไปตากให้แห้งและนำกลับมาใช้ใหม่ ถ้าเราลืมพกร่ม ลืมดูพยากรณ์อากาศ ถุงพลาสติกเนี่ยแหละที่พอจะรักษาชีวิตให้คุณได้ คลุมหัวได้เมื่อคุณจำเป็นต้องเดินฝ่าฝน ใส่ของสำคัญอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ค แฟ้มเอกสารให้ไม่เปียก หรือแม้แต่สวมแทนรองเท้าตอนลุยน้ำ เพื่อป้องกันเท้าเปื่อย น้ำสกปรก ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรคหรืออันตรายสะสม ประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ความเหมาะสม 5. ตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้อง/ ในบ้าน ก่อนออกไปข้างนอก เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และมักจะพลาดกับเรื่องนี้ ฤดูฝนเป็นอีกฤดูที่ควรดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เพราะจะมีทั้งปัญหาน้ำซึม น้ำรั่ว น้ำสาดเข้าบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น พื้นบวม, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด, ลมพัดเอกสารสูญหาย บางบ้านไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนกระทั่งฤดูฝน ทำให้รู้ว่าบ้านพักมีปัญหา ตรวจเช็คสภาพบ้านหรือที่พักให้ดี
บทความ

5แมลงที่ตัวใหญ่ที่สุด

แมลง เป็นสัตว์ที่มีคนรังเกียจ ขยะแขยง หวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ อย่าง ผึ้ง, แมลงสาบ, แมงมุม ฯลฯ ก็ตาม แต่คนก็ยังหวาดกลัวอยู่ดี ด้วยเหตุผลเช่น มันมีพิษ, มันส่งกลิ่นเหม็น, มันน่ารำคาญ แค่แมลงตัวเล็กจิ๋ว ขนาดไม่ถึงฝ่ามือก็จะช็อกตายแล้ว แต่ก็ยังมีแมลงที่ตัวใหญ่มากกว่าฝ่ามืออีกหลายสิบสายพันธุ์บนโลกนี้ ที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบ มีขนาดเกือบเท่าแขนเลยทีเดียว! อันดับที่ 5 Titan beetle (Titanus giganteus)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.6 นิ้ว ด้วงไททันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในการจัดอันดับหลายโพล มีรายงานว่า ด้วงไททันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาความยาวมากกว่า 7 นิ้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน นักวิทยาศาสตร์จึงบันทึกสถิติจากด้วงไททันตัวใหญ่ที่สุดที่สามารถพิสูจน์ได้ ก็คือ 6.6 นิ้วนั่นเอง ส่วนที่ยาวโดดเด่นของด้วงไททัน คือบริเวณลำตัว โดยความยาวของลำตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วงไททันเป็นสัตว์ที่หายากมาก เพราะมันอาศัยอยู่อย่างลึกลับในป่าฝนโซนอเมริกาใต้ ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมันได้อย่างง่ายๆ สักเท่าไหร่ อันดับที่ 4 ด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส (Hercules beetle)ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้ว หนึ่งในด้วงที่มีชื่อเสียง และมีคนนิยมเลี้ยงด้วงสายพันธุ์นี้เป็นจำนวนไม่น้อย โดยด้วงกว่างเฮอร์คิวลิสตัวเมีย จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ลำตัวจะสั้นกว่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ก็คือเขาที่มีขนาดใหญ่ยักษ์นั่นเอง บริเวณดังกล่าวก็ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในแมลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเลย และนอกจากมันจะเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ที่สุดแล้ว มันยังเป็นแมลงที่สามารถยกของที่มีขนาดใหญ่มากกว่ามันถึง 850 เท่าได้! อันดับที่ 3 Macrodontia cervicornis:ความยาวโดยเฉลี่ย 6.7 นิ้วขึ้นไป เป็นด้วงสายพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่แถบป่าฝนของประเทศโคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย และบราซิล อวัยวะที่เป็นส่วนทำให้มันเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือขากรรไกรอันทรงพลังของมัน ชื่อของมันที่มีชื่อว่า Macrodontia ก็มีความหมายว่า ฟันยาว ตามลักษณะของมันนั่นเอง มันเป็นแมลงที่มีอายุยืนถึง 10 ปี และขนาดตัวอ่อนของด้วงสายพันธุ์นี้ ก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับวัยโตเต็มที่เลยล่ะ อันดับที่ 2 ตั๊กแตนตำข้าว (Praying Mantis)ความยาวโดยเฉลี่ย 7 นิ้ว แมลงที่เรารู้จักกันดี และพบได้ทั่วไป ตั๊กแตนตำข้าว เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1929 มีความยาวถึง 7.9 นิ้ว โดยพบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ยังมีรายงานว่า ตั๊กแตนตำข้าวที่มีขนาดใหญ่ สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู ได้ แถมยังกินลูกนกได้อีกด้วย อันดับที่ 1 Phryganistria chinensis Zhaoความยาวโดยเฉลี่ย 24.6 นิ้ว ความยาวใหญ่ยักษ์ของเจ้าแมลงตัวนี้ เรียกได้ว่า แม้แต่คนไม่กลัวแมลงยังสยองเลย แมลงชนิดนี้ เป็นแมลงที่พบในทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และได้ยอมรับในปี ค.ศ. 2013 ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเจ้าแมลงตัวนี้ มันก็วางไข่ให้กำเนิดลูกอีก 6 ตัว แม้แต่แมลงชนิดนี้แรกเกิด ก็มีความยาวถึง 10.9 นิ้วแล้ว ถ้าเจอคงช็อกตายก่อน
บทความ

5สิ่งที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุนัข

  สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจของคนทั่วโลกมาเป็นระยะนาน ทำให้เราคิดว่า เราเลี้ยงพวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงมานานขนาดนี้แล้ว ความรู้ที่ถูกส่งต่อกันมาก็น่าจะถูกต้อง สามารถเลี้ยงน้องหมาได้อย่างปลอดภัย สุขภาพดี แต่ไม่ใช่น่ะสิ ทุกวันนี้ ยังมีหลายเรื่องเกี่ยวกับสุนัขที่เรายังคงเข้าใจผิดอยู่ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ความจริงด้วยซ้ำ มาดูกันดีกว่า ว่าเรามักเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับน้องหมากันบ้าง 1. มนุษย์กินอะไรได้ สุนัขก็กินได้ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้น้องหมาลาโลกไปดาวหมามาหลายตัวแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า อาหารสำหรับมนุษย์ เป็นอาหารที่ปลอดภัย ดังนั้น ไม่ว่าสัตว์ชนิดไหนก็กินได้ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด สุนัขไม่ได้กินอาหารแบบเดียวกับมนุษย์ได้ทั้งหมด อาหารและเครื่องดื่มที่มนุษย์กินได้หลายๆ อย่าง มีโทษต่อสุนัข เช่น นมวัว สุนัขส่วนใหญ่ไม่สามารถย่อยแลคโทสในนมวัวได้ กินแล้วท้องจะอืด, กินช็อคโกแลตแล้วจะมีอาการเกร็ง อาจหัวใจวายได้ ฯลฯ สุนัขยังไม่เหมาะกับการกินอาหารปรุงรสเหมือนคน การที่สุนัขกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมา จะเสี่ยงทำให้น้องหมาเกิดโรคอันตรายหลายอย่าง เช่น เบาหวาน ไตวาย 2. สุนัขเห่า แปลว่าสุนัขจะไม่กัด ที่มาของคำๆ นี้ มาจากสุภาษิตคำพังเพยที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน แต่ในความจริงแล้ว สุนัขเห่า ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่กัด! หลายคนต้องเคยชะล่าใจบ้างล่ะ โดนสุนัขเห่าแล้วคิดว่า ยังไงมันก็ไม่กัดหร๊อก เพราะโดนสอนมาว่าสุนัขเห่าไม่กัด แต่สรุปโดนกัดจนขาเหวอะ สุนัขเห่า มีสาเหตุได้หลายอย่าง หนึ่งในสาเหตุคือเห่าเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามหรือป้องกันตัว ถ้าเกิดสุนัขเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเริ่มไม่น่าไว้วางใจ ทำท่าจะมาบุกรุกอาณาเขตมันล่ะก็ โดนงั่มๆ แน่นอน เพราะฉะนั้น เจอสุนัขเห่าให้รีบอยู่ห่างๆ ก่อนนะ 3. สุนัขชอบกินกระดูก ไม่รู้ว่าความเชื่อนี้มาจากไหน ว่าถ้ากินไก่ กินหมูเหลือแล้ว ให้สุนัขกินเศษกระดูกต่อได้ ความเป็นจริงแล้ว กระดูกที่ได้จากสัตว์ต่างๆ เมื่อผ่านกรรมวิธีทำให้สุก เช่น การต้ม กระดูกจะแข็งมากจนไม่สามารถย่อยด้วยน้ำย่อยในกระเพาะได้ รวมถึงน้ำย่อยในกระเพาะน้องหมาเช่นกัน สุนัขหลายตัวต้องกลับดาวหมาไป เพราะไม่สามารถย่อยกระดูกได้ หรือถูกกระดูกแทงลำไส้ แทงคอ แทงกระเพาะ กระดูกที่สุนัขสามารถแทะเล่นได้อย่างปลอดภัย คือกระดูกดิบที่ยังไม่ผ่านการทำให้สุก การแทะกระดูกดิบยังช่วยขัดฟันน้องหมา ทำให้ฟันน้องหมาสะอาด แข็งแรงอีกด้วย 4. ควรตัดขนสุนัขพันธุ์ขนยาว เมื่ออากาศร้อน สุนัขพันธุ์ขนยาว เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้, อลาสกันไจแอนท์ เป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักน้องหมามาก ทำให้มีคนเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เทรนด์ของคนเลี้ยงสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะต่างกันไป เช่น เลี้ยงหมาพันธุ์เล็กก็จะชอบจับแต่งตัวน่ารักๆ เทรนด์ของคนเลี้ยงสุนัขขนยาวคือการตัดขนสุนัขให้เกรียน ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องตลกเลย ชั้นขนของสุนัขพันธุ์ขนยาว มีกลไกที่เรียกว่า Double-Coated หรือมีขน 2 ชั้น ซึ่งจะทำหน้าที่ปกป้องผิวหนังจากแสงแดด สามารถปรับความหนาของขนได้ตามสภาพอากาศ เหมือนกับการทำงานของรูขุมขนมนุษย์ การโกนขนสุนัขพันธุ์ขนยาวจนเตียน นอกจากจะทำให้ผิวหนังของสุนัขถูกทำร้ายโดยแสงแดดโดยตรงแล้ว ยังทำให้เสี่ยงโรคฮีทสโตรคมากกว่าเดิมด้วย 5. ไม่ออกไปเจอสุนัขตัวอื่น ก็ไม่มีเห็บแล้ว เห็บ หมัด เป็นศัตรูตัวร้ายของทั้งน้องหมาและคนเลี้ยงสุนัข นอกจากเห็บ หมัด จะทำให้สุนัขและบ้านพักสกปรกแล้ว มันยังเป็นพาหะนำโรคต่างๆ มาทำให้สุนัขเจ็บป่วยอีก หลายคนจึงคิดแก้ปัญหาด้วยการ ไม่ให้สุนัขที่เลี้ยงเอาไว้ไปเจอกับสุนัขตัวอื่น ก็หมดห่วงเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณคิดผิด ดูถูกเจ้าเห็บหมามากเกินไปแล้ว!! เห็บ หมัด มีสายพันธุ์ที่สามารถกระโดดได้ แน่นอนว่ามันสามารถกระโดดได้ไกลหลายเมตร ต่อให้คุณจะดูแลน้องหมาดียังไง ก็มีโอกาสที่จะติดเห็บอยู่ดี เห็บ ยังอาศัยอยู่ตามดิน ตามหญ้าอีกด้วย ถ้าปล่อยให้น้องหมาไปเล่นคลุกดินล่ะก็ เห็บมาเยือนแน่นอน หมั่นเช็คผิวหนังของสุนัขที่เรารัก และให้ยาขจัดเห็บเป็นประจำตามที่สัตวแพทย์แนะนำล่ะ
บทความ

5อันดับการ์ตูนไม่ตรงปก

เราถูกสอนกันด้วยวลีที่ว่า "อย่าตัดสินเนื้อหาจากหน้าปกหนังสือ" โดยมันมีความหมายสอนใจว่า อย่าตัดสินคนจากภายนอก ซึ่งก็ใช้ได้กับทุกอย่าง เช่น อย่าตัดสินว่าแมวหน้าตาน่ารัก จะมีนิสัยน่ารัก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เราก็ยังติดนิสัยการตัดสินเนื้อหาจากปกหนังสืออยู่ดี โดยเฉพาะการตัดสินเนื้อหาของหนังสือ จากปกหนังสือจริงๆ การที่เราจะเลือกซื้อ เลือกอ่านหนังสือสักเล่ม เราก็ต้องดูหน้าปกก่อน แม้ว่าส่วนใหญ่ หน้าปกจะเป็นไปตามเนื้อหาที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ที่เนื้อหาไม่ตรงปก โดยเฉพาะวงการการ์ตูน ความไม่ตรงปกนี้ ทำเอาคนช็อกมาหลายคนแล้ว 1. Asobi Asobase ดูจากหน้าปกแล้ว การ์ตูนเรื่องนี้คงจะเป็นการ์ตูนแนว School Life ชีวิตประจำวันของนักเรียนสาววัยใส 3 คน แต่พอพลิกอ่าน หรือกดอนิเมะดูสักตอนเท่านั้นแหละ มันคนละอย่างกับหน้าปกเล้ยยยย! เนื้อเรื่องอัดแน่นไปด้วยการเล่นมุก ชงมุก ตบมุก ที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าแป้กหรือฮาดี การแสดงออกสีหน้าของตัวละครทั้ง 3 คน ก็หลุดจากคำว่านักเรียนน่ารักใสๆ ไปเยอะมากกก ถ้าใครดูเพราะอยากผ่อนคลาย ดูจบแล้วอาจจะปวดหัวกว่าเดิม 2. Madoka Magica การ์ตูนที่ดูจากหน้าปกแล้ว เป็นแนวสาวน้อยมีพลังพิเศษ แม่มดน้อยปกป้องโลก พล็อตเรื่องแบบนี้มีมานานมาก อยู่คู่กับแฟนการ์ตูนสาวๆ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่กับเรื่อง Madoka Magica มันจะไม่ค่อยเหมือนการ์ตูนเวทมนต์สาวน้อยทั่วไปสักเท่าไหร่นัก.. ยิ่งอ่าน ยิ่งดูไปเรื่อยๆ การ์ตูนเรื่องนี้ก็จะมอบความผิดหวัง ความสิ้นหวัง ให้กับผู้อ่านเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับเรื่องอื่นในแนวเดียวกัน ที่จะทำให้ผู้อ่านมีพลังใจมากขึ้น จนสุดท้าย การ์ตูนเรื่องนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในการ์ตูนปวดตับในตำนานเรื่องหนึ่ง 3. Berserk สำหรับผู้อ่านในยุคแรก Berserk ไม่ถือว่าเป็นการ์ตูนที่ผิดเพี้ยนไปจากปก เพราะความป่าเถื่อน โหดร้าย ลายเส้นสุดดิบ ถูกอัดแน่นอย่างสะใจผู้อ่านทั้งเล่ม แล้วทำไมสลอตถึงเลือกให้การ์ตูนเรื่องนี้ ติดอันดับการ์ตูนไม่ตรงปก? เพราะหลังจากที่ผู้เขียน Berserk ติดเกมแนวไอดอล เนื้อเรื่องก็พลิกจากหลังเท้านักมวย เป็นหน้ามือนางงาม ตอนใหม่ๆ ที่เผยแพร่ออกมา ทั้งลายเส้นและเนื้อเรื่อง แตกต่างจากตอนแรกๆ ราวกับเป็นคนละเรื่อง แถมดูท่าจะออกทะเลไปไกลแสนไกล กู่ไม่กลับ จนทำให้แฟนการ์ตูนช็อกไปตามๆ กัน 4. Franken Fran สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ มองจากหน้าปกหนังสือแล้ว คงเป็นการ์ตูนแนวเซอร์วิส ลึกลับ มีตัวละครเซ็กซี่ ตัวละครหลักเป็นแฟรงเกนสไตน์ใสซื่อสุดน่ารัก พอได้อ่านแล้ว มันก็เซอร์วิสจริงๆ เซอร์วิสในแง่เลือดสาดกระจายแบบไม่เกรงใจผู้อ่านอะนะ ใครขวัญอ่อนก็คงจะกินข้าวไม่ลง การดำเนินเรื่องที่เหนือความคาดหมาย พฤติกรรมของตัวละครที่คาดเดาไม่ได้ ลายเส้น ฉาก ที่จัดเต็มทั้งเลือด ทั้งอวัยวะแบบไม่มีกั๊ก อ่านไปเรื่อยๆ ก็ได้แต่พลิกกลับมาดูหน้าปกอีกที ว่านี่คือสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้จริงๆ น่ะหรอ? 5. Made in Abyss การ์ตูนที่จัดว่าเป็นการ์ตูนใหม่ มังงะตีพิมพ์บ้างแล้ว และเพิ่งฉายอนิเมะไปเมื่อไม่นานมานี้ ภาพก็ดูน่ารักอยู่หรอก ตัวเอกเป็นสาวแว่นกับเด็กชายครึ่งหุ่นยนต์ ออกไปผจญโลกในบริเวณที่ไม่มีใครไปถึงมาก่อน ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น ทำไมเหล่านักผจญภัยที่เคยออกเดินทาง ถึงแทบไม่มีใครเดินทางกลับมายังหมู่บ้านเลย? ตอนแรกผู้อ่านก็คาดหวังว่า มันคงเป็นการ์ตูนผจญภัยสำหรับเด็ก ไม่มีพิษภัยอะไร แต่ระดับความปวดตับของเรื่องนี้ มันยิ่งกว่าการ์ตูน Full Metal ฉากนีน่า x น้องหมาเสียอีก ยิ่งผจญภัย ยิ่งดาร์คขึ้น ยิ่งเจออุปสรรค เจอกับความจริงที่ชวนอึ้ง ทุกคนต้องเสียน้ำตาเพราะช็อกกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน