5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

23 กรกฎาคม 2560

 ในปัจจุบันทั่วโลก “มนุษย์” มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี

โดยผู้หญิงจะอายุยืนกว่าผู้ชายเล็กน้อยเนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

แต่ถ้าหากดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี มีสุขภาพจิตที่แจ่มใสอยู่เสมอไม่ว่าเพศไหนก็

จะสามารถอายุยืนได้มากกว่านั้น บางคนอาจอายุยืนยาว

ได้มากกว่าร้อยปีและสถิติมนุษย์ผู้ที่อายุยืนที่สุดในโลกก็มีอายุมากถึง 122 ปี

 

 แต่ถ้าหากพูดถึงสัตว์โลกบางตัวแล้ว อายุขัยร้อยปีนี้อาจเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยก็ได้

เพราะวันนี้สลอตจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับ

“5สัตว์ที่อายุยืนยาวที่สุดในโลก”

มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

 

วาฬ Bowhead

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

วาฬพันธุ์นี้ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ครองแชมป์สัตว์ที่ปากกว้างที่สุดในโลกและอายุยืนที่สุดในโลก

สามารถมีช่วงอายุที่ยืนยาวได้มากกว่า 210 ปี !

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามพวกมันกลับเหลือประชากรในโลกเพียงหลักหมื่นเท่านั้น

เพราะพวกมันเคยถูกล่าอย่างหนักจากมนุษย์นั่นเอง  

 

ปลาคาร์ฟ Koi 

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

 โคอิ คือปลาคาร์ฟสายพันธุ์หนึ่งที่ถูกพัฒนาจากประเทศญี่ปุ่น

ตามความเชื่อแล้วปลาโคอินั้นเป็นสัญลักษณ์ของ ความรัก และ มิตรภาพ

ซึ่งปลาโคอิที่มีชื่อเสียงสุดๆนั่นคือเจ้าปลา ฮานาโกะ”

ที่มีอายุยืนยาวถึง 226 ปี ฮานาโกะเกิดเมื่อปี 1751

และมีชีวิตอยู่มาเรื่อยมาจนถึง 7 กรกฎาคม ปี 1977

 

หอยตลับน้ำลึก Ocean Quahog 

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด


 เจ้าหอยตัวนี้ถูกพบขณะที่มีอายุอยู่ที่ 507 ปี ที่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกที่ระดับความลึก 1,300 ฟุต

จากการโดนลากอวนขึ้นมานี่เอง 

และเชื่อว่าจะมันคงจะมีอายุยืนกว่านี้หากไม่ถูกจับขึ้นมาซะก่อน

 

หอยเม่นแด

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด


 เราอาจจะคุ้นเคยกันดีว่าพวกมันคือหนึ่งในอาหารจานหรูของหลายๆประเทศ

แต่รู้หรือไม่ว่าหอยเม่นเหล่านี้นี่แหละบางตัวมีอายุมาก 200 ปีเลยนะ

โดยขนาดก็จะใหญ่กว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

เต่ายักษ์อัลดาบรา

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด


 เจ้าเต่าตัวนี้มีชื่อว่า Adwaita มันคือตัวแทนสมบัติจากโลกอดีตกาล

ที่มีอายุยืนยาวและรอดชีวิตมาได้จากยุคที่มีการล่าอย่างดุเดือด

โดยมันใช้ชีวิตในสวนสัตว์จนถึงวาระสุดท้ายด้วยวัย 256 ปี

กลายเป็นเต่าที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดในบรรดาเต่าทั้งหลาย

 

 สุดยอดไปเลยนะกับอายุของเหล่าสัตว์โลกพวกนี้ที่อายุยืนกันจนน่าทึ่งเลย มหัศจรรย์จริงๆ !

และถึงแม้ว่ามนุษย์เองนั้นอาจจะไม่ได้มีอายุขัยที่สามารถยืนยาวได้เทียบเท่ากับเพื่อนๆสัตว์โลกพวกนี้

5สัตว์ที่อายุยืนที่สุด

แต่การดูแลสุขภาพ หมั่นรักษาตัวเองอยู่เสมอนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญสุดๆเลยนะ

เพราะเพื่อนๆจะได้ใช้ชีวิตกันไปอีกนานๆโดยมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่เสมอยังไงล่า <3

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : spokedark.tv

 

แนะนำบทความที่คุณน่าจะชอบ
บทความ

โทษประหารชีวิตในประเทศไทย

การประหารชีวิตผู้ที่ทำผิด มีมานานแสนนานในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไร โทษตายมักจะเป็นโทษสูงสุด สำหรับนักโทษที่มีความผิดที่ยิ่งใหญ่ การประหารชีวิตอาจเป็นผลดีหรือหรือไม่ดี อันนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคลไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การประหารชีวิตในประเทศไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอะไรบ้างวันนี้ วันนี้สลอตจะลองหยิบยกมาให้ทุกคนได้ทราบกันนะครับ   1. การประหารชีวิตด้วยการตัดคอ เป็นการประหารที่มีมานานแล้ว เราอาจเคยได้เห็นมาบ้างในหนังไทยยุคเก่า ปัจจุบันคงไม่มีการประหารแบบนี้แล้ว ถูกยกเลิกไปในปี 2478   2. การประหารด้วยการยิงเป้า เป็นการประหารที่ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อย โดยเพชรฆาตจะยิงนักโทษ 7-8นัด เพื่อให้ตายในทันที แต่ถ้าไม่ตายก็จะยิงซ้ำไปอีก ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไม่นานมานี้ในปี 2552   3. การประหารด้วยการฉีดยา เป็นการประหารในปัจจุบัน โดยจะมียาสามเข็ม เข็มแรกให้นักโทษสลบ เข็มที่สอง เข็มที่สาม ก็จะทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดไป นับว่าเป็นการประหารที่ไม่ทรมาน เพราะนักโทษจะหลับไปก่อน   และยังมีการประหารที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เรียกกันไว้ว่าประหารชีวิต 21 สถาน ถ้าอยากอ่านต่อก็ไปอ่านได้ในเครดิตเลยขอรับ เครดิต : วิกิพีเดีย  
บทความ

5 ประเทศที่ได้แชมป์บอลโลกมากที่สุด

หลังจากแฟนบอลต้องรอคอยมานานถึง 4 ปี ในที่สุดอีเวนท์ครั้งใหญ่ที่คนทั้งโลกรอคอยก็มาถึงอีกครั้ง กับบอลโลกที่ 4 ปีจะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว! สำหรับคนที่ติดตามกีฬาฟุตบอลมา ก็คงจะพอรู้แล้วว่า ควรจะต้องเชียร์ทีมชาติไหน ทีมชาติไหนโดดเด่นในปีนี้ ทีมชาติไหนที่น่าสนใจมากที่สุด แต่ก็ยังมีหลายคนที่เพิ่งติดตามวงการฟุตบอล ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจะเชียร์ทีมไหน เกิดพลาดมาแล้วโดนคนรอบข้างแซวนี่เขินแย่ งั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าทีมชาติไหนที่มีสถิติคว้าแชมป์มากที่สุด ถ้าอ่านจนจบแล้ว เชื่อว่าหลายคนที่เพิ่งติดตามวงการฟุตบอล น่าจะเลือกได้ว่าควรจะเชียร์ทีมไหนดี 5. ประเทศอุรุกวัยแชมป์บอลโลก 2 ครั้ง เป็นประเทศหนึ่งที่คนไม่ดูบอลจะไม่ค่อยรู้มากนัก ว่าโหดแค่ไหน แต่สำหรับคนที่ติดตามบอลโลก จะรู้เลยว่า อุรุกวัยเป็นประเทศหนึ่งที่ดุเดือดมากจริงๆ โดยในบอลโลกปี ค.ศ. 1930 ซึ่งเป็นปีที่จัดบอลโลกเป็นปีแรก อุรุกวัยได้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ อุรุกวัยต้องเผชิญหน้ากับทีมชาติอาร์เจนตินา ทีมชาติในดวงใจของใครหลายคน ซึ่งในการแข่งขันดังกล่าว อุรุกวัยสามารถชนะอาร์เจนตินาได้ ด้วยสกอร์ 4 ต่อ 2 คะแนน และอีกครั้งหนึ่งที่อุรุกวัยสามารถคว้าแชมป์มาได้ คือในบอลโลกปี ค.ศ. 1950 อุรุกวัยได้เข้ารอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติบราซิล ทีมชาติที่ขึ้นชื่อว่าโหด ดุเดือดที่สุดในการแข่งขันบอลโลก แม้ว่าในปีดังกล่าว บราซิลจะเป็นเจ้าภาพ แต่อุรุกวัยก็สามารถทำประตูชนะเฉือนเจ้าภาพไปได้ ด้วยสกอร์ 2 ต่อ 1 คะแนน สำหรับในปี 2018 นี้ อุรุกวัยก็น่าจับตามองอย่างมาก แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นการแข่งขัน แต่ฟอร์มของอุรุกวัยก็โดดเด่นมาก เป็นทีมหนึ่งที่น่าเชียร์สำหรับฤดูกาลนี้ 4. ประเทศอาร์เจนตินาแชมป์บอลโลก 2 ครั้ง ทีมชาติบอลโลกขวัญใจใครหลายคน ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นชัวร์ ทำให้อาร์เจนตินาเป็นทีมที่น่าจับตามองทุกปี เป็นอีกทีมชาติหนึ่งที่คนเชียร์กันมากที่สุด อาร์เจนตินาคว้าชัยชนะบอลโลกครั้งแรกในปี ค.ศ.1978 ซึ่งในปีดังกล่าวอาร์เจนตินาเป็นเจ้าภาพพอดี ชัยชนะครั้งแรก อาร์เจนตินา พบกับ เนเธอร์แลนด์ ทีมชาติที่เข้ารอบชิงชนะเลิศบ่อยมากที่สุดทีมหนึ่ง อาร์เจนตินาสามารถคว้าชัยชนะได้ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 1 คะแนน และสำหรับชัยชนะแชมป์โลกครั้งที่ 2 อาร์เจนตินา พบกับ เยอรมนีตะวันตก (เยอรมนี) ผลของการแข่งขันก็คือ อาร์เจนตินาชนะได้ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 2 คะแน สำหรับบอลโลกปี 2018 อาร์เจนตินาก็ยังคงเป็นทีมที่น่าจับตามองเหมือนเคย และเป็นทีมที่หลายคนคาดหวังให้ได้รับแชมป์อีกครั้งในปีนี้ เนื่องจาก เมสซี นักเตะชื่อดังฝีมือโหดระดับโลก ให้สัมภาษณ์ว่า เขาอาจจะร่วมแข่งบอลโลกทีมชาติครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยเขาจะเล่นต่อในบอลโลกครั้งต่อไปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นของเขา และผลลัพธ์ที่ออกมา เรามาให้กำลังใจ เมสซี และทีมชาติอาร์เจนตินากันเถอะ 3. ประเทศเยอรมนีแชมป์บอลโลก 4 ครั้ง เป็นทีมชาติที่ถูกจับตามองทั้งแฟนบอล และคนทั่วไป โดยเฉพาะสาวๆ เพราะทีมชาติเยอรมนีมักจะถูกนำเสนอว่า เป็นทีมชาติที่มีผู้เล่นที่หน้าตาดีที่สุดแล้ว แหมมมมมม เขาให้ดูบอลลลลลลลล เห็นผู้ชายหล่อๆ ไม่ได้เลยนะ! ทีมนี้เขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฝีมือก็โคตรจะโหดด้วย เพราะเยอรมนีคว้าแชมป์บอลโลกได้ถึง 4 ครั้ง จากทั้งหมด 19 ครั้ง! โดยชัยชนะครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1954 รอบชิงชนะเลิศ เยอรมนีต้องปะทะกับทีมชาติฮังการี ซึ่งก็สามารถคว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 3 ต่อ 2 คะแนน ชัยชนะครั้งที่ 2 นั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1974 เป็นปีเดียวกันกับที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพการแข่งขันบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ เยอรมนีพบกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2 ต่อ 1 คะแนน ชัยชนะครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1990 รอบชิงชนะเลิศ เยอรมนี พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา แน่นอนว่าชนะได้ด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0 คะแนน และชัยชนะครั้งที่ 4 ก็คือชัยชนะครั้งล่าสุดของการจัดบอลโลก ในปี ค.ศ. 2014 เยอรมนี ปะทะกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งก็สามารถคว้าชัยชนะได้ด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0 คะแนน เพราะครั้งที่แล้วเยอรมนีคว้าแชมป์ ทำให้บอลโลกครั้งนี้ เยอรมนีเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุด แม้การแข่งขันที่ผ่านมา จะเป็นการลงสนามครั้งแรกของเยอรมนี แต่เยอรมนีกลับพ่ายแพ้ในนัดแรกของการแข่งขันบอลโลก เราก็ต้องให้กำลังใจนักเตะต่อไปนะ น่าจับตามองมาก!! 2. ประเทศ อิตาลีแชมป์บอลโลก 4 ครั้ง ทีมชาติอิตาลี เป็นทีมชาติที่จัดว่ามีฝีมือดีเป็นอันดับต้นๆ โดยอิตาลีได้ร่วมแข่งขันบอลโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 มาตลอด ไม่เคยพลาดสักปี แต่ในบอลโลกปี 2018 นี้ อิตาลีกลับพลาดไม่ได้มาร่วมแข่งขันด้วย เพราะดันไปพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติสวีเดนด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0 คะแนน ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลหลายคนเซ็งมาก เนื่องจากอิตาลีถือว่าเป็นหนึ่งทีมที่น่าจับตามอง น่าเชียร์มากทีมหนึ่ง แต่ถึงแม้ว่าปีนี้จะไม่ได้เข้าร่วม แต่สถิติการแข่งขันของทีมชาติอิตาลี ก็ทำให้อิตาลีเป็นทีมที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับแบบเสมอต้นเสมอปลาย โดยครั้งแรกที่อิตาลีสามารถคว้าชัยชนะได้นั้น เป็นการคว้าแชมป์ในการแข่งขันบอลโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1934 ในการจัดการแข่งขันบอลโลกครั้งที่ 2 อิตาลีก็มีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพ รอบชิงชนะเลิศ อิตาลี พบกับ ทีมชาติเชโกสโลวาเกีย อิตาลีคว้าชัยชนะได้ด้วยสกอร์ 2 ต่อ 1 คะแนน แชมป์ครั้งที่ 2 ของอิตาลี ก็ได้มาจากการจัดบอลโลกครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 1938 รอบชิงชนะเลิศ อิตาลี พับกบ ทีมชาติฮังการี คว้าชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4 ต่อ 2 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นการคว้าแชมป์ 2 สมัยซ้อน และก็เว้นช่วงมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1982 อิตาลีได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ และเจอกับทีมชาติเยอรมนี ก็คว้าชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 1 คะแนน และชัยชนะครั้งล่าสุด ที่ทำให้อิตาลีครองตำแหน่งแชมป์โลกได้ 4 ครั้ง ก็คือบอลโลกในปี ค.ศ. 2006 ที่อิตาลีเข้ารอบชิงชนะเลิศ ปะทะกับทีมชาติฝรั่งเศส แม้ว่าจะเสมอกันด้วยสกอร์ 1 ต่อ 1 คะแนน แต่อิตาลีก็ชนะฝรั่งเศสได้ในการยิงลูกโทษไป 5 ลูก ในขณะที่ฝรั่งเศสยิงได้ 3 ลูก บอลโลกครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า ก็มารอลุ้นกันว่าอิตาลีจะเข้ารอบมาสร้างสีสันให้กับการแข่งขันหรือไม่ 1. ประเทศบราซิลแชมป์บอลโลก 5 ครั้ง ทีมชาติที่น่าจับตามองที่สุดมาตลอด เพราะบราซิล เป็นชาติที่มีนักเตะระดับเทพมากมายรวมกัน ยกตัวอย่างเช่นในบอลโลกปี 2018 ก็มีทั้งเนย์มาร์, คูตินโญ่, มาร์ควินญอส, มาร์เซโล่, เปาลินโญ่ ฯลฯ จากนักเตะทั้งหมดที่มี ทำให้แฟนบอลหลายคนคิดว่า บราซิลอาจจะคว้าแชมป์บอลโลกได้เป็นครั้งที่ 6 รึเปล่า? ขอบอกเลยว่า สถิติของบราซิลนี่ดุเดือดมากๆ โดยบราซิลคว้าแชมป์โลกครั้งแรกได้ในปี ค.ศ. 1958 ชนะทีมชาติสวีเดน เจ้าภาพในปีนั้น ได้ด้วยสกอร์ 5 ต่อ 2 คะแนน (เดือดปะล่ะ!) ชัยชนะครั้งที่ 2 ของบราซิลนั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1962 หรือก็คือบราซิลสามารถครองตำแหน่งแชมป์ได้ 2 ครั้งติดต่อกัน โดยบราซิลชนะทีมชาติเชโกสโลวาเกียได้ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 1 คะแนน ชัยชนะครั้งที่ 3 ของบราซิล ก็ใกล้ๆ กันเลย ห่างจากชัยชนะครั้งที่ 2 เป็นเวลา 8 ปี หรือเว้นไปแค่ครั้งเดียว แล้วก็ได้แชมป์อีก โดยในปี ค.ศ. 1970 บราซิลเข้ารอบชิงชนะเลิศ พบกับทีมชาติอิตาลี และก็สามารถชนะได้ด้วยสกอร์ 4 ต่อ 1 คะแนน! เดือดมาก! และถัดมาอีกไม่นาน บราซิลก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งที่ 4 ได้ในปี ค.ศ. 1994 แม้ว่าในปีดังกล่าว บราซิลที่ชิงชนะเลิศกับอิตาลีอีกครั้ง จะต่างฝ่ายต่างทำประตูไม่ได้เลย แต่บราซิลก็สามารถเอาชนะด้วยการยิงลูกโทษไป 3 ลูก ในขณะที่อิตาลียิงลูกโทษไป 2 ลูกได้ ชัยชนะครั้งที่ 5 ของบราซิล ก็เกิดขึ้นไม่นานนี้เอง โดยในบอลโลกปี ค.ศ. 2002 บราซิลปะทะกับเยอรมนีในรอบชิงชนะเลิศ และเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 2 ต่อ 0 คะแนน ปีนี้บราซิลก็เป็นทีมที่น่าลุ้นให้เป็นแชมป์โลกมาก เชียร์ทุกทีม ให้กำลังใจทุกทีมไปพร้อมๆ กันดีกว่า!
บทความ

5 อนิเมะสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุด

นอกจากแฟนการ์ตูน จะเสพเนื้อหาหลักของการ์ตูนแต่ละเรื่องที่แตกต่างกันออกไปแล้ว เช่น ถ้าเป็นแนวแอ็คชันก็เสพความสะใจ ถ้าเป็นแนวดราม่าก็ต้องเตรียมทิชชู่ไว้ลังนึง เสพความปวดตับเข้าร่างกาย แต่สิ่งที่บรรดาการ์ตูนมีคล้ายกันทุกเรื่องก็คือ สงครามกองอวย สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามอ่านการ์ตูนคงจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร สลอตจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า การ์ตูน มังงะ อนิเมะแต่ละเรื่อง ที่ยังไม่มีบทสรุปว่า สรุปแล้วพระเอกลงเอยกับใคร แฟนการ์ตูนมักจะเชียร์ให้ตัวละครที่ชอบได้กับพระเอก ซึ่งแต่ละคนจะเชียร์ไม่เหมือนกัน เช่นเรื่องโคนัน บางคนก็เชียร์ให้โมริ รัน คู่กับโคนัน บางคนก็เชียร์ให้ไฮบาระคู่กับโคนัน ประมาณนี้ เรื่องที่ยกตัวอย่างมา แฟนคลับก็ปะทะกันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่หรอก แต่มีอนิเมะอีกหลายเรื่อง ที่มีแฟนคลับเชียร์ตัวละครที่ตัวเองชอบกันแรงมากก!! ไปปะทะ ไปเถียงกับคนที่เชียร์คนอื่นรุนแรงมากกก จนมีคนตั้งชื่อพฤติกรรมเหล่านี้ว่า "สงครามกองอวย" นั่นเอง เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาที่เราดูซีรีส์แล้วเชียร์คู่จิ้นให้ได้กันจริงๆ นั่นแหละ! มาดูกันว่า มีเรื่องอะไรที่กองอวยมีความรุนแรงถึงขั้นเป็นสงครามกันบ้าง   5. Ichigo 100% อนิเมะแนวโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า ที่ถึงแม้ว่ากองอวยจะมีตัวละครให้เลือกอวยเพียงแค่ 4 ตัวละคร ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับอนิเมะสงครามกองอวยเรื่องอื่น แต่เมื่อเทียบตอนจบของสงครามกับเรื่องอื่นแล้ว ความรุนแรงของ Ichigo 100% นับว่าสร้างความเสียหายให้กับกองอวยได้มหาศาล โดย Ichigo 100% มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเอกที่อยากทำความฝันตัวเอง คือการเป็นผู้กำกับ สาวๆ ทั้ง 4 คนก็มีคาแรคเตอร์ที่ต่างกันออกไป คนหนึ่งมีความฝันเดียวกับพระเอก, คนหนึ่งเป็นสาวป็อบประจำโรงเรียน คนหนึ่งหลงรักพระเอกหัวปักหัวปำ และคนสุดท้ายสนิทสนมกับพระเอกมากที่สุด เรียกได้ว่าทุกตัวละครมีแนวโน้มที่จะคู่กับพระเอกได้หมด แม้ว่าตอนช่วงท้ายของเรื่อง ตัวละครจะโดนตัดโอกาส จนเหลือแค่นางเอกหลักให้เลือกเพียง 2 คน แถมบทของเรื่องก็ส่งหนักมาก จนเราคิดว่า คนนี้แหละ ที่จะได้คู่กับนางเอกในตอนจบ! แต่เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึง ตอนสุดท้าย ฉากสุดท้าย กองอวยกลับล้มตายกันระเนระนาด! เพราะเนื้อเรื่องหักความรู้สึกคนดูแบบแหกโค้งไปเลย! กระทั่งคนที่อวยชนะ ก็ยังออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ยังรู้สึกปวดตับกับตอนจบเลย ถึงคนที่ตัวเองเชียร์จะได้กับพระเอกก็เถอะ Ichigo 100% จึงเป็นอนิเมะสงครามกองอวย ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุด ถึงแม้ว่าระหว่างสงคราม จะดูไม่ค่อยรุนแรงสักเท่าไหร่ แต่ดาเมจหลังจากจบเนื้อเรื่อง กลับส่งผลจนไม่ว่าจะอวยคนไหน ก็ล้วนแต่ปวดตับกันทั้งสิ้น แต่เรื่องนี้ตัวละครน่ารัก ลายเส้นน่ารักมาก หลายคนน่าจะยังไม่เคยอ่านและไม่เคยดู ถ้าเป็นมังงะ มีแค่ประมาณ 170 ตอนเท่านั้น อ่านวันเดียวก็จบแล้ว ลองไปอ่านแล้วเลือกกองอวยดู ว่าจะเลือกอวยใคร แล้วมาทายกันว่าใครจะได้คู่กับพระเอกในตอนสุดท้าย   4. Ore No Imouto ga Konnani Kawaii Wake go Nai อีกหนึ่งอนิเมะในตำนาน โดยเรื่องนี้มีชื่อย่อคือ Oreimo และมีชื่อไทยคือ น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก! เป็นอนิเมะเรื่องแรกๆ ที่บุกเบิกอนิเมะที่มีชื่อย๊าวยาว และในช่วงที่ออกฉายแรกๆ เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก พระเอกของเรื่องเป็นเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ธรรมดา มีน้องสาวสุดสวยดีกรีเป็นนางแบบ เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน แน่นอนว่าเขากับน้องสาวต่างกันมากในแง่ความเพอร์เฟคท์ ทั้งคู่จึงกัดกันตลอดเวลา แต่น้องสาวดันมีความลับสุดประหลาด คือน้องสาวของเขาเป็นโอตาคุเต็มขั้น! จากที่พระเอกกับน้องสาวไม่ถูกกัน แต่เมื่อล่วงรู้ความลับดังกล่าว ด้วยความที่เป็นพี่ชาย เขาก็ต้องพยายามหาสังคมที่เหมาะกับน้องสาวให้ได้ ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว ก็เปิดทางให้มีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าอวยให้เป็นนางเอกขึ้นมา เมื่อรวมน้องสาวที่เป็นตัวละครหลักฝ่ายหญิงแล้ว ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ มีทั้งหมด 5 ตัวละครด้วยกัน ครบทุกคาแรคเตอร์ที่คนชอบดูการ์ตูนใฝ่ฝันเลยล่ะ มีทั้งสาวซึนเดเระ, โลลิค่อน, ยันเดเระ หรือแม้กระทั่งสาวที่แต่งหน้าแต่งตัวได้ราวกับเป็นคนละคน รวมถึงสาวที่จริงจังกับชีวิต ด้วยตัวละครที่ว่ามา ทำให้ Oreimo เป็นที่พูดถึงทั้งในแง่ของเนื้อหาและกองอวย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เบิกทางให้อนิเมะสายกองอวยเริ่มมาแรงขขึ้นในยุคดังกล่าว ใครที่ทันเรื่องนี้ออกอากาศแบบเรียลไทม์น่าจะเคยผ่านประสบการณ์ที่ว่า เถียงกับเพื่อนว่าใครจะเป็นนางเอกดี เพราะเรื่องนี้ เดานางเอกยากจริงๆ ในความคิดเห็นของสลอต เพราะแต่ละคนไม่ได้เป็นคนที่ดูจะเข้ากับพระเอกได้ เนื่องจากแต่ละคนเข้ามาหาจากทางน้องสาวเสียมากกว่า พูดง่ายๆ คือไม่มีใครมีแววเลยว่าจะคบหากับพระเอกของเราได้นั่นแหละ แต่สุดท้ายก็มีนะ (ปล. เรื่องนี้สลอตอวยถูกคู่ ชนะสงครามจ่ะ ฮรี่ๆ)   3. Naruto หนึ่งในอนิเมะในตำนาน ที่มีคนติดตามทั่วโลกหลายล้านชีวิต แม้ว่าจะเพิ่งจบบริบูรณ์ไปได้ไม่นาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังฮอตอยู่ ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นอนิเมะธรรมดา ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเรื่องสงครามกองอวย แบบว่า เนื้อเรื่องมันไม่ได้เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากเท่าเรื่องอื่น แต่ดันเป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เพราะพระเอกของเรา นารูโตะ น่าจับคู่ไปซะทุกคนเลย คู่ที่คนนิยมจับคู่ที่สุดก็คือเป็น นารูโตะ x ซากุระ (บางคนก็ นารูโตะ x ซาสึเกะ) และเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีให้เลือกจับคู่แค่คู่เดียว เพราะตัวละครชาย - หญิงทุกตัวละครในเรื่อง ดูสนิทสนมกันหมด จะจับใครจิ้นกับใครก็สะดวก บ้างก็รู้จักกันมาแต่เด็ก บ้างก็คู่กัดกัน บ้างก็แอบรักกันมาตลอด อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สงครามกองอวย นารูโตะ รุนแรงกว่าที่คิด นั่นก็เพราะนารูโตะเป็นอนิเมะที่อยู่เคียงข้างเราตั้งแต่สมัยเด็ก คือแต่ละคนจะปักธงเชียร์คู่ของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก ฝังลึกลงไปในจิตใจว่าคนนี้ต้องคู่กับคนนี้เซ่! พอโตมา เจอเพื่อนที่ชอบนารูโตะเหมือนกัน เพื่อนกลับเชียร์อีกคนให้มาคู่กับคนของเรา ความชอบ การปักธงเชียร์ตั้งแต่ยังเด็กที่ฝังรากลึกไปแล้ว ส่งผลให้หลายคนเกิดอารมณ์ปะทุขึ้นมา เถียงกับเพื่อนว่า ต้องคู่กับคนนี้วร้อยยย!! นั่นแหละ.. แถมด้วยเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะยาวนาน ยิ่งตอนเยอะ เนื้อหาหลักยิ่งเข้มข้นแล้ว แต่สงครามกองอวยดันเข้มข้นกว่าซะงั้น พอกลางเรื่อง อ้าว คู่เราดันทำท่าจะสนิทกับคนนี้มากกว่า พอท้ายเรื่อง อ้าว ดันไปสนิทกับคนโน้นอีก นั่นแหละ (อีกที) .... นารูโตะจึงติดอันดับสงครามกองอวยที่รุนแรงที่สุดมาเป็นอันดับที่ 3   2. Bleach อนิเมะอีกหนึ่งเรื่องในตำนาน ที่สงครามกองอวยมีความรุนแรงพอๆ กับเรื่องนารูโตะ ด้วยสาเหตุที่ใกล้เคียงกันคือ มีเนื้อเรื่องที่ยาว อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก จนความเป็นกองอวยมันฝังลึกลงไปในจิตใจ แต่สาเหตุที่สลอตตัดสินใจให้ Bleach เป็นอนิเมะที่มีสงครามกองอวยรุนแรงกว่านารูโตะ เพราะสลอตพ่ายแพ้ในสงครามกองอวยครั้งนี้ ... ล้อเล่น! สลอตมองว่า คนเขียน Bleach จับคู่ให้ตัวละครอย่างชัดเจนมากกว่านารูโตะ และมีโมเมนต์ระหว่างตัวละครที่สามารถคิดในแง่ชู้สาวมากกว่านารูโตะ แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยดู Bleach ยังสงสัยเลยว่า คนนี้คู่กับคนนี้หรอ เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ออกฉากคู่กันตลอด อย่างนารูโตะมันยังเป็นเพื่อนพ้องใช่มั้ยล่ะ แต่ Bleach เนี่ย มันนำเสนอให้ตัวละครชาย - หญิงอยู่ด้วยกันมากกว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่สลอตยกให้ Bleach มาเป็นอันดับที่ 2 เพราะบทมันโคตรจะส่งให้นางเอกที่แท้จริง.. เอ้ย ตัวละครหญิงอีกคนหนึ่ง มันดูคู่ควรกับพระเอกมาก! ทั้งเรื่องนิสัย การอยู่ร่วมกัน พลังที่โคตรจะคล้ายกัน จนช่วงนั้นกองอวยฉลองรัวๆ ว่า คู่ที่ตรูเชียร์ชนะแล้ววร้อยยย!! แต่สุดท้าย กองอวยตายกันเป็นแถว เพราะผลสรุปแทบไม่ตรงกับที่หลายคนอวยเอาไว้เลย ที่บอกว่าสลอตพ่ายแพ้ในศึกนี้น่ะ เรื่องจริงนะ    ช้ำใจมาก เดินทางมาถึงอันดับที่ 1 แล้ว สลอตเชื่อว่า ใครที่ติดตามดูอนิเมะแบบเรียลไทม์ และมักจะเข้าเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อนั่งอ่านความคิดเห็นของแฟนการ์ตูนด้วยกันแล้ว ต้องรับรู้ความรุนแรงของสงครามกองอวยเรื่องนี้เป็นแน่ เรื่องนั้นก็คือ   1. Nisekoi เมื่อเทียบกับอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 Nisekoi ถือเป็นอนิเมะเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ เพิ่งฉายได้ไม่นานมาก แต่เมื่อเทียบความรุนแรงแล้ว สงคราม Nisekoi โคตรจะรุนแรง!! พูดถึงคนที่สามารถเป็นนางเอกได้ก่อนเลย เรื่องอื่นอย่างมากก็มีประมาณ 4-5 คน ไม่เกินจากนี้ (ไม่นับแนวฮาเร็มอย่างพวกเนกิมะ ไรงี้นะ) แต่สำหรับ Nisekoi รวมทั้งเรื่องแล้ว ตัวละครที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ มีถึง 8 คนด้วยกัน!! สำหรับคนที่ไม่เคยดู แต่อ่านถึงตรงนี้ก็น่าจะปวดหัวแล้ว บางคนอาจจะคิดว่า มีตั้ง 8 คน บทของแต่ละคนก็น่าจะมีความสำคัญไม่เท่ากัน น่าจะเดานางเอกง่ายสิ ขอบอกว่า ไม่เลย! ด้วยความที่ Nisekoi เป็นอนิเมะแนวเลิฟคอมเมดี้เน้นๆ ตัวละครทุกตัวจึงมีโอกาสวนเวียนอยู่กับพระเอกเท่าเทียมกัน! ถ้าซื้อหนังสือมาอ่าน จะรู้เลยว่า ตัวละครหญิงทุกตัวที่สามารถอวยให้เป็นนางเอกได้ สลับกันขึ้นหน้าปกแต่ละเล่มเลย! เล่มไหนใครมาแรง คนนั้นก็ได้ขึ้นหน้าปก! ทุกตัวละครก็มักจะมีโมเมนต์น่ารักๆ โดนพระเอกขโมยหัวใจทุกคน รวมถึงแต่ละคนยังมีพันธะสัญญาที่ผูกพันกับพระเอกมาตั้งแต่สมัยเด็กเกือบทุกคน!! บ้างก็เป็นคู่หมั้น บ้างก็สัญญาไว้แล้วว่าจะแต่งงาน บ้างก็แอบรักมาตั้งแต่เด็ก แน่นอนว่าบทมันส่งมาขนาดนี้แล้ว สงครามกองอวย Nisekoi โคตรจะดุเดือด! ถึงขั้นมีการตัดต่อการ์ตูนเรื่อง 'สามก๊ก' มาดัดแปลงให้เข้ากับสงครามกองอวยจากเรื่อง Nisekoi ใครอวยคนไหน ก็ไปเลือกอยู่ก๊กนั้นๆ เป็นกองทัพ พอตอนใหม่ของ Nesekoi ปล่อยออกมา ก็จะรู้ว่าทัพไหนได้เปรียบ ทัพไหนพ่ายแพ้ อธิบายแบบนี้คงไม่เข้าใจ แนะนำให้ลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลว่า 'Nisekoi สามก๊ก' กระทู้จาก Pantip ที่ขึ้นมาอันแรกๆ นั่นแหละ กดเข้าไปดูได้เลย แค่นั้นก็รับรู้ถึงความดุเดือดของสงครามครั้งนี้แล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของสงครามกองอวยเรื่อง Nisekoi คือการที่แต่ละทีมไม่ยอมเรียกคนที่ตัวเองอวยตามชื่อตัวละคร แต่จะใช้สีผมเป็นชื่อทีมแทน เช่น เชียร์หัวเหลือง, หัวดำต้องชนะศึกครั้งนี้!! หัวส้มต่างหากล่ะนางเอก!! , หัวน้ำเงินสิต้องชนะ!! (อย่าถามว่าทำไมถึงอินจัด สลอตเคยอยู่ในสงครามนี้มาก่อน) หลายคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเลย ก็ยังพอรับรู้ถึงความรุนแรง สลอตโดนเพื่อนถามบ่อยมาก ว่าหัวเหลือง หัวดำ มันคืออะไร? ละครหรอ? และก็ไม่อยากจะอวดว่า นี่เป็นอีกสงครามหนึ่งที่สลอตชนะ!! (ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่อวด ไม่พูดถึง แปลว่าแพ้นะ ปล่อยมันๆ)
บทความ

5 ข้อเท็จจริงการคุมกำเนิดป้องกันได้ 100% หรือไม่?

  การคุมกำเนิด เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ไม่สนใจจะศึกษา แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด แต่กลับเป็นสิ่งที่คนไม่สนใจจะศึกษามากที่สุด จนทำให้หลายต่อหลายคนคุมกำเนิดด้วยวิธีการผิดๆ และส่งผลเสียทั้งสุขภาพของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงเกิดการผิดพลาดในอัตราที่สูงมาก จนทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วสรุปการคุมกำเนิดเนี่ย มันป้องกันได้จริงรึเปล่า ทำไมหลายคนยังตั้งครรภ์อยู่ทั้งที่ใช้วิธีการคุมกำเนิดหลายต่อหลายวิธีแล้ว มาหาคำตอบพร้อมๆ กับสลอตกันดีกว่า   1. การคุมกำเนิดคืออะไร ก่อนจะมาตามหาข้อเท็จจริงว่า การคุมกำเนิดนั้นป้องกันได้ 100% มั้ย เราต้องมารู้จักการคุมกำเนิดกันก่อน ถึงมันจะเป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับใครหลายคน หรืออาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่า ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่มีคนจำนวนมาก ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอยู่ การคุมกำเนิด คือการป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์ คนส่วนมากมีอารมณ์ทางเพศต้องการอยากจะมีเพศสัมพันธ์ แต่หลายคนก็ไม่อยากมีบุตร ด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีทุนทรัพย์, ไม่อยากมีลูก, สภาพแวดล้อมไม่พร้อม ฯลฯ ถ้าหากไม่มีการคุมกำเนิด ก็จะเกิดปัญหามากมาย เช่น ประชากรมากเกินไป, ทรัพยากรไม่พอกับปริมาณคน ฯลฯ การคุมกำเนิด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ด้วยความที่การคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงมีการคิดค้นการคุมกำเนิดด้วยวิธีต่างๆ ที่แตกต่างกัน ตามสะดวกของแต่ละคนว่าถนัดอะไร ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือการสวมถุงยางอนามัย เพราะมีขายแทบจะทุกที่ ทุกสาขาของร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมันบางปั๊มก็มีถุงยางอนามัยหยอดตู้ขาย ส่วนสาวๆ ก็มีวิธีการป้องกัน นั่นก็คือ ยาคุมกำเนิด แต่มีบางคนที่คุมกำเนิดระหว่างมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ยังพลาดตั้งครรภ์ได้ เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม   2. วิธีใดเสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด การคุมกำเนิดที่มีหลากหลาย ย่อมมีวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด สลอตจะพูดถึงวิธีที่เสี่ยงตั้งครรภ์มากที่สุด นั่นก็คือ วิธีการใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ หลายคนไม่ทราบว่ามีวิธีการคุมกำเนิดวิธีนี้ ไม่ทราบก็ดีแล้ว เพราะวิธีการป้องกันวิธีนี้ เป็นวิธีที่เสี่ยงที่สุด โดยวิธีการใช้ คือการใส่ยาในช่องคลอดของเพศหญิง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ตัวยาทำลายหรือฆ่าเชื้ออสุจิหลังจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง ฟังดูอาจจะเข้าท่า เพราะนอกจากจะง่ายแล้ว ยังเป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด แต่จากการสำรวจ พบว่า มีโอกาสมากถึง 28% ที่การป้องกันล้มเหลวจนเกิดการตั้งครรภ์ หรือนับเป็น 1 ใน 3 คนจากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้เลยทีเดียว นับว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงมาก อีกวิธีหนึ่งที่คนนิยมทำกัน แต่อัตราเสี่ยงตั้งครรภ์สูงมาก นั่นก็คือการหลั่งนอก การหลั่งนอก คือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทั้งไม่สวมถุงยาง และไม่ทานยาคุม เหมือนการมีเพศสัมพันธ์เพื่อที่จะมีลูกตามปกติ แต่ตอนใกล้จะเสร็จกิจก็เลือกที่จะหลั่งข้างนอกแทนที่จะหลั่งข้างในเท่านั้น หลายคนมีความเชื่อว่า ถ้าไม่หลั่งข้างในตอนเสร็จกิจ ก็ไม่ท้องแล้ว เพราะน้ำอสุจิไม่ได้เข้าไป แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ก็มีโอกาสที่อสุจิจะหลุดเข้าไปในช่องคลอด พร้อมกับน้ำหล่อลื่น และบางคนก็หลั่งนอกไม่ทัน ส่งผลให้การป้องกันโดยการหลั่งนอก มีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์สูงถึง 22% หรือ 1 ใน 4 คนที่เลือกใช้วิธีนี้เลยทีเดียว   3. วิธีใดปลอดภัยมากที่สุด มาถึงตรงนี้คงสงสัยแล้วว่า การป้องกันใดปลอดภัยมากที่สุด? วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมาก มีโอกาสพลาดต่ำมาก มีทั้งหมด 6 วิธีด้วยกัน วิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมากที่สุด คือการฝังยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด จะต้องฝังในเพศหญิงเท่านั้น โดยแพทย์จะทำการฝังยาคุมกำเนิดบริเวณต้นแขนด้านใน ตัวยาที่ฝังลงไปจะค่อยๆ ทยอยปล่อยฮอร์โมนสำหรับคุมกำเนิดออกมาเรื่อยๆ ระยะเวลาการใช้งานของยาฝังคุมกำเนิด ใช้ได้หลายปีเลยทีเดียว และมีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์เพียง 0.05% หรือ 1 ใน 2,000 คนที่เลือกใช้วิธีการฝังยาคุมเท่านั้นที่จะพลาดท้อง ถือว่าเป็นวิธีการป้องกันที่มีความปลอดภัยสูงมาก อีกวิธีหนึ่งที่ปลอดภัยมาก ที่สลอตจะแนะนำก็คือ การทำหมันชาย เป็นวิธีที่ผู้ชายหลายคนไม่อยากทำ แต่นี่เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด วิธีการคือ แพทย์จะทำการตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ เพื่อไม่ให้เชื้ออสุจิเดินทางออกมาจากอวัยวะเพศชาย จนเดินทางเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิงได้ วิธีการนี้ไม่ได้ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างที่หลายคนเชื่อกัน อสุจิยังมีเหมือนเดิม แต่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้เท่านั้นเอง วิธีการนี้ มีโอกาสพลาดตั้งครรภ์เพียง 0.15% หรือคนที่ทำหมันชาย มีเพียง 1 ใน 666 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสพลาดตั้งครรภ์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีเปอร์เซนต์ความปลอดภัยสูงมาก   4. สรุปแล้วสามารถป้องกันได้ 100% หรือไม่ หากได้อ่านข้อมูลที่สลอตนำเสนอแล้ว จะทราบเลยว่า ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันได้ 100% จริงๆ มันก็มีนะ โดยวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด คือการไม่มีเพศสัมพันธ์เลย เมื่อไม่มีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าท้องไหม ไม่ได้กวนนะ ก็มันปลอดภัยจริงๆ ! แม้แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด อย่างการฝังยาคุมกำเนิด ก็มีโอกาสพลาด 0.05% ซึ่งก็แปลว่ามีโอกาสพลาดตั้งครรภ์อยู่ดี หรือวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อย่างการให้เพศชายสวมถุงยางอนามัย ก็มีโอกาสพลาดถึง 18% หรือ 1 ใน 5 คนที่ใช้วิธีสวมถุงยาง จะมีโอกาสตั้งครรภ์ รวมถึงวิธีการกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน ก็มีโอกาสพลาดถึง 9% หรือ 1 ใน 11 คนที่ใช้กินยาคุมกำเนิดจะมีโอกาสตั้งครรภ์ รวมๆ แล้วก็แปลว่า ไม่ว่าเราจะคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ปลอดภัยมากแค่ไหน แต่เมื่อเรามีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิดนั้นก็มีโอกาสที่จะผิดพลาด จนสามารถตั้งครรภ์ได้ทุกวิธี ฉะนั้น เวลามีข่าวว่ามีคนพลาดท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าไปว่าเขาว่าทำไมไม่ป้องกันเลย เพราะไม่มีวิธีการคุมกำเนิดวิธีไหนที่จะสามารถป้องกันได้ 100% ทุกวิธีมีโอกาสพลาดได้ไม่มากก็น้อย อย่างที่สลอตบอกไปตอนแรกนั่นแหละ ว่าถ้าไม่อยากมานั่งลุ้นว่าจะพลาดมั้ย ถ้ายังไม่พร้อมทั้งเรื่องเงิน วุฒิภาวะ สภาพแวดล้อม ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันไว้ตั้งแต่แรก ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่าเนาะ   5. แล้วเราควรคุมกำเนิดไหม เชื่อว่ามาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มลังเลใจว่าสรุปแล้วต้องคุมกำเนิดไหม เพราะไม่ว่าจะวิธีการคุมกำเนิดไหนๆ ก็ไม่ได้ผล 100% ยังไงก็มีโอกาสตั้งครรภ์อยู่แล้ว ขอบอกเลยว่า ห้ามคิดที่จะไม่ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด! เพราะการคุมกำเนิดบางวิธี ก็สามารถป้องกันโรคติดต่อได้ เช่น การสวมถุงยาง การคุมกำเนิดด้วยวิธีทานยาคุม หรือฝังยาคุม ก็สามารถปรับฮอร์โมนให้คงที่ได้ และการป้องกัน ย่อมดีกว่าไม่ป้องกันอยู่แล้ว เปรียบเสมือนเราที่กำลังจะข้ามแม่น้ำ ถ้าเราคิดว่ายังไงก็มีโอกาสจม ว่ายๆ ไปเลยเถอะโดยไม่หาวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเองจมน้ำ เราก็จะมีโอกาสจมสูงมาก แต่ถ้าเราป้องกันหาความปลอดภัยให้ตัวเอง เช่น สวมห่วงยาง, สวมเสื้อชูชีพ ก็จะลดโอกาสในการจมน้ำ มีความปลอดภัยมากขึ้น นั่นแหละ เหมือนๆ กันนั่นแหละ เข้าใจสิ เข้าใจ หรืออย่างน้อยที่สุด ระหว่างมีเพศสัมพันธ์แบบมีการคุมกำเนิด กับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีการคุมกำเนิดเลย กรณีที่เราคุมกำเนิด เราก็จะกังวลน้อยกว่าไม่คุมกำเนิดเลยใชมั้ยล่ะ นั่นแหละ เลือกหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตัวเอง และต้องเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด สามารถเช็ควิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยที่สุด และเสี่ยงที่สุด ได้จากเว็บไซต์ medthai.com/การคุมกำเนิด เว็บไซต์ดังกล่าว ได้นำเสนอประสิทธิภาพของ 34 วิธีการคุมกำเนิดทั้งหมดที่มี ว่าวิธีไหนมีโอกาสเสี่ยงมากเท่าไหร่ และยังระบุวิธีการ ขั้นตอนของการคุมกำเนิดวิธีนั้นๆ ด้วย มาคุมกำเนิดกันเถอะนะ