5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

18 พฤศจิกายน 2560

ในสมัยเด็ก ทุกคนคงเคยได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานอีสปจากญาติผู้ใหญ่ในบ้าน หรืออ่านนิทานอีสปด้วยตัวเองยามว่าง นิทานอีสปเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้น ไม่อิงความจริง หลายเรื่องก็อยู่เหนือจินตนาการ ส่วนใหญ่มักจะเล่านิทานอีสปให้กับเด็กที่อยู่ในวัยพูดและฟังรู้เรื่อง เนื่องจากนิทานอีสปมีเนื้อหาที่ค่อนข้างสนุกสนาน ไม่ยาวเกินไปจนน่าเบื่อ และมีคติสอนใจทุกเรื่อง ช่วยเตือนสติให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ว่าโตไปเป็นผู้ใหญ่แล้วควรทำอย่างไร

นิทานอีสป มีมากหมายหลายเรื่อง ถึงหลักพัน หลักหมื่น แต่ก็มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ทุกคนจำกันขึ้นใจ สามารถเล่าแบบปากเปล่าได้โดยไม่ต้องอ่าน และมีคติสอนใจที่ดี เหมาะกับการใช้ชีวิตไม่ว่าจะยุคไหน หรือบางเรื่องก็เป็นสุภาษิตคำพังเพยอีกด้วย สลอตเชื่อว่า 5 เรื่องที่สลอตกำลังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ ทุกคนต้องเคยได้ยิน และเคยใช้คติสอนใจจากเรื่องทั้งห้านี้ในการใช้ชีวิตแน่นอน

อีกากับเหยือกน้ำ

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

อีกาตัวหนึ่ง กระหายน้ำมาก มันยังไม่ได้กินน้ำเลยสักหยด เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้ง แม่น้ำลำธารที่มันเคยดื่มดับกระหายก็แห้งขอด จนใกล้ถึงจุดขีดสุด เจ้าอีกาก็เหลือบไปเห็นเหยือกน้ำใบหนึ่งตั้งอยู่ มันจึงรีบบินไปทันที แต่เหยือกดันกล่าวเป็นเหยือกรูปทรงรูง และมีปากที่แคบ ไม่สามารถดื่มได้แบบปกติ แถมยังมีน้ำเหลือเพียงครึ่งเหยือก เจ้าอีกาพยายามทำทุกวิธีทาง ทั้งพยายามแทงจงอยปากลงไป หรือผลักให้ล้ม แต่มันก็ไม่สามารถทำได้

จนกระทั่งอีกาเหลือบไปเห็นก้อนหิน ก้อนกรวดที่อยู่บริเวณนั้น มันก็คิดได้ทันที! โดยเจ้าอีกาได้คาบก้อนกรวดและก้อนหินใส่ลงในเหยือกเรื่อยๆ ทีละก้อน จนระดับน้ำภายในเหยือกสูงขึ้น สูงขึ้น จนกระทั่งถึงปากเหยือก! ซึ่งส่งผลให้เจ้าอีกาน้อยได้ดื่มน้ำดับกระหายสมใจอยาก

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา และ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

กระต่ายกับเต่า

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งที่มีสัตว์อาศัยอยู่มากมายหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ กระต่าย ที่มีนิสัยโอ้อวด ขี้โม้ ว่าตัวเองวิ่งเร็ว เร็วที่สุดในป่าเแห่งนี้ ไม่ว่าจะท้าใครก็ไม่มีใครกล้าสู้กับกระต่ายตัวดังกล่าว จนวันหนึ่ง กระต่ายเหลือบไปเห็นเต่าคลานต้วมเตี้ยมอยู่ในป่า เห็นอย่างนั้น เจ้ากระต่ายจึงหัวเราะเยาะ ว่าเดินช้าขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึงบ้าน เต่าตัวดังกล่าวก็ได้ตอบว่า แม้จะเดินช้า แต่ก็เดินถึงบ้านทุกวัน พร้อมกับท้าวิ่งแข่ง และเต่ามั่นใจว่าจะชนะกระต่ายได้แน่นอน!

เมื่อถึงวันแข่ง กระต่ายก็ออกตัววิ่งนำไปก่อนจนมองไม่เห็นเต่า เมื่อใกล้จะถึงเส้นชัย กระต่ายก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเต่าจะตามมาทัน จึงตัดสินใจพักที่ใต้ต้นไม้บริเวณนั้นและเผลอหลับไป ทางด้านเจ้าเต่าที่แม้จะต้วมเตี้ยม แต่ก็เดินมาเรื่อยๆ จนสามารถเข้าเส้นชัยก่อนกระต่าย! ส่งผลให้กระต่ายที่มัวแต่นอนหลับ พ่ายแพ้ไปในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความประมาท อาจส่งผลร้ายต่อตัวเอง และ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

เด็กเลี้ยงแกะ

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เด็กที่ได้รับหน้าที่ให้เลี้ยงแกะ มีนิสัยชอบพูดโกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน (ต่อคำกันเอาเอง) วันหนึ่ง ระหว่างที่เขากำลังดูแลฝูงแกะนั้น เขาก็นึกสนุก ตะโกนขึ้นมาว่า "ช่วยด้วย! มีหมาป่ามากินลูกแกะ" ส่งผลให้ชาวบ้านในละแวกนั้นตื่นตกใจ วิ่งออกมาพร้อมอาวุธครบมือเพื่อช่วยไล่หมาป่า แต่เมื่อมาถึง กลับไม่มีเงาของหมาป่าเลย มีเพียงเด็กคนดังกล่าวที่ยืนหัวเราะด้วยความชอบใจเท่านั้น ด้วยความสนุกและคึกคะนอง เด็กเลี้ยงแกะจึงโกหกแบบนี้อีกหลายครั้ง จนชาวบ้านไม่พอใจ

วันเวลาก็เดินต่อไปตามปกติ เด็กเลี้ยงแกะก็ยังมีนิสัยขี้โกหกเหมือนเดิม จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหมาป่ามากินแกะของเขาจริงๆ ! เด็กเลี้ยงแกะก็ตะโกนขอร้องให้ชาวบ้านมาช่วยไล่หมาป่า แต่โชคร้าย ที่ชาวบ้านไม่เชื่อใจเด็กเลี้ยงแกะอีกต่อไป และไม่มีใครออกจากบ้านมาช่วยเหลือ หรือแม้แต่มาดูว่ามีหมาป่าจริงหรือไม่ ส่งผลให้แกะทั้งฝูงถูกหมาป่ากินจนหมด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่โกหก พูดโม้จนเป็นนิสัย จะไม่มีใครเชื่อ แม้จะพูดความจริงก็ตาม

 

ลูกเป็ดขี้เหร่

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แม่เป็ดตัวหนึ่งฟักไข่ออกมาหลังจากดูคอยกกไข่อย่างทะนุถถนอมมานาน ก็ได้ถือกำเนิดลูกเป็ดตัวน้อย ตัวแล้ว ตัวเล่า ล้วนแต่น่ารักน่าชัง จนกระทั่งมาถึงไข่ฟองสุดท้าย แทนที่จะเป็นลูกเป็ดตัวน้อยน่ารัก แต่กลับกลายเป็นลูกเป็ดลักษณะตัวโต คอยาว ขนสีเทา รูปร่างอัปลักษณ์ ซึ่งส่งผลให้ลูกเป็ดขี้เหร่ตัวดังกล่าวถูกแม่เป็ดเมิน ไม่สนใจ แถมยังถูกพี่น้องรังแก รุมจิกจนบาดเจ็บทุกครั้ง

หลังจากนั้น ลูกเป็ดขี้เหร่ก็ได้หนีออกจากอ้อมอกของแม่เป็ด เนื่องจากไม่สามารถทนกับความเป็นอยู่ที่แสนอึดอัดใจได้ แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ไม่มีใครต้อนรับหรือเหลียวแลเลย เนื่องจากเป็นเพียงลูกเป็ดขี้เหร่ จนลูกเป็ดขี้เหร่น้อยใจหนีไปอยู่ตัวเดียวที่ป่าบริเวณริมสระน้ำมานาน จนโตเป็นผู้ใหญ่ วันหนึ่ง ลูกเป็ดก็บังเอิญเห็นนกสีขาวจำนวนหนึ่งบินเล่นอยู่ในสระน้ำ ลูกเป็ดขี้เหร่ที่น้อยใจในชะตาชีวิตตัวเอง ตัดสินใจบินลงไปในสระ เพื่อให้นกสีขาวเหล่านั้นรุมจิกเขาที่ขี้เหร่ ดีกว่าทนอยู่กับสภาพแบบนี้ แต่พอลูกเป็ดขี้เหร่ลงน้ำ มันก็เห็นเงาตัวเองเป็นครั้งแรกหลังจากไม่กล้าดูเงาตัวเองมานาน พบว่า แท้จริงแล้วลูกเป็ดขี้เหร่ไม่ใช่เป็ด แต่เป็นหงส์ที่มีลักษณะสวยงามมาก! และแล้วเจ้าลูกเป็ดขี้เหร่ก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับฝูงนกสีขาวเหล่านั้นอย่างมีความสุข

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าตัดสินคนจากภายนอก

 

ชาวนากับงูเห่า

5 นิทานอีสปที่ดังที่สุด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งประเทศไทยยังมีฤดูหนาว ซึ่งหนาวมาก ชาวนาใจดีคนหนึ่งเดินเล่นกินลมแล้วได้ไปพบกับงูเห่าตัวหนึ่ง ที่นอนตัวแข็งทื่อเนื่องจากสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ หายใจรวยริน ใกล้จากไปเต็มที ชาวนาจึงตัดสินใจอุ้มงูเห่าขึ้นมา ให้ความอบอุ่นเพราะสงสารชะตาชีวิตของเจ้างูน้อย

แต่ทันทีที่งูเห่าตัวนั้นได้รับความอบอุ่นจนได้สติขึ้นมา แทนที่จะกล่าวขอบคุณชาวนา งูเห่ากลับฉกชาวนาอย่างรวดเร็วและเลื้อยหนีไป! เหลือเพียงชาวนาใจดีที่ต้องทนทรมานกับพิษงู และเป็นผู้ที่สิ้นใจแทน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทำดี ทำบุญกับคนชั่ว มีแต่จะได้การตอบแทนเป็นความเดือดร้อน

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

5สัตว์น่ารักแต่อันตราย

สิ่งมีชีวิต สัตว์ต่างๆ บนโลกใบนี้ มีทั้งหน้าตาน่ารักและหน้าตาไม่น่ารัก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมสัตว์หน้าตาน่ารักมากกว่า เพราะนอกจากจะน่าเอ็นดูแล้ว สัตว์น่ารักส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ? มีสัตว์หน้าตาน่ารักจำนวนมาก ที่นิสัยและพฤติกรรมมันไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตามันแม้แต่นิดเดียว มาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง 1. แมวน้ำ แม้ว่ามนุษย์จะรู้จัแแมวน้ำในฐานะเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ ตัวน้อยน่ารัก แต่ตามธรรมชาติแล้ว แมวน้ำไม่ได้น่ารักอย่างที่เราคิดเลย ด้วยความที่มันเป็นสัตว์กินเนื้อ และเป็นสัตว์นักล่า ทำให้มันว่ายน้ำได้รวดเร็วและสามารถกัดเหยื่อแบบที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้ อุปนิสัยที่แท้จริงของแมวน้ำนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้าย ก้าวร้าว แมวน้ำยังเป็นสัตว์น้ำที่มีสถิติทำร้ายมนุษย์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก 2. นางอาย อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ ว่าสัตว์ที่น่ารักและเชื่องช้าอย่างนางอาย จะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากพวกมันมีต่อมพิษอยู่บริเวณข้อศอก พิษของนางอายมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ พิษของมันจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อกัดอะไรสักอย่าง ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีพิษ พิษของนางอายร้ายแรงมาก จนมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ 3. จิงโจ้ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีรายงานว่า จิงโจ้ทำร้ายมนุษย์ แต่มักจะมีรายงานบ่อยๆ ว่า จิงโจ้มักจะทำร้ายสุนัขที่มนุษย์เลี้ยงไว้ ยกตัวอย่างเช่น คลิปที่จิงโจ้รัดคอสุนัข จนเจ้าของต้องเดินเข้าไปต่อยกับจิงโจ้เพื่อช่วยชีวิตน้องหมา จิงโจ้ยังเป็นสัตว์ที่มีแรงเยอะกว่าที่เห็นมาก มีคลิปจิงโจ้กล้ามโต บีบแกลลอนน้ำจนบู้บี้ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ อย่าได้ไปแหยมพี่แกเล่นเชียวล่ะ 4. แพนด้า ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะว่าสัตว์น่ารักตุ้ยนุ้ย วันๆ เคี้ยวแต่ต้นไผ่ จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ อย่าลืมว่า แพนด้า ยังอยู่ในวงศ์ตระกูลหมี ซึ่งหมึเป็นสัตว์ดุร้ายอยู่แล้ว และต้นไผ่ที่มันกิน ก็เป็นต้นไม้ที่แข็งโป๊ก มันต้องมีกรามที่แข็งแรงขนาดไหนถึงจะบดขยี้ต้นไผ่กินแบบชิลๆ ได้ เคยมีรายงานว่า หมีแพนด้าทำร้ายพนักงานให้อาหารสัตว์ ซึ่งพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิตอีกด้วย 5. โลมา โลมา อาจเป็นสัตว์น้ำที่ดูฉลาด น่ารัก ซุกซน แต่แน่นอนว่าถ้าใครที่เคยอ่านนิสัยจริงๆ ของมันล่ะก็ จะรู้เลยว่า ไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย! สัญชาตญาณของโลมา เป็นสัตว์ที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะมีเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเซ็กส์กับปลาที่ตายแล้ว ทำร้ายร่างกายโลมาตัวอื่นเพื่อข่มขู่ให้มีอะไรด้วยกัน แน่นอนว่ามันลามมาถึงมนุษย์ด้วย และอย่าลืมว่าโลมาก็เป็นสัตว์นักล่าที่กินเนื้อที่ดุร้ายล่ะ
บทความ

5สิ่งไม่ควรทำเมื่อทะเลาะกับแฟน

คนรักกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีปะทะ มีทะเลาะกันบ้าง หลายคู่ก็สามารถคืนดีกันได้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่ที่ทะเลาะกันแล้วไม่จบ ทะเลาะกันอีกเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเวลาทะเลาะกันยังไงล่ะ บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป! 1. ใส่อารมณ์จนเกินเหตุ ไม่ว่าใคร เมื่อถึงเวลาที่ต้องทะเลาะกับฝ่ายตรงข้าม มักจะตกอยู่ในอารมณ์โมโห แน่นอนว่าการทะเลาะกับแฟนก็คงหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเอง อย่าใส่อารมณ์เวลาทะเลาะกับแฟนมากเกินไป เพราะเมื่ออารมณ์ครอบงำจิตใจแล้ว เรามักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้หลายอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย 2. ขุดเรื่องราวเก่าๆ มาซ้ำเติม ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตของแฟนจะน่าโมโหมากแค่ไหน เช่น แฟนเคยแอบไปมีกิ๊ก แฟนเคยแอบคุยกับกิ๊ก แฟนเคยหนีไปเที่ยวกับกิ๊ก แต่ถ้ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่านำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมโรงกับเรื่องในปัจจุบันเลย เข้าใจว่าระแวง เข้าใจว่าเคยมีแผลมาก่อน แต่การนำเรื่องราวเก่าๆ มาผสมด้วย จะทำให้เหตุการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม แถมยังทำให้แฟนของเราเสียความรู้สึกอีกด้วย 3. ทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกิดบาดแผลตามร่างกายแล้ว ยังทำให้แฟนของคุณมีบาดแผลลึกในใจด้วย การทำร้ายร่างกายยังเป็นความผิดทางกฎหมายที่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย เข้าใจว่าโมโห เข้าใจว่าอารมณ์มันพลุ่งพล่าน แต่ถ้าลงไม้ลงมือไปแล้ว ทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิมไปอีกนะ ไม่อยากคืนดีกับแฟนหรอ? 4. ไม่ยอมเคลียร์ปัญหา ปล่อยให้ปัญหาค้างคาอยู่แบบนั้น เวลาทะเลาะกัน สิ่งที่ควรทำคือรอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอารมณ์นิ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอจนข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี จนปัญหามันคาราคาซังอยู่แบบนั้นล่ะ เรียนรู้ที่จะผูกแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ด้วย ถ้าไม่ยอมเคลียร์ เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ล่ะก็ เรื่องเล็กๆ นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันมาหลายคู่แล้ว 5. โกหก ปกติการโกหกก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมาโกหกตอนทะเลาะกันอีก สลอตบอกเลยว่าถ้าแฟนจับได้นี่เรื่องมันไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน จำเอาไว้เลย ว่าการโกหกเพียงครั้งเดียว จะทำให้แฟนของคุณ ไม่เชื่อใจคุณไปอีกเลยตลอดชีวิต
บทความ

5 สถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์

นอกจากสิ่งสำคัญของวันสงกรานต์ คือวันที่ได้รวมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกหนึ่งสีสันคือการเล่นน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้วนั่นเอง ทำให้ในแต่ละปี สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ก็จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปร่วมเล่นน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ปีนี้ข้าวสารงดจัดกิจกรรม แต่ยังเปิดให้เข้าไปเล่นน้ำได้ตามปกติ สลอตจึงไม่ขอจัดข้าวสารไว้ในสถานที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่เป็นสถานที่อื่นที่ทางทีมงานยังจัดกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเล่นน้ำแทน 5 ที่ที่สลอตจะแนะนำ บอกเลยว่าสนุกมาก 1. สยาม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นน้ำแบบสบายๆ เพราะที่สยามรณรงค์ไม่เล่นแป้งมาหลายปีแล้ว อนุญาตให้สาดน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำในการเล่นสนุกได้อย่างเดียว รวมถึงมีการรณรงค์ไม่แต่งตัวโป๊ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นสงกรานต์ด้วย เรียกว่าเป็นการเล่นสงกรานต์ที่แท้จริงแบบไม่มีอะไรมาผสม เหมาะสำหรับแก๊งหญิงล้วนที่ไม่รู้จะไปเล่นน้ำกันที่ไหนดี 2. สีลม สถานที่เล่นน้ำสุดฮิตรองลงมาจากข้าวสาร ที่นี่ คุณจะสามารถใส่ความเป็นตัวเองได้สุดเหวี่ยง จะแต่งตัวจัดเต็มมาอย่างไรก็ได้ ถนนสีลมในช่วงสงกรานต์จะเป็นเวทีของคุณ สีลมยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย เล่นกันทั้งวันทั้งคืน ใครกลัวตัวเองไม่เปียกในเทศกาลนี้ ก็แนะนำให้ไปสีลมเลย 3. งาน S2O พระราม 9 เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่นสายเที่ยวต้องไปกันทุกคน โดยงานนี้จะเชิญดีเจแนว EDM ชื่อดังจากทั่วโลกมาสร้างความสนุกสนานระหว่างการเล่นน้ำให้มันส์ยิ่งขึ้น แสง สี เสียง คุณภาพคับแก้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปถึงจะร่วมงานนี้ได้นะ 4. เอเชียทีค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวต่างชาติร่วมเล่นน้ำเยอะมาก นอกจากเอเชียทีคยังเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ยอดฮิตแล้ว ปีนี้ ในเอเชียทีคยังมีการจัดกิจกรรม Theme เทศกาลสงกรานต์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำตลาดย้อนยุคมาให้เดินช็อปกัน รวมถึงยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านไทยในสมัยก่อน เรียกว่าถูกใจคนชอบแนวนี้มากเลยล่ะ ยังมีศิลปินมาร่วมร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย 5. คิงพาวเวอร์ รางน้ำ นอกจากบริเวณคิงพาวเวอร์ รางน้ำ จะเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์ที่มีคนเล่นไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปแล้ว สำหรับปีนี้ คิงพาวเวอร์ยังจัดกิจกรรมแห่นางสงกรานต์ โดยดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ราณี, แพนเค้ก เขมนิจ, อั้ม พัชราภา, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, ก้อย รัชวิน และโบว์ เมลดา และทุกวันก็ยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาทำให้บรรยากาศการเล่นน้ำสนุกมากขึ้นอีกด้วย เช่น โจอี้บอย, แก้ม วิชญาณี, อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่าง BNK48 ก็มาด้วย!
บทความ

เคล็ดลับเสริมอึ๋มของผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นเพศที่จะหาข้อด้อยของตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเองให้มากขึ้น เช่น วันนี้ผิวแห้งจัง วันนี้หน้าหมองคล้ำจัง วันนี้หัวยุ่งจัง ฯลฯ สารพัดจนปวดหัว หนึ่งในปัญหาที่ผู้หญิงมองว่าเป็นข้อด้อยซะส่วนใหญ่คือ หน้าอกเล็ก! หรือหยาบๆ ว่า หญิงไทยส่วนใหญ่นมเล็กนั่นแหละ! ทางออกของหลายคนจึงเป็นการศัลยกรรมเสริมหน้าอก.. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะทำหน้าอก หรือกลัว ไม่อยากจะเจ็บตัว มันก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้อึ๋มอีกนะเอ้า! ทำตามเคล็ดลับให้เด้งดึ๋งเอาไปฟาดหน้าคนที่เคยด่าเราว่าจอแบนกันไปเลย!   นวดหน้าอก การนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดบริเวณหน้าอกไหลเวียนดีขึ้น ต่อมนมทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงสวยงาม โดยแนะนำว่าให้ใช้ครีมกระชับหน้าอกทาควบคู่กับการนวดไปด้วย จะทำให้หน้าอก สวย เต่งตึง ไม่หย่อนยาน แถมมีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องเจ็บตัวเลย แถมสบายด้วย   ทานตัวเลือกเสริม ไม่ใช่อาหารเสริมนะ แต่เป็นบรรดา ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ที่มีประโยชน์ต่างหาก สิ่งแรกที่แนะนำเลยคือ น้ำมะพร้าวสด เนื่องจากในน้ำมะพร้าวสดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน  หรือฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก ฮอร์โมนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างสัดส่วนร่างกายให้เหมาะกับการสืบพันธุ์ แน่นอนว่าหน้าอกจะใหญ่ขึ้นแน่นอน! อย่างที่สอง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ การกินน้ำเต้าหู้ทุกวัน จะช่วยให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล แถมยังมีฮอร์โมนเพศหญิงสูงมากอีกต่างหาก สังเกตดูสิ ผู้ชายคนไหนชอบกินถั่วเหลือง จะมีหน้าอกอึ๋มกว่าผู้ชายทั่วไป!   ออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อหน้าอก แม้ว่าบริเวณหน้าอก เต้านมของผู้หญิง จะมีไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกสัดส่วนในร่างกายก็ต้องมีกล้ามเนื้อใช่มั้ยล่ะ? โดยการออกกำลังกายเน้นบริเวณหน้าอก จะช่วยให้เรามีหน้าอกที่สวย ได้รูป ไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป เต่งตึงเพราะมีการสร้างกล้ามเนื้ออยู่เสมอ ท่าออกกำลังกายที่กระชับหน้าอก ได้แก่ การดันพื้น และการยกดัมเบลในท่านอนหงาย   อาบน้ำเย็น อาจจะไม่เห็นผลได้โดยตรงอย่างชัดเจน แต่การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น เน้นไปที่บริเวณหน้าอกจะช่วยให้หน้าอกมีความเต่งตึง กระชับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำอุ่น - น้ำร้อน อาจจะทำให้ไขมันบริเวณหน้าอกละลายออกไปได้เมื่อเจอความร้อน ดังนั้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น และนวดหน้าอกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้หน้าอกสวย เต่งตึงขึ้นนั่นเอง   ยัดซิลิโคน ยัดทิชชู่ ยัดถุงเท้า ลองมาทุกวิธีก็ไม่เห็นจะได้ผลสักที... ก็ยัดไปเลย! อัดไปสิฟองน้ำน่ะ! ไม่มีใครเขารู้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเจอคนหน้าอกใหญ่แล้วเข้าไปขอดูหรอกว่ายัดอะไรไว้กี่ชั้น แนะนำว่าให้ใช้ยกทรงเสริมฟองน้ำ พร้อมใส่ซิลิโคนกับถุงเท้าเสริมลงไปให้ดูมีเนื้อหน้าอก เนียนๆ หน่อย รับรองว่าใหญ่ขึ้นทันตาเห็น!